7
ย้ายเข้ามาอยู่ที่ตัวอำเภอ
ตอนแรกเว่ยหนานฮวาไม่คิดจะใส่ใจในเมื่อเธอกำลังจะย้ายเข้าไปอยู่ในตัวอำเภอ แต่เห็นทีคงจะปล่อยเอาไว้ไม่ได้การถูกใส่ร้ายไม่ใช่เื่ที่ควรปล่อยผ่านไป
เื่นี้มันเกี่ยวพันถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเธอเองด้วยเว่ยหนานฮวามาพบผู้นำหมู่บ้าน แจ้งกับผู้นำหมู่บ้านว่าเธอถูกใส่ร้ายตอนนี้เื่ที่ของเธอเป็ที่กล่าวถึงในแปลงนา การกล่าวว่าจาว่าร้ายทั้งๆที่มันไม่เป็ความจริงไม่มีหลักฐานใดๆมายืนยันคำพูด นำมาซึ่งการถูกเข้าใจผิด
คนที่เอาเื่ของเธอมาพูดใส่สีตีไข่ก็คือหญิงสาวที่ชื่อ สือเหนียนซือ ยุวชนที่เคยทำงานเลี้ยงสัตว์ด้วยกันด้วยเพราะอิจฉาที่เว่ยหนานฮวาไม่ต้องทำงานหนัก เมื่อเห็นว่าเธอเข้าตัวอำเภอเดือนละ2-3ครั้ง สือเหนียนซือเลยเอามาพูดจาใส่ร้ายด้วยความอิจฉา
คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจจริงๆ ไม่ว่าโลกไหน ยุคไหนเพราะจากความทรงจำของเว่ยหนานฮวาคนเก่า สือเหนียนซือเป็เพื่อนที่ค่อนข้างจะสนิทกับเธอด้วยซ้ำ เว่ยหนานฮวาสบมองสือเหนียนซือด้วยแววตาเยือกเย็น
“หวังว่าสหายสือจะไม่พูดจาใส่ร้ายฉันอีกไม่งันคงไม่จบแค่เงิน 10 หยวน” ถึงมันจะเป็เงินจำนวนไม่มากสำหรับเว่ยหนานฮวาแต่ไม่ใช่สำหรับสือเหนียนซือ
“เพราะเื่มันจะจบง่ายๆแบบนี้ สหายสือคงรู้ว่าหากว่าฉันถูกทหารแดงจับข้อหาคบชู้ฉันคงไม่ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ต่อไปเวลาจะพูดอะไรก็ขอให้สหายสือใช้สมองตรองดูว่าควรจะพูดหรือไม่ควรพูดสิ่งใด” เว่ยหนานฮวาเอ่ยออกด้วยน้ำเสียงเ็าสายตาดุดันจ้องมองไปที่สือเหนียนซือ จนอีกฝ่ายตัวสั่นเพราะความกลัว
เมื่อจบเื่แล้วก็กลับมาที่บ้านเธอมาทำอาหารเที่ยงให้ลูกๆของเธอ จากนั้นก็ไปที่สวนหลังบ้านตอนนี้หัวไชเท้าถึงเวลาที่ต้องเก็บเกี่ยว
เว่ยหนานฮวาจัดการเก็บหัวไชเท้า ใส่ตะกร้าไม้ไผ่เธอขอแลกเปลี่ยนตะกร้าไม้ไผ่กับไข่ไก่และข้าวที่เธอมีกับคุณลุงที่อายุมากแล้วในหมู่บ้านบ้านของเธอมีตะกร้าไม้ไผ่เอาไว้ใส่ของอยู่ยี่สิบกว่าอัน
เมื่อลูกๆตื่นจากนอนกลางวันก็ออกมาช่วยเธอที่แปลงผักสามแม่ลูกๆเก็บเกี่ยวหัวไชเท้าได้เต็มสี่ตะกร้าไม้ไผ่เลยทีเดียวนำพวกมันมาล้างทำความอาด และตากลมเอาไว้ให้แห้ง ค่อยเก็บใส่ตะกร้าไว้เหมือนเดิมเอาไว้ย้ายไปบ้านที่ตัวอำเภอเว่ยหนานฮวาจะเอามาดอง และลองนำไปขายที่ตลาดมืดใน่ฤดูหนาวอาหารจะต้องขายได้ในราคาแพงอย่างแน่นอน
ยังเหลืออีกสองแปลงที่ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยวนอกจากนี้ยังมีฟักทองและฟักที่รอให้ผลมันแก่ได้ที่อยู่อีกเกือบอย่างละ 30 ลูก
นี้เข้าสู่่ปลายฤดูร้อนแล้วอีกไม่นานก็จะเข้าฤดูใบไม้ร่วงเว่ยหนานฮวาวางแผนว่าจะไปขุดหน่อไม้มาดองและทำหน่อไม้ตากแห้งนอกจากนี้ก็ยังมีฤดูกาลของเห็ด เธอจะพาลูกๆเข้าป่าไปเก็บเห็ดมาตากเอาไว้
เว่ยหนานทยอยขนของเข้ามาที่บ้านในตัวอำเภอบางแล้ววันนี้เธอพาลูกๆของเธอเข้ามาที่ตัวอำเภอโดยเว่ยหนานฮวาพาลูกๆนั่งเกวียนเข้ามาในตัวอำเภอ ทั้งสองคนสะพายตะกร้าไม้ไผ่ด้านในมีข้าวของส่วนตัวและเสื้อผ้าของตนเอง
ส่วนตะกร้าไม่ไผ่ของเธอมีความพิเศษเพราะเธอวาดเวทย์อักขระกำกับเอาไว้ มันใส่ของได้มาก แต่คนนอกไม่สามารถรู้ได้เพราะภายนอกมันก็คือตะกร้าไม้ไผ่ธรรมดาๆนั้นเอง
ส่วนพวกของอื่นๆค่อยจ้างเกวียนของผู้นำหมู่บ้านมาช่วยขนจะได้ไม่มีคนสงสัย ค่อนขนมาพร้อมกับพืชผักที่รอวันเก็บเกี่ยว
“แม่ครับ ผมตื่นเต้นจังเลย”โจวอี้หลานบอกความรู้สึกของตนเอง แม่บอกกับเขาแล้วว่าจะย้ายไปอยู่ที่ตัวอำเภอตอนนี้แม่พาพวกเขามายืนอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ผู้เป็แม่กำลังไขกุญแจบ้านอยู่
“นี้บ้านของเราใช่ไหมครับแม่”โจวอี้เหลียนแฝดคนพี่ถามออกไปด้วยตื่นเต้นเช่นกัน แม่บอกกับพวกเขาทั้งสองคนแล้วว่าเราจะย้ายมาอยู่บ้านในอำเภอ
“ใช่แล้ว นี้คือบ้านของพวกเรา เข้าบ้านกันเถอะ”เว่ยหนานฮวาบอกกับลูกๆ เธอเดินนำลูกๆเข้ามาที่ตัวบ้านก่อนจะใช้กุญแจอีกหนึ่งดอกเพื่อเปิดสายล็อกที่คล้องอยู่ตรงประตูเข้าบ้าน
“ต่อไปนี้เราจะเริ่มทยอยย้ายของมาอยู่ที่นี้กันไว้สิ้นเดือนเก้าเราจะย้ายมาอยู่ที่อย่างถาวรตอนนั้นคงเก็บเกี่ยวพืชผักที่ปลูกเอาไว้จนหมดแล้ว” เธออกกับลูกๆ คงต้องแวะไปดูบ้านเดิมวันเว้นวัน
“ผมเข้าใจครับแม่ บ้านหลังนี้สวยจังมันเป็บ้านของเราจริงๆใช่ไหมครับ” โจวอี้หลานเอ่ยถามเด็กทั้งสองใช้สายตามองไปรอบๆ บ้านหลังนี้นั้นใหญ่กว่าบ้านเดิมมากมีห้องหลายห้องด้วย ตรงหน้าบ้านมีสวนดอกไม้
“นี้คือบ้านของเราจากนี้ลูกๆจะมีห้องนอนเป็ของตนเอง แม่จะสอนลูกๆเขียนอักษร สอนอ่านหนังสือ ท่องกวีอีกหน่อยลูกต้องเข้าโรงเรียน” เว่ยหนานฮวา้าให้เด็กๆได้เรียนหนังสือ
โลกนี้การศึกษาเปิดกว้างกว่าโลกที่เธอจากมา การเรียนไม่ได้ถูกจำกัด ไม่ว่าชายหรือหญิงก็สามารถไปโรงเรียนได้นับเป็เื่ที่ดีมากๆ
ในโลกที่เธอจากมาการศึกษาจำกัดแค่ลูกหลานของขุนนางหรือคนที่มีฐานะร่ำรวยการฝึกพลังปราณเองก็เช่นเดียวกันถึงจะเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ฝึกและก็มีข้อกำจัดอยู่มากมายถ้าไม่ใช่คนที่มีพร์ เกิดมาพร้อมแก่นพลังปราณที่แข็งแกร่งผู้หญิงก็จะไม่มีโอกาสได้เป็ผู้ฝึกปราณเลย
แต่เธอเดิมคือองค์หญิงใหญ่องค์หญิงที่กำเนิดจากฮองเฮา เธอได้รับเรียนหนังสือ เรียนหลักการปกครองเพราะเธอคือเชื้อพระวงศ์ เธอได้ฝึกพลังปราณเพราะเกิดมาพร้อมแก่นพลังปราณที่แข็งแกร่งถูกกำหนดให้เป็ผู้ใช้อักขระที่หายากยิ่งของแคว้นเว่ย
แต่โลกใบนี้ เธอเป็เพียงหญิงสาวธรรมดาๆแต่ก็สามารถส่งลูกๆไปเรียนหนังสือได้ ขอเพียงมีเงินจ่ายค่าเล่าเรียนที่เรียกเก็บเทอมละ 5 หยวนเท่านั้น นั้นหมายความว่า1 ปีเธอจะเสียเงินเพียงแค่ 10 หยวน นับว่าเป็เงินไม่มากเลย
“แล้วพ่อละครับแม่ พ่อจะมาอยู่กับพวกเราไหม?”โจวอี้เหลียนเอ่ยถามขึ้นมา พวกเขาตื่นเต้นที่มีบ้านหลังใหม่ที่แสนจะน่าอยู่ แต่ก็อดจะถามถึงพ่อไม่ได้
เด็กในหมู่บ้านบอกว่าเขาเป็ลูกไม่มีพ่อแต่แม่บอกกับเขาว่าพ่อไปทำงานอยู่ไกลมากๆเลยไม่ได้กลับหาพวกเขาพ่อยังส่งเงินมาให้แม่ของพวกเขาทุกเดือน คุณย่าเองก็บอกแบบนั้น
“เอาไว้แม่จะส่งจดหมายไปหาพ่อที่ค่ายทหารบอกว่าพวกเราสามคนย้ายมาอยู่ที่ตัวอำเภอ” เว่ยหนานฮวาลืมคิดถึงพ่อของเด็กๆไปเลย
เอาไว้เื่ทุกอย่างเรียบร้อยค่อยเขียนจดหมายไปแจ้งกับอีกฝ่ายก็แล้วกันส่วนโจวอี้ถังจะกลับมาหรือไม่ เธอไม่สนใจลูกชายสองคนเธอเลี้ยงดูเขาได้สบายๆอยู่แล้ว
ตอนนี้เธอได้พลังปราณกลับมาแล้วตอนนี้พลังปราณอยู่ขั้น 5 แล้ว นับว่าสามารถใช้อักขระระดับกลางได้สบายๆ ความเป็อยู่ในตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้ว
การย้ายมาอยู่ที่ตัวอำเภอยังมีสิ่งที่เรียกว่าไฟฟ้า ให้ใช้ด้วย นับว่าดีมากๆ จากความทรงจำของเว่ยหนานฮวาก่อนที่เธอจะถูกส่งมาเป็ยุวชนผู้มีการศึกษาบ้านเธออยู่ในปักกิ่งเว่ยหนานฮวาประหลาดใจเป็อย่างมาก ในโลกใบนี้ยุคนี้มีสิ่งของช่วยอำนวยความสะดวกเยอะมาก
อย่างในตัวอำเภอมีสิ่งที่เรียกว่ารถจักรยานรถมอเตอร์ไซด์ รถแทรกเตอร์ รถจิบ เป็สิ่งที่ใช้ในการเดินทางเธออยากจะหาซื้อจักรยานเอาไว้สักคัน แต่มันต้องใช้คูปองในการซื้อและสหกรณ์ที่ตัวอำเภอก็มีจักรยานมาขายในจำนวนน้อย
ส่วนใหญ่จะต้องสั่งจองล่วงหน้าเอาไว้แต่ว่ามีไม่มีคูปองที่ใช้สำหรับซื้อจักรยาน คงต้องพึ่งตลาดมืดแต่ราคาคงจะแพงน่าดู เพราะฉะนั้นเื่นี้จึงเก็บเอาไว้ก่อน ตอนนี้มาจัดการเื่บ้านก่อน
เว่ยหนานฮวานำของที่ขนมาจากบ้านเดิมมาเก็บไว้ที่ห้องเก็บของ เธอทยอยขนอาหารมาไว้ก่อน พวกเนื้อแห้ง ธัญพืช หัวไชเท้ามีผักกาดดอกอีกสามไห เธอดองเอาไวเมื่ออาทิตย์ก่อน และยังมีหน่อไม้ดองอีกด้วยเพราะมีเวทย์อักขระเธอเลยสามารถหาเห็ดและหน่อไม่มาได้จำนวนมาก
มีมันเทศที่ปลูกเอาไว้มันให้ผลผลิตที่ดีมากทีเดียว มีเผือกด้วย ในสวนที่บ้านเดิมยังเหลือฟักทองฟักและแตงกวาที่ยังไม่ถึงเวลาเก็บเกี่ยว
“อี้เหลียน อี้หลาน เป็ยังไงบ้านลูกชอบห้องของตัวเองไหม?” เธอถามลูกๆทั้งสองคน
“ชอบครับ แต่ว่าผมอยากนอนกับพี่อี้เหลียน”อี้หลานนั้นเคยชินกับการนอนกับพี่ชายมาั้แ่เล็กจนโตเว่ยหนานฮวาก็คิดเอาไว้อยู่แล้ว
“เอาแบบนั้นก็ได้แม่จะให้ลูกสองคนนอนด้วยกันไปก่อน แต่เมื่อโตขึ้นลูกต้องแยกห้องกันนะ”เว่ยหนานฮวาคิดว่าทุกคนต้องมีพื้นที่ส่วนตัว แต่ตอนนี้ลูกๆยังเด็กอยู่นอนด้วยกันก็คงไม่เป็ไร
“ได้ครับแม่” อี้หลานรับคำผู้เป็แม่
“เอาละบ้านหลังนี้แม่มาทำความสะอาดไว้เมื่อสองวันก่อนแล้ว พวกเราไปดูหลังบ้านกันยังมีงานให้ลูกๆช่วยทำอีกเยอะเลย” งานที่ว่าก็คือการปลูกมันเทศที่สวนหลังบ้าน
ที่จริงเว่ยหนานฮวาอยากจะใช้เวทย์อักขระในการพลิกหน้าดินและเตรียมการเพาะปลูก แต่เธอทำได้เพียงพลิกหน้าดินเอาไว้เท่านั้นการใช้เวทย์อักขระขั้นกลางทำให้เธอสูญเสียพลังปราณไปเยอะมาก เธอใช้เวลาตั้ง 3 วันในการจัดการพลิกหน้าดินสำหรับปลูกพืชเนื้อที่2 หมู่
วันนี้เลยให้ลูกๆมาช่วยในการปลูกมันเทศพวกมันจะโตให้เก็บเกี่ยวก่อนที่หิมะจะตกลงมาพอดีเว่ยหนานฮวาคำนวณอายุของพวกมันเอาไว้แล้ว เป็พืชที่ปลูกง่ายให้ผลผลิตที่ดี มันเทศสามารถทำอาหารได้หลากหลาย
“แม่ครับ ผมเอาน้ำมาให้แม่ดื่ม”อี้หลานยื่นกระบอกน้ำให้กับผู้เป็แม่ เว่ยหนานฮวาเงยหน้ามายิ้มให้กับความน่ารักของลูกชายคนเล็ก
“ขอบใจนะอี้หลาน” เธอรับน้ำมาดื่มแล้วส่งกระบอกน้ำคืนให้ลูกชาย จากนั้นเด็กๆก็ช่วยเธอปลูกมันเทศจนเสร็จ
“เหนื่อยหรือเปล่าลูก ไว้ตอนเย็นแม่จะทำของอร่อยๆให้ลูกกินนะ”เว่ยหนานฮวาบอกกับเด็กๆ ลูกของเธอก็ตัวแค่นี้แต่ช่วยงานอย่างขยันขันแข็งช่างน่าเอ็นดูเสียจริง
เอาไว้ผ่านฤดูหนาวไปเธอจะลงพืชผลเอา และเริ่มปลูกผักอีกครั้งเธอและลูกๆจะได้มีผักและผลเอาไว้กิน
คืนนี้สามแม่ลูกนอนพักที่บ้านในตัวอำเภอที่ดีบ้านหลังนี้มีเครื่องครัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็กระทะ หม้อ เครื่องเรือนก็มีครอบ ทั้งตู้ เตียง โต๊ะเก้าอี้
เว่ยหนานฮวาซื้อมาเพิ่มแค่ฟูกนอน ผ้าห่ม จานชามและช้อนเท่านั้น ส่วนเื่ตกแต่งบ้านเอาไว้ค่อยทยอยทำในฤดูหนาวเธอคงมีเวลาว่าง ค่อยทำตอนนั้นก็ยังไม่สาย
---TBC---