“ก็บอกไปแล้วนะส้ม ว่าเราลืมฟลุ๊คไปแล้ว ทั้งโกรธและก็ไม่เข้าใจเขามากด้วย แต่ที่เราไม่มีใคร เพราะเราไม่อยากเจ็บและไม่อยากจบแบบงงๆ อย่างนั้นอีก”
“แต่มันสามปีแล้วนะดิว ั้แ่เรียนจบ จนมาทำงาน เราก็เห็นมีคนเข้ามาไม่ได้ขาด..ยันอิตาผู้อำนวยการนั่น..พูดแล้วก็เจ็บใจ ถ้าแกไม่ห้ามเอาไว้นะ..จะได้รู้ฤทธิ์แกงส้ม..หึ!”
แกงส้มพูดไปกินขนมที่เลม่อน ส่งมาจีบเพื่อนรัก ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งโมโหเพราะ เื่ที่เขาเล่า ทำเอาหมอดิวเพื่อนรักถูกสั่งย้าย
เพราะว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลดันสนใจ แต่หมอดิวกลับไม่เล่นด้วย แถมยังบอกภรรยาผู้อำนวยการ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ
แต่กลับยิ่งทำให้ผู้อำนวยการไม่พอใจ และหาเื่ย้ายหมอดิว ให้ไปอยู่โรงพยาบาลห่างไกล เพื่อสั่งสอน
แม้อีกใจก็หวังให้หมอดิวจำนนจนยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อที่จะไม่ต้องโดนสั่งย้าย แต่หมอดิวกลับเลือกย้ายตามคำสั่ง
“บางครั้ง..หัวใจมันก็เจ็บจนชาและไม่อยากจะเจ็บอีก...ฮ่าๆ เราก็ไม่รู้เหมือนกัน บางทีคนที่เข้ามายังไม่ใช่ก็ได้นะส้ม เราเองก็..อยากเริ่มใหม่”
หมอดิวหายใจออกยาวๆ รู้สึกเหนื่อยใจ เพราะชีวิตเขาไม่จำเป็ต้องมีใคร หากมันไม่ใช่ก็เสียเวลาเปล่า เหมือนตอนที่เขาคบกับฟลุ๊คมาั้แ่ตอนเรียนหมอ 3ปี
แต่สุดท้าย อีกฝ่ายก็มาบอกเลิกและหายตัวไปเสียดื้อๆ ทำเอาเขารู้สึกสับสนและเฝ้าถามตัวเอง ว่าตัวเขาทำผิดหรือบกพร่องอะไร
เช้าวันเสาร์ หมอดิวเตรียมตัวั้แ่เช้า เพื่อเข้าไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดให้กับชาวบ้าน ในเขตอำเภอที่เขาดูแลอยู่
ร่างบางหอบข้าวของเครื่องมือแพทย์ขึ้นรถยนต์ส่วนตัว ขณะที่แกงส้มเดินทางไปกับทีมแพทย์อีกชุดในตอนสาย
เพราะต้องรอแฟนหนุ่มหวานใจ ของหมอแกงส้ม ซึ่งเป็หมอประจำที่โรงพยาบาลในตัวจังหวัด เหตุที่ทั้งสองได้มาอยู่ที่นี่ แม้ที่เก่าจะหาเื่ย้าย
แต่แฟนของหมอแกงส้ม ก็ทำเื่ขอตัวหมอสองคนมาประจำที่อำเภอ ที่เขาประจำอยู่ด้วยเสียเลย จึงส่งผลดีกับทั้งคู่ แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร ก็ตาม
เมื่อถึงที่ฉีดวัคซีน หมอดิวก็เตรียมเครื่องมืออย่างตั้งใจ ขณะที่ฟลุ๊คกับเพื่อนๆ ถูกผู้ใหญ่บ้านขอแรง ให้ช่วยดูแลทีมหมอ
“ถังนี่วางไว้ตรงไหนครับคุณหมอ” ฟลุ๊คแบกถังใส่วัคซีนขนาดใหญ่มาเอ่ยถามคุณหมอที่กำลังจัดวางเครื่องมืออยู่
“ตรงนี้เลยครับน้า”
หมอดิวรีบตอบอย่างไม่ได้สนใจ และในขณะที่ฟลุ๊คเองก็รีบวางถังลงทันที โดยไม่ได้ใส่ใจเสียงสั่ง ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อหมอ ที่วางไว้บนโต๊ะอย่างเผลอไผล มองเห็นเข้า
“ดะ..ดิว”
เขาสบถคำเสียงเบา ก่อนที่หัวใจจะเต้นสั่น ส่วนคุณหมอยังคงวุ่นวายกับเครื่องมือแพทย์ไม่ได้สนใจสิ่งแวดล้อมจนกระทั่ง เสียงเรียกจากใครบางคนดังมาแต่ไกล
“ไอ้ฟลุ๊คช่วยกูหน่อย”
ชาลีกำลังยกโต๊ะมาวางส่งเสียงเรียก จังหวะนั้นทำให้หมอดิวถึงกับหัวใจเต้นสั่น ก่อนจะค่อยๆ ยกใบหน้าขึ้นมามอง แต่แล้วเ้าของชื่อนั้นกลับวิ่งไปเสียก่อน
“คงไม่ใช่หรอกมั๊ง” ดิวพึมพำเสียงเบา แต่ก็ต้องตื่นใ
“ไอ้ดิว”
“โอ๊ย!ใ”
“อะไรกันเพื่อน..เป็คนขวัญอ่อนั้แ่เมื่อไหร่”
“มาแล้วเหรอ..อ่าหวัดดีครับพี่หมอ”
หมอดิวต่อว่าแกงส้ม พลันมองเห็นรุ่นพี่แฟนเพื่อนรัก ขณะที่หมอมานพ แฟนหนุ่มของแกงส้ม ผู้ที่ขอตัวสองคนให้มาประจำอำเภอนี้ เพื่อจบปัญหากับผู้อำนวยการบ้าอำนาจ จะย้ายหมอดิวไปไกลถึงชายขอบประเทศ
“หวัดดีครับน้องดิว”
“อ้า..พี่นพแกงส้มหิวน้ำ” แกงส้มรีบสั่งแฟนหนุ่ม
“ได้ครับ”
หมอมานพรีบรับคำ พลางมองหาน้ำดื่ม ขณะที่แกงส้มทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ เพื่อนรัก เพราะมีเื่อยากจะพูด
“เราเห็น”
“อ้า..คนไข้มาแล้วเรารีบเตรียมตัวกันเถอะ” หมอดิวรู้ทัน
“ก็ได้ ก็ได้ ..ชิ!” แกงส้มรู้จักนิสัยเพื่อนของเขาดี
ฟากฝั่งของฟลุ๊คและเพื่อนๆ หลังจากดูแลยกข้าวของช่วยทีมหมอเสร็จแล้ว พวกเขาก็นั่งคุยกันอยู่ห่างๆ
แต่สายตาของเขา มองไปยังคุณหมอคนน่ารักอยู่เป็ระยะ ด้วยหัวใจที่สั่นหวั่นไหว เพราะดิวที่เขารู้จักเมื่อก่อน ไม่เหมือนหมอดิวในตอนนี้เอาเสียเลย
ย้อนกลับไปเมื่อห้าปีก่อน
“ขอโทษครับ”
อคิรัญชน์นักเรียนแพทย์ปีสาม รูปร่างผอมแห้ง ตัวขาวซีด จัดฟันเหล็ก สวมแว่นสายตา สไตล์เด็กเรียน
ร่างเล็กพุ่งชนชายหนุ่มรูปร่างสูงใบหน้าหล่อคม ที่กำลังเดินอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆ ของเขา ก่อนที่ร่างเล็กจะรีบยื่นกล่องช็อกโกแลตส่งให้ชายคนนั้น เนื่องในวันแห่งความรัก
“เอ้!..ขอบคุณครับ แต่..ผมไม่..”
จีรายุ นักศึกษาแผนกวิศวะปีสอง รีบเอ่ยกับอีกฝ่ายด้วยความหงุดหงิด เพราะเดินอยู่ดีๆ ก็มีคนตั้งใจวิ่งมาชน แถมยังหยิบยื่นการจีบให้กับเขา
“อ้อ..ขะ..ขอโทษนะ”
อคิรัญชน์ก้มหน้าต่ำอย่างสิ้นสุดความหวัง เพราะว่าเขาแอบมองอีกฝ่ายมาสักพักแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาส จนมาวันนี้แกงส้มกลับโมจิเพื่อนรักจัดสรร ด้วยการผลักเขาพุ่งชนอีกคน จนเกิดเื่น่าอับอาย เพราะอีกฝ่ายไม่รับไมตรี
“โห..ไอ้ฟลุ๊ค ทำไมไม่รับวะ! คณะหมอเลยนะมึง”
เพื่อนในกลุ่มแซวอย่างขำขันเห็นเื่ตลก ขณะที่ฟลุ๊คกลับรู้สึกสนใจอย่างบอกไม่ถูก ทั้งที่ปกติก็จะมีคนเข้ามาอยู่เป็ประจำ แม้กระทั่งวันนี้ก็มีมามาก เพราะเป็วันแห่งความรัก
ส่วนฝั่งแก๊งนักเรียนแพทย์ก็กำลังวุ่นวาย เพราะเพื่อนของพวกเขางอนหนักถึงขั้นเดินหนี
“ไอ้ดิว..เราขอโทษ”
โมจิเพื่อนสาวในกลุ่มรีบเดินตามคนงอน ในขณะที่ดิวรีบเดินหนีเพื่อนทั้งสองด้วยความโมโหและอับอาย
“เราขออยู่คนเดียว..”
ดิวชะงักเท้าหยุดเดิน แล้วเอ่ยกับเพื่อนทั้งที่เดินตามเขามา ขณะที่แกงส้มรู้สึกผิดพยายามอธิบาย
“ดิว...เราขอโทษ”
“ส้ม โม เราขออยู่คนเดียวสักครู่นะ ..ขอร้อง”
ดิวพูดทั้งที่ยืนหันหลังให้กับเพื่อน เขารู้สึกอับอายที่สุดในชีวิต และก็ไม่รู้จะต้องทำตัวอย่างไร เพราะอีกฝ่ายกับแก๊งเพื่อนคงหัวเราะเยาะ และนำเอาไปนินทาอย่างสนุกปากเป็แน่
ที่หน้าห้องเรียนแผนกวิศวะ
“พวกมึงเข้าห้องไปก่อนนะเดี๋ยวกูมา”
ฟลุ๊คเดินกับแก๊งเพื่อนเพื่อจะเข้าห้องเรียน แต่อยู่ๆ เขากลับนึกถึงนักเรียนแพทย์คนเมื่อครู่ขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“อ่าว..แล้วจะไปไหนมึง..จะถึงเวลาเรียนแล้วนะ” เพื่อนในกลุ่มรีบถาม
“กู..กูปวดท้อง..ไปเข้าห้องน้ำ..เดี๋ยวตามไป”
“อ่าๆ งั้นรีบๆ เลย” เพื่อนอีกคนรีบยกมือไล่เพื่อนให้รีบไป
“อื้ม”
ฟลุ๊คเอ่ยกับเพื่อน แล้วรีบหมุนตัวสาวเท้าเดิน จนแทบวิ่ง เพียงไม่นานก็มาถึงจุดที่เขาเจอกับเด็กคณะหมอเมื่อครู่เจอกัน สายตาคมมองหาอีกคนอย่างรู้สึกผิดในใจ และสุดท้ายเขาก็เจอจนได้
“ฮื้อๆ บ้าจริง!”
ดิวนั่งปาดน้ำตาร้องไห้เสียงเบา ดวงตาพร่ามัวจ้องมองกล่องช็อกโกแลตแสนสวย ซึ่งเขาตั้งใจเลือกซื้อ หวังเพียงจะส่งมอบความรู้สึกดีๆ ให้คนที่เขาแอบปลื้ม
ในความตั้งใจแรกที่ตกลงกัน คือโมจิจะเป็นำไปให้ฟลุ๊ค และบอกว่าดิวฝากมาให้ แต่แล้วอยู่ดีๆ ฟลุ๊คกับแก๊งเพื่อนดันเดินผ่านมา จังหวะนั้น เพื่อนก็ดันผลักตัวดิวเข้าไป ทำให้เขาจำต้องยื่นส่งให้อีกคนด้วยตัวเอง
“อันนี้..ให้เราใช่ไหม”
ฟลุ๊คเดินเข้ามาเอ่ยกับคนที่นั่งร้องไห้ จ้องมองกล่องขนมอยู่ด้วยความเสียใจ ส่งผลให้ดิวรีบเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่แน่ใจ จนสุดท้ายเขาจำต้องรีบหันหน้าหลบหนี เพราะความอาย
“อะ..เอ่อ...จะขำก็ได้นะ..”
“ทำไมต้องขำ..เราเอาไปนะ...” ฟลุ๊ครีบหยิบกล่องช็อกโกแลตพลางเอ่ย
“เราดูตลกมากเลยใช่ไหม?”
ดิวยังนั่งหันหลังให้กับอีกคน เอ่ยถามขึ้นด้วยความรู้สึกเสียใจ ทำให้ฟลุ๊คที่กำลังจะก้าวเดินถึงกับหยุดชะงัก แล้วเดินกลับมายืนอยู่ต่อหน้าคนพูด
“ถ้าตอบว่าใช่”
“หา..” ดิวรีบเงยหน้าขึ้นจ้องมองคนตอบ ก่อนที่จะได้รับรอยยิ้มจากใบหน้าคนตรงพร้อมกับคำพูดบางคำ
“ฟลุ๊คครับ..ขอบคุณสำหรับช็อกโกแลต”
ฟลุ๊คยิ้มอย่างเอ็นดูอีกฝ่าย เพียงเสี้ยวนาที ที่ดิวสบสายตา มันทำให้เขารู้สึกวูบไหวอย่างไม่รู้ว่าเพราะอะไร จนต้องพาตัวเองรีบเดินออกไป
ในจังหวะนั้นเหมือนอะไรรอบๆ ตัวดิวหยุดเคลื่อนไหว จนได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง ประหนึ่งตัวเขากำลังดิ่งตกลงเหว แต่กลับมีมือใครคนหนึ่งคว้าเอาไว้
“เราดิว คณะแพทย์ปี3”
ดิวหันกลับมาะโตามหลัง คนที่เดินกำลังจะเดินออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ทำเอาฟลุ๊คยกยิ้มบางอย่างไม่รู้ตัว
แต่แล้วภาพทั้งหมดมันกลับอยู่ในสายตาเพื่อนของดิวสองคน ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ส่งผลให้โมจิกรีดร้องในใจ บิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย
“เขินอ้า..” โมจิเขินจนใบหน้าขึ้นสีแดง
“สุดๆ” แกงส้มล่องลอยเพ้อฝัน ราวกับเป็ตัวที่ได้รับรอยยิ้มนั้น
นับจากวันนั้นมาพวกเขาก็พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นเรื่อยๆ เริ่มมารับส่งจนคบกันเป็แฟน ในอีกสามเดือนต่อมา และก็ตกเป็ของกันและกัน ในวันที่ฝนตกพรำ
“ดิวจะไปแล้วนะ”
“ฝนตกอยู่..รอให้หยุดก่อนดีไหม”
ฟลุ๊คนอนหนุนตักอุ่นของดิว ในขณะที่เ้าของตักรีบโน้มใบหน้าขาวก้มลงอย่างรวดเร็ว เพียงหวังจะต่อว่า แต่มันกลับชิดใกล้จนแทบชนกัน
“จุ๊บ”
“อื้อ!ฟลุ๊ค~~” ดิวรีบต่อว่าคนฉวยโอกาส
“ก็นึกว่า..ก้มลงมาให้จูบ”
“บ้า!..กลับแล้ว..อื้อ~~~~”
ดิวกำลังจะยกตัวลุกขึ้น แต่กลับถูกอีกคนผลักตัวลงนอน พร้อมกับเขายกตัวอันใหญ่หนาขึ้นมานอนทับ
จนทำให้คนร่างเล็กดิ้นพล่านหมายจะออกจากวงกายของอีกฝ่าย แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งถูกกดทับอย่างแแ่
สองกายในตอนแรกดูเหมือนหยอกเย้าล้อเล่นกันตามประสา แต่ทว่าเนื้อกายไออุ่นกับอุณหภูมิข้างนอกที่ชุ่มฉ่ำ เพราะฝนตกพรำฉ่ำชุ่มตลอดทั้งวัน
ทำให้ฟลุ๊คขยับกายแ่านำพา พร้อมขยับมืออุ่นลูบคลำไปตามเนื้อเนียนนิ่มแ่เบา แต่ทำเอาดิวอ่อนไหวในัั จนขยับกายหมายหลบหลีก แต่ยิ่งเคลื่อนย้ายกายตนมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเสียดสีกับอีกกายมากเป็ทวี
“ฟลุ๊ค..อื้อ~~”