นิยามความรัก อันที่จริงผมก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอก ว่าทำไมชีวิตของคนคนหนึ่ง ถึงได้รู้สึกห่วงใยคนคนหนึ่งมากขนาดนี้ ทั้งๆ ที่เราก็ไม่ได้เป็อะไรกันด้วยซ้ำ ไม่สิ!! เรียกว่าเราสนใจเขาอยู่ข้างเดี๋ยวจะดีกว่า…
ผมจะขอเล่าย้อนไปย้อนเหตุการณ์ในอดีต ว่าผมเจอเธอได้ยังไง?
จากที่ผมรับรู้มา จากเพื่อนร่วมงาน ทำให้ทราบว่า เขาเคยมีแฟน เป็นักเรียนนายสิบ คนหนึ่ง ซึ่งพวกเขาคบกันั้แ่เรียน มัธยม แล้วก็มาเรียน ระดับ ปวช.ด้วยกัน แต่หลังจากที่เธอเข้ามาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ได้ 2 ปี ก็ได้เลิกรากันไป...
เนื่องจากความห่างไกล ทำให้อีกฝ่ายแอบมีคนใหม่ เมื่อเธอจับได้จึงขอเลิกกับฝ่ายชาย และหลังจากนั้นเธอก็ไม่คิดจะมีใครอีกโดยเธอให้เหตุผลว่ายังไม่พร้อมจะเปิดใจให้ใคร และนั้นก็คือสิ่งที่ผมได้รับรู้มาจาก เพื่อนร่วมงาน
**** 2 ปีต่อมา ****
ผมได้สมัครเข้ามาทำงานใน บริษัทแห่งนี้ ถ้าอธิบายตามหลัก ผมเจอเธอเป็ผู้หญิงคนที่2 เนื่องจากผู้หญิงคนแรก ที่ผมเจอในบริษัทแห่งนี้ก็คือ ผู้จัดการสาขา แต่นั้นไม่สำคัญ เพราะท้ายที่สุด คนที่สวยที่สุดในบริษัทนี้ ก็คือเธอคนนั้น ไม่ใช่ ผู้จัดการ
พอได้ลองทำงานด้วยกัน ผมก็รับรู้ว่า ผู้หญิงคนนี้ทำงานเก่งมาก บวกกับความสวยที่เธอมี ทำให้ผมเริ่มรู้สึกชอบเธอขึ้นเรื่อยๆ ผมเฝ้าดูเธอนานมาก เพราะไม่รู้ว่าเธอ มีแฟนแล้ว หรือ ยัง? เพราะตัวผมเองก็ไม่อยากหลงตัวไปชอบคนมีเ้าของ
เมื่ออยู่ไปนานขึ้น ผมก็ได้รับรู้ข้อมูลของเธอจากเพื่อนร่วมงานมากขึ้นเรื่อยๆ ตามข้อความที่อธิบายไปข้างต้น
ในฐานะเพื่อนร่วมงานคนหนึ่ง ผมดูแล และ ช่วยเหลือเธออยู่บ่อยๆ แต่ อาจจะไม่ค่อยได้พูดอะไรกันมาก แต่ว่าการกระทำผมก็ค่อนข้างชัดเจนว่า ช่วยงานขนาดนี้ ไม่น่าจะคิดแค่เพื่อนร่วมงานแล้วมั้ง!!
จนนานไปก็เหมือนเราเริ่มจะสนิทกันมากขึ้น ก็เริ่มคุยกันมากขึ้นนะ (หมายถึงผมเริ่มคุยกับเขามากขึ้น อ่ะนะ )
แต่ไม่ได้คุยอะไรที่เป็การจีบหรือเชิงชู้สาวนะ แค่คุยเื่การใช้ชีวิตทั่วไป การซื้อของ การแต่งตัว และ อื่นๆ
แตะเนื้อต้องตัวกันมากสุดคือ "จับมือ" แต่ก็มีอยู่ครั้งหนึ่งนะที่พอจำได้ คือ เขาก็มาชวนคุย แล้วก็มา จับไหล่ / โอบไหล่ผม ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรเหมือนกันนะ แต่ก็ยอมรับว่ารู้สึกดีนะ..
จะมีใจบ้างหรือเปล่านะ?
มีวันหนึ่ง เขาชวนผมไปงานผมไปงานเลี้ยง สังสรรค์ กับ บรรดาเพื่อนๆ ของเขา ซึ่งเอาจริงๆ ผมไม่ค่อยชอบงานรื่นเริงหรือสังสรรค์สักเท่าไหร่ แต่เนื่องจากเขาเป็คนชวน ผมเลยไปด้วย…
ในจังหวะที่เพื่อนเขาถามผม "พี่กินเบียร์ไหม?"
"ไม่ครับ" ผมตอบ
จากนั้นเพื่อนเขาก็ถามต่อ…
"งั้นพี่กินเหล้าไหม?"
"ไม่ครับ"
"พี่สูบบุหรี่ไหม?"
"ไม่ครับ"
"พี่เป็คนดีจังเลยนะ พี่ดูเป็คนดี คนเดียว ในกลุ่มพวกเราเลย "
หลังจากนั้นเธอก็พูดขึ้น ไม่รู้ว่าเมา หรือ อะไรยังไง เพราะเธอก็เริ่มดื่มไประดับหนึ่งแล้ว เธอเริ่มพูดขึ้นว่า…
" ดีแล้วไง!! คนดีเกินไปบางทีก็น่าเบื่อนะ "
จังหวะนั้นทุกคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะเงียบกันหมด มันเป็คำพูดที่ทำร้ายจิตใจมาก ในฐานะคนที่แอบรัก คนที่คอยดูแล ไม่นึกว่าจะได้ยินคำพูดที่ดูไร้ เยื่อใย ขนาดนี้!!
"กินกันต่อสิ" เธอพูดบอกทุกคนในโต๊ะ งานเลี้ยง
ทุกคนก็กินข้าวกันต่อโดยที่ไม่พูดอะไร จนถึงตอนกลับบ้าน คำพูดเ่าั้ยังวนเวียนอยู่ในหัวของผม ทำให้ผม ครุ่นคิด ว่า..
"ฉันแค่ ไม่กินเหล้า กินเบียร์ ไม่สูบบุหรี่ ฉันผิดอะไรวะ? ดีเกินไปหรอ? หมายความว่ายังไง?"
เราอยู่ข้างเขา มาโดยตลอด คอยช่วยเหลือ คอย supportงาน เสมอมา เขาไม่ได้คิดอะไรกับเราเลย งั้นหรอ?
หลังจากนั้นตอนเย็นๆ เธอได้ ส่งข้อความผ่านไลน์มา..
"เธอ!! ฉันจะไปธุระต่างจังหวัด2วันนะ ฝากงานด้วยนะ"
เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้าเพิ่งพูดจาทำร้ายจิตใจเรามา…
ในวันที่ผมทำงานเพียงลำพัง จู่ๆ มีคุณป้าคนหนึ่งเดินเข้ามาถาม คือคุณป้าคนนี้รู้จักทั้งผมและก็เธอคนนั้นอยู่แล้ว เนื่องจากอยู่ที่เดียวกัน
จู่ๆ ป้าก็เข้ามาถามว่า…
"ลูกมีแฟนหรือยัง"
"ยังครับ"
"เเล้ว ลูกคิดว่า…เป็ยังไงบ้าง?" ป้าถามถึงผู้หญิงคนนั้น (ถ้าถามขนาดทั้งบริษัทน่าจะรู้กันหมดแล้วมั้ง)
"เขาก็น่าสนใจนะครับ เป็คนทำงานเก่ง มีความสามารถ"
"ชอบเขาหรอ? ลองจีบเขายัง"
"ยังครับ! จนถึงตอนนี้ ผมยังสับสนอยู่ ผมไม่รู้เขาคิดยังไง ไม่รู้เขาจะคิดเหมือนที่ผมคิดกับเขาหรือเปล่า"