บทที่ 28 ขโมยไก่ไม่ได้ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ
ทันทีที่คำพูดของเจียงหนานกล่าวออกไป เจียงต้าหมิงที่กำลังออกไปไล่ชาวบ้านเดือดดาลก็อีกครั้ง
ชาวบ้านต่างพากันซุบซิบนินทา แสดงสีหน้าแปลก ๆ ทันที “พูดอะไรไม่ออกเลย เหล่าเจียงกับมารดาของเอ้อร์จู้งั้นหรือ”
“แม่ ทำไงดี ชาวบ้านพากันนินทาแล้ว จะเป็นเรื่องรึเปล่า?”
หวังเซิ่งหลันตะลึงชั่วครู่ เมื่อรู้ว่าเจียงหนานพูดอะไรออกมาก็คว้าแขนของเธอไว้ “พูดอะไร? จะบอกว่าผู้หญิงคนนี้เคยมาที่บ้านของเราหรือ?”
เจียงหนานพยักหน้าเบา ๆ “ใช่ค่ะ มามากกว่าหนึ่งครั้งด้วย”
“หยางไฉ่ฮวา นังโสเภณีชั้นต่ำ แกกับฉันอยู่ร่วมกันไม่ได้แล้ว”
หวังเซิ่งหลันโมโหจนเสียสติ ลืมไปหมดแล้วว่าก่อนหน้านี้ตัวเองยังแสร้งป่วยต่อหน้าเจียงหนาน เธอปรี่เข้าไปกระชากผมและผลักมารดาของอู๋เอ้อร์จู้ลงกับพื้น
เจียงต้าหมิงมองดูสตรีสองคนที่กำลังต่อสู้กัน ฉากนี้อยู่เหนือการควบคุมของเขา เขาโกรธจัด ปรี่ไปทุบตีเจียงหนาน “ยัยเด็กนี่ ฉันจะตีแกให้ตาย”
เขามาคิดดูแล้ว ยัยเด็กสมควรตายคนนี้หาเรื่องเข้าบ้านตั้งแต่เช้าตรู่
เจียงหนานหลบเลี่ยงเจียงต้าหมิงอย่างรวดเร็วพลางมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในตระกูลเจียง
“แบบนี้เขาเรียกว่าขโมยไก่ไม่ได้ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ*[1] สมน้ำหน้า”
ด้านนอกเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ในตอนนั้น เจียงจื้อกังก็เดินขากะเผลกต้อนวัวมาจากสวนหลังบ้านพอดี
ทำราวกับละครที่เกิดขึ้นหน้าบ้านไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเองเลย
เจียงต้าหมิงเห็นลูกชายไร้น้ำยาของตัวเอง จากที่อารมณ์ไม่ดีก็ยิ่งไม่ดีขึ้นไปอีก เขายกขาเตะไปที่สะโพกเจียงจื้อกังทันที
“แกก็อีกคน เศษสวะไม่ได้เรื่อง ฉันกับแม่แกให้กำเนิดตัวอะไรออกมา”
แต่หากพูดถึงอุปนิสัยและคุณธรรมของลูกชายคนโต หลายปีก่อนไม่ควรลงสัญญานั้นเลย ถ้าไม่ลง เจียงจื้อกังก็ไม่มีปัญหาแท้ ๆ
วันนี้บ้านครอบครัวเจียงมีปัญหาเข้ามาไม่หยุดหย่อน
เจียงจื้อกังที่ถูกเตะสะโพกหันหน้ามามองเจียงต้าหมิงด้วยสายตาเย็นชา “ผมไม่เคยขอร้องให้พวกคุณไปแลกเปลี่ยนสัญญาแต่งงานให้ผม แต่งสะใภ้ยิ่งไม่เคยคิด”
“ตัวไร้ค่าอย่างแก ไม่ใช้เหตุผลหรือไง ห้ะ?”
เจียงจื้อกังไม่สนใจพวกเขา ผละออกมาแล้วต้อนวัวตรงไปยังป่านอกหมู่บ้าน
เจียงต้าหมิงตะคอกใส่เจียงเหมย ถามเธอว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น
แน่นอนว่าผู้สร้างเรื่องอย่างเจียงหนานอาศัยจังหวะช่วงชุลมุนลอบออกไป
เจียงผิงไล่ตามเธอไปเช่นกัน “หนานหน่านจะไปแล้วหรือ?”
“ใช่ ฉันไปล่ะ เธอมีเรื่องอะไรก็มาที่หมู่บ้านจินสุ่ยแล้วกัน ผิงผิง จำไว้นะ หลังจากนี้เธอจะต้องมีชีวิตเพื่อตัวเอง โชคชะตาของเราลิขิตได้ด้วยมือตัวเอง ไม่ใช่อยู่ในมือคนอื่น”
เจียงผิงพยักหน้าด้วยสีหน้าหนักแน่น “ฉันจะจำไว้”
เพื่อหนีจากหายนะเมื่อคืน เจียงหนานเป็นคนให้คำแนะนำทั้งหมดแก่เธอ
ในขณะเดียวกัน เธอก็ได้รู้จักครอบตัวของตัวเองมากขึ้น
รอบกายมีแต่ฝูงสัตว์ร้ายจริง ๆ
เจียงหนานยังบอกกับเจียงผิงอีกว่า “ฉันกำลังค้าขายยาสมุนไพร ถ้าสนใจก็เป็นผู้ช่วยได้นะ ฉันจะจ่ายเงินให้”
“ดีเลย”
เจียงหนานไม่ได้หยุดอยู่ตรงนี้นานนัก หลังกล่าวอำลา เจียงผิงก็รีบเดินไปบ้านของเนี่ยอวิ๋นทันที
“อาเนี่ย หนูมาแล้ว เอาสมุนไพรของคุณมาชั่งเร็ว วันนี้หนูจะเข้าเมืองไปขายให้”
เนี่ยอวิ๋นเพิ่งรำไทเก็กเสร็จในสวน เจียงหนานก็รีบเข้ามา เขาค่อย ๆ ดึงมือกลับ ยืนตัวตรง มองไปที่เจียงหนาน ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสัย
ดูเหมือนเขากำลังสงสัยเหตุผลที่เจียงหนานกระตือรือร้น
ต้องการเอาอกเอาใจหรือว่ามีความหมายอย่างอื่น?
“อาเนี่ย อย่าใช้สายตาแบบนั้นมองหนูสิคะ บอกความจริงกันก็ได้ หนูวางแผนจะเก็บสมุนไพรในหมู่บ้าน สมุนไพรในสวนเป็นสมุนไพรคุณภาพชั้นยอด หนูก็เลยอยากเอาสมุนไพรพวกนี้ไปต่อรองกับเถ้าแก่ร้านขายยา”
ได้ยินคำพูดของเจียงหนาน เนี่ยอวิ๋นก็ถอนหายใจเสียงเบา “ในเมื่อเธอต้องการ ฉันก็จะขายให้” เจียงหนาน "..."
นี่มันง่ายเกินไปแล้ว
เมื่อเห็นว่าเธอไม่พูด เนี่ยอวิ๋นจึงถามว่า “มีปัญหาอะไร?”
“ไม่มีปัญหาค่ะ” เธอโบกมืออย่างเร่งรีบ
เนี่ยอวิ๋นชี้ไปที่เพิงเก็บของ “ตรงนั้นมีตราชั่งอยู่ ชั่งน้ำหนักเสร็จ ฉันจะให้ราคาของปีที่แล้ว ตกลงไหม?”
เจียงหนานเข้ามาพร้อมกับตาชั่ง บอกด้วยความลำบากใจ “อาเนี่ย หนูรีบมาไปหน่อย ไม่ได้หยิบเงินมา หนูจะเขียนลงบัญชีให้ก่อน ตกลงไหมคะ”
เนี่ยอวิ๋นไม่ได้พูดอะไร เขาเข้าไปในห้อง หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับปากกากระดาษ “เอานี่ไปเขียนลงบัญชี”
เจียงหนานชั่งน้ำหนักสมุนไพรด้วยตัวเอง ครึ่งถุงคงกำลังดี
เธอไม่ใช่คนเอารัดเอาเปรียบผู้อื่น
ใช้ตาชั่งก็รู้แล้ว
ทุกครั้งที่เธอช่างน้ำหนักครึ่งถุงเสร็จ เธอจะให้เนี่ยอวิ๋นตรวจอีกครั้ง เป็นการบอกคุณอาผู้แปลกประหลาดผู้นี้ว่าเธอชั่งน้ำหนักเท่าไรแล้ว
“หวงฉีสิบหกจิน ผูกงอินยี่สิบสี่จิน” เจียงหนานกล่าว “อาเนี่ย จักรยานของหนูจอดไว้นานไม่ได้ หนูขอสมุนไพรสองชนิดนี้ไปก่อน ทั้งหมดเท่าไรคะ?”
“ไม่ใช่เคยเอาไปก่อนหน้านี้แล้วหรือ? เธอจ่ายมาเท่าไร?” เนี่ยอวิ๋นถามอีกครั้ง
“หวงฉีหนึ่งจินสี่หยวนห้าเหมา*[2] ผูกงอินเหมาเดียว” นี่คือราคาซื้อของพ่อค้ายาสมุนไพรที่เข้ามาอยู่ในหมู่บ้านในชาติก่อน
เนี่ยอวิ๋นเหลือบมองเธอ ไม่พูดอะไร เพียงแต่ยื่นปากกากับกระดาษให้ “ลงบัญชี”
เจียงหนานเขียนลงบัญชีอย่างลื่นไหล ยื่นให้เนี่ยอวิ๋นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “อาเนี่ยเก็บไว้ให้ดี ไว้พรุ่งนี้หนูกลับมาเอาสมุนไพรจะเอาเงินมาให้ ถ้าไม่มา ไปตามหนูที่หมู่บ้านจินสุ่ยได้เลยค่ะ”
จากนั้นเธอก็ผูกถุงสมุนไพรสองถุงไว้ที่ด้านข้างเบาะหลังของจักรยาน
“หนูไปแล้วนะ”
หลังโบกมือให้เนี่ยอวิ๋น เธอก็ออกแรงถีบจักรยานไปหมู่บ้านจินสุ่ย
เมื่อถึงทางเข้าหน้าหมู่บ้าน เธอเห็นเจียงจื้อกังกำลังผูกวัวกับต้นหลิว
พี่ชายเห็นเจียงหนานขี่จักรยานมาก็เดินออกมาทักทาย
เจียงหนานหยุดรถแล้วถามว่า
“พี่ชายทิ้งวัวมาหรือ”
ดวงตาของเจียงจื้อกังไปตกอยู่ที่เบาะหลังของจักรยานของเธอ “หนานหน่าน นี่มันคืออะไร?”
เจียงหนานตอบว่า “ยาสมุนไพรของอาเนี่ยน่ะค่ะ ให้หนูช่วยขาย”
“หนานหน่าน เธอ… อยู่บ้านนั้นสบายดีไหม?” เจียงจื้อกังมองเจียงหนานอย่างรู้สึกผิด เป็นเพราะเขาเองที่ไม่สามารถยุติการแต่งงานให้น้องสาวได้
“ดีมากเลย”
เจียงหนานมองไปคนตรงหน้า เจียงจื้อกังเป็นคนไม่ค่อยแสดงออก มักจะเก็บทุกอย่างเอาไว้ในใจ ในชาติก่อนเป็นเพียงคนเดียวที่มอบความอบอุ่นให้กับเธอที่มาจาก ‘ครอบครัว’ เจียงหนานอดไม่ได้ที่จะพูดอีกสองสามคำ “พี่ชาย พี่ควรนึกถึงตัวเองบ้างนะ คนในครอบครัวเราสนใจแต่จะสานต่อธูปหอมสกุลเจียง แต่ไหนแต่ไรไม่เคยให้โอกาสพี่ได้เลือก อย่าปล่อยให้โอกาสผ่านไปอย่างเสียเปล่าเลย เรื่องเมื่อคืนกับอู๋เอ้อร์จู้ พี่ก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่าคนที่ควรอยู่กับอู๋เอ้อร์จู้ควรจะเป็นเจียงผิง”
ในชีวิตก่อนหน้านี้ หลังจากเจียงผิงหลับนอนกับอู๋เอ้อร์จู้ เจียงต้าหมิงกับเจียงต้าไห่ก็เป็นอันบรรลุข้อตกลงกัน เจียงผิงแต่งกับอู๋เอ้อร์จู๋ เจียงจื้อกังก็เกี่ยวดองกับเครือญาติ
เจียงจื้อกังถูกบังคับให้แต่งงานกับน้องสาวของอู๋เอ้อร์จู้
เป็นหญิงสาวที่น่าสงสาร อีกทั้งยังหูไม่ดี
ทั้งสองไม่มีความสัมพันธ์กัน ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีบุตรให้เห็น
ไม่รู้ว่ามันเป็นปัญหาของใครกันแน่
ถึงธูปหอมของสกุลเจียงจะขึ้นอยู่กับเจียงจื้อกัง แต่สุดท้ายก็หมดหวังอยู่ดี
เวลานี้ ใบหน้าที่หมองคล้ำของเจียงจื้อกังเปล่งประกายขึ้นบ้าง “พี่จะไม่ปล่อยให้พวกเขาเป็นคนกำหนดชีวิตของพี่”
“ดูแลตัวเองด้วยนะ”
หลังจากเจียงหนานพูดจบ เธอก็ถีบจักรยานกลับหมู่บ้านต้าวาน
จักรยานรับน้ำหนักมากเกินไป เมื่อมาถึงครึ่งทาง จักรยานก็เกิดปัญหาเพราะแข็งแรงไม่พอ โซ่เลยหลุดออกมาระหว่างทาง
เธอทำได้แค่นั่งอยู่บนพื้น ซ่อมโซ่อยู่นานแต่ไม่เป็นผล เธอจึงเข็นจักรยานกลับบ้าน
เพราะเจียงหนานร่างอ้วนท้วน พระอาทิตย์ขึ้นเหงื่อก็ออกมาก เดินผ่านหลุมบ่อและถนนลูกรังเช่นนี้จึงลำบากลำบน
ในใจของเจียงหนานเต็มไปด้วยความรู้สึกอึดอัด
ในเมื่อให้เธอได้เกิดใหม่ทั้งที เหตุใดถึงให้เธอมาอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ด้วย
พวกนางเอกเกิดใหม่ในช่วงที่ดีที่สุดตลอดแหละ คงมีแค่เธอที่มาเกิดในร่างอ้วนท้วนจนแทบเดินไม่ได้ล่ะมั้งเนี่ย
*[1 ] ขโมยไก่ไม่ได้ ยังเสียข้าวสารอีกกำมือ หมายถึง ฉวยโอกาสไม่สำเร็จยังขาดทุนอีกต่างหาก
*[2] เหมา คือ เงินสตางค์ของจีน 1 หยวน เท่ากับ 10 เหมา