ตงฉินยึดอำนาจ

    ตงฉินยึดอำนาจ_83_อนาคตแขวนบนเส้นด้าย

    ใช่เซี่ยเจิ้งเต๋อโกรธสุดๆ


    โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเห็นโพสต์ของเทียนเสี่ยวซวนที่ปรากฏบนอินเทอร์เน็ต นี่ทำให้เขารู้แล้วว่าเพราะเหตุใดหลิวชิงหยู่ถึงเอาชนะใจผู้คนได้ ความโกรธของเซี่ยเจิ้งเต๋อตอนนี้พุ่งถึงขีดจำกัด ประกอบกับความจริงที่ว่านอกศูนย์ราชการเทศมณฑลมีชาวบ้านเดินทางมาปิดล้อม พร้อมตะโกนให้ปล่อยตัวนายกหลิว ทั้งเรียกร้องให้ลงโทษพวกกลุ่มอันธพาลไห่เยว่ ทำให้เซี่ยเจิ้งเต๋อรู้สึกกังวลมาก เขาตระหนักได้ทันทีว่าเขาตกหลุมพรางของเสวี่ยเหวินหลง ดังนั้นเขาจึงคิดจะใช้โอกาสนี้จัดการกับเสวี่ยเหวินหลง


    เมื่อคิดถึงเรื่องนี้เซี่ยเจิ้งเต๋อก็โทรหาเฉินฟ่านหยู ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการพรรคประจำเทศมณฑลโดยตรง “ผู้อำนวยการเฉิน ตอนนี้ช่วยแจ้งให้คณะกรรมาธิการทุกคนมาประชุมในทันที แจ้งพวกเขาว่าทางเทศบาลเมืองมีคำสั่งด่วนลงมา ให้ทุกคนรีบไปยังห้องประชุมภายในครึ่งชั่วโมง.”


    หลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมงสมาชิกทั้งหมดของคณะกรรมาธิการยกเว้นหนิ่วเจี้ยนกั๋ว ก็มาปรากฏตัวในห้องประชุม แม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจเซี่ยเจิ้งเต๋อ แต่เมื่อได้ยินว่าเป็นคำสั่งจากเทศบาลเมืองก็ไม่มีใครกล้าเพิกเฉย


    เมื่อเห็นทุกคนมาพร้อมหน้าแล้ว เซี่ยเจิ้งเต๋อก็ไม่รอหนิ่วเจี้ยนกั๋ว เขาตบโต๊ะอย่างรุนแรงพร้อมมองไปยังเสวี่ยเหวินหลงด้วยสายตาเย็นชา “ผู้ว่าการเสวี่ย คลิปวิดีโอที่คุณให้ดูในการประชุมครั้งล่าสุดนี้คุณเอามาจากไหน คุณใช้มันเพื่อบังคับให้พวกเราสอบสวนหลิวชิงหยู่อย่างนั้นหรือ คุณรู้หรือไม่ ว่าตอนนี้มีวิดีโอที่มีเนื้อหาครอบคลุมมากกว่าปรากฏขึ้นมาบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่เพียงเทศบาลเมืองเท่านั้นที่รู้ ตอนนี้แม้คณะกรรมาธิการของจังหวัดก็ทราบ เรื่องวุ่นวายนี้ทำให้จิงหลินของเรากลับมาเป็นจุดสนใจในด้านความอื้อฉาวอีกครั้ง ท่านหวังจงซานเลขาธิการหัวหน้าพรรคเทศบาลเมืองรู้เรื่องนี้เขาก็โกรธมากและตำหนิผมอย่างรุนแรง ที่ปล่อยให้ข้าราชการทำหน้าที่บกพร่อง ผู้ว่าการเสวี่ยคุณที่เป็นคนริเริ่มเรื่องนี้ผมจึงอยากฟังความเห็นของคุณว่าเราจะทำอย่างไรต่อ เราจะรายงานต่อเทศบาลเมืองและจังหวัดว่าอย่างไร”


    บางคนก็รู้เรื่องที่แพร่กระจายไปตามอินเทอร์เน็ตแต่บางคนก็ยังไม่รู้ และเมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดทุกคนต่างก็ตระหนักได้ทันทีว่า เทศมณฑลจิงหลินกำลังจะถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง ไม่เพียงแค่เทศบาลเมือง แต่คณะกรรมาธิการประจำจังหวัดก็มีการเคลื่อนไหว ทุกคนรู้ดีว่าเรื่องนี้ถ้าเสวี่ยเหวินหลงไม่ดึงดันเอาวิดีโอที่ยังไม่ได้ตรวจสอบออกมาเปิดเผย หลิวชิงหยู่ก็จะไม่ถูกพาตัวมาสอบสวน ในเวลานี้แม้แต่พันธมิตรของเสวี่ยเหวินหลงก็ไม่มีใครกล้าเผชิญหน้ากับเซี่ยเจิ้งเต๋อ เพราะพวกเขารู้ว่าตอนนี้ เทศบาลเมืองและจังหวัดต่างให้ความสนใจ ใครจะไปกล้าเผชิญกับเบื้องบนสองภูมิภาคส่วน


    ใบหน้าเสวี่ยเหวินหลงในเวลานี้เริ่มบิดเบี้ยวบอกบุญไม่รับ เขาไม่คิดว่ามันจะบานปลายจนมาถึงขั้นนี้ ที่สำคัญที่สุดคือคลิปที่เขาครอบครองมันมีปัญหา ทุกคนล้วนตระหนักได้ ไม่จำเป็นต้องเค้นสมองคิดทุกคนก็รู้ว่าวิดีโอนี้ถูกตัดต่อโดยมีเจตนาร้ายแอบแฝง เขาที่เป็นผู้ว่าการเทศมณฑล จุดยืนของเขาในตอนนี้กำลังจะพังทลายลงภายใต้การจับจ้องของเทศบาลเมืองและจังหวัด ดังนั้นเขาจึงไม่ห่วงเรื่องผลงานอีกต่อไป ขอแค่รักษาเก้าอี้ไว้ได้ก็นับว่าประเสริฐ เขาจึงพูดออกไปอย่างไม่ลังเลว่า “เลขาธิการเซี่ย สมาชิกทุกท่านผมรู้สึกละอายใจอย่างยิ่งกับความบกพร่องที่เกิดขึ้น ผมไม่คิดว่าวิดีโอที่สหายหนิ่วเจี้ยนกั๋วนำมาจะมีปัญหารุนแรงขนาดนี้ ผมคิดว่าเราควรให้สหายหนิ่วเจี้ยนกั๋วออกมาชี้แจงให้คำอธิบายเรื่องวิดีโอและจดหมายที่เขาได้รับ”


    เซี่ยเจิ้งเต๋อกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชาว่า “หนิ่วเจี้ยนกั๋วอยู่ที่ไหน ทำไมผมถึงไม่เห็นหัว เป็นไปได้ไหมว่าเขากำลังคุมตัวหลิวชิงหยู่อยู่ ผู้ว่าการเสวี่ยคุณจะต้องจัดการเรื่องนี้โดยเร็ว หลิวชิงหยู่มีเหตุผลในการใช้ท่อเหล็กต่อสู้ แต่ว่าเขาใช้มันเพื่อปกป้องชีวิตตัวเองและชาวบ้าน แน่นอนว่ามันไม่มีปัญหาหากจะใช้อาวุธในการป้องกันชีวิตและทรัพย์สิน เขาไม่เพียงแต่ไม่ควรถูกกุมตัวไปสอบสวน แต่ควรได้รับการสรรเสริญยกย่อง ปัจจุบันด้านนอกมีชาวบ้านหยูฉู่มารายล้อมและเรียกร้องให้ปล่อยตัวหลิวชิงหยู่ คุณรู้หรือไม่ว่ามันหมายความว่าอย่างไร มันหมายความว่า หลิวชิงหยู่ชนะใจประชาชนได้ ผมอยากถามทุกคนที่อยู่ที่นี่ว่า ตั้งแต่พวกคุณรับราชการมีใครบ้างที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนเหมือนอย่างเขา?”


    หลังจากที่เซี่ยเจิ้งเต๋อพูดจบ หวังจื่อเฉียงก็เสริมทันที “ถูกต้อง เราต้องปล่อยหลิวชิงหยู่ทันที แล้วให้หนิ่วเจี้ยนกั๋วมาอธิบายต่อคณะกรรมาธิการให้กระจ่าง ถึงแม้ทางคณะกรรมาธิการอย่างเราจะไม่สามารถลงโทษเขาได้ แต่เขาก็ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง”


    ทุกคนต่างเห็นด้วยกับคำพูดของหวังจื่อเฉียงและเซี่ยเจิ้งเต๋อ ทางฝั่งพันธมิตรของเสวี่ยเหวินหลงก็ไม่ได้โง่ พวกเขารู้ดีว่าเรื่องหลิวชิงหยู่ครั้งนี้มันได้มาถึงทางตันไม่สามารถไปต่อได้แล้ว


    ปัจจุบันเสวี่ยเหวินหลงไม่กล้าใช้วิดีโอปลอมมาโต้แย้งอีกต่อไป เขาจึงบอกว่าเขาจะรีบออกไปติดต่อหนิ่วเจี้ยนกั๋วทันที ในความเป็นจริงแล้ว เขาสามารถโทรหาอีกฝ่ายที่นี่ตอนนี้เลยก็ได้ แต่ที่เขาเลือกออกไปเพราะเขาต้องการจะเตรียมการเพื่อไม่ให้อีกด้านเกิดความสับสน แล้วพูดไม่ตรงกัน


    ...


    ในสำนักงานฝ่ายตรวจสอบวินัยของเทศมณฑลจิงหลิน


    หนิ่วเจี้ยนกั๋วกำลังมองดูคนสองคนจัดการกับหลิวชิงหยู่ผ่านมอนิเตอร์


    ในห้องสอบส่วน ฟู่จ้งเฉวียน กับ เหอจื่อฮวา ดื่มชาพลางมองไปยังหลิวชิงหยู่ด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นว่าหลิวชิงหยู่ยกถ้วยน้ำชาขึ้นมาดวงตาของเขาก็เกิดความปีติยินดี พวกเขารู้ว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่หลิวชิงหยู่ดื่มชาเข้าไป สติเขาจะถูกครอบงำโดยฤทธิ์ยาทันที ต่อให้หลิวชิงหยู่ปากแข็งขนาดไหน แต่เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็สามารถจัดการกับหลิวชิงหยู่ได้


    พวกเขารู้ดีว่า สินบนใต้โต๊ะที่ได้จากการใส่ร้ายเจ้าหน้าที่ มันสูงกว่ารายได้จากการทำคดีสุจริตทั่วๆ ไป บางพื้นที่เจ้าหน้าที่บางส่วนยังคงใช้วิธีนี้ในการจัดการกับคดีต่างๆ วิธีนี้ถ้าไม่ใช้เพื่อการทรมานหรือบังคับให้สารภาพ มันก็ยังอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย ดังนั้นมันจึงถูกนำมาใช้อยู่บ่อยครั้ง ทั้งสองเองก็ชื่นชอบวิธีนี้ แน่นอนว่าพวกเขาคงไม่ใช้มันกับคนธรรมดา แต่ในเมื่อหนิ่วเจี้ยนกั๋วให้ความสำคัญกับหลิวชิงหยู่มาก พวกเขาจึงตัดสินใจใช้วิธีนี้


    อย่างไรก็ตามท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของทั้งสอง หลิวชิงหยู่ยังคงนิ่งเฉยขณะที่ถ้วยแตะปาก หลังจากที่สังเกตท่าทางพิรุธของทั้งสอง เขาก็วางถ้วยชาลงแล้วพูดว่า “ชาถ้วยนี้กลิ่นแรงเกินไป คงไม่เหมาะกับผม มาดื่มชาของผมดีกว่า” หลิวชิงหยู่เห็นแบบนั้นก็รินน้ำชาของเขาลงถ้วยชาใบใหม่ที่เตรียมมา ระหว่างใช้สายตาจับจ้องไปยังสองคน


    ทั้งสองไม่คิดเลยว่า แค่หลิวชิงหยู่แตะนิดหน่อยก็มองออกแล้วว่าน้ำชามีความผิดปกติ


    “ชาที่พวกคุณสองคนเตรียมมาให้จะทิ้งก็น่าเสียดาย งั้นเชิญพวกคุณเอาไปดื่ม หลังจากที่ดื่มเสร็จแล้วผมจะตอบคำถามทั้งหมด” หลิวชิงหยู่พูดด้วยรอยยิ้ม


    แน่นอนว่าทั้งสองไม่กล้าดื่ม พวกเขาจึงนั่งนิ่งด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน


    ดวงตาของหลิวชิงหยู่เย็นชาลงเขาพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “ทำไมพวกคุณไม่ดื่มล่ะ หรือว่าชาถ้วยนี้มีอะไรผิดปกติ”


    ฟู่จ้งเฉวียน รีบยกมือโบกปฏิเสธ พร้อมกับรีบพูดขึ้นว่า “เปล่า ไม่มีอะไร ไม่มีอะไร”


    “ถ้าไม่มี แล้วทำไมคุณไม่ดื่มมันล่ะ” หลิวชิงหยู่ พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา สายตาจับจ้องไปยังฟู่จ้งเฉวียน


    ทำให้ฟู่จ้งเฉวียนได้แต่บ่นพึมพำเล็กน้อย แต่เขาก็ไม่กล้าส่งเสียงออกมา


    ในขณะนั้น สามคนหกตาล้วนจับจ้องไปยังหลิวชิงหยู่


    หลิวชิงหยู่ตบโต๊ะแล้วพูดด้วยความโกรธว่า “ ฟู่จ้งเฉวียน เหอจื่อฮวา รวมถึงหนิ่วเจี้ยนกั๋ว ผมรู้ว่าคุณกำลังนั่งดูผมผ่านจอมอนิเตอร์” หลิวชิงหยู่ตะโกนขึ้นขณะจ้องมองไปยังรูเล็กๆ ที่กล้องซ่อนอยู่


    จากนั้นเขาก็พูดขึ้นอีกว่า “สหายหนิ่วเจี้ยนกั๋ว ผมรู้ว่าคุณได้ยินผม ผมนึกไม่ถึงจริงๆ ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบวินัยจะใช้วิธีสกปรกแบบนี้เพื่อจัดการกับผม คุณยังมีสามัญสำนึกและเห็นกฎหมายอยู่ในสายตาบ้างหรือเปล่า ผมขอบอกอะไรคุณอย่างหนึ่ง ผมหลิวชิงหยู่มาจากสมรภูมิผ่านความเป็นความตายมามากมาย ผมผ่านเหตุการณ์แบบนี้มาเป็นร้อยๆ ครั้ง คุณคิดจะใช้ลูกไม้ตื้นๆ จัดการกับผมงั้นหรอ ไม่มีทาง พวกคุณทั้งสามคนทำให้ผมผิดหวังมาก ผมพูดเอาไว้ตรงนี้เลยว่าถ้าเมื่อไหร่ที่ผมออกไปจากที่นี่ได้ ผมจะจัดการพวกคุณอย่างสาสม เพราะสิ่งที่พวกคุณทำมันมากเกินจะให้อภัย”


    ได้ยินถ้อยคำของหลิวชิงหยู่ ไม่ว่าจะเป็นฟู่จ้งเฉวียน เหอจื่อฮวา หรือแม้แต่หนิ่วเจี้ยนกั๋วที่ซ่อนตัวอยู่ต่างพากันสีหน้าบิดเบี้ยว พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมหลิวชิงหยู่ถึงมองแผนพวกเขาได้ทะลุปรุโปร่งแบบนี้ แน่นอนว่าพวกเขาไม่รู้ว่าหลิวชิงหยู่เคยเป็นถึงอดีตหัวหน้าหน่วยรบพิเศษ มีวิธีใดบ้างที่เขาไม่เคยประสบพบเจอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรับมือกับสายลับจากต่างประเทศ เขาเคยผ่านการทรมาน รวมถึงการใช้ยาต่างๆ บังคับเอาข้อมูล แล้วนับประสาอะไรกับยากระจอกๆ เพียงแค่หายใจผ่านๆ เขาก็สามารถรับรู้ได้แล้ว


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลิวชิงหยู่ พวกหนิ่วเจี้ยนกั๋วต่างรู้สึกหวั่นวิตก


    แม้หนิ่วเจี้ยนกั๋วจะซ่อนอยู่เบื้องหลังแต่ตอนนี้ใบหน้าของเขาร้อนผ่าวอย่างมาก


    และทันใดนั้นเองก็มีสายโทรเข้ามาจาก เสวี่ยเหวินหลง