Veonestra: สงครามวันพิพากษา

    ตอนที่ 35: แสงอรุณหลังเปลวเพลิง

    เสียงกังวานทุ้มต่ำและสม่ำเสมอของเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพจร ดังสะท้อนเป็นจังหวะ ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ทำลายความเงียบงันภายในห้องพักผู้ป่วย

    ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลสนามทั่วไป แต่คือห้องพักฟื้นระดับ VVIP ที่ถูกซ่อนอยู่ลึกลงไปในศูนย์การแพทย์ความมั่นคงสูงสุดขององค์กร V.I.F. บรรยากาศภายในห้องนั้นทั้งเงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นของยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์และโอโซนบริสุทธิ์ลอยอวลบางเบาในอากาศ ปะปนไปกับกลิ่นของดอกไม้สดที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะข้างเตียง

    แสงแดดอ่อนละมุนของยามเช้าตรู่ สาดส่องผ่านกระจกบานหน้าต่างนิรภัยกันกระสุนบานยักษ์ ทาบทอลงบนพื้นห้องสีขาวสะอาดตา มันเป็นแสงสีทองที่อบอุ่นและอ่อนโยน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแสงสีทองแห่งเปลวเพลิงทำลายล้างที่เคยกวาดล้างทุกสิ่งในสมรภูมิเมื่อไม่กี่วันก่อน

    บนเตียงผู้ป่วยที่ถูกปรับระดับอย่างพอเหมาะ ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนอนหลับใหลอย่างสงบ ผิวพรรณของเธอซีดเผือดเล็กน้อยจากการสูญเสียพลังงานมหาศาล สายน้ำเกลือและท่อส่งสารอาหารชนิดพิเศษถูกเชื่อมต่อเข้ากับหลังมือของเธอ เครื่องสแกนคลื่นสมองและเครือข่ายประสาทควอนตัมทำงานอยู่เงียบ ๆ เหนือศีรษะ เพื่อตรวจสอบความเสถียรของแกนกลางลีซิลนอสที่เพิ่งผ่านการวิวัฒนาการขั้นที่สอง (EW-2)

    และแล้ว...ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง เปลือกตาที่ปิดสนิทมาเนิ่นนานของเด็กสาวค่อย ๆ กระตุกขยับเล็กน้อย

    "...อื้อ..."

    เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ริน ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตาของเธอกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสว่าง ภาพแรกที่ปรากฏในคลองสายตาอันพร่ามัวคือเพดานห้องสีขาวสะอาดตาที่ประดับด้วยหลอดไฟ LED ถนอมสายตา

    เธอขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกปวดร้าวแล่นแปลบไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อบดทับ สมองของเธอหนักอึ้ง พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่กระจัดกระจายอยู่ในหัวให้ปะติดปะต่อกัน

    เสียงระเบิดกัมปนาทที่สั่นสะเทือนแผ่นดิน...เสียงคำรามโหยหวนอย่างบ้าคลั่งของสัตว์ประหลาดยักษ์... ความร้อนแผดเผาของเปลวเพลิงสีทองที่ปะทุออกจากร่าง...และการพุ่งทะยานเข้าปะทะกับลำแสงควอนตัมของการ์เลนอสระดับ 3 ในวินาทีสุดท้าย...

    ความทรงจำเหล่านั้นไหลบ่าเข้ามาเหมือนคลื่นลูกใหญ่ รินสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อนึกถึงวินาทีเฉียดตาย ก่อนที่สายตาของเธอจะค่อย ๆ หรี่ลงและหันมองไปทางด้านข้างของเตียง

    "...ริน!"

    เสียงตะโกนเรียกชื่อที่คุ้นเคยดังขึ้นแทบจะในทันทีที่เธอหันไปมอง อายาโกะ รุ่นพี่สาวร่างเล็กที่กำลังนั่งสัปหงกฟุบหน้าอยู่กับขอบเตียง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้สแตนเลสจนมันล้มกระแทกพื้นเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตของเธอแดงก่ำ บวมเป่ง และมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน

    "ริน! ในที่สุดเธอก็ฟื้นสักที!" อายาโกะถลันตัวเข้ามาเกาะขอบเตียง น้ำใส ๆ เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาของเธออีกครั้ง

    รินกะพริบตาปริบ ๆ สมองยังคงประมวลผลได้ช้ากว่าปกติ ก่อนที่สายตาของเธอจะค่อย ๆ กวาดมองเลยอายาโกะออกไป และพบกับคนที่เหลือในห้องที่กำลังทยอยลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาล้อมรอบเตียงของเธอ

    โอลิเวีย หญิงสาวผู้เยือกเย็นยืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่ เธอมีเฝือกดามอยู่ที่ขาขวา และมีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบศีรษะ แต่แววตาของเธอยังคงแฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง เมดิสัน แม่นปืนสาวอารมณ์ดี กำลังเดินกะเผลกเข้ามาพร้อมกับไม้ค้ำยัน แขนซ้ายของเธอถูกรัดไว้ด้วยสายสลิงกันกระแทก บนใบหน้ามีรอยฟกช้ำและพลาสเตอร์ยาแปะอยู่หลายจุด และ ทันย่า สาวแว่นจอมวางแผนที่นั่งอยู่บนโซฟาเข้ามุม เธอกำลังดันแว่นตาให้เข้าที่ แม้จะดูบาดเจ็บน้อยที่สุด แต่ก็มีผ้าพันแผลพันรอบคอและท่อนแขนอย่างแน่นหนา

    ทุกคนในหน่วย Vanguard ต่างสะบักสะบอม ชุดเครื่องแบบที่เคยดูดีถูกแทนที่ด้วยชุดผู้ป่วยและผ้าพันแผล แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ...ทุกคนยังมีชีวิตอยู่

    รินจ้องมองภาพตรงหน้า ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอพลันสลายหายไป รอยยิ้มที่อ่อนแรงทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความโล่งอกอย่างที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว

    "...ทุกคน...ปลอดภัยสินะคะ" เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบ

    "ก็เกือบไม่รอดเหมือนกันนั่นแหละยัยบ้า!" เมดิสันตอบกลับพลางหัวเราะแห้งๆ แม้จะพยายามทำตัวร่าเริง แต่เสียงของเธอก็สั่นเล็กน้อย "ตอนที่แกนกลางการ์เลนอสตัวนั้นระเบิด ถ้าไม่ใช่เพราะบาเรียเพลิงของเธอแผ่มาคลุมพวกเราไว้ล่ะก็ ป่านนี้พวกฉันคงกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว... แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีใครตายล่ะนะ"

    รินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลงเมื่อความนึกคิดของเธอดำดิ่งกลับไปสู่ความโหดร้ายของสมรภูมิที่เพิ่งผ่านพ้นมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาและหนักอึ้งที่สุดในใจ

    "...แล้ว...สงครามล่ะคะ?"

    บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเครื่องวัดชีพจร ทันย่าที่นั่งพิงกำแพงอยู่ค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืน เธอมองตรงมาที่ริน ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความโล่งใจอย่างแท้จริง

    "พวกเราเป็นฝ่ายชนะ"

    คำตอบสั้น ๆ เพียงประโยคเดียวจากปากของทันย่า ราวกับมีเวทมนตร์ที่ปลดล็อกโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตวิญญาณของรินเอาไว้ รินหลับตาลงช้า ๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ความกดดันที่แบกรับมาตลอดหลายวันสลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง เมื่อเห็นว่ารินพร้อมรับฟัง ทันย่าจึงเริ่มอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เป็นงานเป็นการ

    "หลังจากที่เธอจัดการคอร์สุดท้ายของการ์เลนอสระดับ 3 ได้สำเร็จ คลื่นความร้อนจาก EW-2 ของเธอได้กวาดล้างฝูงการ์เลนอสระดับต่ำที่เหลือรอดไปจนเกือบหมดสิ้น กองทัพของ V.I.F. และสหรัฐฯ ที่เหลืออยู่ก็ทำการตีโต้และเคลียร์พื้นที่ส่วนที่เหลือได้อย่างรวดเร็ว... ตอนนี้ พื้นที่สมรภูมิ G-Zone ทั้งหมดถูกประกาศให้เป็นเขตปลอดภัยแล้ว และหน่วย เสียงกังวานทุ้มต่ำและสม่ำเสมอของเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพจร (Electrocardiogram) ดังสะท้อนเป็นจังหวะ ติ๊ด... ติ๊ด... ติ๊ด... ทำลายความเงียบงันภายในห้องพักผู้ป่วย

    ที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลสนามทั่วไป แต่คือห้องพักฟื้นระดับ VVIP (Very Very Important Person) ที่ถูกซ่อนอยู่ลึกลงไปในศูนย์การแพทย์ความมั่นคงสูงสุดขององค์กร V.I.F. บรรยากาศภายในห้องนั้นทั้งเงียบสงบและตัดขาดจากความวุ่นวายของโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่นของยาฆ่าเชื้อเกรดการแพทย์และโอโซนบริสุทธิ์ลอยอวลบางเบาในอากาศ ปะปนไปกับกลิ่นของดอกไม้สดที่ถูกจัดวางไว้อย่างประณีตบนโต๊ะข้างเตียง

    แสงแดดอ่อนละมุนของยามเช้าตรู่ สาดส่องผ่านกระจกบานหน้าต่างนิรภัยกันกระสุนบานยักษ์ ทาบทอลงบนพื้นห้องสีขาวสะอาดตา มันเป็นแสงสีทองที่อบอุ่นและอ่อนโยน แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับแสงสีทองแห่งเปลวเพลิงทำลายล้างที่เคยกวาดล้างทุกสิ่งในสมรภูมิเมื่อไม่กี่วันก่อน

    บนเตียงผู้ป่วยที่ถูกปรับระดับอย่างพอเหมาะ ร่างของเด็กสาวคนหนึ่งนอนหลับใหลอย่างสงบ ผิวพรรณของเธอซีดเผือดเล็กน้อยจากการสูญเสียพลังงานมหาศาล สายน้ำเกลือและท่อส่งสารอาหารชนิดพิเศษถูกเชื่อมต่อเข้ากับหลังมือของเธอ เครื่องสแกนคลื่นสมองและเครือข่ายประสาทควอนตัมทำงานอยู่เงียบ ๆ เหนือศีรษะ เพื่อตรวจสอบความเสถียรของแกนกลางลีซิลนอสที่เพิ่งผ่านการวิวัฒนาการขั้นที่สอง (EW-2)

    และแล้ว... ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง เปลือกตาที่ปิดสนิทมาเนิ่นนานของเด็กสาวค่อย ๆ กระตุกขยับเล็กน้อย

    "...อื้อ..."

    เสียงครางแผ่วเบาเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผาก ริน อาซากิ ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตาของเธอกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสว่าง ภาพแรกที่ปรากฏในคลองสายตาอันพร่ามัวคือเพดานห้องสีขาวสะอาดตาที่ประดับด้วยหลอดไฟ LED ถนอมสายตา

    เธอขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย ความรู้สึกปวดร้าวแล่นแปลบไปทั่วทุกมัดกล้ามเนื้อราวกับถูกรถบรรทุกสิบล้อบดทับ สมองของเธอหนักอึ้ง พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะรวบรวมเศษเสี้ยวความทรงจำที่กระจัดกระจายอยู่ในหัวให้ปะติดปะต่อกัน

    เสียงระเบิดกัมปนาทที่สั่นสะเทือนแผ่นดิน... เสียงคำรามโหยหวนอย่างบ้าคลั่งของสัตว์ประหลาดยักษ์... ความร้อนแผดเผาของเปลวเพลิงสีทองที่ปะทุออกจากร่าง... และการพุ่งทะยานเข้าปะทะกับลำแสงควอนตัมของการ์เลนอสระดับ 3 ในวินาทีสุดท้าย...

    ความทรงจำเหล่านั้นไหลบ่าเข้ามาเหมือนคลื่นลูกใหญ่ รินสะดุ้งเฮือก ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดเมื่อนึกถึงวินาทีเฉียดตาย ก่อนที่สายตาของเธอจะค่อย ๆ หรี่ลงและหันมองไปทางด้านข้างของเตียง

    "...ริน!"

    เสียงตะโกนเรียกชื่อที่คุ้นเคยดังขึ้นแทบจะในทันทีที่เธอหันไปมอง อายาโกะ รุ่นพี่สาวร่างเล็กที่กำลังนั่งสัปหงกฟุบหน้าอยู่กับขอบเตียง ลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้สแตนเลสจนมันล้มกระแทกพื้นเสียงดังลั่น ดวงตากลมโตของเธอแดงก่ำ บวมเป่ง และมีรอยคล้ำใต้ตาอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน

    "ริน! ริน! ในที่สุดเธอก็ฟื้นสักที!" อายาโกะถลันตัวเข้ามาเกาะขอบเตียง น้ำใส ๆ เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาของเธออีกครั้ง

    รินกะพริบตาปริบ ๆ สมองยังคงประมวลผลได้ช้ากว่าปกติ ก่อนที่สายตาของเธอจะค่อย ๆ กวาดมองเลยอายาโกะออกไป และพบกับคนที่เหลือในห้องที่กำลังทยอยลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาล้อมรอบเตียงของเธอ

    โอลิเวีย หญิงสาวผู้เยือกเย็นยืนพิงกรอบหน้าต่างอยู่ เธอมีเฝือกดามอยู่ที่ขาขวา และมีผ้าพันแผลสีขาวพันรอบศีรษะ แต่แววตาของเธอยังคงแฝงไว้ด้วยความเข้มแข็ง เมดิสัน แม่นปืนสาวอารมณ์ดี กำลังเดินกะเผลกเข้ามาพร้อมกับไม้ค้ำยัน แขนซ้ายของเธอถูกรัดไว้ด้วยสายสลิงกันกระแทก บนใบหน้ามีรอยฟกช้ำและพลาสเตอร์ยาแปะอยู่หลายจุด และ ทันย่า สาวแว่นจอมวางแผนที่นั่งอยู่บนโซฟาเข้ามุม เธอกำลังดันแว่นตาให้เข้าที่ แม้จะดูบาดเจ็บน้อยที่สุด แต่ก็มีผ้าพันแผลพันรอบคอและท่อนแขนอย่างแน่นหนา

    ทุกคนในหน่วย Vanguard ต่างสะบักสะบอม ชุดเครื่องแบบที่เคยดูดีถูกแทนที่ด้วยชุดผู้ป่วยและผ้าพันแผล แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ... ทุกคนยังมีชีวิตอยู่

    รินจ้องมองภาพตรงหน้า ก้อนสะอื้นที่จุกอยู่ที่คอพลันสลายหายไป รอยยิ้มที่อ่อนแรงทว่าเต็มเปี่ยมไปด้วยความโล่งอกอย่างที่สุดปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว

    "...ทุกคน... ปลอดภัยสินะคะ" เสียงของเธอแหบพร่าและเบาหวิว ราวกับเสียงกระซิบ

    "ก็เกือบไม่รอดเหมือนกันนั่นแหละยัยบ้า!" เมดิสันตอบกลับพลางหัวเราะแห้ง ๆ แม้จะพยายามทำตัวร่าเริง แต่เสียงของเธอก็สั่นเล็กน้อย "ตอนที่แกนกลางการ์เลนอสตัวนั้นระเบิด ถ้าไม่ใช่เพราะบาเรียเพลิงของเธอแผ่มาคลุมพวกเราไว้ล่ะก็ ป่านนี้พวกฉันคงกลายเป็นผงธุลีไปแล้ว... แต่ก็ยังโชคดีที่ไม่มีใครตายล่ะนะ"

    รินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มบนใบหน้าค่อย ๆ จางลงเมื่อความนึกคิดของเธอดำดิ่งกลับไปสู่ความโหดร้ายของสมรภูมิที่เพิ่งผ่านพ้นมา เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยถามคำถามที่ค้างคาและหนักอึ้งที่สุดในใจ

    "...แล้ว... สงครามล่ะคะ?"

    บรรยากาศในห้องเงียบลงชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงเครื่องวัดชีพจร ทันย่าที่นั่งพิงกำแพงอยู่ค่อย ๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืน เธอมองตรงมาที่ริน ก่อนจะคลี่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความโล่งใจอย่างแท้จริง

    "พวกเราเป็นฝ่ายชนะ"

    คำตอบสั้น ๆ เพียงประโยคเดียวจากปากของทันย่า ราวกับมีเวทมนตร์ที่ปลดล็อกโซ่ตรวนที่พันธนาการจิตวิญญาณของรินเอาไว้ รินหลับตาลงช้า ๆ ผ่อนลมหายใจออกมายาวเหยียด ความกดดันที่แบกรับมาตลอดหลายวันสลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง

    เมื่อเห็นว่ารินพร้อมรับฟัง ทันย่าจึงเริ่มอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันให้ฟังด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เป็นงานเป็นการ

    "หลังจากที่เธอจัดการคอร์สุดท้ายของการ์เลนอสระดับ 3 ได้สำเร็จ คลื่นความร้อนจาก EW-2 ของเธอได้กวาดล้างฝูงการ์เลนอสระดับต่ำที่เหลือรอดไปจนเกือบหมดสิ้น กองทัพของ V.I.F. และสหรัฐฯ ที่เหลืออยู่ก็ทำการตีโต้และเคลียร์พื้นที่ส่วนที่เหลือได้อย่างรวดเร็ว... ตอนนี้ พื้นที่สมรภูมิ G-Zone ทั้งหมดถูกประกาศให้เป็นเขตปลอดภัยแล้ว และหน่วย G.C.S. กำลังเข้าควบคุมพื้นที่ทั้งหมดแบบเบ็ดเสร็จ"

    "หน่วย... G.C.S. เหรอคะ?" รินเอียงศีรษะเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย เธอไม่เคยได้ยินชื่อหน่วยนี้มาก่อนในการฝึกซ้อม

    โอลิเวียที่ยืนอยู่ริมหน้าต่างจึงรับหน้าที่อธิบายแทน "ย่อมาจาก Ground Cleanup Services (หน่วยบริการชำระล้างและฟื้นฟูภาคพื้นดิน) น่ะ"

    "เป็นหน่วยภาคสนามขนาดใหญ่พิเศษที่ไม่ได้มีหน้าที่ต่อสู้ แต่ทำหน้าที่ เก็บกวาด ทุกอย่างที่หลงเหลืออยู่หลังสงคราม" โอลิเวียอธิบายต่อ แววตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่าง "ไม่ว่าจะเป็นการเก็บกู้ซากการ์เลนอสที่อาจนำไปวิจัยได้ การจัดการกับแหล่งปนเปื้อนของเลือดกรด การดูดซับสารพิษที่ตกค้างในอากาศ การเก็บกู้เศษซากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่พังเสียหาย รวมถึงการทำลายล้างวัตถุอันตรายที่อาจก่อให้เกิดการกลายพันธุ์"

    เมดิสันพยักหน้าและเสริมต่อ "ใช่แล้วล่ะ พวกเขาจะเก็บกวาดทุกอย่างออกไปให้หมด ชำระล้างพื้นที่ด้วยสารเคมีต้านมานา กู้คืนสภาพแวดล้อมให้กลับมาใกล้เคียงคำว่าปกติที่สุด และที่สำคัญที่สุด...พวกเขาทำหน้าที่ค้นหาและช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่อาจติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังด้วย"

    ทันย่าเดินเข้ามาใกล้เตียงอีกนิด "การทำงานของพวกเขาละเอียดมาก พื้นที่เสียหายหนักบริเวณชายขอบอาจใช้เวลาในการเคลียร์รวดเร็วเพียงแค่เจ็ดถึงสิบชั่วโมง เพราะส่วนใหญ่ถูกเผาจนกลายเป็นพื้นที่โล่งไปแล้ว...แต่สำหรับเขตเมืองชั้นในบางพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากซากตึกถล่มและสารพิษ อาจต้องใช้เวลาถึงสิบห้าวัน หรือเป็นเดือน ๆ ขึ้นอยู่กับขนาดของความเสียหาย"

    รินนิ่งฟังข้อมูลทั้งหมดอย่างตั้งใจ สมองของเธอจินตนาการถึงภาพเมืองที่กลายเป็นซากปรักหักพัง และเหล่าเจ้าหน้าที่สวมชุดป้องกันสารพิษที่กำลังเดินเรียงหน้ากระดานเพื่อคืนชีวิตให้กับแผ่นดิน ก่อนที่ความรู้สึกกังวลลึก ๆ จะผุดขึ้นมาในใจ

    "...แล้ว...ประชาชนล่ะคะ?" รินถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย สองมือของเธอกำผ้าห่มแน่น "ผู้คนนับล้านคนใน G-Zone... พวกเขาปลอดภัยไหม?"

    คำถามนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงอีกครั้ง ทันย่ามองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของเด็กสาวอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

    "ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่เสี่ยง ได้รับการอพยพออกไปสู่บังเกอร์หลบภัยใต้ดินและเขตเมืองชั้นในสุด ก่อนที่แนวรบของพวกมันจะปะทะกับกำแพงเมืองซะอีก ต้องขอบคุณการประกาศกฎอัยการศึกที่ทันท่วงที" ทันย่าหยุดไปนิดหนึ่ง ก่อนจะพูดความจริง "แน่นอน... ผู้เสียชีวิตในหมู่พลเรือนนั้นมีอยู่ จากเหตุอาคารถล่มและความตื่นตระหนกระหว่างอพยพ มันเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในสงครามสเกลระดับนี้"

    รินก้มหน้าลง แววตาเศร้าหมอง

    "...แต่ว่านะ" ทันย่าเชยคางของรินให้เงยหน้าขึ้นสบตา "จำนวนผู้เสียชีวิตนั้น... น้อยกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ในตอนแรกมาก มันไม่ใช่ตัวเลขหลักล้าน หรือหลักแสนอย่างที่สภาสูงคำนวณไว้ในตารางความน่าจะเป็นของหายนะ"

    ทันย่าบีบไหล่ของรินเบา ๆ "เธอเป็นคนซื้อเวลาให้พวกเขา เธอเป็นคนดึงความสนใจของการ์เลนอสทั้งหมดเอาไว้ที่ช่องโหว่นั้น... เธอช่วยชีวิตคนไว้ได้มหาศาลเลยนะ ริน"

    รินนิ่งค้างไป หัวใจของเธอที่เคยเต้นรัวด้วยความกังวลค่อย ๆ ช้าลงและกลับมาเต้นในจังหวะปกติ น้ำหนักที่เคยกดทับอยู่ในอกตลอดหลายเดือนนับตั้งแต่ก้าวเข้ามาเป็นอาวุธของมนุษยชาติ ราวกับถูกใครบางคนยกออกไปจนหมดสิ้น ความกลัวที่ว่าตนเองจะปกป้องใครไม่ได้ ความหวาดกลัวที่ว่าโลกใบนี้จะดับสลาย... ทุกอย่างมันจบลงแล้ว

    "...งั้นเหรอคะ"

    รอยยิ้มบาง ๆ ที่ออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว หยาดน้ำตาเม็ดเล็ก ๆ กลิ้งหล่นลงมาจากหางตา แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเศร้า หากแต่เป็นน้ำตาแห่งความปีติ

    "...ดีจัง..." เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว "...ฉันปกป้องพวกเขาได้จริง ๆ..."

    ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่กำลังซาบซึ้งและเงียบสงบ

    "รินนนนนนน!!!"

    อายาโกะที่ยืนน้ำตาซึมอยู่ข้างเตียงมานาน ทนเก็บความรู้สึกไม่ไหวอีกต่อไป เธอพุ่งหลาวกระโจนเข้ากอดร่างของรินบนเตียงเต็มแรงราวกับจรวดมิสไซล์

    "ว้าย!" รินร้องลั่นด้วยความตกใจ เตียงผู้ป่วยระดับไฮเอนด์ถึงกับสั่นสะเทือนไปทั้งหลัง เครื่องวัดชีพจรส่งเสียงร้องเตือนจังหวะหัวใจที่พุ่งพรวดกะทันหัน

    "ฮือออออ! ฉันนึกว่าเธอจะไม่ฟื้นขึ้นมาซะแล้วนะยัยเด็กบ้า! รู้ไหมว่าฉันใจหายใจคว่ำแค่ไหนตอนที่เธอร่วงลงมาจากฟ้าน่ะ! ฮือออออ!" อายาโกะร้องไห้โฮพลางซุกหน้าถูไถไปกับไหล่ของรินอย่างไม่อายใคร

    "โอ๊ย! เจ็บ ๆ ๆ ๆ! รุ่นพี่อายาโกะ! แขนฉัน! แขนฉันยังช้ำอยู่!" รินพยายามดันหัวรุ่นพี่ออกด้วยความทุลักทุเล หน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวดจากกล้ามเนื้อที่อักเสบ

    "อะ! ขอโทษ! ฉันลืมตัว! แต่ฉันดีใจนี่นา! ฉันดีใจมากเลยนี่นา!" อายาโกะเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าตาตื่นตระหนก แต่สองมือก็ยังจับแขนรินไว้ไม่ยอมปล่อย

    "อายาโกะ!" เมดิสันรีบเดินกะเผลกเข้ามาใช้ไม้ค้ำยันเขี่ยหลังอายาโกะเบา ๆ "เลิกเกาะเป็นลูกลิงได้แล้ว! รินยังเป็นคนไข้อยู่นะ! เธอเพิ่งฟื้น แกจะทำให้เธอตายเพราะขาดอากาศหายใจหรือไงฮะ!"

    "อ้าว...ขอโทษที..." อายาโกะปล่อยมือทันทีและถอยออกมายืนทำหน้าหงอย นิ้วชี้สองข้างจิ้มเข้าหากันเหมือนเด็กทำผิด

    ท่าทางนั้นทำให้ริน โอลิเวีย เมดิสัน และทันย่า หลุดหัวเราะพรวดออกมาพร้อมกัน เสียงหัวเราะที่สดใสและเป็นธรรมชาติ ดังก้องไปทั่วห้องพักผู้ป่วย มันเป็นเสียงหัวเราะที่พวกเธอไม่ได้ยินและไม่ได้สัมผัสมานานเหลือเกิน นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสู่ไฟสงครามอันมืดมิด

    ก๊อก... ก๊อก...

    แต่แล้ว เสียงหัวเราะก็ต้องหยุดชะงักลง เมื่อเสียงเคาะประตูอันหนักแน่นเป็นจังหวะเป๊ะ ๆ ดังขึ้น ทุกคนหันไปมองที่ประตูพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย

    ประตูอัตโนมัติบานเลื่อนค่อย ๆ เปิดออกอย่างช้า ๆ เผยให้เห็นบุคคลสองคนที่ยืนอยู่เบื้องหลัง ผู้การโรซาเลีย ในชุดเครื่องแบบนายทหารสีดำขลับที่ถูกรีดจนเรียบกริบ เดินก้าวเข้ามาภายในห้องอย่างสง่างาม ใบหน้าสวยคมของเธอยังคงความดุดันและน่าเกรงขาม และผู้ที่เดินตามหลังมาติด ๆ คือ กัปตันแบล็คเบิร์ด ชายร่างสูงใหญ่ในชุดโค้ททหารสีเข้ม แววตาของเขายังคงเยือกเย็นและอ่านยากเช่นเคย

    บรรยากาศในห้องแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดในพริบตา เมดิสัน โอลิเวีย ทันย่า และอายาโกะ รีบยืนตัวตรงและทำวันทยหัตถ์ทำความเคารพผู้บังคับบัญชาทั้งสองอย่างพร้อมเพรียง

    รินที่นอนอยู่บนเตียงเห็นดังนั้น ก็พยายามจะฝืนสังขารตัวเอง ดันตัวเพื่อจะลุกขึ้นนั่งตรงและทำความเคารพบ้าง แต่โรซาเลียรีบยกมือขึ้นเป็นเชิงห้ามในทันที

    "นอนต่อเถอะ ไม่ต้องลุก" น้ำเสียงของเธอราบเรียบแต่เด็ดขาด "ค่ะ... ผู้การ" รินตอบรับเสียงอ่อย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนตามเดิม

    ผู้การสาวเดินก้าวสวบ ๆ มาหยุดยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วย สายตาคมกริบประดุจพญาเหยี่ยวของเธอจ้องเขม็งลงมาที่ริน สีหน้าของเธอจริงจังและเคร่งเครียดอย่างที่เคยเป็นเสมอมาเมื่ออยู่ในโหมดปฏิบัติหน้าที่

    โรซาเลียจ้องมองรินอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเอ่ยปากพูดทำลายความเงียบ "...เธอรู้ตัวไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป ริน อาซากิ"

    รินสะดุ้งเล็กน้อย หัวใจเต้นผิดจังหวะ เธอหลบสายตาคมกริบนั้น "...คะ?"

    "ฝืนขีดจำกัดร่างกายของตัวเองเกินกว่าที่คู่มือระบุไว้" โรซาเลียเริ่มนับความผิดทีละข้อ น้ำเสียงของเธอเฉียบคมราวกับใบมีด "ฝ่าฝืนคำสั่งถอยทัพ เอาตัวเองไปยืนเป็นเป้านิ่งอยู่กลางสนามรบคนเดียว ใช้พลังงานคลื่นพลังเกินขีดจำกัดจนเกือบทำให้เซลล์ในร่างกายสลายตัว รับการโจมตีจากปืนใหญ่ควอนตัมตรง ๆ..."

    โรซาเลียหยุดพักหายใจ ก่อนจะกดเสียงต่ำลง "...และเกือบจะเสียชีวิตในระหว่างปฏิบัติหน้าที่"

    น้ำเสียงตักเตือนของโรซาเลียทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตก อายาโกะกลืนน้ำลายดังเอื้อก เมดิสันก้มหน้ามองพื้น ส่วนรินนั้นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กนักเรียนที่โดนครูฝ่ายปกครองจับได้ว่าโดดเรียน เธอเม้มริมฝีปากแน่น

    "...ฉันขอโทษค่ะ" รินก้มหน้าลงยอมรับผิดแต่โดยดี "ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง... แต่ในตอนนั้น ฉันคิดแค่ว่าถ้าปล่อยให้พวกมันผ่านไปได้ ทุกอย่างที่พวกเราปกป้องมาก็จะสูญเปล่า..."

    โรซาเลียถอนหายใจยาวเหยียด เป็นการถอนหายใจที่แฝงไปด้วยความรู้สึกมากมาย ทั้งความเหนื่อยล้า ความโล่งอก และความเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ

    จากนั้น...สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น มือเรียวบางที่สวมถุงมือหนังสีดำของผู้การโรซาเลีย ค่อยๆ เอื้อมออกไป และวางทาบลงบนศีรษะของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะลูบเรือนผมสีแดงส้มนั้นอย่างอ่อนโยน รินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง สัมผัสที่ศีรษะมันอบอุ่นจนอธิบายไม่ถูก

    "...แต่ถึงอย่างนั้น" น้ำเสียงของโรซาเลียอ่อนโยนลงอย่างประหลาด แตกต่างจากผู้การจอมเฮี้ยบที่ทุกคนเคยรู้จัก "...เธอก็ทำได้ดีมากเจ้าหน้าที่ริน"

    รินเงยหน้าขึ้นมองผู้บัญชาการของเธอ ดวงตาเบิกโพลง "เธอช่วยชีวิตผู้คนไว้หลายล้านคน" โรซาเลียกล่าวต่อ แววตาของเธอประสานกับรินอย่างลึกซึ้ง "เธอเป็นคนกอบกู้สถานการณ์ที่สิ้นหวังที่สุด เธอช่วยหยุดยั้งการ์เลนอสระดับ 3 ไม่ให้สร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ และที่สำคัญ... เธอช่วยให้มนุษยชาติยังคงมีอนาคตให้ก้าวเดินต่อไปในวันพรุ่งนี้"

    โรซาเลียระบายยิ้มบาง ๆ ออกมา เป็นรอยยิ้มที่งดงามและหาดูได้ยากยิ่งกว่าปรากฏการณ์ทางดาราศาสตร์ "ฉันภูมิใจในตัวเธอนะ ทหารกล้า"

    คำพูดนั้นเปรียบเสมือนสายน้ำเย็นที่ชโลมลงบนหัวใจที่บอบช้ำของริน ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันแสนอบอุ่น รินรู้สึกได้ว่าดวงตาของตัวเองเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวเพราะม่านน้ำตาที่เอ่อล้น เธอรีบยกหลังมือขึ้นปาดน้ำตา ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

    "...ขอบคุณค่ะ... ขอบคุณมากจริง ๆ ค่ะ ผู้การ"

    ที่ด้านหลังของโรซาเลีย กัปตันแบล็คเบิร์ดยังคงยืนเอามือไพล่หลังอยู่เงียบ ๆ ชายผู้เยือกเย็นและผ่านสมรภูมิรบมานับครั้งไม่ถ้วน ไม่ได้เอ่ยคำชมใด ๆ ออกมาให้มากความ แต่เขากลับค่อย ๆ คลี่ยิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก ก่อนจะพยักหน้าให้เธอหนึ่งครั้งอย่างเชื่องช้าและหนักแน่น

    มันไม่ใช่แค่การทักทาย แต่มันคือการพยักหน้าแห่งการ 'ยอมรับ' จากทหารผ่านศึกผู้ยิ่งใหญ่ เป็นการยอมรับว่าเด็กสาววัยสิบแปดปีตรงหน้า ไม่ใช่อาวุธทดลองอีกต่อไป แต่เป็นนักรบที่แท้จริงที่เคียงบ่าเคียงไหล่กับพวกเขา

    รินกวาดสายตามองไปยังทุกคนรอบตัวอีกครั้ง เพื่อนร่วมทีมที่ร่วมเป็นร่วมตายและคอยดูแลเธอ ผู้บังคับบัญชาที่เข้มงวดแต่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ผู้คนมากมายที่ยังมีชีวิตอยู่และพร้อมจะก้าวเดินต่อไป

    เธอหันหน้ากลับไปมองที่บานหน้าต่างกระจกใส แสงแดดยามเช้าสีทองอร่ามสาดส่องเข้ามาในห้องหนักขึ้นกว่าเดิม ไล่ต้อนเงามืดให้สลายไป มันเป็นแสงอรุณที่ดูสงบงาม บริสุทธิ์ และมีความหมายมากกว่าทุกเช้าที่เธอเคยสัมผัสมาในชีวิต

    เพราะในที่สุด... ค่ำคืนอันยาวนานแห่งไฟสงครามและการสูญเสีย ได้จบลงอย่างสมบูรณ์แล้วจริง ๆ และรุ่งอรุณแห่งความหวังบทใหม่... กำลังเริ่มต้นขึ้น

     

    [จบตอนที่ 35: แสงอรุณหลังเปลวเพลิง]

    คล้ายกับเรื่องVeonestra: สงครามวันพิพากษา ที่คุณอ่าน

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    สะเทือนสวรรค์ สะท้านอสูร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    243K 312
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    ย้อนเวลามาทำฟาร์ม

    นิยาย แฟนตาซี
    103K 226
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405