เช้าวันต่อมาเฟิงฮวาแต่งตัวปกปิดใบหน้าตามปกติ นางสะพายห่อผ้าที่บรรจุยาชนิดต่างๆเอาไว้จากนั้นก็ออกจากโรงเตี๊ยมมุ่งหน้าไปที่ร้านขายยาที่ใหญ่ที่สุดของเมืองนี้
เมื่อไปถึงนางเข้าไปขอคุยกับเจ้าของร้านเพื่อเสนอขายยาที่นางปรุงขึ้น แต่เจ้าของร้านผู้นี้มิเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของนางมาก่อนจึงคิดว่านางคงจะเป็นเพียงนักปรุงยามือสมัครเล่น มีแค่ยาพื้นๆธรรมดาๆเท่านั้นเขานึกดูถูกอยู่ในใจทันทีว่านางกล้ามากที่มาขายยาให้กับร้านของเขาช่างมิประมาณตนเสียจริง
"เกรงว่าจะรับยาของแม่นางเอาไว้มิได้ตอนนี้ทางร้านของเรามียาดีมากมายเพียงพออยู่แล้ว" ขอเชิญท่านไปขายที่อื่นเถิด
เจ้าของร้านกล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทว่าสายตากลับเจือแววดูถูกอย่างชัดเจน สิ่งนี้มิได้ทำให้เฟิงฮวารู้สึกผิดคาดอันใดทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่นางวางเอาไว้แต่แรก ร้านขายยาขนาดใหญ่อำนาจต่อรองย่อมมีมากนางจะได้ส่วนแบ่งทางการค้าลดลงอย่างแน่นอน ดังนั้นพอนางเดินออกมาจากร้านขายยาใหญ่ก็มุ่งหน้าไปยังร้านขายยาเล็กฝั่งตรงข้ามทันที
มองปราดเดียวก็รู้ว่าร้านนี้เป็นร้านคู่แข่งที่เทียบไม่ติดเลยเจ้าของร้านขายยา‘จางเหว่ย’ แห่งนี้เป็นชายชราแซ่จางคนหนึ่ง ที่มีท่าทางอัธยาศัยดีแต่ด้วยอายุที่มากขึ้นเขาจึงมิได้กระฉับกระเฉงเหมือนแต่ก่อน
พอเขาเห็นเฟิงฮวาเดินเข้ามาในร้านก็เอ่ยทักทายด้วยไมตรี “แม่นาง ท่านต้องการยาชนิดใดหรือ”
“ข้าไม่ได้มาซื้อยา...ข้าเอายามาขายต่างหาก” เฟิงฮวาตอบพลางอมยิ้มเล็กน้อย
ทันทีที่ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าจนใจของชายชราเจ้าของร้านก็ปรากฏออกมาอย่างชัดเจน“ต้องขอโทษแม่นางด้วยจริงๆที่ร้านของข้าคงไม่มีเงินทุนพอที่จะไปซื้อยาดีจากแม่นางหรอกอันที่จริงร้านขายยาแห่งนี้เปิดกิจการมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าวิเศษมากแล้ว ยังมิรู้ว่าจะเปิดไปได้อีกนานแค่ไหนด้วยซ้ำ”แววตาของเขาพลันหดหู่ลงหลังจากที่เอ่ยออกมา
แต่เฟิงฮวากลับอดชื่นชมชายชราผู้นี้มิได้ถึงเขาจะอายุมากก็จริงแต่ความสามารถเรื่องยามิได้เป็นรองนางยังมิทันบอกว่ามียาอะไรมาขายบ้าง เขากลับพูดออกมาได้เลยว่าเป็นยาดี‘อืม…ถือว่าไม่เลว ไม่เลว’
“แล้วถ้าข้าจะวางขายยาที่ร้านของท่านโดยที่ยังมิต้องจ่ายเงินข้าต่อเมื่อขายได้ค่อยนำเงินมาให้ตามสัดส่วนที่ตกลงละ” นางลองยื่นข้อเสนอให้เขา
ผู้เฒ่าจางพอได้ยินก็เริ่มมีประกายในแววตามากขึ้น เพียงแต่…
“แม่นาง ร้านขายยาของข้าทุกวันนี้มิค่อยมีลูกค้ามากนักผู้คนต่างก็ไปร้านใหญ่ฝั่งตรงข้ามกันหมด เกรงว่ายาของท่านจะขายมิได้ทำให้ท่านเสียเวลาเปล่า” ประกายความดีใจในแววตาบัดนี้ได้แปรเปลี่ยนเป็นความลำบากใจโดยสิ้นเชิง
“ไม่ลองก็คงไม่รู้ พวกนี้คือยาที่ข้าจะทำการค้ากับท่าน กรุณาตรวจดูก่อนหากมีข้อโต้แย้งก็จะได้คุยกันเสียตรงนี้”
เฟิงฮวามิได้สนใจคำทัดทานของผู้เฒ่าจางนางจะขายของ ใครก็ห้ามนางมิได้ แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นคนขายให้นางก็ตาม
ผู้เฒ่าจางกำลังจะเอ่ยคัดค้านเฟิงฮวาอีกสักรอบแต่ขณะนั้นสายตาดันเหลือบไปเห็นยาชนิดต่างๆที่เฟิงฮวาหยิบออกมาเขาเผลออ้าปากค้างโดยมิรู้ตัว
นี่มัน…ยาวิเศษมากมายอะไรเช่นนี้ยาคุ้มจิต จัดว่าธรรมดาไปเลยเมื่อเทียบกับ‘น้ำค้างพันปี...โสมหิมะ...รากมังกร...กิเลนไฟ’
“แม่…แม่นาง ท่าน ยาของท่านจะขายทั้งหมดนี้เลยหรือ”ตอนแรกที่เดาว่าเป็นยาดี เพียงเพราะกลิ่นยาที่โชยออกมาแต่นั่นมิได้หมายความว่าชายชราอย่างเขาจะแยกแยะชนิดยาได้โดยละเอียดพอเห็นกับตาตนเอง ชายชราแซ่จางถึงได้ตะลึงค้างไปเช่นนี้เกรงว่าตลอดอายุขัยของเขาคงมิมีโอกาสได้สัมผัสยาวิเศษมากมายเช่นนี้แน่ถ้ามิใช่แม่นางท่านนี้นำมาขาย
เฟิงฮวายักคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“ข้า ข้า จะลองขายดูนะแม่นาง ส่วนแบ่งเอาตามที่แม่นางกำหนดได้เลยข้าทำการค้าด้วยความซื่อสัตย์แม่นางโปรดวางใจ”เถ้าแก่จางกล่าวด้วยรอยยิ้มบริสุทธิ์เขาเห็นหนทางที่กิจการร้านยาของตระกูลจะฟื้นตัวแล้ว
หลังคุยกันเรียบร้อยเฟิงฮวาก็เดินออกจากร้านยาจางเหว่ย เดินไปตามถนนเรื่อย ๆพบเห็นคนเจ็บคนป่วยก็จะบอกให้ไปซื้อยาที่ร้านจางเหว่ย ให้เงินมากบ้างน้อยบ้างเพื่อให้เกิดข่าวลือในหมู่ชาวบ้านจากนั้นตระกูลขุนนางหรือพ่อค้าก็จะไปซื้อยาที่ร้านจางเหว่ยกันมากขึ้นเรียกราคาได้แพงขึ้นสำหรับยาหายาก นี่เป็นกลยุทธ์ที่นางวางเอาไว้แต่แรก
พอเริ่มมีข่าวลือเรื่องยาวิเศษของร้านยาจางเหว่ยทางฝั่งร้านขายยาใหญ่ก็ส่งคนมาสืบข้อมูล อีกทั้งยังส่งคนมาโจมตีร้านด้วยเฟิงฮวาคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าว่าจะเป็นแบบนี้อยู่แล้วจึงได้ว่าจ้างอันธพาลให้มาคอยคุ้มกันชายชราแซ่จางผู้นั้นและบริเวณโดยรอบร้านขายยาของเขา
‘อย่าได้คิดว่าจะมาทำลายการค้าของนางได้ง่ายๆ’
หลังจากจัดการเรื่องการค้าจนเริ่มเข้าที่เข้าทางก็ถึงเวลาสะสางเรื่องคนที่สะกดรอยตามนางวันก่อนและลัทธิเสวียนอู่เสียที
ก่อนอื่นร่องรอยยาพิษที่นางได้ลอบโจมตีเอาไว้ทำให้นางสามารถตามหาคนผู้นั้นเจอได้อย่างไม่ยากเย็น
แต่ว่าพอนางเจอเขาคนผู้นั้นกลับเหลือเพียงร่างที่ไร้ลมหายใจเสียแล้วเขานอนอยู่ในห้องเก็บของที่ถูกปิดตายเอาไว้บนตัวมิได้มีร่องรอยจากการถูกสังหารแต่อย่างใดส่วนสาเหตุการตายยังคงเป็นปริศนาเช่นเคย
‘นี่นางชะล่าใจไปหรือนี่’ ไม่คิดว่าคนพวกนั้นจะไหวตัวเร็วขนาดนี้ แต่ในเมื่อทำอะไรมิได้ก็คงต้องปล่อยไปก่อนตอนนี้นางมีเรื่องอื่นให้ต้องสนใจมากกว่า
ในขณะที่เฟิงฮวากำลังจะออกไปจากตรงนั้นสายตาก็ไปสะดุดกับรอยเรืองแสงเล็กๆที่ข้อมือ นางรีบเปิดแขนเสื้อของเขาออกดูก็พบว่าเป็น ‘สัญลักษณ์เต่าดำ’
สีหน้าของนางพลันจริงจังขึ้นมาหลายส่วน
มีใครบางคนกำลังเล่นตลกอะไรกับนางอยู่หรือ...
คนผู้นี้เกี่ยวข้องกับลัทธิเสวียนอู่อย่างนั้นหรือ...
ถ้าหากว่าเป็นแบบนั้นจริงๆ...
โดยมิต้องเปลืองแรงออกตามหา...
ก็คงใกล้จะได้เจอกันแล้วสินะ...
นางยกยิ้มมุมปากขึ้นพร้อมสายตาที่เต็มไปด้วยความล้ำลึกก่อนจะเดินออกจากสถานที่นั้นไป
เสร็จจากเรื่องรองกลับมาที่เรื่องหลักในเวลานี้ เฟิงฮวามีภารกิจในทุกๆวันคือ หาสมุนไพรทำยา ผลิตยาขายยา รับเงิน วนไปเรื่อย ๆ จนผ่านไปเกือบหนึ่งเดือนแล้วตั๋วเงินของนางก็พอกพูนเป็นกอบเป็นกำ มิรู้จะเอาไปเก็บไว้ที่ใด
นางยุ่งมากยุ่งจนลืมไปเสียสนิทว่า ต้องไปไถ่ถอนป้ายหยกที่ได้เอาไปจำนำไว้
ทางด้านโรงรับจำนำเมื่อครบหนึ่งเดือนแล้วเจ้าของร้านก็จะจัดการกับสิ่งของต่างๆตามกฎที่ตั้งไว้สายตาของเขาหันไปเห็นว่าป้ายหยกล้ำค่าอันนั้นยังมิมีใครมาไถ่ถอนไป ในใจก็รู้สึกเสียดายเช่นกันเพราะดูจากลักษณะแล้ว เห็นจะเป็นของสำคัญประจำตระกูล
ในอดีตเขาเคยเก็บของเหล่านี้เอาไว้ให้ลูกค้าเพิ่มอีกสักหน่อยแต่วันแล้ววันเล่าก็ไม่มีใครหวนกลับมารับคืนไปร้านรับจำนำเช่นเขายังต้องใช้เงินหมุนเวียน มิอาจรอได้นานนักดังนั้นจึงได้แต่ตัดใจนำของมีค่าต่างๆไปขายเอากำไรส่วนต่าง
ของชิ้นใดดูธรรมดามิต้องระมัดระวังมากเขาจะวางขายที่หน้าร้านของตัวเองแต่หากเป็นของที่มีมูลค่าสูงหรือเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลเขาก็จะฝากสหายนำไปขายยังตลาดมืด
จากประสบการณ์ที่ทำการค้ามานานหลายสิบปีหยกมันแพะชั้นเลิศสลักอักษรเฟิ่งนั้นเขามั่นใจว่าจะได้กำไรอย่างงามในตลาดมืดแน่นอน