เมื่อเห็นความตื่นเต้นของฉางเฟิงพวกของผู้นำตระกูลซวนหยวนก็แปลกใจหลังจากนั้นฉางเฟิงก็บอกข่าวนี้แก่ทุกคนเมื่อได้ฟังหลายคนก็หัวเราะออกมา
“ดูจากเส้นทางพวกมันคิดจะตรงไปยังแนวป้องกันเพื่อทำลายแนวป้องกันทิ้งอย่างไม่ต้องสงสัย”ผู้นำตระกูลเจี้ยนกล่าว
“แล้วพวกเราจะเอาอย่างไรไปขัดขวางหรือไม่”เอี้ยนหลางผู้อาวุโสนิกายปฐพีเร้นลับกล่าว
“ไม่พวกเราจะปล่อยพวกมันไป แจ้งไปยังคนที่เฝ้าปกป้องแรวป้องกันทางทิศเหนือรู้ให้เตรียมพร้อมต่อสู้ ส่วนพวกเราจะเข้าไปด้านหลังและปิดทางหนีของอีกฝ่าย” ฉางเฟิงกล่าว
“เป็นความคิดที่ดีด้วยแนวป้องกันของพวกเรามันไม่มีทางที่จะถูกทำลายง่ายๆอยู่แล้วดังนั้นเราไม่ต้องห่วงว่าจะถูกทำลายในเวลาอันสั้นและรอจังหวะที่พวกนั้นอ่อนแรงพวกเราจะทำลายพวกมันในทีเดียว” ผู้นำตระกูลซวนหยวนกล่าว
“เอาละไปกันเถอะ”
หลังจากนั้นข้อความของฉางเฟิงก็ถูกส่งมายังแนวป้องกันซึ่งแนวป้องกันทางเหนือมู่เฟยเสวี่ย มู่หลานเป็นคนดูแลส่วนเย่เฉียนตอนนี้เป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับเสี่ยวเสี่ยว ฉางเฟิงไม่ต้องการให้นางตกอยู่ในอันตรายจึงไม่พาไปด้วยและอีกเหตุผลคือเสี่ยวเสี่ยวควบคุมได้ยากเพราะนางซุกซนเกินไป
“สามีบอกว่าศัตรูกำลังตรงมาโจมตีแนวป้องกันนี้”มู่เฟยเสวี่ยอ่านจดหมาเสร็จก็หันไปทางตงจ้านทันที
“ถ้าเช่นนั้นจักรพรรดิเซียนและเซียนให้ควบคุมค่ายกลเอาไว้อย่าให้แนวป้องกันถูกทำลายได้ส่วนระดับจักรพรรดิพวกเจ้าควบคุมเครื่องยิงระเบิดเพลิงสังหารเอาไว้ ถ้าศัตรูเข้ามาในระยะให้ยิงทันที”ตงจ้านกล่าว
ตงจ้านเป็นระดับเทพจึงเข้าร่วมการต่อสู้ตรงๆไม่ได้แต่ให้คำแนะนำได้พวกมู่เฟยเสวี่ยก็เข้าประจำตำแหน่งและเตรียมพร้อมทันที
ขณะเดียวกันพวกซุนเต๋าเองก็ได้ข่าวการเคลื่อนไหวของพวกโม่จ้านทำให้ซุนเต๋าโกรธมาก
“ไอ้พวกโง่นั่นมันทำบ้าอะไรของพวกมันพวกมันเดินเข้าไปหาศัตรูโดยไม่วางแผนงั้นเหรอพวกมันจะโง่ไปถึงใหน” ซุนเต๋าคำราม
“อีกฝ่ายสร้างแนวป้องกันเอาไว้ล่วงหน้าเห็นได้ชัดว่าไม่สามารถทำลายง่ายๆแต่พวกนั้นยังโง่เดินเข้าไปดูเหมือนความโลภจะบังตาจนมองไม่เห็นอะไรแล้ว” เคอหยินถอนหายใจ
“พวกเราเองก็ไปกันเถอะถึงอย่างไรเราก็ปล่อยให้พวกนั้นตกอยู่ในอันตรายไม่ได้ไม่งั้นพวกเราจะไม่สามารถอธิบายให้ท่านผู้นำได้”ซุนเต๋ากล่าว
“ท่านแบ่งคนออกไปจำนวนหนึ่งก็พอแค่คอยดูสถานการณ์ถ้ามันเลวร้ายจริงๆค่อยให้ความช่วยเหลือถ้ามันไม่เลวร้ายมากก็ปล่อยพวกนั้นไปถือว่าให้พวกนั้นได้รับบทเรียนด้วยตัวเองเสียบ้าง”เคอหยินกล่าว
“เข้าใจแล้วข้าเองก็อยากให้พวกมันได้รับบทเรียนเสียบ้าง” ซุนเต๋านำจักรพรรดิเซียนออกไป5 คนและขั้นเซียน 100 คน
เมื่อซุนเต๋าออกไปแววตาที่อ่อนโยนของเคอหยินก็เปลี่ยนไปแววตาของนางกลายเป็นเย็นชา
“ซุนเต๋านิกายเทพกระบี่ อีกไม่นานข้าจะทำให้พวกเจ้าได้รับความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ไม่สิข้าจะทำให้นิกายของพวกเจ้าพินาศ และโลกกระบี่ของพวกเจ้าเองก็ต้องได้รับความเสียหายเช่นกัน”เคอหยินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“คุณหนูข้าพบที่อยู่ของศัตรูแล้ว” ในตอนนั้นจักรพรรดิเซียนคนหนึ่งโผล่ออกมาจากเงามืด
“ส่งข้อความของข้าให้กับศัตรูและบอกการเคลื่อนไหวของซุนเต๋าให้พวกเขารู้ด้วย”เคอหยินกล่าว
“ท่านต้องการให้พวกซุนเต๋าตายที่แนวป้องกันงั้นเหรอ”
“ไม่ผิดข้าต้องการให้ซุนเต๋าตายที่นั่น และนี่แค่เริ่ม การแก้แค้นให้กับตระกูลและเผ่าของเรามันพึ่งเริ่มเท่านั้น”เคอหยินกล่าวพร้อมกับนึกถึงภาพในอดีต
ตัวนางและจักรพรรดิเซียนด้านหลังของนางไม่ได้เป็นคนของโลกกระบี่แต่โลกของนางถูกยึดครองโดยโลกกระบี่หลังจากนั้นนางก็ถูกนำตัวมาเป็นทาสที่นิกายเทพกระบี่นางถูกรังแกและปฏิบัติด้วยความรังเกียจตั้งแต่นางยังเด็ก จนกระทั่งนางโตขึ้นมีผู้อาวุโสเห็นถึงพรสวรรค์ของนางจึงรังนางเป็นศิษย์
ตอนแรกนางคิดว่าจะปล่อยวางความแค้นเพราะอาจารย์ของนางเลี้ยงดูนางมาดีจริงๆแต่ภายหลังนางรู้ว่าตัวนางเป็นแค่สมุนไพรที่มีชีวิตของอาจารย์นางเท่านั้น และซุนเต๋าที่เป็นศิษย์พี่ของนางก็รู้เรื่องนั้นดี
เมื่อไหร่ที่นางทะลวงขั้นเทพอาจารย์ของนางก็จะกลืนกินนางและเขาก็จะกลายเป็นจักรพรรดิเทพที่แข็งแกร่งที่สุดได้
ตอนแรกนางสิ้นหวังมากเพราะด้วยพลังของนางมันไม่มีทางขัดขืนอาจารย์หรือนิกายเทพกระบี่ได้เลยแต่เมื่อประตูโบราณเปิดนางก็ได้เกิดแผนการขึ้นมา นางและผู้ติดตามนางส่วนหนึ่งของตระกูลนางที่ยังมีชีวิตอยู่วางแผนจะขายข้อมูลให้กับสัตรูของโลกกระบี่และทำสัญญาเป็นพันธมิตรกัน
“พวกเราพร้อมจะทำตามคุณหนูทุกอย่าง”จักรพรรดิเซียนด้านหลังกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“เจ้าออกไปก่อนเถอะและอย่าได้เคลื่อนไหวอะไรมากทำตัวให้ปกติเข้าไว้และถ้าอีกฝ่ายติดต่อกลับมาให้บอกกับข้า” เคอหยินกล่าว
“รับทราบ”
สิ้นเสียงร่างก็หายไปเคอหยินมองไปยังท้องฟ้าด้วยสีหน้าเย็นชา ชีวิตของนางเจอแต่เรื่องเลวร้ายมาทั้งชีวิตทำให้ในหัวใจมีแต่ความแค้นนางไม่สนว่าโลกกระบี่จะได้รับผลกระทบหรือไม่หรือคนบริสุทธิ์จะตายมากเท่าไหร่นางแค่ต้องการแก้แค้นให้กับโลกของนางและตระกูลของนางเท่านั้น
ขณะที่ฉางเฟิงได้เตรียมปิดทางหนีของพวกโม่จ้านอยู่นั้นหน่วยสืบข้อมูลก็เข้ามาหาฉางเฟิงพร้อมกับกระซิบบางอย่างให้กับฉางเฟิงรู้ทันที
“โอ้น่าสนใจ โลกกระบี่พวกเจ้านี่มันโชคร้ายจริง ความสามัคคีก็ไม่มี แถมตอนนี้ยังมีคนทรยศอยู่อีกน่าสนใจ เอาสิในเมื่ออีกฝ่ายอยากติดต่อกับข้าก็ให้พวกนั้นมาเจอกันในคืนนี้เลยก็ได้”ฉางเฟิงกล่าว
“ขอรับ”
“เกิดอะไรขึ้น”โหลวหลานถาม
“ดูเหมือนในนิกายเทพกระบี่จะมีคนทรยศอยู่แล้วคนๆนั้นต้องการทำข้อตกลงกับพวกเรา”ฉางเฟิงกล่าว
“คงไม่ใช่แผนการของพวกมันหรอกนะ”ผู้นำตระกูลซวนหยวนกล่าว
“อีกฝ่ายมอบข้อมูลมาว่าซุนเต๋าผู้นำกลุ่มในครั้งนี้กำลังเดินทางมาเป็นกำลังเสริมให้กับพวกกลุ่มด้านหน้าและคนทรยศคนนั้นยังบอกถึงรายละเอียดถึงความสามารถและจำนวนคนของพวกซุนเต๋าอีก”ฉางเฟิงยิ้ม
“น่าสนใจแม้จะเสี่ยงแต่ก็ต้องลองดุสักครั้งเพราะถ้าอีกฝ่ายคิดจะทรยศจริงๆ คนที่จะได้ประโยชน์ยังไงก็คือพวกเรา”ผู้นำตระกูลเจี้ยนกล่าว
“กว่าพวกนั้นจะโจมตีก็คงอีกสามวันเพราะงั้นข้าว่าจะไปทำสัญญากับอีกฝ่ายในคืนนี้เลย” ฉางเฟิงกล่าว
“ข้าไปกับเจ้าด้วยก็แล้วกัน”ผู้นำตระกูลซวนหยวนกล่าว
“ก็ดีส่วนคนอื่นให้เตรียมพร้อมเอาไว้ เมื่อศัตรูโจมตีแนวป้องกันเมื่อไหร่พวกเราก็เตรียมตลบหลังทันที”ฉางเฟิงกล่าว