บทที่ 1 สายลับ ดักจับนายมารร้าย
“ลูกพี่? พี่ไม่คิดอยากจะรับสมัครพนักงานบ้างเลยหรอหะ ทำแบบนี้ผมว่ามันน่าสงสัยเอานะ”
หนุ่มน้อยนามว่า เฟรม เขาเอ่ยถามลูกพี่ ชายหนุ่มย้อมผมสีเปลือกส้มเขาปล่อยผมยาวปะบ่าแล้วรวบมัดผมเผ้าเบี่ยงไปทางขวาเล็กน้อย รูปร่างสูงโปร่ง ผิวพรรณขาว เนียน พ่อหนุ่มเ้าเสน่ห์ เขาชื่อว่า ลาเต้ พ่อหนุ่มเ้าของร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ ที่กำลังฉีกยิ้มแจกให้กับบรรดาลูกค้าที่ต่อแถวเรียงคิวสั่งออเดอร์ในร้าน รอยยิ้มของคนสูงโปร่ง จมูกโด่งสันเข้ารูป รับกับใบหน้าเรียวๆ ของเขา ที่ชวนให้ใครต่อใครหลงใหล เคลือบเคลิ้มไปหลายราย
ร้านกาแฟแห่งนี้เป็ร้านขนาดกลางไม่เล็กและไม่ใหญ่มากจนเกินไป พอเริ่มเปิดร้านมาลูกค้าก็พากันหลั่งไหลทยอยกันเข้ามา ทำให้ร้านกาแฟของเขาขายดิบขายดี จนไม่มีที่นั่งเพียงพอสำหรับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการร้านกาแฟของชายหนุ่ม ทุกคนที่ได้มาลิ้มลองรสชาติกาแฟที่ร้านต่างบอกเป็เสียงเดียวว่า เป็กาแฟที่มีรสชาติหอมกรุ่น ละมุน ได้อรรถรสการดื่มด่ำของคอกาแฟอย่างแท้จริง
ถึงร้านกาแฟของเขาจะขายดีแค่ไหน ชายหนุ่มก็ไม่เคยคิดจะขยายร้านให้ใหญ่โตไม่มากกว่านี้ หรือแม้กระทั่งการรับสมัครพนักงานเพิ่ม ลาเต้ก็ไม่เคยคิดจะติดประกาศรับสมัครเช่นกัน ทั้งที่ความจริงกลับสวนทางกัน ในเมื่อร้านของเขาออกจะขายดีและมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องจนคับคั่ง แน่นอนเลยว่าสิ่งแรก คือ เงิน หรือรายได้ที่เป็ส่วนของกำไรจากการเปิดร้านย่อมมีจำนวนที่มากพอจะจ่ายค่าจ้างพนักงานแน่นอน หรือแม้กระทั่งขยายร้านให้กว้างขึ้น เพิ่มโต๊ะ เพิ่มเก้าอี้ มุมเล็กๆ อีกสักมุมสองมุม ก็ย่อมทำได้ทั้งสองอย่าง อย่างสบายแต่ตรงกันข้าม ล้าเต้กลับไม่เลือกทำทั้งสองอย่าง เขากลับยินยอมพอใจกับร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ที่ไม่คิดจะขยายร้านหรือแม้กระทั่งรับสมัครพนักงานเพิ่ม มีเพียงเขากับเ้าเฟรมสองคนที่คอยช่วยกันดูแลร้าน ทุกอย่างั้แ่รับออเดอร์ เสริฟ์ เก็บกวาด ทำความสะอาด ซื้อของ ทำบัญชี ทุกอย่างในร้านลาเต้เป็คนจัดการและบริหารเองทั้งหมด
ทุกอย่างล้วนมีเหตุมีผล ในโลกมนุษย์แห่งนี้ที่เขาอาศัยอยู่ร่วมกับผู้คนมากมาย แต่หารู้ไม่ว่า ลาเต้ ชายหนุ่มรูปงามเ้าเสน่ห์ เขามิใช่มนุษย์เดินดินเหมือนคนทั่วไป ลาเต้เกิดมาพร้อมกับเหตุการณ์ประหลาดๆ หลายอย่าง
ในคืนนั้น คืนที่ฟ้าฝนคึกคะนอง เสียงฟ้าผ่าดังกระหึ่มกึกก้องกังวานแสงฟ้าแลบแล๊บๆ เมฆเริ่มไหลมาจับกลุ่มเป็ก้อนรวมผนึกเข้าหากัน จากท้องฟ้าที่เคยสดใสตอนนี้กลับมืดมิด เหตุการณ์ขวัญผวาเช่นนี้แม้เป็ใครก็มิกล้าออกมานอกเรือน
หลังจากที่ฟ้าฝนหยุดตก หญิงชราวัย 60 ก็เดินออกมาหน้าบ้านตามเสียงร้องของใครบางคนที่ดังก้องในหูของเธอเหมือนเขาคนนั้นยืนอยู่ข้างๆ เธอและกำลังกระซิบบอกอะไรบางอย่างให้เธอรู้
“อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้”
“อุแว้ อุแว้ อุแว้ อุแว้”
เสียงเด็กน้อยที่ร้องลั่นแข่งกับฟ้าฝนอย่างเอาเป็เอาตาย
เด็กน้อยแรกเกิดที่ถูกห่อหุ้มมาอย่างดีในตระกร้าไม้สานเก่าๆ ทันทีที่หญิงชรามาเห็นเธอก็ชะโงกคอดูด้วยความแปลกใจ เธอใช้มือพลิกผ้าอ้อมของเด็กน้อยดูในใจก็ลุ้น ภาวนาให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วย เพราะว่าฟ้าฝนลมคะนองพึ่งหยุดไม่เมื่อครู่ เธอเองก็ไม่รู้ว่าเด็กในตะกร้านี้จะเป็อะไรไปหรือไม่ เพราะไม่รู้ว่าเด็กถูกเอามาวางทิ้งที่หน้าบ้านของเธอตอนไหน เด็กอาจจะเปียก หรือไม่ก็โดนอะไรบางอย่างกัดเป็แน่ แต่กลับปรากฏว่าเด็กน้อยในตะกร้าสานปลอดภัยดี ไม่เปียกน้ำฝนหรือโดนอะไรกัดเลย และอีกอย่างเด็กทารกนี้ยังเป็เด็กชายอีกด้วย เธอก็ไม่ได้คิดอะไรมาก สิ่งหนึ่งที่แว็บเข้ามาในความคิดคือ แม่ของเด็กคงเจตนาอยากให้เธอเป็คนเลี้ยงดู เพราะเธอเองก็ไม่มีสามี ไม่มีลูก เธออยู่ตัวคนเดียว มาตลอดจนป่านนี้ก็ปาเข้า 60 ปี แล้ว
หญิงชราคิดเพียงเท่านี้ จากนั้นเธอก็ค่อยๆ อุ้มตะกร้าสานเก่าๆ ใบนั้นขึ้นมาในอ้อมอกอย่างถนุถนอม และต่อจากนั้นมาเธอก็เลี้ยงดูเด็กชายเปรียบเสมือนกับลูกแท้ๆ ของตัวเอง เธอให้ความรัก ความอบอุ่น เหมือนแม่แท้ๆ ของเขา และตั้งชื่อเด็กชายว่า ลาเต้
ลาเต้ค่อยๆ โตเป็หนุ่มแต่ระหว่างนั้นก็มีเหตุการณ์ประหลาดๆ เกิดขึ้น
จนกระทั่งมาวันหนึ่ง
..........................................
เราจะอยู่ด้วยกันทุกวันโลกจินตนาการและสุดท้ายนี้
รู้สึกยังไง
ได้โปรด..........................บอกไรท์ที