กลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy

    ตอนที่เจ็ดสิบแปด บอนนี่

    ตอนที่เจ็ดสิบแปด บอนนี่

    แน่นอนผมไม่ได้ดูถูกบอนนี่ แต่เธอเป็นสายไอซิสเทพพยากรณ์ไม่ใช่สายต่อสู้

    หมายความว่าเธอคือเครื่องมือของคนเขียนที่จะเล่นมุก

    “เงามืดกำลังคืบคลานเข้ามา”

     

    คำทำนายที่ดูลึกลับให้คนดูรู้สึกตื่นเต้นเล่นๆแต่ไม่มีความหมายอะไร เพราะผมรู้สึกว่าพล็อตในการทำให้โลกล่มสลลายมันเยอะมากเกินไปจนผมเองก็ยังมึนๆแล้ว

    เป็นบทเรียนของนักเขียนทุกเรื่องได้ดีว่าหากเราเล่นมุก”โลกจะล่มสลาย”มากเกินไปก็จะทำให้คนดูรู้สึกมึนๆจนเฉยชากับมันได้หากเจอเหตุการณ์แบบเดียวกันหลายรอบ

    ซึ่งผมก็มึนๆกับมันจริงๆนั่นล่ะว่าเวลาแวมไพร์จะครองโลก พวกแอตแลนติสกับนักฆ่าพลังจิตของรัฐบาลนั้นไปเกาไข่อยู่ที่ไหนหมด?

    ผมนึกในใจเสมอมาว่า อ.โทริยาม่าแห่งดราก้อนบอลคงเสียใจเสมอมาที่เผลอเขียนให้ฟรีซเซอร์เป็นมาเฟียอวกาศครองอวกาศอยู่

    จนทำให้ไม่สามารถหาศัตรูที่เก่งกว่าฟรีซเซอร์ได้ในอวกาศปรกติอีกแล้ว

    การหาศัตรูที่เกงกว่าตัวเดิมที่มีมาก็คงเป็นการแสดงความคิดสร้างสรรค์ของนักเขียนนั่นล่ะ

    คำถามมันก็ยังเหมือนเดิม

    กลุ่มนักฆ่าพลังจิตของรัฐบาลที่อ้างว่าเอาชนะปีศาจได้ทั้งหมดนั้นมันหายหัวไปไหนหมดฟะ?

    แน่นอนนั่นอาจจะเป็นมุกตอนที่นักเขียนพยายามเอาแนวคิดต่อต้านรัฐบาลมาลงในเนื้อเรื่องแต่นั่นล่ะ

    หากรัฐบาลมีหน่วยลับสุดยอดอย่างนั้นอยู่

    จะกังวลว่าแวมไพร์จะครองโลกไปทำไมมิทราบ?

    ก็เป็นปริศนาของยุทธภพต่อไปอีกคดีหนึ่ง

    บอนนี่ในอนาคตก็มีพลังพิเศษในฐานะร่างทรงของไอซิสและสามารถสู้กับแอนนาได้พอสมควร

    แต่ว่าตอนนี้ เธอยังเป็นเพียงแค่”เชียร์ลีดเดอร์ผิวสีแทนบ้านรวยจนสามารถเอานักร้องมาเล่นในคฤหาสน์ในวันหยุดได้” ธรรมดาๆเท่านั้น

    บอนนี่ไม่ใช่คนไม่เก่งในด้านทักษะร่างกายผมว่าหากเธอไม่ต้องผจญกับเรื่องเหนือธรรมชาติจนต้องสติหลุดไปเจอกับจิตแพทย์พักหนึ่งผมมองว่าไม่แปลกเลยหากคนอย่างเธอจะได้แชมป์มลรัฐหรือแม้แต่ประเทศก็ตาม

    แต่ก็นั่นล่ะ

    ผมไม่คิดว่าเธอจะเอาชนะระดับสเลเยอร์ผู้ถูกเลือกอย่างแอนนาได้

    หรือคนที่มีพลังแมลงปีศาจอย่างเทเลอร์

    เปรียบเทียบสเกลพลังมันไม่ชนะน่ะ

    ปุบ

    “คนอย่างชั้นนี่นะ จะไม่ชนะพวกนี้”

    บอนนี่ปาปอมปอมลงพื้นอย่างฉุนเฉียว

    “เกี่ยวก้อยสัญญาหากไม่เป็นอย่างที่ผมว่า ผมจะไปทำความสะอาดสระน้ำในบ้านเธอหนึ่งสระว่ายน้ำฟรีฟรีหากแอนนาหรือเทเลอร์ชนะเธอจะต้องเอ่อ..ทำดีต่อคนรอบข้างมากขึ้นนิดหนึ่ง”

    ผมยื่นนิ้วก้อยออกไป และจงใจเอาเรื่องที่เล็กน้อยมากในการทำสัญญาเมื่อผมอยู่ในโลกบ้าบอใบนี้

    แม้แต่ผมก็ไม่กล้าที่จะพูดว่า “ทำเรื่องอะไรก็ได้อย่างหนึ่ง”ในโลกที่สัญญาเป็นจริงอย่างนี้

    จะด้วยความที่ความรู้สึกอยากจะชนะตีเข้ากับความรู้สึกดูหมิ่นในใจของเธอ

    ทำให้สีหน้าของบอนนี่ปั้นยากพักหนึ่งมุมปากเหมือนจะยิ้มและจะตะโกนด่าในเวลาเดียวกัน

    จนผมคิดลึกๆในใจว่าเธออาจจะเห็นแก่มิตรภาพของเราแต่ทว่าผมคิดว่าความรู้สึกอยากชนะของเธอจะเอาชนะความรู้สึกอื่นๆได้มากกว่า

    “ตกลง”

    บอนนี่เอานิ้วมาเกี่ยวก้อยผเพียงเสี้ยววินาทีหนึ่งก่อนที่จะสะบัดมันออกไปในทันที

    ผมพยักหน้า

    “แต่ตามเงื่อนไขนะบอนนี่แข่งกันแบบแฟร์ ด้วยศักร์ศรีลูก- เอ่อ ลูกผู้หญิงแห่งชมรมเชียร์ไม่มีการเอาหมุดมาใส่รองเท้า ไม่มีการกรีดเสื้อเชียร์ คนที่ทำอย่างนั้นถือว่าแพ้ตัดสินกันด้วยความสามารถเท่านั้น”

    ผมกล่าวเสริม

    ผมสังเกตเชียร์ลีดเดอร์บางคนสะดุ้งเล็กน้อยแต่ก็คุมสีหน้ากลับมาได้ตามปรกติ

    หากเป็นคนปรกติก็อาจจะมองไม่ทันแต่สำหรับผมที่ได้พลังจากเทงกรีมาส่วนหนึ่งทำให้ผมมองอะไรได้รวดเร็วกว่าเดิม

    เฮ้อ

    ผมคิดว่าผมอาจจะเข้าใจหลายๆคนในเรื่องผิดตามสไตล์นางร้ายก็มีเหตุผลของตนเอง

    แต่ท่าทางเชียร์ลีดเดอร์หลายคนก็ยังคิดจะกรีดเสื้อและเอาหมุดใส่รองเท้าแบบเดิมสินะนี่

    คล้ายกับเรื่องกลับชาติมาเกิดใน Urban Fantasy ที่คุณอ่าน