มหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี

    ตอนที่ 49 จุดพลิกผัน

    แววตาลุกวาวพวยพุ่ง แม้แต่ความสนใจของกษัตริย์สิงหลที่มีต่อเจ้าชายภูวดลยังเบี่ยงเบนมาทางวารุต 

     

    ในจังหวะที่เขากระโดดดีดตัวหลบจากอุ้งเท้าหนาใหญ่และกรงเล็บสุดแหลมคมได้อย่างฉิวเฉียด นั่นทำให้ทุกคนรู้สึกอึ้งตะลึงงัน ในใจของพวกเขาคงกำลังจะคิดสงสัยว่าเด็กคนนี้จะรับมือกับสัตว์ซาตานที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมตัวนี้ยังไง

     

    ถ้าหากเปรียบเทียบขนาดของร่างกาย เสือโคร่งโยรุมีขนาดตัวที่ใหญ่กว่าวารุตมาก ระดับสายตาของมันอยู่ในระนาบเดียวกันกับสายตาของเขาอย่างพอดิบพอดี ซึ่งก็หมายความว่า ในขณะที่เสือโคร่งโยรุยืนด้วยขาทั้งสี่ข้าง ความสูงของมันเทียบเท่ากับวารุตที่เขามีส่วนสูงอยู่ที่ประมาณสามศอก กับอีกหนึ่งคืบ

     

    นั่นถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากถ้าหากเปรียบเทียบกับเสือโคร่งตัวอื่นๆ ที่พบเห็นได้ตามธรรมชาติ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วเสือโคร่งจะมีความสูงจากพื้นอยู่ที่ประมาณสองศอกเพียงเท่านั้น นี้ยังไม่ได้เอ่ยถึงความยาวของลำตัวตั้งแต่หัวจรดหาง ไหนจะกล้ามเนื้ออันใหญ่โตเป็นมัดๆ นั้นอีก นึกภาพไม่ออกเลยว่าต่อจากนี้วารุตจะต่อกรมันด้วยวิธีใด

     

    บรรยากาศโดยรอบราวกับว่าถูกสะกดนิ่ง แม้หูจะยังได้ยินเสียงฝ่าเท้าของเจ้าชายภูวดลกระทบพื้นดัง พึ่บพับ! พึ่บพับ! กระโดดโหยงเหยงไปมา

     

    แต่สมาธิของวารุตยังคงจดจ่ออยู่ที่เจ้าสัตว์กินเนื้อขนสีแสดตัวใหญ่อยู่เบื้องหน้า เขายกแขนขึ้นมาตั้งเป็นการ์ดท่วงท่าแสดงออกถึงความระมัดระวัง 

     

    และมันก็ไม่มีสัญญาณเตือนภัยใดๆ ให้กับเขาเลยจริงๆ

     

    แรงดีดตัวอันมหาศาลโผทะยานพุ่งพรวดมาด้วยความเร็วสูงสุด เสือโคร่งโยรุวิ่งกระโจนเข้าใส่วารุต หนนี้มันวิ่งไล่กวาด ซึ่งวารุตรู้สึกว่า นี่เป็นลูกเล่นที่รับมือได้ยากยิ่งกว่าการบุกจู่โจมเข้ามาด้วยคมเขี้ยวและกรงเล็บซะอีก เพราะด้วยช่วงตัวของมันที่ยาวกว่า การก้าวขาที่กว้างกว่า ทำให้วารุตไม่สามารถวิ่งสลัดหลุดออกจากมันไปได้เลย

     

    ที่บอกว่ารับมือได้ยากก็คือ ถ้าหากวารุตหยุดวิ่งไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เขาจะถูกกรงเล็บที่วิ่งไล่ตามมาฉีกกระชากร่างในทันที

     

    และเขาก็รู้ว่าตัวเองคงจะวิ่งหนีไม่ได้อย่างตลอดรอดฝั่งแน่ วารุตต้องหาทางทำอะไรสักอย่าง ซึ่งทางเลือกก็มีไม่มาก 

     

    ลานประลองแห่งนี้เป็นลานโลงกว้าง ไม่มีสิ่งอื่นใดกีดขวาง ไม่มีพุ่มไม้ให้หลบซ่อน ไม่มีต้นไม้ใหญ่ให้กำบัง แม้แต่หญ้าสักเส้นก็ไม่มี เพราะฉะนั้นไม่มีสิ่งอื่นใดเลย ภายในสถานที่แห่งนี้ที่เขาสามารถพึ่งพาได้ นอกเสียจากเจ้าสัตว์กินเนื้อขนสีเทาขาวที่มันอยู่กึ่งกลางสนามเช่นเดียวกันกับเขา

     

    วารุตตัดสินใจตะเบ็งเสียงขอความช่วยเหลือจากเจ้าขวาน ในจังหวะที่เขาเองก็กำลังวิ่งหนีเสือโคร่งโยรุตาตั้งแบบเต็มกำลัง เจ้าขวานที่ไม่ได้ถูกพันธนาการจากเจ้าชายภูวดลตั้งแต่แรก เมื่อมันได้ยินเสียงเรียกขานจากวารุต มันก็สลัดจากเจ้าชายทิ้งออกมาในทันที

     

    ทว่าการเคลื่อนไหวที่ท่าทางดุดันของเสือโคร่ง ไม่ได้ทำให้เจ้าหมาป่าดูตื่นกลัวเลยแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งดูก้าวร้าวมากขึ้น ตวัดขาถี่รั้วเร่งความเร็วสูงสุด โดยไม่สนใจคนเรียกขานอย่างวารุตที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเลย

     

    ในเสี้ยววินาทีที่มันพุ่งผ่านหน้า วารุตทันแลเห็นมันเพียงแค่หางตา คมเขี้ยวและกรงเล็บของทั้งสองสัตว์ซาตานเข้าปะทะกันอย่างเต็มเหนี่ยว เกิดเสียงปะทะดังลั่นอย่างสาแก่ใจ ตูม!

     

    ในขณะเดียวกันเจ้าชายภูวดลฉวยโอกาสนี้พุ่งเข้าหาวารุตอย่างไม่รีรอ พระองค์อาศัยจังหวะชุลมุนเหวี่ยงหมัดขวาซัดเข้ากรามซ้ายวารุตอย่างสุดแรง 

     

    วารุตที่ไม่ทันตั้งตัวเซถลาล้มกลิ้งลงไปกองอยู่กับพื้น หูของเขาก็พลางได้ยินเสียงสัตว์สองตัวกำลังฟัดเหวี่ยงกัน แต่ไม่มีจังหวะได้หันหลังกลับไปมองไปยังต้นเสียงนั้น เจ้าชายภูวดลก็ตวัดเท้าขึ้นสูงกระทืบซ้ำลงมา

     

    วารุตกลิ้งหลบแล้วรีบม้วนตัวลุกขึ้น พร้อมกับการตั้งท่าเตรียมพร้อมที่จะตอบโต้อีกฝ่าย ในทันทีที่ตั้งหลักได้

     

    และเขาก็ตระหนักขึ้นได้ถึงอะไรบางอย่าง วารุตตระหนักขึ้นได้ว่านี่แหละเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด ช่วงเวลาที่เขาได้เผชิญหน้ากับเจ้าชายภูวดลตัวต่อตัวอีกครั้ง ถ้าหากอยากเป็นผู้ชนะ ถ้าไม่อยากเผชิญหน้ากับเสือโคร่งโยรุอีกละก็ เขาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบเผด็จศึกเจ้าชายภูวดลให้เร็วที่สุดในช่วงเวลานี้แหละ

     

    ส่วนทางของเจ้าชายภูวดลเองก็ดูเหมือนว่าพระองค์กำลังจะได้ใจ ที่กำลังเป็นฝ่ายไล่ต้อนวารุตได้ พระองค์เองก็หมายจะเผด็จศึกเขาเช่นเดียวกัน เจ้าชายภูวดลเป็นฝ่ายเดินหน้าปรี่เข้าหา เปิดฉากกระหน่ำโจมตีเข้าใส่อย่างไม่หยั่งมือ ประเคนลำแข้งขวา หมัดเหวี่ยงขวา หมัดฮุกซ้าย ตามด้วยกระโดดถีบอัดเข้ายอดอก วารุตทำได้แค่เพียงตั้งการ์ดป้องกัน


     

    แต่ทว่าจุดพลิกผันก็มาถึง ไม่รู้ว่าการได้ออกอาวุตอย่างต่อเนื่องของเจ้าชายภูวดลจะทำให้พระองค์มีความรู้สึกประมาทขึ้นหรืออย่างไร อันนี้ไม่มีใครล่วงรู้ได้ 

     

    ในจังหวะที่พระองค์เตะตวัดขาขวาขึ้นสูงหมายจะ ซัด! พาดเข้ากลางลำคอ ทว่าเพียงแค่วารุตใช้ปลายเท้าสะกิดขาหลักเบาๆ เจ้าชายภูวดลก็เสียหลักล้มกลิ้งไม่เป็นท่า (เนื่องจากสูญเสียจุดศูนย์ถ่วง)


     

    แต่ถึงกระนั้นเมื่อแลเห็นใบหน้าเรียบนิ่งดูตั้งอกตั้งใจของวารุต ก็ทำให้เจ้าชายลุกลี้ลุกลนลุกขึ้นในทันทีโดยไม่แสดงอาการโอดครวญด้วยสีหน้าขึงขังรักษามาด องค์ชายกัดกรามแน่นอย่างโกรธเกรี้ยว ดูท่าเจ้าชายภูวดลจะไม่ค่อยชอบกับสีหน้าอันสงบนิ่งเยือกเย็นของวารุตสักเท่าไหร่นัก

     

    แต่อย่างไรก็ตามสถานการณ์มันได้เปลี่ยนไปแล้ว ความคล่องแคล่วปราดเปรียวของเจ้าชายภูวดลเมื่อก่อนหน้านี้มันได้จางหายไปแล้ว เพราะต่อมาการต่อสู้เป็นฝ่ายของวารุตที่ได้กระหน่ำออกอาวุธโจมตีสวนคืนแทน

    คล้ายกับเรื่องมหาศึกสัตว์ซาตาน โกลาหลปฐพี ที่คุณอ่าน