เฟยหลงแทบไม่ได้นอนเลยทั้งคืน เขานั่งนิ่งอยู่ในห้องนอน ััได้ถึงความเ็ประบมของกล้ามเนื้อจากการทดสอบเมื่อคืน แต่ความเ็ปนั้นเทียบไม่ได้เลยกับความตื่นเต้นระคนกังวลที่เต้นรัวอยู่ในอก มารดาจะมอบสิ่งใดให้เขากันแน่? จะเป็คำสอน? หรือจะเป็การปฏิเสธในรูปแบบอื่น?
เมื่อแสงแรกของรุ่งอรุณสาดส่องเข้ามาในกระท่อม เฟยหลงก็ลุกขึ้นและเดินออกไปที่ลานดินหน้าบ้าน เขาก็พบว่ามารดาของเขายืนรออยู่ก่อนแล้ว ในมือของนางมีห่อผ้าขนาดกลางวางอยู่
วันนี้...แววตาของลี่อินดูแตกต่างออกไป ความขัดแย้งที่เคยเห็นได้จางๆ ในดวงตาของนางได้หายไปแล้ว ถูกแทนที่ด้วยความสงบนิ่งที่ยอมรับในชะตากรรม แต่มันก็เป็ความสงบที่เจือปนด้วยความอาลัยอย่างสุดซึ้ง
"มานี่สิ" นางกวักเรียกเขา
เฟยหลงเดินเข้าไปหาอย่างนอบน้อม ลี่อินคลี่ห่อผ้าออก ของที่อยู่ข้างในไม่ใช่ตำราวิชาลับหรืออาวุธล้ำค่า แต่มันคือเสื้อผ้าสำหรับเดินทางชุดใหม่ที่ตัดเย็บอย่างดีแต่ดูเรียบง่ายไม่สะดุดตา ถุงหนังใส่น้ำ และห่อใบตองที่ภายในบรรจุเนื้อแห้งและเสบียงกรังสำหรับเดินทาง
"โลกภายนอกหนาวเย็นและคาดเดายากกว่าในหุบเขาแห่งนี้" นางกล่าวเรียบๆ พลางยื่นถุงผ้าขนาดเล็กให้เขา เมื่อเฟยหลงรับมา เขาก็รู้สึกได้ถึงน้ำหนักของเหรียญทองแดงจำนวนหนึ่งที่อยู่ข้างใน "นี่เป็เงินเก็บทั้งหมดที่แม่มี มันไม่มากนัก แต่ก็น่าจะพอสำหรับค่าเดินทางและค่าสมัครเข้าร่วมการประลอง จงใช้อย่างประหยัด และที่สำคัญ...อย่าให้ใครรู้ว่าเ้ามีเงินติดตัว"
เฟยหลงกำถุงเงินไว้แน่น หัวใจของเขารู้สึกหนักอึ้ง "ขอรับท่านแม่"
"และนี่..." ลี่อินหยิบของสิ่งสุดท้ายออกมา มันเป็จี้ห้อยคอที่ร้อยด้วยเชือกหนังสีเข้ม ตัวจี้มีรูปร่างคล้ายเกล็ดัขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือ ทำจากโลหะสีดำทมิฬที่ไม่สะท้อนแสงใดๆ ผิวของมันเรียบสนิท แต่กลับให้ความรู้สึกโบราณและลึกลับ เมื่อเฟยหลงรับมาัั เขาก็รู้สึกถึงไอเย็นจางๆ ที่แผ่ออกมาจากตัวมัน
"นี่เป็ของดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายของพ่อเ้า" น้ำเสียงของนางแ่ลงเล็กน้อย "จงสวมมันติดตัวไว้ตลอดเวลา อย่าถอดออกเป็อันขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...เข้าใจหรือไม่?"
เฟยหลงมองจี้ในมือสลับกับใบหน้าของมารดา เขาพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น แล้วจึงสวมมันไว้บนคอ ทันทีที่จี้โลหะสีดำัักับิัของเขา เขาก็รู้สึกถึงความรู้สึกสงบอย่างประหลาดแผ่ซ่านไปทั่วร่าง...ราวกับว่าเสียงจอแจของโลกภายนอกพลันเงียบสงบลงเล็กน้อย
"ก่อนที่เ้าจะไป แม่มีสี่สิ่งที่อยากให้เ้าจำไว้ให้ขึ้นใจ" ลี่อินกล่าว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของบุตรชาย
"หนึ่ง...อย่าไว้ใจใครง่ายๆ โลกภายนอกเต็มไปด้วยคนที่ไม่หวังดี""สอง...อย่าโอ้อวดฝีมือของตนหากไม่จำเป็ ความสามารถที่คนอื่นไม่รู้ คืออาวุธที่ดีที่สุด""สาม...จงสังเกตให้มากกว่าพูด เ้าจะเรียนรู้ได้มากกว่าจากการฟังและการมอง""และสี่...ซึ่งสำคัญที่สุด...หากเจออันตรายที่ใหญ่เกินตัว...จงหนี" นางย้ำเสียงหนัก "การเอาชีวิตรอด คือชัยชนะที่แท้จริง แม่ไม่ได้สอนวิชาให้เ้าไปเป็วีรบุรุษ แต่สอนให้เ้ามีชีวิตรอดกลับมา"
เฟยหลงจดจำทุกถ้อยคำของนางไว้ในใจ เขาก้มลงกราบมารดาที่มอบทั้งชีวิตและวิชาให้แก่เขาจนหน้าผากจรดพื้นดิน
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมา อาิก็วิ่งกระหืดกระหอบมาถึงพอดี ในมือถือเครื่องรางที่ทำจากไม้แกะสลักเป็รูปปลาคาร์พอย่างทุลักทุเล "เฟยหลง! ข้าได้ยินว่าเ้าจะเดินทาง! นี่...ข้าให้...ขอให้เ้าโชคดีนะ!"
เฟยหลงรับเครื่องรางมาด้วยรอยยิ้ม "ขอบใจมาก อาิ"
ถึงเวลาที่ต้องไปแล้ว...
ลี่อินเดินเข้ามาจัดปกเสื้อให้บุตรชายเป็ครั้งสุดท้าย นางไม่ได้หลั่งน้ำตา นางยังคงควบคุมอารมณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่แววตาของนางนั้นสั่นไหวเกินกว่าจะปิดบังได้
"จำไว้ว่าเ้าเป็ใคร...เฟยหลง" นางกล่าวเสียงเบา
คำพูดนั้นมีความหมายซ้อนเร้นอยู่มากมาย...จำไว้ว่าเ้าคือลูกของแม่...จำไว้ว่าเ้าคือเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านจันทร์เสี้ยว...และจำไว้ถึงสายเืที่หลับใหลอยู่ภายในกาย...
เฟยหลงพยักหน้ารับ เขาหันหลังและเริ่มออกเดินไปตามเส้นทางที่ทอดออกจากหมู่บ้าน...โดยไม่หันกลับไปมองอีกเลย เพราะเขารู้ดีว่าหากหันกลับไป...เขาอาจจะไม่มีวันก้าวเดินต่อไปได้
แผ่นหลังของเด็กหนุ่มค่อยๆ เล็กลงจนลับสายตาไป ลี่อินยังคงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ปล่อยให้สายลมพัดพากลิ่นอายของบุตรชายให้จางหายไป...เมื่อแน่ใจว่าเขาไปไกลแล้ว ร่างที่เคยเข้มแข็งของนางก็ทรุดลงกับพื้น หยาดน้ำตาที่กักเก็บไว้ก็ไหลรินออกมาเป็ครั้งแรก
ทางด้านเฟยหลง เขากำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยเป็ครั้งแรกในชีวิต หมู่บ้านที่เขาเรียกว่าบ้านค่อยๆ กลายเป็เพียงจุดเล็กๆ อยู่เื้ั เขายกมือขึ้นกุมจี้ที่ห้อยคอไว้ ความเย็นของมันทำให้ใจของเขาสงบลง
เบื้องหน้าของเขาคือหุบเขาและผืนป่าอันกว้างใหญ่ไพศาล...คือโลกที่เขาไม่เคยรู้จัก...คือหนทางสู่การประลอง...และคือการเดินทางบทแรกที่เขาจะต้องเผชิญด้วยตัวของเขาเองเพียงลำพัง
เขาหยุดเดิน สูดลมหายใจเข้าลึก...แล้วก้าวต่อไปอย่างมั่นคง...