เฟยหรงเมื่อกระโดนขึ้นมาจากปล่องของภูเขาไฟสิ่งที่เขาพบเจอคือเหล่าทหารที่มารวมกันอยู่ด้านบนนับร้อยคนและแต่ละคนต่างพากันนี้หันอาวุธมาหาเขาแสดงเจตนาฆ่าฟันอย่างเห็นได้ชัด เฟยหรงที่เห็นดังนั้นถึงกับถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มไม่ได้อยากจะมีปัญหากับพวกเขาแต่อย่างใดแต่ในทางกลับกันอีกฝ่ายกลับสร้างปัญหาให้กับตนครั้งแล้วครั้งเล่า นี่พวกมันมีเวลามากขนาดนี้เลยงั้นหรือ
"พวกเจ้าคิดจะทำอะไร!"แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาฆ่าอย่างชัดเจน เฟยหรงก็แสร้งถามไปเช่นนั้นเนื่องจากเขาต้องการรู้เป้าหมายของพวกมันว่าต้องการที่จะฆ่าเขาเพราะอะไรกันแน่ เพราะดอกมังกรประกายอัคคีหรือเพราะเขาได้ฆ่าเจ้าขยะพวกนั้นก่อนที่จะลงไป
"เจ้าหนู ตายให้พวกเราซะเถอะ เมื่อถึงตอนนั้นข้าจะเอาหัวเจ้าไปให้ท่านแม่ทัพแทนหัวของไอ้ฆาตกรที่มันข้าลูกชายของท่าน!"พวกมันยิ้มอย่างโหดเหี้ยมพร้อมกล่าวออกมาเช่นนั้น เฟยหรงก็รู้สึกกระจ่างแจ้งในใจ ที่แท้พวกมันไม่ได้คิดว่าเขาจะเป็นคนฆ่าแต่จะให้เขาไปเป็นเเพะรับบาปเอง เฟยหรงแทบจะอยากหัวเราะอย่างบ้าคลั่งเจ้าพวกนี้คิดว่าเขาเด็กเกินไปที่จะฆ่าพวกมันได้สินะ หากเป็นเช่นนั้นอะไรๆมันก็คงง่ายขึ้น
"อาศัยแค่พวกเจ้ามีคุณสมบัติที่จะเอาชีวิตข้าหรือ โง่เง่า ไม่เจียมตน"เฟยหรงกล่าวอย่างมั่นใจ เหล่าทหารนับร้อยที่ไม่พอใจเฟยหรงอยู่แล้วพุ่งตรงมาหาเขาในทันทีหมายจะฆ่าฟันให้สิ้นซากแต่ดูเหมือนมันจะไม่เป็นเช่นที่มันต้องการ เพียงพริบตาพวกมันกลับรู้สึกเจ็บบริเวณต้นคอขึ้นมาแปลกๆก่อนที่ทัศนวิสัยการมองของพวกมันจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และได้เห็นร่างของตัวเองไร้หัวอยู่แล้ว ใช่!พวกมันนับสิบคนตายโดยยังไม่ทันรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองตายยังไง ตายเพราะอะไร
"ทักษะกระบี่มังกรเหิน กระบี่เทพมังกรสี่ลักษณ์"เฟยหรงยกยิ้มเย็นกระบี่ลมปราณของเขาลอยวนอยู่ด้านหลังประดุงเทพกระบี่และภาพต่อจากนี้คือการละเลงเลือดอย่างเเท้จริง
ด้วยท่าร่างมังกรเหินเวหา เฟยหรงพริ้มกายดุจสายลมกระบี่มังกรสี่ลักษณ์ของเขาค่อยๆฆ่าชีวิตของพวกทหารไปทีละคนๆอย่างโหดเหี้ยม แม้พวกมันจะพยายามต่อต้านเพียงใดก็ไม่เป็นผล ทักษะนี้เกิดจากปราณมังกรที่ควบแน่นกันเป็นกระบี่พวกมันที่อยู่ระดับราชันไม่มีทางต่อต้านได้ แม้จะใช้ออกด้วยท่าที่รวดเร็วหรือรุนแรงมากเพียงใดก็ตาม
การฆ่ากับยังคงดำเนินต่อไปจากสิบเป็นยี่สิบและยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยเวลาอันรวดเร็วทางด้านตัวของเฟยหรงไม่แสดงสีหน้าใดๆส่วนฝ่ายหัวหน้าของเหล่าทหารตอนนี้หน้าซีดเผือดอย่างช่วยไม่ได้ มันได้ตำแหน่งหัวหน้ากองร้อยมาจากการประจบประแจงแต่ความสามารถในการต่อสู้ของมันก็แค่พื้นๆเท่านั้นแล้วจะไม่มีให้หวาดกลัวภาพเบื้องหน้าได้อย่างไร ตอนนี้ขาของมันสั่นไหวและไม่อาจที่จะขยับได้เฟยหรงยังคงสังหารพวกมันอย่างต่อเนื่องจนในที่สุดทั่วทั้งปล่องภูเขาไฟก้ถูกย้อมไปด้วยสีแดงของโลหิตสีแดงฉาน
"ยะ อย่าเข้ามา ไม่เช่นนั้นท่านแม่ทัพไม่เอาแก่ไว้แน่!!"ด้วยความโง่เขลามันกลับกล่าวข่มขู่เฟยหรงอีกครั้ง ในครั้งนี้มันทำให้เฟยหรงแทบอยากจะบ้า เจ้าแม่ทัพคนนี้มันแข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือทำไมผู้คนที่เขาฆ่าถึงได้ใช้ชื่อของมันข่มขู่เขาทุกครั้งไป สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น เฟยหรงเดินไปหามันอย่างมั่นคงและสง่าผ่าเผย มือของเขาจับไปที่หัวของชายคนนั้นก่อนที่ทักษะตรวจสอบวิญญานของเขาจะถูกเรียกใช้ออกมา ก่อนที่เฟยหรงจะผงะไปเนื่องจากสิ่งที่ตนได้เห็น
"บัดซบ!!นี่ข้าต้องมาเห็นอะไรเช่นนี้ เจ้าบ้านี่กลับเป็นพวกรสนิยมผิดแผกชอบเสพสมกับเด็กผู้ชายอายุไม่ถึงสิบขวบด้วยซ้ำ!!"เฟยหรงแทบอยากจะล้างสมองตัวเอง สิ่งที่เขาเห็นมันเกินกว่าที่เขาจะรับได้ แน่นอนว่าชายหนุ่มเช่นเฟยหรงไม่ได้รังเกียจอะไรพวกที่มีรสนิยมเช่นนี้แต่เจ้านี่วิปริตเกินไป เขาไม่อาจจะยอมรับสิ่งที่เห็นได้แต่ก็ไม่อาจจะทำอะไรได้และอ่านวิญญานต่อไป
สิ่งที่เขาได้เห็นนับจากนั้นคือแผนการใหญ่ของแม่ทัพคนนี้ที่หมายจะยึดอำนาจจากองค์จักรพรรดิโดยการต่อรองเรื่องแต่งงานระหว่างลูกชายคนโตของมันกับเจ้าหญิงฮั่วหลิงหลิงแต่กลับถูกปฏิเสธจากองค์จักรพรรดิมาโดยตลอด ดังนั้นจึงได้วางแผนวางยาพิษให้เจ้าชายองค์เล็กที่เป็นรัชทายาทและตัวยาแก้พิษจำเป็นต้องใช้ดอกมังกรประกายอัคคีเป็นส่วนผสม ดังนั้นมันจึงได้ไปต่อรองกับองค์จักรพรรดิอีกครั้งและคราวนี้มีนักปรุงยาระดับหกมาเอี้ยวด้วย และที่มันให้คนมานี่ภูเขาไฟแห่งนี้แน่นอนว่าต้องมาหาดอกมังกรประกายอัคคีเพื่อเอาไปต่อรองกับองค์จักรพรรดินั้นเอง
"เหอะ แผนการชั่วร้ายกว่าที่ข้าคิดเสียอีก ไม่คิดว่าจะได้รู้เห็นอะไรเช่นนี้เข้า ระดับนักบุญขั้นต้นกลับกล้ายกตนต่อรองกับนักบุญขั้นกลาง ทั้งชีวิตที่แล้วและชีวิตนี้ข้าพึ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรก เอาเถอะช่วยสักหน่อยก็แล้วกัน"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นและเดินลงจากเขาไปทิ้งเหล่าซากศพเอาไว้ด้านหลัง
"เจ้าปีศาจน้อยอย่าคิดว่าข้าไม่รู้ทันเจ้าที่คิดจะไปช่วยเนี้ย เจ้าคิดที่จะเกี้ยวองค์หญิงอะไรนั้นใช่หรือไม่ ลูกศิษย์ข้าช่างบ้าตัณหาราคะเสียนี่กระไร"กู่เทียนหลงกล่าวออกมาขณะเดินทางทำให้เฟยหรงถึงกับผงะในทันทีพร้อมทำหน้ามู่อย่างช่วยไม่ได้
"ข้าไม่ได้คิดอะไรเช่นนั้นเสียหน่อยแต่หากนางต้องการเช่นนั้นข้าก็ไม่ขัดหรอกนะ"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างเมินเฉย หากให้เทียบฮั่วหลิงหลิง นางอาจจะมีความคล้ายครึงกับเฟิงเสวียอยู่บ้างเนื่องจากใช้เปลวเพลิงเหมือนกันและงดงามไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ความงดงามของนางนั้นแตกต่างกันเล้กน้อยเพราะเฟิงเสวียจะดูร้อนแรงและเย้ายวน ส่วนฮั่วหลิงหลิงจะดูจริงจังอยู่ตลอดเวลาแต่ในทางกลับกันความจริงจังของนางนั้นกลับทำให้นางดูมีสเน่ห์มากและน่าหลงไหล
"เจ้าคนโลภ ข้าไม่พูดกับเจ้าแล้วรอให้ข้ามีกายเนื้อเมื่อไรอาจารย์อย่างข้าจะมีสักร้อยคนแซงหน้าเจ้าไปเลยทีเดียว"กล่าวจบกู่เทียนหลงก็เข้าไปในหอคอยเทพมังกรอีกครั้ง และไม่คิดจะออกมาหากไม่จำเป็นเนื่องจากมันเป็นสถานที่ฟื้นฟูพลังชั้นยอดให้กับเขาเลยทีเดียว
"แม้ข้าจะเป็นคนโลภแต่ข้าก็ตรงไปตรงมานะอาจารย์"เฟยหรงกล่าวออกมาอย่างขบขัน ก่อนที่จะใช้ท่าร่างมังกรเหินเวหา พุ่งตัวหายลับตาไปอย่างรวดเร็วจนเวลาผ่านมาสักพัก ชายหนุ่มถึงสัมผัสด้านบนภูเขาไฟมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และนี่อาจเป็นเพราะอสรพิษเพลิงแผดเผาได้กลืนกินดอกมังกรประกายอัคคีอีกดอกไปแล้วนั่นเองและกำลังพัฒนาตนเองกลายเป็นมังกร
"ขอให้เจ้าโชคดีนะ ต่อจากนี้แม้จะเป็นสายเลือดผสมแต่ก็ยังถือว่าเจ้าได้กลายเป็นมังกรแล้ว"เฟยหรงชงักฝีเท้าก่อนจะหันไปกล่าวอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันตัวกลับไปอีกครั้งเป้าหมายคือพระราชวังเพื่อรักษาเจ้าชายน้อยนั่นเอง