บทที่36 หอคอยทมิฬ
“เจ้าปีศาจทมิฬทำภารกิจล้มเหลว พลังชีวิตไม่มากพอสำหรับเปิดประตูมิติให้ทั้งกองทัพก้าวผ่าน” ผ่ามือพลิก มองไปด้านบน ราวกับมองเห็นทุกสิ่งจากตรงนี้“แสนยานุภาพของมนุษย์ ไม่ด้อยไปกว่าปีศาจแห่งความตายเท่าใดนัก หากกรีธาทัพช้ามทวีปตอนนี้ จำนวนที่น้อยกว่า มีเพียงความตายที่รออยู่ ด้วยตัวตนด้านบนนั้น” ด้านบนมีกองทัพมนุษย์หลักหมื่นคน มาพร้อมกับ จักรพรรดิกระทิงเหล็กสามเขา หัวหน้าศูนย์บัญชาการ สาขาจักรพรรดิหอคอยเก้าชั้นฟ้า กำลังเตรียมพร้อมรับมือ ทุกสถานการณ์“ฮึฮึ แน่จริงก็ออกมาสิว่ะ!!!” จักพรรดิกระทิงเหล็กสามเขา ตวาดลั้นจนผืนแผ่นดินสั่นสะเทือน รูปลักษณ์ของเขานั้นสูงราว สามเมตร ชุดเกาะสีเทาแวววาว มีเขาปรากฏบนไหล่ทั้งสอง และอีกเขาบนหมวกเหล็ก ในมือถือค้อนขนาดยักษ์ เพียงแค่มองก็สัมผัสได้ถึงออร่าแห่งความน่าเกรงขาม เนตรดวงตาบนมือ พลันปรากฏเส้นเสือดปูดโปน ริมฝีปากแยกเขี้ยวด้วยความโกรธ พลันปลดปล่อยจิตสังหารฟ้าถล่มทลายปกคลุมทั้งกองทัพมนุษย์ เพียงเสี้ยววิเท่านั้น แต่ก็กลับมาสงบเช่นเดิม“ฮะ ฮ่า ฮ่าๆ !!! วันนี้ข้าพอแค่นี้ ในอนาคตได้เจอกันอีกแน่ ก่อนจาก ข้าขอมอบของขวัญให้เผ่าพันธุ์มนุษย์เล็กๆน้อยๆ” ปรากฏอาวุธเวทปริศนาแพร่กระจายกลิ่นอายน่าสะพรึงกลัว บนมืออีกข้างที่ยื่นออกมาจากประตูมิติ พลังปราณทมิฬเริ่มหมุนวนรอบอาวุธเวท เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนพลังอาวุธเวทนั้นเอ่อล้นออกมา พุ่งผ่านอากาศไปยังวงแหวนสีแดงบนท้องนภา กระทั้งมันได้หลอมรวมกับพลังชีวิตที่เข้มข้น เนรตดวงตาปรากฏแววตาอันหยิ่งทนง พร้อมกับเอ่ยบางสิ่งขึ้นเปิดผนึกหอคอยทมิฬ!!! ผืนแผ่นดินสั่นสะเทือนไปทั่ว ทั้งป่าภูผาเทียมฟ้า เส้นแสงสีดำระเบิดออก ตามมาด้วยไอหมอกทมิฬกลืนกินพื้นที่ หนึ่งในแปดส่วนของป่า ภูเขาสีดำทมิฬ เริ่มผุดออกมาจากใต้หุบเหวลึก ไม่มีทีท่าจะหยุดลง ยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ คลืนนนน!!จนในที่สุดปรากฏภูเขากว้าง 100เมตร สูง 300เมตร หากวัดจากใต้หุบเหว ก็ประมาณ 900เมตร!!“ขอให้พวกเจ้าสนุก กับของขวัญของข้า ฮ่าาๆๆๆ!!” มันคือบางสิ่งที่เขย่าขวัญตนทั้งทวีปมนุษย์ไปอีกนาน“ปีศาจแห่งความตาย จะคอยจ้องมองพวกเจ้าจากตรงนี้ ตลอดกาล!!” เมื่อมันกล่าวจบ ประตูมิติก็ปิดลงทันใด วงแหวนสีแดงพลันหายไปพร้อมกับพลังชีวิตที่ค่อยๆสลายไปในอากาศธาตุอย่างช้าๆ บรรยากาศกดดันได้ครอบคลุมไปทั่วบริเวณ“กองทัพกระทิงเหล็กถอยทัพ!! ออกห่างจากหมอกทมิฬ ระยะ2ลี้ !!” เสียงออกคำสั่งทัพดังสนั้นไปทั่วป่า จักรพรรดิ ได้ตนักถึงบางสิ่ง กำลังคลืบคลานเข้ามาแม้บัดนี้เกิดเหตุการณ์ที่น่าหวาดหวั่น ใบหน้าของจักรพรรดิกระทิงเหล็กสามเขา ก็ยังคงประดับด้วยรอยยิ้มไม่จางคลาย เท้าทั้งสองได้พุ่งทยานเข้าไปในหมอกทมิฬ ปราศจากความเกรงกลัวใดๆภายใต้แววตาของเขา เป้าหมายที่ตรงไป คือภูเขาทมิฬเบื้องหน้าฟุ่บ!! หายไปในอากาศธาตุ“หัวหน้า!! ท่านไม่ควรใจร้อนนะค่ะ” เสียงอิสตรีผมยาวสีขาวจรดพื้นถูกเชือกสีฟ้าผูกรวบไปด้านหลังอิสตรีผู้นี้สวมใส่อาภรณ์เฉพาะบริเวณของหวงห้าม เพียงน้อยชิ้น มีผ้าบางๆสีฟ้าคอยปกคลุมอีกชั้น ในมือทั้งสองปรากฏ โล่กลมขนาดเล็กและดาบสั้นในมือ ภาพรวมทั้งหมดของหญิงสาว ดูเย้ายวน สง่างาม และแข็งแกร่ง ในเวลาเดียวกันเมื่อมองไปที่เหล่าทหารในกองทัพ ยังคงตกอยู่ในความหวาดผวาไม่จางคลาย จากจิตสังหารเมื่อครู่“มันอยู่ของมันดีๆ อยู่แล้ว ยังไปท้าทายมันอีก หัวหน้านะหัวหน้า กลับมาจะบ่นให้หูชาเลย” ฟางเอ๋อกล่าวขึ้น มือทั้งสองเท้าเอว ใบหน้าป่องไปด้วยก้อนแก้มสีชมพู“รองหัวหน้าเราหายจากความหวาดกลัวแล้ว แต่ตอนนี้ดันตกอยู่ในมนต์สกดความงดงามของท่านแทน” สีหน้าของเหล่าทหารต่างเปลี่ยนจากหวาดกลัวมาเป็นเคลิบเคลิ้มในทันใด พร้อมผงกศรีษะเห็นด้วยกับสิ่งที่ทหารคนนึงได้เอ่ยขึ้น“หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว ถอยทัพตามที่หัวหน้าสั่งเดี๋ยวนี้!!” ฟางเอ๋อถอดถอนหายใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแทบทุกครั้งไปกองทัพได้ถอยล่น ออกห่างจากหมอกทมิฬในทันทีทางด้านหมิงหลงตูมมม ตูมมม “เห้ย!! ปีศาจแห่งความตายผุดออกมาจากพื้นดินได้อย่างไงกัน ” ความกังวลได้ปรากฏขึ้นในแววตาหมิงหลง ขณะพวกเขากำลังหนีผ่านรอยแยกใต้หุบเหวลึกพลันมีภูเขาสีดำทมิฬผุดขึ้นจากพื้นดินจนสูงเสียดฟ้า และยิ่งไปกว่านั้นหมอกดำปริศนาได้ขยายตัวอย่างรวดเร็ว กระทั้งมีร่างของปีศาจตายซากนับพันค่อยๆโผล่ขึ้นมาจากดิน เป็นตัวตนระดับก่อกำเนิดปราณทั้งสิ้นสัตว์อสูรเชิดทั้งหกของเขา พุ่งเข้าปะทะบรรดาปีศาจจากแนวหน้า คอยเปิดทางให้ผู้คนนับร้อยได้ย่างกรายผ่าน กระทิงปฐพีเสริมพลังธาตุดินไปที่กาย จนสร้างเป็นเกราะหินอันแข็งแกร่งครอบคลุมกาย พุ่งไปแนวหน้าด้วยขาทั้งสี่ที่ทรงพลัง เขาอันใหญ่โตของมันกระทั้งขวิดและเหวี่ยงปีศาจตายซากจนกระเด็นลอยคว้างไปบนอากาศ ที่อาจหาญกล้ามาปะทะกับมันซึ่งซึ่งหน้าสิงโตอัคคี ใช้อุ้งเท้ามหึมา เสริมด้วยกงเล็บแหลมคมราวใบมีดพร้อมตะปบศัตรูเบื้องหน้าจนร่างเหวอะไม่มีเค้าโครงเดิม ปากอันใหญ่โตพร้อมปลดปล่อยไฟอัคคีทำลายล้างบรรดาปีศาจเบื้องหน้ากอลิล่าเผือกสี่แขนใช้กำปั้นทั้งสี่ทุบและฟาดปีศาจที่พุ่งเข้ามา กระเด็นออกไปจนถูกบนขยี้ด้วยกำแพงหุบเหวอย่างน่าสยดสยอง พละกำลังของมันนั้นมากพอที่จะทำลายเกราะปราณของขอบเขตปราณนภาขั้นต่ำ ได้อย่างง่ายดายกิ้งก่าทมิฬสองหัว ด้วยเกล็ดอันหนาและใหญ่ราวกับเกราะเหล็กเคลื่อนที่ ขาทั้งสี่ของมันใหญ่พอที่จะเหยียบปีศาจจนเละติดใต้ผ่าเท้า และไฟทมิฬกรัดกร่อนถูกปลดปล่อยออกจากหัวทั้งสอง ร่างกายที่สำผัสพลันกลายเป็นแอ่งของเหลวสีดำทมิฬย่อมๆเขี้ยวตะขาบยักษ์ยาวสองเมตรทำหน้าเป็นที่เสมือนกรรไกรยักษ์ สับทุกสิ่งให้ขาดเป็นชิ้นๆด้วยเขียวอันคมกริบ ปากสามารถปล่อยพิษอันร้างกาจ หากโดนเล็กน้อยอาจถึงตายไม่เกินหนึ่งงก้านทูป ขาอันแหลมคมราวหอกนับพันทลวกไปข้างหน้าด้วยความรวดเร็ว ไม่มีสิ่งใดสามารถหยุดยั้งมันได้ รวมกับเกราะอันแข็งแรงของมัน จึงเป็นสัตว์อสูรที่ทรงพลังที่สุดในบรรดาสัตว์อสูรหุ่นเชิดของเขาส่วนเจ้าหมีโลหิตใช้ความบ้าคลั่งของมันกวาดเหล่าปีศาจด้วยกรงเล็บที่ทรงพลัง และน้ำหนังที่มากพุ่งชน ท่าทีของมันนั้นหยิ่งทนง แสดงออกถึงแววตาไร้อารมณ์ ราวกับบอกศัตรูเบื้องหน้าไม่คู่ควรกับมันหมิงหลงที่ยืนท่ามกลางสัตว์อสูรที่น่าเกรงขาม ราวกับจ้าวแห่งสัตว์อสูร !!