กำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์

    ตอนที่ 126 ติงเหม่ยหลิน

    ตอนที่ 126

            ติงเหม่ยหลิน

             “น่าสนใจอยู่ไม่น้อย  เจ้าลองไปสืบดูว่าเด็กผู้นั้นมีที่มายังไงข้าอยากรู้ข้อมูลเขาทั้งหมดระดมสายลับทุกแคว้นรวบรวมข้อมูลเขามาให้ข้า” 

            สตรีลึกลับมีความสนใจในตัวเด็กหนุ่มผู้นั้นนี่เป็นครั้งแรกที่นางรู้สึกมีความสนใจในบุคคลหนึ่ง ทุกทีนางไม่ได้มีความสนใจกับชีวิตนี้นักเพียงแต่ตั้งใจหาเงินหาชื่อเสียงและรอสามีกลับมาเหลือเวลาแค่ 2ปีเท่านั้นเขาก็จะถูกปล่อยตัวแล้ว นางกำลังหมายถึงคนรักของนางเขาถูกจำคุกมาเกือบ 100 ปีแล้วจะได้เวลาออกมาเสียที นางไม่รู้เลยว่าตอนนี้ตนรู้สึกยังไงกับคนรักคนนี้เพราะการไม่ได้พบกันเป็นเวลานานขนาดนี้จึงไม่เข้าใจว่าตอนนี้ตนยังรักเขาอยู่ไหม

            ทางด้านไป๋เหอหลังจากได้กำไรจากการเดิมพันก็พาหวังเหว่ยไปนั่งที่ร้านน้ำชาพูดคุยกันเรื่อยเปื่อยยังไม่คิดที่จะออกมาจากสถานที่นั้น

            “วันนี้ขอบใจเจ้ามากนะทำให้ข้ามีรายได้กลับมาตั้งมากมาย”  หวังเหว่ยมีความพึงพอใจกับรายได้จำนวนนี้มากคิดว่าหากพาไป๋เหอมาต่อสู้ที่นี่บ่อยๆเขาคงจะมีเงินจากการทำรายได้ที่นี่มหาศาลเว้นเสียแต่ว่าไป๋เหอไม่คิดที่จะหาความเสี่ยงจากเรื่องพวกนี้

            “ข้าก็ต้องขอบใจเจ้าเหมือนกันที่ทำให้ข้ามีรายได้มากมาย  ขนาดนี้”

            การต่อสู้รู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องเป็นฝ่ายชนะเขาคิดว่าหากตนจะหาเงินจากสถานที่นี้ก็คงทำได้ไม่ยากแต่ก็คงไม่คิดที่จะทำบ่อยเพราะคิดว่ารายได้จากการขายโอสถก็พอทำให้เขามีเงินใช้ไม่ขาด  เขาคิดว่าตนเองตอนนี้ต้องการอยากจะซื้อเรือนอยู่ในเมืองแห่งนี้สักหลังไว้เป็นที่พักแต่ไม่รู้ว่าที่นี่การขายเรือนหนึ่งหลังจะมีราคาเท่าไหร่เรื่องนี้จะต้องไปหาข้อมูล ในขณะนั้นไป๋เหอสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่แผ่มาทางตนคล้ายจะมีสายตาหลายคู่จ้องจับมาที่เขา  คิดว่าสงสัยจะมีศัตรูเพิ่มมาอีก

            “เจ้าเป็นอะไรเหรอมีอะไรผิดสังเกตเหรอเปล่า”  หวังเหว่ยสังเกตได้ว่าสายตาของไป๋เหอเปลี่ยนไปทำให้เขานึกเป็นกังวลว่ามันเกิดอะไรขึ้น

            “ข้าคิดว่ามีคนกำลังจ้องมองข้าเหมือนอยากให้ข้าตาย”

            “พวกนั้นเป็นใครกัน”

            พอไป๋เหอพูดออกมาเช่นนั้นหวังเหว่ยก็มองสำรวจไปรอบๆตัว ก็ได้พบกับสายตาหลายคู่จ้องมาที่โต๊ะพวกเขานั่งดูแต่ละคนไม่ธรรมดา เขาซึ่งอยู่ขั้นรวมจิตระดับ 2 ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของคนเหล่านี้แต่หากไป๋เหอเกิดเรื่องเขาจะต้องร่วมมือด้วยไม่คิดทิ้งสหายผู้นี้อยู่แล้ว

            “เจ้าไม่ต้องไปสนใจพวกนี้หรอกเราเพียงนั่งดื่มไปเรื่อยๆ เดี๋ยวสักพักจะมีคนมาหาข้า” 

            หลังจากเขาส่งกระแสจิตออกไปในสถานที่นี้เขาก็ได้พบกับห้องลับห้องหนึ่งแต่ไม่สามารถมองทะลุเข้าไปได้ด้วยพลังของคนในนั้นแข็งแกร่งนักเขาจึงเพียงแค่ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งให้คนมาเชิญเขาไปพบแม้ไม่รู้ว่านางเป็นใครแต่สำหรับเขากลับรู้สึกว่านางมาดี

            หวังเหว่ยไม่เข้าใจว่าไป๋เหอเขารู้ได้อย่างไรแต่ก็เข้าใจว่าเขาค่อนข้างไม่เหมือนใครได้แต่นั่งรอคนผู้นั้นด้วยความอยากรู้และครู่ต่อมาก็มีชายชราผู้หนึ่งที่แต่งตัวไม่เหมือนใครแค่มองออกก็รู้แล้วว่าเป็นคนของที่นี่และเป็น1 ในสามของนายท่านหญิงเดินตรงมาหาพวกเขา แม้ว่านายท่านหญิงที่เป็นเจ้าของที่นี่ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงแต่การที่นางปิดบังใบหน้าด้วยผ้าผืนเล็กเพียงมองดวงตาคู่สวยก็รู้แล้วว่าภายใต้ผ้าปิดหน้านั้นงดงามมาก  แต่ก็มีคนที่เคยได้พบนางกล่าวว่านางงามล่มเมืองยากที่จะหาสาวงามอื่นเทียบได้  

            “ข้าน้อยติงเชา เป็นผู้อาวุโสดูแลที่นี่ นายท่านหญิงต้องการทำความรู้จักกับคุณชายโปรดให้เกียรติเข้าไปพูดคุยข้างในเถอะนายท่านหญิงรออยู่ด้านในแล้ว”  

            ติงเชากล่าวอย่างสุภาพเด็กหนุ่มนี้ใช่ว่าเขาควรจะยุ่งได้หากยังไม่รู้จักอย่างแท้จริงกลัวว่าจะมีไพ่ตายหลายอย่างในตัวบุคคลนี้ที่ยังไม่เปิดเผยหากพลาดท่าก็คงจะไม่ดีแม้ว่าตอนนี้เขาจะมีวรยุทธที่สูงส่งต่อคนตรงหน้าแต่ย่อมที่จะไม่เสี่ยงสร้างศัตรูเพิ่ม

            “ถ้าอย่างนั้นท่านโปรดนำทางเถอะ” 

            เขาก็อยากจะเข้าไปดูเหมือนกันว่าเสียงสตรีผู้นั้นน่าตาจะงดงามเพียงใดและนางค่อนข้างจะมีอิทธิพลที่นี่ ถ้าอย่างนั้นเขาจำเป็นจะต้องทำความรู้จักไว้เผื่ออนาคตภายภาคหน้าของเขาที่จำเป็นจะต้องมีกองกำลังเป็นของตนเอง

            ไป๋เหอและหวังเหว่ยเดินตามชายชราเข้าไปด้านในสถานที่ทางเดินเข้าไปนั้นมันคนละทางกับทางไปสนามต่อสู้ พอเดินไปข้างหน้าอีกนิดก็เจอทางเดินที่กว้างขึ้นและเมื่อเดินเข้าไปอีกก็ได้พบกับขนาดเรือนหลังใหญ่เป็นเรือนไม้สองชั้นพื้นที่ด้านหน้ามีสระน้ำเล็กๆมีต้นไม้ขนาดใหญ่อยู่ติดกันใต้ต้นไม้มีที่นั่งสำหรับไว้นั่งเล่น การเข้ามาในที่แห่งนี้ช่างเปิดโลกกว้างให้เขาเหลือเกินไม่คิดว่าจะมีสถานที่แบบนี้อยู่มันช่างสวยงามมาก

            ชายชราพามาหยุดลงหน้าเรือนก่อนจะกล่าวพูด

            “คุณชายให้สหายของท่านรออยู่ด้านหน้าเถอะส่วนท่านเชิญด้านในไปกับข้า” 

            ภายในเรือนของนายท่านหญิงไม่ต้องการให้คนนอกเข้าไปยกเว้นว่าเป็นคนสำคัญที่นายหญิงเรียนเชิญและนี่ก็เป็นคนที่สองที่นายท่านหญิงพามายังเรือนพักคนแรกเป็นบิดาของนางและนี่ก็คงเป็นคนที่สองเขาไม่รู้ว่านายท่านหญิงทำไมถึงให้ความสำคัญกับเด็กน้อยผู้นี้แม้จะสงสัยแต่เขาก็ไม่ควรยุ่ง

            ไป๋เหอพยักหน้าให้กับหวังเหว่ยก่อนจะเดินเข้าไปในเรือนพร้อมกับชายชราแล้วเมื่อเขาเข้าไปด้านในกลับพบว่าสถานที่ด้านในมันแตกต่างกับภาพเมื่อครู่ที่เขาเห็นอยู่ด้านนอกราวกับว่าสถานที่เหล่านี้เป็นสถานที่เทพเซียนอยู่มันช่างงดงามเหลือเกินเขาจ้องมองมันอย่างน่าสนใจเห็นแล้วอยากมีสถานที่แบบนี้เป็นของตนเองบ้าง ก่อนจะได้ยินเสียงหญิงสาวคนเดิมกล่าวขึ้น

            “ไม่ต้องตกตะลึงขนาดนั้นเชิญนั่งเถอะ”

            ไป๋เหอหันไปมองตามน้ำเสียงนั้นก็ได้เห็นสตรีรูปร่างดีมีส่วนเว้าส่วนโค้งส่วนตรงหน้าอกนั้นมีขนาดใหญ่พอควรขณะก้าวย่างยังมองเห็นขาเรียวงามที่มีผิวขาวเนียนโผล่พ้นกระโปรงยาวที่สวมใส่ การเดินยังบิดสะโพกไปมาแม้จะย่างก้าวช้าๆแต่ค่อนข้างมีเสน่ห์น่าดึงดูดด้วยรูปลักษณ์ของนางที่ไม่ธรรมดาจนไป๋เหอทำตัวไม่ถูก เขายอมรับว่าคนตรงหน้าแม้จะปิดบังใบหน้าแท้จริงของนางไว้เพียงแค่มองผ่านดวงตาคู่สวยเขาก็คาดเดาได้ทันทีว่านางงดงามเพียงใด

            “เอ่อ..ข้าน้อยขอคารวะขอรับ”

             ไป๋เหอประสานมือคารวะเมื่อครู่เขามัวแต่ตกตะลึงนอกจากรูปร่างของนางจะมีเสน่ห์น่าดึงดูดแล้วกลิ่นกายของนางที่ลอยมาแตะจมูกของเขาช่างมีกลิ่นหอมรัญจวนใจเสียจริงๆทำให้เขามีความคิดที่ว่าอยากจะเข้าไปดมดอมให้ใกล้ๆกว่านี้เมื่อกี้เหมือนตกอยู่ในภวังค์

            “เชิญนั่งเถอะ” 

            หญิงสาวเห็นว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ยอมนั่งเสียทีนางจำจะต้องเอ่ยเชิญอีกครั้งเมื่อกี้นางก็เกือบจะหลุดขำในท่าทีของเขา นางเข้าใจดีว่ารูปร่างของนางนั้นสามารถดึงดูดให้ผู้พบเห็นตกตะลึงได้ยิ่งหากนางเปิดใบหน้าที่แท้จริงออกมาชายมากมายก็คงจะหลงเสน่ห์ในความงามของนางอย่างถอนตัวไม่ขึ้นเป็นแน่ นางจึงจำจะต้องปิดหน้าปิดตาขณะอยู่ข้างนอกเพื่อป้องกันสายตาหลายคู่จับจ้องจะกินตัวนาง

            เมื่อถูกกล่าวเชิญอีกครั้งไป๋เหอก็เรียกสติตนเองกลับมาแล้วนั่งลงตรงหน้าก่อนจะเอ่ยกล่าวถึงตัวนางในการชวนตนมาพบ

            “ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรจะพูดกับข้าอย่างนั้นเหรอ”

            “ข้าไม่อ้อมค้อมด้วยความสามารถของท่านนั้นดูไม่ธรรมดาข้าเพียงแค่ต้องการมีพันธมิตรและท่านก็เหมาะสมในเวลานี้  แม้ว่าตอนนี้ตัวข้าจะไม่รู้ว่าท่านมีความสามารถแค่ไหนแต่การประลองวันนี้ทำให้ข้าเปิดหูเปิดตามาก”  หญิงสาวเชื่อมั่นว่าสายตาของตนมองไม่ผิดว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่ธรรมดา

            “ถ้าหากข้าร่วมมือกับท่านแล้วตัวข้าจะได้ประโยชน์อะไร”   

            “ประโยชน์มันมีมากมายอยู่แล้วแต่ก็ขึ้นอยู่กับท่านว่าจะสามารถสร้างประโยชน์จากที่แห่งนี้ได้เหรอเปล่าเท่านั้นเอง”น้ำเสียงนางแฝงความนัยลึกซึ้ง ขณะที่สายตายิ่งลึกล้ำยากจะหยั่งถึง

            ไป๋เหอนึกคิดประโยชน์ที่เขาจะได้จากการทำงานที่นี่และดูเหมือนว่าจะมีข้อดีมากมายเลยอย่างน้อยเขาก็ต้องสร้างชื่อเสียงให้ตัวเองบ้างเพื่ออนาคตข้างหน้าและดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะมีความลับมากมายที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับตัวนางและประวัติที่นี่ว่าเป็นมายังไงนางจะสามารถให้ประโยชน์กับเขามากน้อยเพียงใดหากเขาเลือกที่จะเป็นพันธมิตร

            ในขณะนั้นไป๋เหอลองใช้จิตตรวจสอบหญิงสาวตรงหน้าดูพลันปรากฏว่าร่างกายของนางมีพิษที่ยังไม่ถูกรักษาเหตุใดถึงได้ปล่อยไว้แบบนี้ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยถาม

            “ขอเรียนสอบถามท่านหน่อยตอนนี้ท่านป่วยอยู่เหรอไม่”

             

             

             

     ขอโทษที่ปล่อยให้รอนานกลับมาแล้วจะพยายามทำให้จบไม่เกิน 300 ตอน บทเก่าๆอาจจะต้องมีการเปลี่ยนในเรื่องของสัตว์อสูรพวกระดับยาต่างๆ ต้องขออภัยด้วยครับ วางแผนไม่ดีเอง

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ราชามังกรสวรรค์ ที่คุณอ่าน