ถึงแม้นหูจะคอยฟังเื่ราวต่างๆจากพวกผู้ใหญ่อยู่ แต่ว่าสายตาของเสี่ยวจื่อน้อยในตอนนี้ก็มองไปรอบๆด้านอย่างสนใจเช่นเดียวกัน เธอคอยสังเกตมองดูบริเวณโดยรอบว่าเป็อย่างไรบ้างเพื่อทำความคุ้นเคยกับสถานที่ใหม่ที่เธอคงจะต้องอยู่ตลอดไปจวบจนลมหายใจสุดท้ายในโลกแห่งนี้กับครอบครัวของตระกูลเผิง
ที่ดินทั้งหมดของที่บ้านของตระกูลเผิงแห่งนี้มีเพียงแค่ 15 ไร่เพียงเท่านั้นเอง มีปลูกมัน ปลูกข้าวสาลี ปลูกข้าว และพืชผักสวนครัวเล็กๆน้อยๆรอบๆบ้านที่อาศัยอยู่
“บรรยากาศดี๊ดีจังเลย ไม่มีมลพิษจริงๆ โล่งปอด อือ…??แต่ก็ว่านะเมื่อไหร่เราจะเห็นสถานที่ทับซ้อนในอดีต และอนาคตอีกครั้งกันล่ะเนี่ย มองไปทางไหนก็ยังคงเป็สถานที่เดิมอยู่เลยมันเกิดขึ้นได้ยังไงกันนะ??สถานที่ทับซ้อน อดีต ปัจจุบัน และอนาคตเนี่ย??”เสี่ยวจื่อน้อย ก็ครุ่นคิดถึงความสามารถพิเศษของเธอไปด้วยและมองบริเวณโดยรอบไปพร้อมๆกัน
“อ๊ะนั่นบ้านตาเฒ่าเฉียนมากันแล้วนี่”ปู่
“ครับพ่อ วันนี้ทำไมบ้านพ่อตาถึงได้มาเร็วนัก?”พ่อ
“คงอยากจะเร่งไปเข้าป่าหาสัตว์และพืชผักเร็วขึ้นกว่าเดิมล่ะมั้ง”ปู่
พวกท่านเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นแต่ก็ทำได้ยากเพราะช่วยกันเข็นรถเข็นที่มีกระสอบข้าวสารถึง 4 กระสอบใหญ่ไปด้วย
“เด็กๆตากับยาย มาถึงแล้ว”แม่
“ไหนๆครับ???”พวกพี่ชายทั้งสามนิ้ว
“โอ้….ตากับยาย ลุงป้ากับพวกพี่ๆมากันหมดเลยเร็วเข้าพวกเราไปหาพวกเขากัน”พี่ใหญ่หมูจื่อ
“ไปกันเลย..”พี่รองสือจื่อ
“ตึก…ตัก…..”พวกพี่ๆพากันวิ่งตรงดิ่งไปตรงที่บ้านกันอย่างรวดเร็วเพื่อไปสมทบกับบ้านตระกูลเฉียนที่เป็บ้านของแม่เสี่ยวจื่อน้อย
####
“เอ๋…??”เสี่ยวจื่อน้อยหันมามองตามที่แม่บอก ว่าเป็ครอบครัวของแม่
“ตา ยาย ป้า ลุง และพี่ชายอีกสองคน ทางฝ่ายแม่ของเรางั้นเหรอ?? ขนาดเห็นไกลๆยังพอมองออกเลยว่าหน้าตาดีกันหมดเลยนะเนี่ยนะ
แต่พอนึกถึงชื่อเรียกที่ตั้งกันทั้งสามบ้านนี้ขึ้นมาก็นึกอดที่จะขำไม่ได้จริงๆนะเนี่ยนะ
บ้านเราที่พ่อกับแม่ตั้งให้ลูกฝาแฝดทั้ง 5 คน ก็ตั้งตามนิ้วมือห้านิ้วไปเลยง่ายๆไม่ยุ่งยากคนเรามีนิ้วมือกัน 5 นิ้วเรียกเหมือนๆกันอยู่แล้วนี่เนอะ เผิงหมูจื่อ นิ้วโป้ง /เผิงสือจื่อ นิ้วชี้ /นิ้วกลาง เผิงจงจื่อ / เผิงอู๋ิจื่อนิ้วนาง / เผิงเสี่ยวจื่อ นิ้วก้อย
ส่วนบ้านปู่กับย่าก็นะตั้งเป็แม่สีครบสีกันไปเลยดีนะที่ลูกหลานมีไม่กี่คนไม่งั้นคงจะมีสีครบจริงๆล่ะ อย่างพ่อเราก็ พ่อเผิงลวี่เซ่อ สีเขียวนี่
ปู่ชื่อเผิง จื่อเซ่อ สีม่วง ส่วนย่าคนสวยของเราก็ชื่อเสียสีหวานแหววเลยว่า เผิงเฝิ่นหงเซ่อ สีชมพู
ลุงพี่ชายของพ่อก็ออกแบบมาดเข้มชื่อ เผิงเฮยเซ่อ สีดำ และป้าสะใภ้ของเราก็สมกับเป็สะใภ้บ้านเผิงจริงๆมาพร้อมกับชื่อว่า เผิงเทียนหลันเซ่อ สีฟ้า สดใสมาเลย
แต่ว่าลุงพอมีลูกก็ยังคงตั้งชื่อคงสีเอาไว้อย่างพี่ชายสองสีที่มีชื่อว่า พี่ชาย เผิงหวงเซ่อ สีเหลือง กับพี่ชาย เผิงหงเซ่อ สีแดง
ครอบครัวแม่สีจริงๆเลย
ยังดีนะที่บ้านเราพ่อไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องตั้งชื่อฝาแฝดทั้ง 5 คนเป็สีอีกไม่อย่างนั้นแล้วเราจะได้สีอะไรที่เหลือล่ะ น้องน้ำเงิน??น้องส้ม??
อึ๋ย…แค่นึกถึงสีที่เหลือก็ขนลุกแล้วดีที่รอดตัวไปไม่โดนตั้งชื่อเป็น้องสี…..เหมือนครอบครัวของปู่น่ะ!!
ยิ่งบ้านตากับยายแล้วก็ยังคงหนักใจมากเหมือนกันตั้งชื่อเรียกตามของใช้ในครัวเรือนอีกด้วย แม่ชื่อ เผิงเปยจึ แก้ว
ตาเฉียนเชียช่ายป่าน เขียง ส่วนยายก็เฉียนหว่าน ถ้วย ชื่อลูกที่ตั้งนี่ก็เฮ้อ…ลุงกระทะ..เฉียนกัวกัว
ยังดีพวกพี่ชายสองคนที่เป็ลูกของลุงคนโตพี่ชายของแม่แก้วเรา ชื่อฟังแล้วยังพอทน
พี่ชายฉียนสุ่ยหู กาต้มน้ำ กับพี่ชายเฉียนไคว่จื่อ ตะเกียบ ฟู่…..ช่างคิดจริงๆ รับรองเลยว่าชื่อแบบนี้ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใครเลยจริงๆ ”เสียวจื่อน้อย
“อิ…อิ….อิ…..”เสี่ยวจื่อน้อย เองก็อดขำชื่อของทั้งสามบ้านนี้ไม่ได้จริงๆ
#####
“ว่าอย่างไรเ้าตัวเล็ก อารมณ์ดีอะไรลูกหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเนี่ย??”แม หันมามองเสี่ยวจื่อน้อยในอ้อมแขนของท่าน
“เสี่ยวจื่ออารมณ์ดีจ้ะแม่ ที่ได้ข้าวสารหลายกระสอบอย่างไรล่ะคะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“อ้อ…..”แม่
“พี่สาวก็อารมณ์ดีที่ได้ข้าวสารหลายกระสอบเหมือนกันนะน้องเล็ก”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“เนอะๆพี่สาว”เสี่ยวจื่อน้อย ทำพยักหน้าร่วมด้วยกับพี่สาวของเธอ
“ถึงบ้านเราแล้วจ้ะสองสาวน้อย”แม่
“บ้าน….??”เสี่ยวจื่อน้อย ที่มองเห็นบ้านอยู่ด้านหน้าแล้วถึงกับต้องแอบทอดถอนหายใจออกมาอย่างยาวๆเลยทีเดียว
“เฮ้อ………ค่อนข้างยากจนจริงๆด้วย สภาพเก่าแก่มากจริงๆ ดูก็รู้เลยว่าปลูกบ้านมาหลายสิบปีจริงๆ แต่ก็ถือว่าสร้างบ้านจากอิฐจากหินได้ก็ถือว่าไม่เลวเท่าไหร่อย่างน้อยๆก็ทนกว่าพวกบ้านดิน บ้านไม้นั่นล่ะนะ ความคงทนก็จะดีกว่ามากด้วย”เสี่ยวจื่อน้อย ที่มองบ้านของตระกูลเผิงที่ต่อจากนี้ไปเธอจะต้องอาศัยอยู่จวบจนกระทั่งลมหายใจสุดท้าย
“ตาเฒ่าเผิงพวกเ้าขนอะไรกลับมาอย่างงั้นเหรอเนี่ย???”ตา ที่พอเห็นปู่ พ่อ ลุง มาถึงตรงบริเวณหน้าบ้านของตระกูลเผิงแล้วก็ส่งเสียงทักทายกันเลย
“อ้อ…กระสอบพวกนี้น่ะเหรอมันคือกระสอบข้าวสารน่ะ”ปู่
“กระสอบข้าวสารงั้นเหรอ??? พวกแกเก็บเกี่ยวข้าวได้แล้วงั้นเหรอเนี่ย???”ตา ถามอย่างงุนงงมากเช่นกันเพราะเท่าที่ท่านจำได้ยังไม่ถึงเวลาที่จะเก็บเกี่ยวข้าวเลยนี่หน่า แล้วตาเฒ่าเผิงขนข้าวสารกลับมาแล้ว??!!
“ไม่ใช่ๆ ข้าวในที่นาของฉันยังเก็บเกี่ยวไม่ได้ เข้าใจผิดกันแล้ว”ปู่ รีบปฎิเสธทันที
“อ้าว…แล้วกระสอบข้าวสารพวกนี้เอามาจากไหนกันรึ???”ตา
คนที่บ้านตระกูลเฉียนก็รอฟังคำตอบกันหมดด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาเองก็ไม่คิดว่าบ้านเผิงจะไปซื้อข้าวสารมามากมายหลายกระสอบทีเดียวแบบนี้ ราคาข้าวสาร่นี้ไม่ใช่ราคาถูกๆเลย
“เอาล่ะ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังว่ากระสอบข้าวพวกนี้น่ะเอามาจากไหน เื่ของเื่ก็คือว่า เ้าตัวเล็กเสี่ยวจื่อน้อยไปพบเจอกระสอบข้าวสารพวกนี้ที่ท้ายไร่ที่ติดกับป่าที่เป็เส้นทางขนส่งน่ะ แล้วทีนี้ก็……บลา….บลา…บลา….”ปู่ ก็เล่าเื่ราวต่างๆให้ฟัง คนบ้านตระกูลเฉียน ตากับยายเสี่ยวจื่อน้อยก็พากันใปนดีใจแทนไปด้วยจริงๆ
“โชคดีมากจริงๆนะ เสี่ยวจื่อน้อยของพวกเราเป็ตุ๊กตานำโชคมาให้จริงๆ”ตา
“ก็ใช่น่ะสิ หลานสาวคนเล็กพวกเราเป็ตัวนำโชคจริงๆ”ปู่
“ตอนแรกไปเจอเข้าพวกเราก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันครับ แต่ว่าพอเปิดกระสอบออกก็ใกันไม่น้อยเลยทีเดียวที่เห็นข้าวสารเมล็ดสวยๆพวกนี้บรรจุเต็มกระสอบทั้ง 4 กระสอบเลยครับ”พ่อ
“อือ…..”คนอื่นๆ
ต่างพากันนั่งพักพูดคุยถึงกระสอบข้าวสารที่ได้มากันอย่างเพลิดเพลินกินเวลาไปพอสมควรเลยทีเดียว
ส่วนพวกเด็กๆก็พากันวิ่งเล่นกันตามประสาพี่น้อง ลูกพี่ลูกน้องที่พอรวมตัวกันครบทั้งหมดก็พากันเล่นสนุกสนานกันไป ส่วนสองสาวน้อยของบ้านก็อยู่ในมุมของเธอสองคนไม่ได้ไปวิ่งไล่กันเหมือนพวกพี่ชายทั้ง 7 คนทางด้านโน้น
“พี่สาวนอกจากที่ทุ่งนา ที่บ้านตากับยายแล้วพวกเราเคยไปทีไหนกันไกลกว่านี้ไหมนะ??”เสี่ยวจื่อน้อย แอบสอบถามข้อมูลบางอย่างจากพี่สาวคนเดียวหรือพี่คนที่สี่จากฝาแฝด 5 คนของเธอก่อนเลย แล้วค่อยๆแอบสอบถามพวกพี่ชายฝาแฝดที่เหลือ และพวกลูกพี่ลูกน้องของเธออีกด้วย
“อือ…..ก็ตามชายป่าที่ติดกับูเาด้านโน้นกับป่าที่ใกล้ๆบ้านของพวกเราอย่างไรล่ะน้องเล็ก”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“อย่างนั้นเหรอ??? แสดงว่ายังไม่เคยออกจากหมู่บ้านเป่าเฉิงไปไกลกว่านี้เลย”เสี่ยวจื่อน้อย
“น้องเล็กอยากจะออกไปเที่ยวที่ไหนอย่างนั้นเหรอ?? บอกพี่สาวได้นะ พี่สาวจะพาไปเองนะ”พี่สาวอู๋ิจื่อ เอียงคอถามน้องสาวคนเล็กอย่างน่ารักทีเดียว
“ก็อยากไปอยู่นะพี่สาว แต่พวกเราคงจะไปกันเองไม่ได้หรอกขาสั้นๆแบบนี้น่ะ คงจะต้องให้พวกผู้ใหญ่พาไปด้วยน่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“โอ้..!!ก็จริงอย่างที่น้องเล็กพูดจริงๆนั่นแหละนะ ขนาดว่าไปที่ทุ่งนาแต่ละวันเดินเองยังเมื่อยเลยนะ ขืนถ้าไปไกลกว่านี้พวกเราคงจะพากันเดินไม่ไหวจริงๆล่ะ”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“เฮ้อ……”เสี่ยวจื่อน้อย อดไม่ได้จริงๆที่จะต้องทอดถอนหายใจยาวๆออกมาอีกครั้ง อย่างเบื่อหน่ายสภาพของตัวเธอเองในตอนนี้ที่ยอมรับเลยว่าคงจะช่วยเหลือตัวเองได้ไม่มากเท่าที่ควรในร่างเด็กหญิงตัวน้อยกะจ้อยร่อยแบบนี้
“พวกเราไปเดินเล่นรอบๆบ้านกันดีกว่านะพี่สาว นั่งตรงนี้เสี่ยวจื่อเบื่อแล้วล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“ได้สิ ไปกันนะ”พี่สาวอู่ิจื่อ
“ฮึ่บ…..”พี่สาวเตรียมตัวลุกขึ้นก่อนเลยพร้อมกับส่งมือไปให้น้องเล็กของเธอจับเพื่อลุกขึ้นยืน
สองสาวน้อยของบ้านก็พากันเดินเล่นรอบๆบ้านกัน เสี่ยวจื่อน้อยสังเกตการณ์อย่างละเอียดว่าที่บ้านของตระกูลเผิงมีอะไรบ้างอย่างเก็บรายละเอียดให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อที่จะได้รับรู้ว่าขาดเหลืออะไรบ้างสำหรับครอบครัวนี้ และไหนจะครอบครัวของตากับยายที่เป็ครอบครัวเดิมของแม่ของเธออีก
“คงจะต้องหาทางช่วยเหลือครอบครัวสองครอบครัวนี้ให้ดีขึ้นเร็วๆให้ได้เลย”เสี่ยวจื่อน้อย
ในระหว่างที่กำลังเดินสำรวจรอบๆบริเวณบ้านเผิงอยู่นั้น เสี่ยวจื่อน้อยก็ต้องหยุดเดินและตาโตอีกครั้งหนึ่ง เพราะด้านหน้าของเธอนั้นเริ่มจะมีหมอกควันขาวๆขึ้นมาอีกครั้ง และมันก็หมายถึงว่าเธอจะได้เห็นสถานที่ที่แตกต่างจากปัจจุบันนี้อีกครั้งหนึ่งแล้ว!!!
“หมอกควันขาวๆพวกนี้เกิดขึ้นอีกแล้ว!!”เสี่ยวจื่อน้อย
“หมอก และควันขาวๆ??”พี่สาวอู๋ิจื่อ
“ใช่ๆพี่สาวสุดสวย ด้านหน้าตรงนั้นอย่างไรล่ะ”เสี่ยวจื่อน้อยชี้ไปทางด้านหน้า แต่ว่าเธอคงจะลืมไปว่ามีเพียงแค่เธอคนเดียวที่เห็นมันน่ะพี่สาวของเธอไม่สามารถเห็นมันได้
“เอ๋…???ไม่เห็นมีอะไรเลยนะน้องเล็ก”พี่สาวอู๋ิเจ๋อ
“พี่สาวไม่เห็นเหรอ??”เสี่ยวจื่อน้อย ลองถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจว่ามีเธอเพียงคนเดียวที่เห็นปรากฎการณ์อะไรแบบนี้ เพราะครั้งแรกที่เห็นภาพสถานที่ทับซ้อนในครั้งแรก ในตอนนั้นเธออยู่เพียงลำพังไม่มีคนอื่นๆอยู่ด้วย ก็เลย้าความชัดเจนอะไรบางอย่างขึ้นมา
“พี่สาวไม่เห็นอะไรเลยนะน้องเล็ก เดี๋ยวไปดูใกล้ๆละกันตรงไหนล่ะพาพี่สาวไปหน่อยนะน้องเล็กนะ”พี่สาวอู๋ิจื่อ ที่ไม่อยากให้น้องเล็กผิดหวังเลย พยายามอย่างเต็มที่
“ไปกันนะพี่สาว ถ้าไม่เห็นก็ไม่เป็ไรนะ”เสี่ยวจื่อน้อย
“ได้ๆจ้ะ น้องเล็ก”พี่สาวอู่ิจื่อ
สองสาวพี่น้องพากันเดินจูงมือตามกันไปตามจุดที่เสี่ยวจื่อน้อยบอกเห็นละอองหมอกควันสีขาวๆขึ้นตรงนั้นกัน
“นะ..นี่ๆหมายความว่าเราจะเห็นภาพสถานที่ทับซ้อนอีกครั้งแล้วงั้นเหรอเนี่ย?? อ้า…มันคืออะไรกันนะ ค่อยๆออกมาแล้ว”เสี่ยวจื่อน้อยตาโต อย่างลุ้นที่สุดเลยว่าเธอจะมองเห็นสถานที่แบบไหนกัน และจะเป็ อดีต หรืออนาคต
“โอ้…!!! ประตูหรือหน้าต่างเป็กระจกงั้นเหรอ??…เอ๋…มีบอร์ดไฟ้าด้วย??”เสี่ยวจื่อน้อย ที่ค่อยๆเริ่มเห็นภาพสถานที่ทับซ้อนขึ้นอย่างชัดเจนขึ้นเรื่อยๆและบรรยาภาพที่เธอเห็นออกมาอย่างตื่นเต้น
***********
เสี่ยวจื่อน้อยของพวกเราเห็นภาพทับซ้อนสถานที่ในอดีต หรืออนาคตข้างหน้ากันล่ะเนี่ย??? และเสี่ยวจื่อน้อยเห็นเป็สถานที่แบบไหนกันนะถึงได้ตาโต๊ ตาโตเป็อย่างมากและคึกคักเต็มที่เลยที่จะะโข้าเข้าไปสู่สถานที่นั้นทันทีไม่รอช้าอีกด้วย
ลองเดากันดูค่ะว่าเสี่ยวจื่อน้อยของเรามองเห็นสถานที่อะไรกันจากอดีต???หรือจากอนาคต???เป็แบบไหนกันนะ??? รอติดตามกันตอนหน้าจ้า..!!