อภินิหารมารฟ้า

    ตอนที่ 9 หลงกล

    ท่ามกลางความมืดมิดกลุ่มโจรยังคงไล่ตามเทียนฟางเข้าไปในความมืด เงาทึบทึมของหมูต้นไม้โยกไหวไปตามสายลม บ้างส่งเสียงหวีดหวิวออกมาไม่ต่างจากวิญญาณเร่ร่อน เมื่อไม่พบแม้เงาของเทียนฟาง กลุ่มโจรจึงหยุดก่อนจะมารวมตัวกัน


    "มันหายไปไหนเร็วนัก แม้ว่าจะไล่ตามมันถึงสองวันเต็ม แต่กลับต้องมาคลาดกับมันอีก" โจรคนหนึ่งพูดขึ้น ท่ามกลางแสงจันทร์ที่สาดส่อง เคยเห็นสีหน้าแววตาที่เป็นกังวล


    หากเป็นการไล่ล่าอย่างที่พวกมันเคยทำมันคงไม่หนักใจเหมือนครั้งนี้ เพราะตอนนี้เม็ดยาที่พวกมันอุตส่าห์รวบรวมมาด้วยความยากลำบากกลับต้องมาถูกขโมยไปโดยกลุ่มคนลึกลับ


    โชคดีที่พวกมันไหวตัวทันและทำวิธีการบางอย่างทำให้เม็ดยานั้นมีกลิ่นหอมมากกว่าปกติอีกทั้งยังเป็นกลิ่นที่มีลักษณะเฉพาะ พวกมันจึงอาศัยกลิ่นดังกล่าวในการตามหา


    ตอนแรกพวกมันพากันถอดใจที่จะติดตามเม็ดยาเหล่านั้นหากแต่เมื่อคืนก่อน จู่ๆ กลิ่นของเม็ดยาก็พลันโชยออกมาอีกครั้งพวกมันจึงมีแรงไล่ตามมา คาดไม่ถึงว่าจะเป็นเด็กคนเดิมที่มันเคยพบหากครั้งนี้ พวกมันล้มเหลวคงต้องเสียหัวกันทั้งยี่สิบคนแล้ว


    "อย่าเพิ่งวุ่นวายใจกันไป เจ้านั่นยังไม่ไปไหน มันวนเวียนอยู่แถวนี้แหละ" ชายหนุ่มคนหนึ่งกล่าวขึ้นดวงตานั้นส่องประกายความเจ้าเล่ห์ออกมาอย่างโจ่งแจ้งก่อนจะกล่าวขึ้นอีกว่า


    "ระวังตัวกันไว้เจ้าเด็กคนนั้น ถึงจะเป็นเด็กแต่ก็อยู่ในระดับก่อกายาขั้นที่สามแล้ว หากพวกเจ้าพลาด ข้าคงไม่ต้องบอกนะว่าจะเป็นเช่นไร" ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ผ้าคลุมหน้านั้นถูกลมพัดสะบัด เปิดเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้าย ชุดคลุมสีดำที่ถูกสวมทับครอบคลุมทั่วทั้งร่างทำให้ชายหนุ่มดูโดดเด่นกว่าผู้อื่น ชื่อของชายหนุ่มคนนี้คือทิวรั่วซาน


    "นายน้อยเด็กคนนั้นอย่างไรก็น่าจะมีอายุไม่เกิน 12-13 ปีจะเป็นไปได้หรือ ที่จะมีพลังในระดับก่อกายาขั้นที่สามแล้ว" โจรคนหนึ่งที่มีแววตาเศร้าสร้อยเอ่ยขึ้น


    "รั่วทง...เหนือฟ้ายังมีฟ้า ไม่มีใครล่วงรู้ทุกเรื่องราว โลกนี้มีคนมากมายหากจะพบ หนึ่งในพันที่เป็นอัจฉริยะย่อมไม่น่าตกใจอะไร" ทิวรั่วซานเอ่ยออกมาน้ำเสียงฟังดูชื่นชมเทียนฟางอยู่ไม่น้อย


    "ไม่ต้องตามเราจะพักกันที่นี่เจ้าเด็กนั่นจะตามมาหาเราเอง" ทิวรั่วซานเอ่ยขึ้นก่อนที่จะสั่งให้โจรคนอื่น ๆ จัดแจงที่พัก เขาทนรอไม่ไหวแล้วเขาอยากรู้นักว่าเจ้าเด็กคนนั้นจะมีแผนการอย่างไร จะเข้ามาจัดการพวกเขาอย่างไรแค่คิดเขาก็อดที่จะยิ้มอย่างตื่นเต้นไม่ได้


    ฝ่ายเทียนฟางหลังจากที่หลบหนีเข้าไปในป่า เขาไม่ได้ทิ้งระยะห่างไปไกลนัก ยังมีบางช่วงที่เขาทิ้งระยะให้พวกโจรเห็นตัวเขาบ้างและมันเป็นไปตามที่เขาคิดเพราะเมื่อพวกโจรเห็นเขาพวกมันจะตามไปเอารวดเร็ว


    ในขณะที่เทียนฟางกำลังจะแกล้งชะลอตัวให้พวกโจรถิ่นนั้นเองจู่ ๆ กลุ่มโจรก็พลันหยุดลง พวกมันดูคล้ายกับไม่สนใจเขาแล้ว


    เทียนฟางลอบมองพวกมันจากระยะไกลก็พบว่าตอนนี้พวกมันต่างพากันจัดแจงที่พักและกระจัดกระจายกันอยู่เป็นวงกลม เทียนฟางยิ้ม ในทีแรกเขากะจะล่อให้พวกโจรไล่ตามก่อนที่จะค่อยๆ สังหารพวกมันตอนนี้เขารู้สึกตื่นเต้นจนอดที่จะทดสอบพลังของตนเองที่มีระดับก่อกายาที่สามแล้วไม่ไหว


    เทียนฟางลอบสำรวจไปยังกลุ่มโจรก่อนจะพบว่า มีพวกมันมาคนที่ออกมาพักอยู่ห่างไกลจากกลุ่มของมันเล็กน้อย เทียนฟางไม่รอช้าเขาย่องเข้าไปอยู่หลังพุ่มไม้ แฝงตัวอยู่ภายใต้เงามืด แสงจันทร์ยังสาดส่องพอให้มองเห็นอยู่เลือนราง


    ตอนนั้นเองเมื่อเทียนฟางเห็นว่าโจรคนดังกล่าวทิ้งตัวลงนอน ก่อนจะส่งเสียงกรนออกมา เทียนฟางพุ่งเข้าไปในความมืดอย่างเงียบงันประดุจดาวตกในยามค่ำคืน


    กระบี่โลหิตถูกปักอยู่กลางอกของโจรผู้เคราะห์ร้าย กระบี่นั้นตัดทะลุขั้วหัวใจของมันอย่างหมดจดจนหมดสิทธิ์ที่จะส่งเสียงใดๆ ออกมากระบี่โลหิตถูกย้อมไปด้วยเลือดอีกครั้ง


    เทียนฟางยิ้มก่อนจะลอบพึงพอใจในพลังของตน ทั้งระยะเวลาที่ใช้ในการสังหาร ความเร็วที่ใช้ในการเคลื่อนที่ ล้วนแล้วแต่เป็นไปอย่างราบรื่น เทียนฟางอดที่จะดีใจไม่ได้ แต่เดิมคนพิการอย่างเขาคงไม่มีวันได้ลิ้มรสความสุขจากการครอบครองพลังเช่นนี้ แต่ตอนนี้เขามีพลังเหล่านั้นอยู่ในมือแล้ว


    ในจังหวะที่เทียนฟางกำลังจะมองหาเหยื่อรายถัดไปนั้นเอง เขาพลันรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างแปลกประหลาด ใจของเขาหล่นวูบ มันเบาหวิวจนหน้าตื่นตระหนก ความรู้สึกของเขาในตอนนี้บอกว่าอันตราย!!! ที่แห่งนี้อันตรายเกินกว่าที่จะอยู่แม้เพียงแค่หนึ่งลมหายใจ เขาต้องวิ่ง! ...วิ่งออกไปให้ไกลที่สุด


    แต่ในขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปนั่นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาขัดเสียก่อน เป็นเสียงที่ชวนขนหัวลุกอย่างแปลกประหลาด


    "คิดจะมาก็มาคิดจะไปก็ไป เจ้าคงไม่คิดว่าทุกอย่างจะง่ายดายถึงเพียงนั้นจริงหรือไม่เจ้าเด็กน้อย"

    คล้ายกับเรื่องอภินิหารมารฟ้า ที่คุณอ่าน