ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 103 ความร่วมมือของสองอาณาจักร 2

            หลังจากนั้นเจ็ดวันองค์ชายเหวินเทียน และองค์ชายผิงอานได้นำกองกำลังมาถึง  เฟิ่งหยูนำพวกเขาเข้าสู่เจดีย์ฟ้าสวรรค์ทันที พร้อมกับกองกำลังของเมืองจินเฟิงที่รออยู่ก่อนแล้วเมื่อกองกำลังทั้งหมดเข้ามาในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ของเฟิ่งหยูทุกคนต่างตื่นเต้นและตกใจเป็นอย่างมาก พวกเขาตื่นเต้นที่ได้เห็นสถานที่ฝึกที่มีพลังฟ้าดินหนาแน่นซึ่งจะทำให้พวกเขาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่ที่พวกเขาตกใจคือสัตว์อสูรสี่ตัวที่กำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานบนต้นพฤกษาโลกา

            มังกรน้อยและโหวจื่อ ต่างเล่นกับหงส์เพลิงอมตะและหงส์เพลิงกันอย่างสนิทสนมโดยเฉพาะเสี่ยวเลี่ยงที่ต้องอยู่ตัวเดียวมาตลอด เมื่อมีหงส์เพลิงและลูกอสูรลิงยักษ์รวมถึงมังกรน้อยที่ตอนนี้ตัวโตเต็มที่มาอยู่ด้วยทำให้มันไม่เหงาอีกต่อไป

            สัตว์อสูรทั้งสี่รู้ว่าดินแดนแห่งนี้เฟิ่งหยูเป็นเจ้าของดังนั้นพวกมันจึงไม่ต้องกังวลว่าสัตว์อสูรที่อยู่ในที่นี้จะเป็นศัตรูกันแม้เฟิ่งหยูไม่ได้ทำพันธะสัญญากับพวกมันแต่พวกมันก็พร้อมจะอยู่เคียงข้ากับเฟิ่งหยูตลอดเวลา

            “เฟิ่งหยูเดินไปหาผู้อาวุโสอู่หวังฉี”

            “ท่านผู้อาวุโสอู่หวังฉี ท่านบอกว่าเจดีย์ฟ้าสวรรค์แห่งนี้เป็นสถานที่ที่จอมยุทธ์โบราณสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ฝึกฝน ข้าต้องรบกวนท่านแล้ว”

            “ได้สิ ข้าได้เตรียมการไว้ให้เจ้าแล้ว”

            กองทัพทั้งสามกองทัพรวมกันกลายเป็นกองทัพใหญ่อยู่ต่อหน้าอู่หวังฉีโดยมีองค์ชายเหวินเทียน องค์ชายผิงอาน และจ้าวหยวนยืนอยู่ด้านหน้า

            “ ก่อนอื่นข้าต้องอธิบายให้แก่พวกเจ้าทั้งหมดให้เข้าใจก่อน ระดับพลังยุทธ์ของพวกเจ้าที่พวกเจ้าเรียกว่าราชันจักรพรรดินั้นแท้จริงแล้วยังไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการฝึกฝนที่แท้จริงพลังฟ้าดินของโลกใบนี้ถูกผนึกไว้ตั้งแต่เมื่อหลายล้านปีก่อนทำให้พวกเจ้าคิดพลังยุทธ์ของพวกเจ้านั้นสูงส่งแล้ว แต่แท้จริงแล้วหาเป็นเช่นนั้นไม่”

            “ระดับพลังยุทธ์ของคนในโลกอื่นนั้นเริ่มต้นที่ขั้น ก่อกำเนิดลมปราณซึ่งข้าจะอธิบายให้เจ้าง่าย ๆ ก็คือหากพวกเจ้าตัดผ่านระดับราชันจักรพรรดิไปจึงจะเริ่มต้นฝึกฝนในขั้นก่อกำเนิดลมปราณได้”

            เกิดเสียงพูดคุยกันอย่างเซ่งแซ่โดยอู่หวังฉีปล่อยให้พวกเขาคุยกันไปสักพักจึงกล่าวต่อ

            “แต่พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไปเมื่อพวกเจ้าอยู่ที่นี่การตัดผ่านนั้นไม่ยากเย็นเลย พวกเจ้าก็เห็นใช่ไหมว่าพลังต้นกำเนิดและพลังฟ้าดินที่นี่หนาแน่นเพียงใดพวกเจ้าเกิดมาพร้อมกับโลกที่ผนึกพลังฟ้าดินเอาไว้ ดังนั้นพวกเจ้าจึงฝึกฝนได้ช้า”

            “ซึ่งต่างจากคนจากโลกอื่นที่เกิดมาพร้อมกับโลกที่มีพลังฟ้าดินหนาแน่นพวกเขาไม่จำเป็นต้องฝึกอะไร คนธรรมดาของโลกอื่นก็อยู่ในระดับราชันเทวะแล้ว ตอนนี้ผนึกของโลกใบนี้กำลังจะหมดไปพลังฟ้าดินของโลกใบนี้จะกลับมาหนาแน่นเช่นเดียวกับโลกอื่น ๆ แต่ว่าก่อนอื่นพวกเจ้าต้องรักษาโลกใบนี้จากการรุกรานของโลกอื่นไว้ให้ได้ก่อนเมื่อผนึกสลายไปพวกเขาจะเข้ามายึดครองและสังหารคนจากโลกใบนี้ในทันทีอย่างแน่นอน”  

            “ดังนั้นก่อนที่พวกเขาจะมาแย่งชิงทรัพยากรและสังหารคนจากโลกใบนี้พวกเจ้าจะเป็นกองกำลังชุดแรกที่จะต้องเข้าปะทะกับพวกเขาเพื่อปกป้องโลกของพวกเจ้าเอง การฝึกฝนของที่นี่จะยากลำบากเป็นอย่างมากแต่พวกเจ้าก็ต้องผ่านมันไปให้ได้”

            “ก่อนอื่นข้าจะอธิบายขั้นพลังยุทธ์ของโลกอื่นให้พวกเจ้าได้รับรู้เสียก่อน

            ขั้นแรกขั้นก่อกำเนิดลมปราณ

            ขั้นที่สองขั้นผสานลมปราณ

            ขั้นที่สามขั้นหลอมรวมลมปราณ

            ขั้นที่สี่ ขั้นเซียน

            ขั้นที่ห้า ขั้นราชันเซียน

            ขั้นที่หกคือขั้นเทพเจ้า เป็นระดับสูงสุดของโลกใบอื่นทุกขั้นจะมีอยู่เก้าระดับด้วยกันตอนนี้ที่พวกเจ้ามายืนอยู่ตรงนี้เปรียบเสมือนเด็กน้อยที่เพิ่งจะหัดฝึกฝนในโลกอื่นพวกเจ้าคงรู้ดีถึงความสามารถของพวกเจ้าเองดังนั้นพวกเจ้าทุกคนต้องฝึกฝนตัวเองอย่างหนัก หนึ่งขั้นอาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนสำหรับบางคนแต่สำหรับบางคนอาจจะใช้เวลาเป็นร้อย ๆ ปี เมื่อพวกเจ้าทะลวงผ่านแต่ละขั้นอายุขัยของพวกเจ้าจะเพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยปีในขั้นย่อยแต่สำหรับขั้นใหญ่ก็เรียกได้ว่าแต่ละขั้นอายุขัยจะเพิ่มขึ้นถึงหนึ่งพันปีเลยทีเดียว”

            “ในเมื่อพวกเจ้าพร้อมกันแล้วข้าก็จะเริ่มสร้างสถานที่ฝึกฝนให้แก่พวกเจ้า”

            ครืนนน.......

            เจดีย์ขนาดใหญ่ก่อกำเนิดขึ้นมาด้านหลังของพวกเขาทันทีมันมีทั้งหมดสิบเจดีย์ หนึ่งเจดีย์สามารถเข้าไปได้สองแสนคน

            “เจดีย์นี้จะมีอยู่ด้วยกันเจ็ดชั้น”

            “พวกเจ้าเริ่มฝึกฝนกันในชั้นแรก  เมื่อพลังยุทธ์ของพวกเจ้าไปถึงระดับขั้นก่อกำเนิดลมปราณพวกเจ้าจึงจะสามารถขึ้นไปฝึกฝนชั้นที่สองต่อไปได้เมื่อเจ้าทะลวงผ่านขั้นใหญ่ในแต่ละครั้งเจ้าถึงจะขึ้นไปฝึกในชั้นต่อไปได้ข้าจะรอดูพวกเจ้าอยู่ตรงนี้ด้านในแต่ละชั้นจะมีคัมภีร์ยุทธ์ให้พวกเจ้าได้เลือกฝึกฝนจำนวนมากพวกเจ้าก็เข้าไปเลือกเอาเองก็แล้วกัน”

            “ครืนนนน....” เสียงประตูหินขนาดใหญ่เปิดออกของแต่ละเจดีย์เปิดออกข้างในเป็นเสมือนอีกโลกหนึ่งที่มีครบครัน ทั้งสัตว์อสูร ป่าเขาลำเนาไพรสัตว์เล็กสัตว์น้อย เมื่อทุกคนเข้าไปด้านในประตูหินจึงปิดลง

             “เอาหละตระกูลเฟิ่งของเราก็ขอให้โชคดีละกันพวกท่านเข้าไปฝึกฝนในเจดีย์เล็กที่ผู้อาวุโสเตรียมไว้ให้ แล้วพวกเราค่อยเจอกันใหม่ข้าจะหมั่นไปเยี่ยมพวกท่าน”

             “ท่านผู้อาวุโสพวกเขาจะใช้เวลาฝึกฝนนานเท่าไหร่จึงจะสามารถต่อกรกับพวกผู้คนจากโลกอื่นได้”เฟิ่งหยูเอ่ยถามอู่หวังฉี

            “ก็คงหลายพันปีอยู่ หวังว่าจะทันเวลา ก่อนที่ผนึกจะสลายไป ก็คงมีคนอยู่ในระดับพระเจ้าสักคนก็ยังดี”

            “ผู้อาวุโสคนจากโลกภายนอกพวกนั้นมีคนที่มีพลังยุทธ์ระดับพระเจ้ามากไหม”

            “ดาวดวงหนึ่งก็มีอยู่ประมาณสองสามคน มากสุดก็สิบคน”

            “น้อยขนาดนั้นเลยอย่างนั้นหรือ?”

            เฟิ่งหยูออกจากเจดีย์ฟ้าสวรรค์ และใช้ค่ายกลมิติไปยังเมืองอัสตาน่าในทันทีเมื่อมาถึงเขาเข้าพบกับองค์กษัตริย์เหวินฉิงพร้อมกับปรึกษาเรื่องการวางแผนรับมือล่วงหน้า

            “เจ้าคิดวางแผนยังไงกับเรื่องนี้อย่างนั้นหรือ?”

            “จากที่ข้าทราบมาที่พวกเขาทำสงครามแย่งชิงกันเพราะทรัพยากรบ่มเพาะของพวกเขามีอยู่อย่างจำกัดหากพวกเราจะยืนอยู่ในตำแหน่งสูงกว่าพวกเขาพวกเราต้องมีกองกำลังและทรัพยากรบ่มเพาะเป็นจำนวนมากซึ่งในโลกใบนี้ของเรามีทรัพยากรสมบูรณ์ที่สุดในตอนนี้”

            “พระองค์คิดว่าพวกเขาจะแห่กันมามากขนาดไหน หากเราไม่มีกองกำลังป้องกัน”

            กษัตริย์เหวินฉิง ถึงกับขนลุกทันที

            “หากเป็นเช่นนั้นจริง พวกเราก็เปรียบเสมือนหมูที่รอถูกพวกเขาเชือดอย่างนั้นหรือ”

            “หากพวกเราไม่ทำอะไรก็คงเป็นเช่นนั้นจริง ๆ นั่นแหละ”

            “แต่พวกเรามีเวลาเตรียมตัวอย่างน้อยก็สิบปียี่สิบปีอย่างมากก็หนึ่งร้อยปีที่จะต้องทำให้คนของโลกใบนี้แข็งแกร่งขึ้น”

            “อย่างน้อยตอนนี้พวกเราต้องร่วมมือกันทุกอาณาจักรในทวีปฟ้าครามแห่งนี้ให้ได้ก่อนแล้วจึงค่อยปรึกษาหารือกับอีกสองทวีปที่เหลือ หากพวกเขาร่วมมือกับเราก็ดีไปแต่หากไม่พวกเราคงต้องทำการยึดครองทวีปนั้นแทนพวกเราต้องปกป้องคนของโลกนี้และทรัพยากรของโลกใบนี้เอาไว้ หากจำเป็นจริง ๆ ที่เราจะต้องรบกับทวีปที่ไม่เห็นด้วยก็ต้องรบเพื่อป้องกันเอาไว้ก่อน ดีกว่าปล่อยให้คนของโลกอื่นมายึดครองไป” กษัตริย์เหวินฉิงกล่าว

            “เช่นนั้นต้องรบกวนให้พระองค์กับกษัตริย์ผิงลู่ปรึกษาหารือและพูดคุยกันวางแผนการต่างๆ รวมถึงความร่วมมือกันในอนาคตของพวกเราทั้งสองอาณาจักรจะได้ไหมพะยะค่ะ”

            “คงต้องเป็นเช่นนั้น เจ้าเองก็เหนื่อยมามาก พักสักวันสองวันก่อนแล้วค่อยเดินทางไปอาณาจักรอื่น ๆ เถอะ ค่ายกลมิติของเจ้าตอนนี้สำคัญเป็นอย่างมากหากเราสามารถติดต่อกันได้รวดเร็วเท่าไหร่ก็เป็นการดีเท่านั้น ”

            “ข้าพระองค์ขออนุญาตพาหนิงเอ๋อออกเดินทางไปอาณาจักรอื่น ๆ ด้วยได้ไหมพะยะค่ะ”

            “เอาสิพวกเจ้าไปด้วยกันก็ดีเหมือนกัน หนิงเอ๋อจะได้เปิดหูเปิดตาด้วยอีกอย่างแต่ละอาณาจักรก็เป็นพันธมิตรกันแล้ว แต่ยังไงพวกเจ้าเดินทางก็ต้องระวังตัวเอาไว้ด้วย”

            “ขอบพระทัยฝ่าบาท”

            เฟิ่งหยูบอกลาองค์กษัตริย์เหวินฉิงพร้อมกับเดินไปยังตำหนักขององค์หญิงหนิงเอ๋อพร้อมกับครุ่นคิดถึงคำพูดขององค์กษัตริย์

            “ติดต่อกันอย่างนั้นหรือ?”

            “หากเราสามารถสร้างเครื่องมือสื่อสารที่สามารถติดต่อกันได้หละ มันน่าจะมีประโยชน์ไม่น้อยเลยทีเดียวว่าง ๆ คงต้องลองสร้างดูสักหน่อย หรือว่าให้ท่านปู่จัดการให้ดีนะ........”

            “ไปรบกวนท่านปู่ดีกว่า เดี๋ยวท่านว่างเยอะไปไม่มีอะไรทำข้าต้องหางานให้พวกเขาสักหน่อย .....” เฟิ่งหยูยิ้มอย่างมีเลศนัย

            เฟิ่งหยูเดินมาพักใหญ่จนมาถึงตำหนักของหนิงเอ๋อเฟิ่งหยูแจ้งให้คนไปบอกให้องค์หญิงหนิงเอ๋อทราบ เพียงไม่นานองค์หญิงหนิงเอ๋อก็ออกมาพบเฟิ่งหยู

            “ข้ามาชวนเจ้าไปเที่ยวอาณาจักรพยัคฆ์ขาว อาณาจักรเต่าทมิฬอาณาจักรจันทร์เสี้ยว และอาณาจักรมังกรคราม เจ้าว่างไปกับข้าไหม”

            “จริงหรือ?  เจ้าจะพาข้าไปด้วยจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?”

            “ข้าอยากจะไปด้วยแต่เกรงว่าท่านพ่อจะ.......ไม่อนุญาตนะสิ”

            “ไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนั้น ข้าขออนุญาตบิดาเจ้าเรียบร้อยแล้วและพระองค์ก็ทรงอนุญาตแล้วด้วย”

            องค์หญิงหนิงเอ๋อยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น พร้อมกับรีบชวนเฟิ่งหยูไปพบมารดาของเขาทันที หลังจากพูดคุยกับองค์ราชินีและหนิงเอ๋ออยู่พักใหญ่เฟิ่งหยูจึงขอตัวกลับไปพักผ่อนหลังจากที่ถึงที่พักที่ทางองค์กษัตริย์จัดเตรียมไว้ให้เฟิ่งหยู

            เฟิ่งหยูเข้าไปในเจดีย์ฟ้าสวรรค์

            “ท่านปู่ ท่านยาย พวกท่านคิดถึงข้าบ้างไหม.......?”

            “เจ้าเด็กนี่โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วยังทำตัวเหมือนเด็ก ๆ อีก”เฒ่าหลงเอ่ยทักทายขึ้นมาก่อน

            “ก็ข้ายังเป็นเด็กอยู่นี่ท่านปู่ก็ ท่านปู่ท่านยายไปไหนละ ข้ามีปลามีเนื้อ มีผลไม้ มีอาหารมาด้วยเยอะเลย ที่สำคัญ.....นี่...”เฟิ่งหยูนำไหเหล้าจำนวนหลายไหออกมาจากแหวนมิติ

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ช่างรู้ใจพวกเราจริง ๆ เจ้าหนูนี่”เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายพากันทยอยออกมาจากหมู่บ้านหมู่บ้านแห่งนี้เหมือนเดิมกับตอนที่อยู่ที่หุบเขาทมิฬ เพราะเฟิ่งหยูนำเข้าเก็บในเจดีย์ฟ้าสวรรค์ทั้งหมดต้นไม้ใบหญ้า กลับมีชีวิตชีวามากกว่าตอนที่อยู่ที่หุบเขาทมิฬเพราะพลังฟ้าดินในนี้เข้มข้นยิ่ง”

            เหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายที่ตอนนี้กลายเป็นคนวัยกลางคนช่วงต้น ๆต่างพากันมานั่งบนแคร่ที่บ้านของผู้อาวุโสใหญ่พร้อมกับรอยยิ้ม

            พวกเขาดื่มกินกันอย่างสนุกสนานต่างถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันเป็นการใหญ่โดยเฉพาะยายฮวาที่รักเฟิ่งหยูดังลูกในไส้ของตน

            “ท่านปู่ซือท่านพอจะสร้างเครื่องมือที่สามารถใช้ติดต่อกันในระยะทางไกลๆ ได้หรือไม่?”

            “เจ้าก็ใช้พิราบสื่อสารสิ......”

            “นั่นมันช้าไปแล้วท่านปู่ ข้าอยากได้แบบที่เราพูดคุยกันได้นะอยู่ห่างกันร้อยลี้พันลี้ก็สามารถพูดคุยกันแบบนั้นนะ”

            เฒ่าซือครุ่นคิดพลางขมวดคิ้วขึ้นมา.......

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ตาเฒ่า เจ้าทำไม่ได้หละสิสงสัยจะแก่เกินไปจนคิดอะไรไม่ออกแล้วกระมัง” เสียงของเฒ่าหลงเข้ากระซิบใกล้ๆ  พร้อมกับกระดกเหล้าเข้าปาก

            “ชิ.... ใครว่าข้าทำไม่ได้กัน ข้าจะทำมันออกมาให้พวกเจ้าได้เห็น”

            “เอาเถอะ เอาเถอะ อย่ามาทะเลาะกันเหมือนเด็ก ๆ อยู่เลยมาดื่มกันต่อเถอะ ไหน ๆ วันนี้เฟิ่งหยูก็เตรียมของมาเยอะแยะ พวกเราไม่ได้สังสรรค์กันมานานมากแล้วดื่มกันก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง”เสียงของยายฮวาพูดด้วยน้ำเสียงที่มีความสุขเขายิ้มตลอดเวลาตั้งแต่เฟิ่งหยูมาถึง

            เฟิ่งหยูอยู่ร่วมสังสรรค์ร่วมกับเหล่าผู้เฒ่าทั้งหลายอยู่นานจนพุบหลับไป

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่ได้เห็นเจ้าหนูนี่มานาน คงจะเจออะไรมาเยอะจนเหนื่อยมากสินะหากไม่อยู่กับพวกเราคงไม่กล้านอนหลับสนิทแบบนี้แน่คงต้องระมัดระวังตัวอยู่ตลอดเวลาเลยสินะ”

            “ปล่อยให้เขาพักผ่อนให้เต็มที่ อย่าได้รบกวนเฟิ่งหยูเลย นาน ๆทีถึงจะมีโอกาสพักผ่อนแบบนี้”

            “ว่าแต่เจ้าเถอะ ตาเฒ่าซือ เจ้าสร้างเครื่องมือแบบนั้นได้จริงๆ หรือ?”

            “ได้สิ ข้าเองก็คิดค้นและเคยทดลองมาหลายครั้งแล้วแต่มันก็ทำได้เพียงระยะทางสั้น ๆ เท่านั้นรอข้าพัฒนามันอีกหน่อยก็คงสามารถพูดคุยกันในระยะทางไกล ๆ ได้แล้ว”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    ระบบเซียนหมื่นวิถี (นิยายแปล)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    271K 1043
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311