เงาขนาดใหญ่ยังคงเคลื่อนตัวอยู่หลังแนวต้นไม้
ต้นไม้หลายต้นสั่นไหวตามแรงก้าวของบางสิ่ง
กรอบ...
กิ่งไม้ขนาดใหญ่หักลง
นัทกำปืนแน่นขึ้น
มาร์โกยืนอยู่ข้าง ๆ ดาบคู่ในมือเริ่มมีเปลวไฟสีส้มลุกขึ้นช้า ๆ
นักล่าคนอื่นกระจายตัวออก
ธนูถูกง้าง
หอกถูกยกขึ้น
ชายจากป่ายืนอยู่ไม่ไกลจากพวกเขา แต่กลับไม่ได้ชักอาวุธออกมา
นัทเหลือบมอง
“ไม่เตรียมสู้เหรอ?”
ชายคนนั้นตอบโดยไม่ละสายตาจากป่า
“ยัง”
“ยัง?”
“ถ้ามันเป็นสิ่งที่ข้าคิด...”
เขาหยุด
“การเตรียมอาวุธอาจไม่มีประโยชน์”
นัทขมวดคิ้ว
“พูดแบบนี้ทำให้ผมสบายใจขึ้นมากเลย”
มาร์โกหัวเราะเบา ๆ
“อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้บอกว่าเรากำลังจะตาย”
“พี่ช่วยอะไรให้มันดีขึ้นบ้างได้ไหม?”
“ไม่ได้”
“ดี”
นัทถอนหายใจ
กรอบ!
ต้นไม้อีกต้นถูกผลักออก
และในที่สุด...
สิ่งที่ซ่อนอยู่ในป่าก็ปรากฏตัว
มันมีขนาดใหญ่กว่ามนุษย์หลายเท่า
รูปร่างคล้ายสัตว์สี่ขา แต่ลำตัวสูงและยาวผิดธรรมชาติ
ผิวหนังของมันเป็นสีดำอมเทา มีรอยแตกบาง ๆ ตามลำตัว
แต่สิ่งที่ทำให้นัทสะดุดตาที่สุด...
ไม่ใช่เขี้ยว
ไม่ใช่กรงเล็บ
แต่เป็นบริเวณกลางหน้าอก
มีแสงสีดำอมฟ้าส่องอยู่ภายในร่าง
คล้ายกับแสงที่อยู่ในผลึก
นัทหรี่ตา
“พี่...”
“เห็นแล้ว”
มาร์โกตอบทันที
สิ่งมีชีวิตหยุดอยู่ตรงแนวป่า
มันไม่ได้พุ่งเข้าใส่
ไม่ได้คำราม
เพียงยืนมองขบวน
แล้ว...
มันมองไปยังลัง
ผลึกสีดำที่อยู่ข้างใน
วูม...
ผลึกสว่างขึ้นอีกครั้ง
สิ่งมีชีวิตก้มศีรษะลงเล็กน้อย
เสียงคำรามต่ำดังออกมาจากลำคอ
แต่ครั้งนี้...
มันไม่ได้ฟังดูเหมือนเสียงข่มขู่
มันคล้ายเสียงเรียกมากกว่า
นัทลดปืนลงเล็กน้อย
“มันไม่ได้มองเรา”
มาร์โกมองตาม
“มันมองผลึก”
นัทพยักหน้า
“ใช่”
ชายจากป่าพูดขึ้น
“ข้าบอกแล้ว”
นัทหันไปมอง
“บอกอะไร?”
“พวกเราต้องการมัน เพราะมันไม่ควรอยู่ที่นี่”
นัทมองผลึกอีกครั้ง
“แล้วเจ้าตัวนั้นก็ต้องการมันเหมือนกัน?”
ชายคนนั้นไม่ได้ตอบ
แต่สีหน้าของเขาก็เพียงพอแล้ว
เจ้าของขบวนเริ่มถอยหลัง
“เก็บมันกลับเข้าไป!”
มาร์โกหันไปมอง
“อะไร?”
“ปิดลัง!”
“ทำไม?”
“ถ้ามันเห็นผลึก มันจะเข้ามา!”
นัทมองสิ่งมีชีวิต
จากนั้นมองเจ้าของขบวน
“เมื่อกี้นายยังบอกว่ามันเป็นแค่สินค้า”
ชายวัยกลางคนไม่ตอบ
“ตอนนี้กลัวมันแล้วเหรอ?”
“ข้าบอกให้ปิดลัง!”
เขารีบเดินไปทางเกวียน
แต่ก่อนที่มือจะสัมผัสฝาลัง—
วูม!
ผลึกสว่างขึ้นอย่างรุนแรง
สิ่งมีชีวิตส่งเสียงคำรามทันที
กรรรรรรร!
มันก้าวออกจากป่า
หนึ่งก้าว
พื้นดินสั่น
อีกก้าว
ม้าหลายตัวเริ่มแตกตื่น
นักล่าหญิงตะโกน
“มันมาแล้ว!”
นัทยกปืนขึ้น
“ทุกคนถอย!”
สิ่งมีชีวิตพุ่งเข้ามา
ตึง!
ฝุ่นกระจายออกจากพื้น
นักล่าถูกแรงกระแทกจนต้องถอย
นัทเล็งปืน
แต่ยังไม่ยิง
มันไม่ได้พุ่งมาหาเขา
มันกำลังมุ่งตรงไปยัง...
ลัง
“มันจะเอาผลึก!”
ชายจากป่าตะโกน
“อย่าให้มันแตะ!”
นักล่าหลายคนเข้าใจว่าเป็นคำสั่งโจมตี
ลูกธนูถูกยิงออกไป
ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกธนูหลายดอกปักเข้าบริเวณไหล่ของมัน
สิ่งมีชีวิตคำราม
หันกลับ
กรงเล็บขนาดใหญ่กวาดออก
ตูม!
พื้นดินถูกตบจนเป็นรอยลึก
นักล่าต้องกระโดดหลบ
นัทตะโกน
“หยุดยิง!”
ไม่มีใครฟัง
เขาหันไปมองมาร์โก
“พี่!”
มาร์โกเข้าใจทันที
เขาก้าวออกไปข้างหน้า
เปลวไฟลุกขึ้นบนดาบคู่
ฟู่ว!
เขาฟันลง
เปลวไฟพุ่งไปด้านหน้า
แต่ไม่ได้ฟันใส่ตัวสิ่งมีชีวิต
มันพุ่งเฉียดพื้นตรงหน้า
ทำให้มันชะงัก
มาร์โกตะโกน
“มันไม่ได้กำลังไล่เรา!”
นักล่าหันมอง
“แล้วมันกำลังทำอะไร?”
มาร์โกชี้ไปที่ลัง
“มันต้องการของในนั้น!”
สิ่งมีชีวิตคำรามอีกครั้ง
แต่ครั้งนี้มันไม่ได้พุ่งเข้ามา
มันยืนอยู่ห่างจากลังเพียงไม่กี่เมตร
ดวงตาของมันจับจ้องผลึก
นัทเริ่มรู้สึกถึงบางอย่าง
เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่...
เขารู้สึกได้
เหมือนกับตอนที่เขาส่งพลังจิตเข้าไปในผลึก
มีบางอย่างกำลังเชื่อมต่อกัน
นัทค่อย ๆ ลดปืนลง
“เดี๋ยว...”
มาร์โกหันมา
“อะไร?”
“ฉันจะลองดู”
“ลองอะไร?”
นัทเดินไปทางลัง
มาร์โกคว้าแขนเขาไว้
“นายจะทำอะไร?”
“ใช้พลังจิต”
“เมื่อกี้ผลึกยังดึงพลังนายกลับเลยนะ”
“รู้”
“แล้วนายยังจะลอง?”
นัทมองผลึก
“ก็เพราะมันทำแบบนั้นไง”
มาร์โกนิ่งไป
นัทค่อย ๆ ยื่นมือออก
“ฉันอยากรู้ว่ามันกำลังทำอะไร”
“ถ้าเกิดอะไรขึ้น?”
“ก็หยุด”
“นายพูดง่ายเกินไป”
“รู้”
มาร์โกถอนหายใจ
“ฉันเกลียดเวลานายพูดว่า 'รู้' แล้วทำเหมือนเดิม”
“ขอบคุณ”
“ไม่ได้ชม”
นัทหลับตา
พลังจิตค่อย ๆ แผ่ออกจากร่าง
ไม่มาก
เพียงเล็กน้อย
เขาไม่ได้พยายามควบคุมผลึก
ไม่ได้ผลัก
ไม่ได้ดึง
เพียงแค่สัมผัสมัน
ทันทีที่พลังแตะผลึก—
วูม...
แสงสีดำอมฟ้าภายในผลึกเคลื่อนตัว
นัทชะงัก
แต่ครั้งนี้...
เขาไม่ได้รู้สึกว่าผลึกกำลังดึงพลังของเขา
มันเหมือนกับว่า...
กำลัง ตอบกลับ
ภาพบางอย่างแวบเข้ามาในหัว
ต้นไม้
พื้นดิน
ความมืด
เสียงคำราม
และ...
บางสิ่งที่แตกออกจากร่างของสิ่งมีชีวิต
ภาพหายไปในทันที
นัทลืมตา
หายใจแรงขึ้นเล็กน้อย
มาร์โกจับไหล่เขา
“เป็นอะไร?”
“เห็นอะไรบางอย่าง”
“อะไร?”
นัทมองผลึก
“ไม่รู้”
เขาหยุด
“แต่ฉันคิดว่า...”
สายตาเลื่อนไปยังสิ่งมีชีวิต
“ผลึกนี่อาจเคยเป็นส่วนหนึ่งของมัน”
ชายเสื้อสีน้ำตาลที่ยืนอยู่ด้านหลังพูดขึ้นทันที
“ใช่”
นัทหันไป
“นายรู้?”
ชายหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง
“ไม่ทั้งหมด”
“แต่รู้เรื่องนี้?”
“ข้าเคยเห็นสิ่งที่คล้ายกัน”
นัทจ้องเขา
“แล้วมันคืออะไร?”
ชายหนุ่มไม่ตอบ
เงาของเขาใต้พื้นเริ่มขยับอีกครั้ง
ครั้งนี้ชัดเจนกว่าเดิม
เหมือนมีบางสิ่งกำลังมองผลึกไปพร้อมกับเขา
นัทเห็น
แต่ไม่ได้ถาม
เขาเพียงจำมันไว้
ทันใดนั้นสิ่งมีชีวิตก้าวเข้ามาอีกครั้ง
นักล่าหลายคนยกอาวุธ
ชายจากป่าตะโกน
“อย่าโจมตี!”
แต่สายเกินไป
นักล่าคนหนึ่งขว้างหอกออกไป
หอกพุ่งตรงเข้าใส่หัวของมัน
สิ่งมีชีวิตเบี่ยงตัวหลบ
แล้วพุ่งเข้าหานักล่าคนนั้น
นัทขยับทันที
มือยื่นออก
พลังจิตพุ่งออกไป
ฟึ่บ!
ร่างของนักล่าถูกดึงถอยหลัง
กรงเล็บขนาดใหญ่ฟาดผ่านตรงหน้า
ฟ้าว!
นักล่าล้มลงกับพื้น
“อะไร...”
นัทเองก็ชะงัก
เขาเพิ่งดึงคนทั้งคนด้วยพลังจิตได้
ระยะไม่ไกลมาก
แต่...
มันหนักกว่ามีดหลายเท่า
แขนของเขาสั่นทันที
“หนักชะมัด...”
มาร์โกยิ้ม
“เริ่มรู้แล้วสินะ”
“อะไร?”
“ว่าคนหนักกว่ามีด”
“ไม่ใช่เวลามาเล่นมุก!”
มาร์โกหัวเราะ
ก่อนหันกลับไปยังสิ่งมีชีวิต
“แต่ใช้ได้ดี”
ชายจากป่าก้าวออกมา
“ทุกคนถอย!”
ครั้งนี้ไม่มีใครเถียง
เขายกมือขึ้น
คนจากป่าหลายคนเริ่มเคลื่อนตัวอย่างเป็นระเบียบ
พวกเขาไม่ได้โจมตีสิ่งมีชีวิต
แต่พยายามดึงความสนใจของมันออกจากขบวน
มาร์โกมองแล้วเข้าใจทันที
“พวกเขารู้วิธีรับมือมัน”
นัทพยักหน้า
“แต่ไม่ได้จะฆ่า”
“ใช่”
“งั้นพวกเขาต้องรู้มากกว่าที่พูด”
มาร์โกยิ้ม
“ในที่สุดนายก็เริ่มคิดเหมือนฉัน”
สิ่งมีชีวิตเริ่มสงบลง
มันไม่ได้สนใจนักล่าอีกแล้ว
สายตายังคงจับจ้องผลึก
ชายเสื้อสีน้ำตาลเดินออกมา
เป็นครั้งแรกที่เขาเดินเข้าใกล้มันโดยไม่กลัว
เงาใต้เท้าของเขาแผ่ออก
วูบ...
นัทมองอย่างตั้งใจ
เงานั้นไม่ได้เป็นเพียงเงาธรรมดา
มันขยับตามความคิดของชายหนุ่ม
เหมือนมีชีวิต
มันค่อย ๆ ยืดออกไปทางสิ่งมีชีวิต
สิ่งมีชีวิตหยุด
ทั้งสองนิ่งอยู่ตรงนั้น
ไม่มีการโจมตี
ไม่มีการข่มขู่
เหมือนกำลังสื่อสารกันในแบบที่คนอื่นไม่สามารถเข้าใจ
นัทมองทุกอย่าง
จดจำทุกการเคลื่อนไหว
โดยไม่รู้ตัว...
เขากำลังเรียนรู้บางอย่างใหม่อีกครั้ง
ไม่ใช่จากหนังสือ
ไม่ใช่จากอาจารย์
แต่จากการมองคนอื่นใช้พลังจริง ๆ
ชายเสื้อสีน้ำตาลหันกลับมา
“มันไม่ได้ต้องการทำร้ายพวกเจ้า”
นัทถาม
“แล้วมันต้องการอะไร?”
เขาชี้ไปยังผลึก
“เอาคืน”
“เอาคืน?”
“สิ่งที่ถูกเอาออกมาจากพื้นที่ของมัน”
นัทมองผลึก
“แล้วทำไมไม่เอาไปเอง?”
ชายหนุ่มเงียบ
ก่อนตอบ
“เพราะมันไม่สามารถออกจากเขตนั้นได้ไกลนัก”
นัทนิ่งไป
“แล้วทำไม?”
“ข้าไม่รู้”
นัทขมวดคิ้ว
“นายรู้เยอะมาก แต่ชอบจบด้วยคำว่าไม่รู้”
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เป็นครั้งแรก
“เพราะบางเรื่อง...ข้าก็ไม่รู้จริง ๆ”
เจ้าของขบวนรีบเดินเข้ามา
“ไม่ได้!”
ทุกคนหันไปมอง
เขามองผลึก
“ของชิ้นนี้ต้องถูกส่งไปถึงเมือง!”
ชายจากป่าหันกลับ
“เพราะอะไร?”
“ข้าได้รับคำสั่ง!”
“จากใคร?”
เจ้าของขบวนเงียบ
นัทมองเขา
“นี่แหละที่ผมอยากรู้ตั้งแต่แรก”
มาร์โกเดินเข้ามาข้าง ๆ
“นายไม่ได้รับงานคุ้มกันสินค้าธรรมดา”
เจ้าของขบวนกำหมัด
“พวกเจ้าไม่เข้าใจ”
นัทตอบ
“ใช่”
เขามองผลึก
“เพราะนายไม่เคยบอกอะไรเราเลย”
ทุกคนเงียบ
ผลึกยังคงส่องแสงอยู่ในลัง
สิ่งมีชีวิตยังยืนอยู่ตรงหน้า
ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้
ในที่สุดชายจากป่าจึงพูด
“ถ้าผลึกนี้ถูกนำเข้าเมือง...”
เขาหยุด
“จะเกิดอะไรขึ้น?”
เจ้าของขบวนไม่ตอบ
ชายหนุ่มเสื้อสีน้ำตาลเป็นคนพูดแทน
“มันจะถูกนำไปใช้”
นัทหันไป
“ใช้ทำอะไร?”
ชายหนุ่มมองผลึก
“นั่นคือสิ่งที่ข้ายังไม่รู้”
นัทถอนหายใจ
“อีกแล้ว...”
มาร์โกหัวเราะ
“อย่างน้อยก็ยังไม่โกหก”
สิ่งมีชีวิตก้าวเข้ามาอีกครั้ง
ครั้งนี้ช้า
ไม่มีท่าทีโจมตี
มันหยุดตรงหน้าลัง
แล้วก้มศีรษะลง
ผลึกสว่างขึ้น
วูม...
แสงสีดำอมฟ้าไหลออกจากผลึก
เป็นเส้นบาง ๆ
พุ่งเข้าหาสิ่งมีชีวิต
นัทเบิกตา
“เดี๋ยว...”
เส้นพลังแตะบริเวณหน้าอกของมัน
ทันใดนั้นรอยแตกบนร่างก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น
เหมือนกับว่ามีบางสิ่งกำลังเชื่อมกลับเข้าหากัน
สิ่งมีชีวิตส่งเสียงต่ำ
ไม่ใช่เสียงคำราม
คล้ายกับเสียงถอนหายใจ
นัทมองภาพนั้นอย่างไม่ละสายตา
เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่า...
ผลึกอาจไม่ใช่เพียงพลังงาน
และสิ่งมีชีวิตตรงหน้าอาจไม่ได้กำลังตามล่ามัน
แต่มันกำลัง...
ตามหาส่วนที่หายไปของตัวเอง
นัทหันไปมองมาร์โก
“พี่”
“หือ?”
“ถ้าเป็นแบบนี้...”
เขามองผลึก
“เราอาจไม่ได้กำลังคุ้มกันสินค้า”
มาร์โกพยักหน้า
“ฉันก็คิดแบบนั้น”
“แล้วเรากำลังคุ้มกันอะไร?”
มาร์โกมองสิ่งมีชีวิต
ก่อนตอบ
“บางที...”
“เราอาจกำลังคุ้มกันสิ่งที่กำลังจะถูกขโมยจากเจ้าของมันอีกครั้ง”
นัทนิ่ง
คำพูดนั้นทำให้เขาหันกลับไปมองเจ้าของขบวนทันที
ชายวัยกลางคนหน้าเสีย
และนัทก็เห็นคำตอบในสีหน้าของเขา
เขารู้มากกว่าที่พูด
ชายจากป่าหันมามองนัท
“ถ้าเจ้าต้องการมีชีวิตกลับเมือง...”
เขาชี้ไปยังลัง
“อย่าให้มันถูกนำไปต่อ”
นัทมองเขา
“แล้วถ้าเราส่งกลับไป?”
ชายคนนั้นนิ่งไป
“มันจะเกิดอะไรขึ้น?”
ไม่มีคำตอบทันที
แต่คราวนี้...
ชายหนุ่มเสื้อสีน้ำตาลเป็นคนพูด
“อาจไม่มีอะไร”
เขามองผลึก
“หรืออาจเกิดเรื่องที่พวกเราไม่สามารถหยุดได้”
นัทถอนหายใจ
“เลือกคำตอบที่สบายใจกว่านี้ไม่มีเลยหรือไง”
มาร์โกตบไหล่เขาเบา ๆ
“ไม่มี”
ในที่สุดสิ่งมีชีวิตก็ถอยออก
มันมองผลึกเป็นครั้งสุดท้าย
ก่อนหันกลับไปยังป่า
นัทมองตาม
“มันจะไปแล้ว?”
ชายจากป่าพยักหน้า
“ตอนนี้ใช่”
“แล้วผลึกล่ะ?”
ชายคนนั้นมองเขา
“มันจะกลับมา”
“เมื่อไหร่?”
“เมื่อมันต้องการ”
นัททำหน้าไม่เข้าใจ
“ฟังดูเหมือนคำขู่เลย”
ชายคนนั้นไม่ได้ตอบ
สิ่งมีชีวิตเดินกลับเข้าไปในป่า
แต่ก่อนที่ร่างขนาดใหญ่จะหายไปหลังต้นไม้...
มันหยุด
หันกลับมา
ดวงตาจับจ้องนัท
เพียงชั่วครู่
นัทสบตากับมัน
แล้วมันจึงเดินหายไป
ความเงียบกลับมาอีกครั้ง
นักล่าหลายคนเริ่มเก็บอาวุธ
ม้าค่อย ๆ สงบลง
มาร์โกเก็บดาบคู่
นัทมองปืนในมือ
จากนั้นมองผลึก
แล้วมองป่า
เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังยืนอยู่หน้าบางสิ่งที่ใหญ่กว่าภารกิจคุ้มกันธรรมดามาก
“พี่”
“ว่า?”
“ภารกิจนี้...”
มาร์โกมองเขา
“ไม่ธรรมดาแล้ว”
นัทพยักหน้า
“ใช่”
เขาหันไปมองเจ้าของขบวน
“แล้วผมคิดว่าเราต้องกลับไปคุยกับกิลด์”
เจ้าของขบวนรีบพูด
“ไม่ได้!”
นัทหันกลับ
“ทำไม?”
ชายวัยกลางคนเงียบ
มาร์โกมองเขานิ่ง ๆ
“เพราะถ้ากิลด์รู้ว่านายกำลังขนอะไร...”
เขาพูดต่อ
“นายคงมีปัญหาใหญ่กว่านี้ใช่ไหม?”
เจ้าของขบวนไม่ตอบ
นัทพยักหน้าช้า ๆ
“เข้าใจแล้ว”
เขามองผลึกอีกครั้ง
“งั้นตอนนี้...”
มือของเขาเลื่อนไปจับด้ามขวานเก่าที่สะพายอยู่ด้านหลัง
“เรามีเรื่องต้องคุยกันอีกเยอะเลย”
ค่ำวันนั้น
ขบวนยังคงอยู่บนถนน
แต่ไม่มีใครเดินทางต่อ
ทุกคนตั้งค่ายชั่วคราว
ผลึกถูกปิดไว้ในลังอีกครั้ง
คราวนี้ไม่มีใครกล้าแตะมัน
นัทนั่งอยู่ข้างกองไฟ
สมุดวางอยู่บนเข่า
เขาเปิดหน้ากระดาษใหม่
แล้วเริ่มเขียน
สิ่งที่พบวันนี้
ผลึกสีดำตอบสนองต่อพลังจิตผลึกอาจเกี่ยวข้องกับสิ่งมีชีวิตที่พบในป่าชายเสื้อสีน้ำตาลใช้พลังที่ยังไม่ทราบประเภทกลุ่มจากป่ารู้เรื่องผลึกมากกว่าที่บอกผู้ว่าจ้างปิดบังข้อมูลสำคัญนัทหยุดเขียน
คิดอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนเติมบรรทัดสุดท้าย
6. อย่าเชื่อข้อมูลจากใบงานกิลด์เพียงอย่างเดียว
เขามองข้อความนั้น
แล้วหัวเราะเบา ๆ
“งานคุ้มกันธรรมดา...”
มาร์โกที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหันมา
“อะไร?”
“เปล่า”
นัทปิดสมุด
“แค่รู้สึกว่าเราคงไม่ได้กลับเมืองง่าย ๆ แล้ว”
มาร์โกมองกองไฟ
“ฉันก็คิดเหมือนกัน”
ด้านหลังพวกเขา...
ป่ากลับมาเงียบอีกครั้ง
แต่ไม่มีใครรู้ว่า
สิ่งมีชีวิตตัวนั้นกำลังเดินไปที่ไหน
และไม่มีใครรู้ว่า...
ผลึกสีดำก้อนนั้นเป็นเพียงเศษเสี้ยวของเรื่องทั้งหมด
นัทเงยหน้ามองท้องฟ้า
จากนั้นก้มมองมือของตัวเอง
พลังจิตที่เขาเพิ่งเริ่มเรียนรู้...
วันนี้กลับทำให้เขาได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
โลกนี้ไม่ได้มีเพียงพลังที่เขารู้จัก
และยิ่งเขาเรียนรู้มากขึ้นเท่าไร...
โลกที่สองก็ยิ่งเผยให้เห็นว่า
สิ่งที่เขายังไม่รู้นั้นมีมากกว่าสิ่งที่เขารู้เสียอีก
นัทเปิดสมุดอีกครั้ง
เขียนประโยคสุดท้ายลงไป
ต้องศึกษาเพิ่ม
แล้วปิดสมุด
โดยไม่รู้เลยว่า...
ในป่าที่อยู่ห่างออกไป
ดวงตาคู่หนึ่งกำลังมองกลับมายังแสงไฟของขบวน
และบนพื้นใต้เท้าของชายเสื้อสีน้ำตาล...
เงาของเขายังคงขยับอยู่
แม้เจ้าของเงาจะไม่ได้ขยับแม้แต่น้อย.
จากผู้แต่งถึงตอนที่ 50 แล้วแอบท้อนิดนึ่งครับยังไงผมขอกำลังใจกดหัวใจให้หน่อยนะครับ