มามี้ของข้าไม่อ่อนโยน

    ต่อยกับองค์ชาย

    เหล่าสตรีบุตรีขุนนางต่างเดินอวดโฉมเข้างานอย่างไม่เร่งรีบ หานลี่กันเดินเข้าประตูสวนดอกไม้ที่จัดงานพร้อม ๆ กับสตรีตระกูลอื่น ดอกไม้ภายในงานเบ่งบานอวดโฉมแข่งกับสตรีที่ต้องการเป็นที่สนใจของบุรุษที่เข้าร่วมงาน แม้ฝั่งของสตรีจะอยู่ตรงข้ามกับฝั่งบุรุษแต่ทั้งสองฝั่งนั้นกลับเห็นกันอย่างชัดเจน

    “มามี้ ๆ นั่น ๆ ท่านลุง”

    หยางชุนโบกมือให้กับหานหลงและเว่ยเจ๋อ หานลี่กันมองท่าทางของเด็กชายยิ้ม ๆ ก่อนหญิงสาวจะพยักหน้าทักทายคุณชายเซวียที่ยืนอยู่ที่นั่นด้วย

    “เจ้าอยากไปเล่นกับท่านลุงหรือไม่”

    “ขอรับ”

    “เช่นนั้นก็ไปเถอะ”

    “ขอบคุณขอรับมามี้”

    เด็กชายตัวน้อยรีบเดินอ้อมสระบัวไปทางฝั่งบุรุษด้วยรอยยิ้มเต็มใบหน้า หยางชุนที่ได้รับอนุญาตเป็นพิเศษจึงสามารถตามมาด้วยได้ ขณะที่มองตามเด็กชายตัวน้อยไปจู่ ๆ ร่างของหญิงสาวกลับถูกชนอย่างแรงจนหานลี่กันเซไปด้านข้าง โชคดีที่หานลี่กันตั้งหลักได้ทันจึงมิได้ล้มลง

    “เดินไม่รู้จักดูทาง”

    เป็นเสียงที่หานลี่กันคุ้นเคยเป็นอย่างดี เว่ยซีซวนเดินเข้าไปประคองหานลี่กันที่เซไปด้านข้างนั้น

    “เจ้าเป็นอะไรหรือไม่”

    หานลี่กันส่ายหน้าไปมาก่อนจะจ้องไปทางเซวียอิน หญิงสาวยิ้มเหยียดมาทางหานลี่กันก่อนจะหันไปทางเว่ยซิ่ว หานลี่กันมองไปทางเว่ยซิ่วและเซวียอินที่ดูเหมือนทั้งสองจะรู้จักกันอย่างนึกสังหรณ์ใจ

    “พี่หญิงใหญ่ พวกเราไปทางโน้นกันเถอะ”

    หานลี่กันเอ่ยชวนเว่ยซีซวนให้ไปอีกทางเพื่อเลี่ยงการปะทะ ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินผ่านเว่ยซิ่วและเซวียอินนั้น เท้าใต้กระโปรงของเซวียอินได้ยื่นออกมาขัดขาเว่ยซีซวนไว้

    “โอ๊ย!!!”

    สตรีในอาภรณ์ฟ้าล้มลงไปกับพื้น หานลี่กันรีบเดินเข้าดูและพยุงเว่ยซีซวนให้ยืนขึ้นแต่หญิงสาวกลับไม่สามารถลุกขึ้นได้

    “อุ๊ย!!! เจ้ามาสะดุดขาของข้าเองนะ”

    เซวียอินพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มอันเสแสร้ง หานลี่กันตวัดสายตามองไปทางเซวียอินด้วยความโมโหและพร้อมจะจัดการกับตัวปัญหาตรงหน้าแต่กลับถูกเว่ยซีซวนส่งสัญญาณห้ามไว้

    “ลี่เออร์ ดูเหมือนข้อเท้าข้าจะเคล็ด”

    “เช่นนั้นเดี๋ยวข้าจะเรียกคนมาช่วยดีหรือไม่”

    ขณะนั้นเองบุรุษหน้าคม คิ้วหนา ปากบางดูหล่อเหลาเอาการไม่เบาได้เดินเข้ามาทางเว่ยซีซวน

    “คุณหนูท่านนี้ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ข้าช่วยหรือไม่”

    เสียงทุ้มต่ำที่แฝงด้วยความห่วงใยได้ทำให้หัวใจของเว่ยซิ่วหวั่นไหวอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวจ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างหลงใหลและลืมตัว

    “ขอบคุณเจ้าค่ะ แต่ข้าไม่เป็นอะไรมาก คงไม่ต้องรบกวนคุณชาย”

    เว่ยซีซวนพยายามยืนขึ้นโดยมีหานลี่กันพยุง แต่กลับไม่สามารถยืนขึ้นได้ ขณะนั้นเองกลับมีนางกำนัลของวังวิ่งหน้าตาตื่นมาทางหานลี่กัน

    “คุณหนูหาน ท่านคือคุณหนูหานใช่หรือไม่”

    “ข้าเอง เจ้ามีอะไรเช่นนั้นหรือ”

    “ดูเหมือนคุณชายน้อยของท่านจะมีเรื่องต่อยตีกับองค์ชายสิบสอง”

    เว่ยซีซวนถึงกับหน้าซีดก่อนจะหันมาทางหานลี่กัน

    “ลี่เออร์เจ้ารีบไปดูชุนเออร์ก่อนเร็วเถอะ ข้าไม่เป็นอะไร เดี๋ยวให้น้องรองอยู่เป็นเพื่อนข้าก็ได้”

    “เช่นนั้นฝากคุณชายช่วยดูแลพี่หญิงใหญ่ของข้าด้วย”

    หานลี่กันเอ่ยกับบุรุษแปลกหน้าโดยมิรอให้บุรุษแปลกหน้าเอ่ยตอบก่อนจะมองไปทางเว่ยซิ่วที่ตอนนี้เอาแต่จ้องมองบุรุษตรงหน้าจนหานลี่กันกลืนคำพูดที่จะเอ่ยกับนางไปจนหมด เซวียอินที่เห็นหานลี่กันเดินตามนางกำนัลไปหญิงสาวเองก็รีบสาวเท้าตามไปเช่นกัน

    “คุณหนูใหญ่เว่ย ข้าขอเสียมารยาทแล้ว”

    บุรุษหนุ่มอุ้มเว่ยซีซวนในท่าเจ้าหญิงก่อนจะพาไปยังที่นั่ง เว่ยซีซวนได้แต่ก้มหน้าซ่อนความเขินอายก่อนจะเอ่ยขอบคุณชายหนุ่มเบา ๆ

    “ทำไมไม่เป็นข้าที่ถูกบุรุษผู้นี้อุ้มกัน”

    เว่ยซิ่วเอ่ยกับตัวเองเบา ๆ ขณะเดินตามบุรุษหนุ่มที่กำลังอุ้มเว่ยซีซวนอยู่ เมื่อไปถึงที่หมายบุรุษหนุ่มได้วางตัวหญิงสาวลงอย่างแผ่วเบาก่อนจะให้นางกำนัลตามหมอหลวงมา

    “คุณหนูเพียงข้อเท้าแพลงเท่านั้น ให้ทายาและกินยาตามเทียบยานี้ไม่นานก็หายแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

    “ขอบคุณมากท่านหมอหลวง”

    เมื่อหมอหลวงจากไปเว่ยซีซวนที่นั่งอยู่จึงหันกลับไปทางบุรุษหนุ่มที่ยังอยู่ตรงนั้น

    “ขอบพระทัยองค์ชายที่ทรง....ช่วยหม่อมฉัน”

    บุรุษหนุ่มยกคิ้วขึ้นพร้อมด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า

    “เหตุใดคุณหนูถึงคิดว่าข้าเป็นองค์ชายกัน”

    “ในวังหลวงเช่นนี้ หากไม่มีตำแหน่งที่สูงพอ ก็คงไม่สามารถเรียกหมอหลวงมาได้ เช่นนั้นแล้วนอกจากองค์ชายก็คงจะเป็นใครไปเสียไม่ได้”

    ชายหนุ่มยิ้มตอบเว่ยซีซวนก่อนจะเอ่ยตัวขอลา คงจะมีเพียงสายตาของเว่ยซิ่วที่มองตามบุรุษหนุ่มจนหายลับตาไป หญิงสาวยังคงเก็บชายหนุ่มมานั่งจินตนาการเพ้อฝันอยู่ฝ่ายเดียวจนลืมเว่ยซีซวนที่นั่งอยู่ด้านข้างและเรื่องที่หานลี่กันต้องรีบไปจัดการ ‘องค์ชายงั้นหรือ เช่นนั้นฉันจะต้องเป็นพระชายาขององค์ชายให้ได้’

     

    ทันทีที่นางกำนัลพาหานลี่กันและเซวียอินไปถึง ทั้งสองกลับพบองค์ฮ่องเต้ ฮองเฮาและพระสนมเสิ่นได้มาถึงก่อนทั้งสองคนเพียงเล็กน้อย พระสนมเสิ่นรีบเดินเข้าไปสำรวจองค์ชายสิบสองในทันที

    “องค์ชายเป็นอย่างไรบ้าง”

    “กระหม่อมไม่เป็นอะไรมากพ่ะย่ะค่ะ”

    “พวกเจ้าดูแลองค์ชายกันอย่างไร ทำไมถึงให้เกิดเหตุเช่นนี้ได้”

    พรสนมเสิ่นหันไปตำหนิผู้ติดตามขององค์ชายก่อนจะหันมาถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    “นี่มันเกิดอะไรขึ้น เจ้ากล้าดีอย่างไรมาทำร้ายองค์ชาย”

    “ทูลเสด็จแม่ ตอนนั้นข้ากำลังเล่นกับขันทีน้อยผู้นั้นอยู่ จู่ ๆ เด็กคนนี้ได้เดินเข้ามาพูดจาไม่เข้าหู และยังต่อยข้าอีก”

    องค์ชายสิบสองพูดขึ้นก่อนจะชี้มาทางหยางชุนที่ยืนอยู่ไม่ไกลตน เด็กชายตัวน้อยยืนนิ่งมิได้ตอบรับหรือปฏิเสธกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ขณะที่ทุกคนกำลังนิ่งและยังมิได้เอ่ยสิ่งใดตอบ จู่ ๆ เซวียอินกลับคุกเข่าลงตรงหน้าฝ่าบาท ฮองเฮา และพระสนมเสิ่นในทันที

    “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮา พระสนมเสิ่น เป็นความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ หม่อมฉันเลี้ยงดูหลานชายเพียงคนเดียวได้ไม่ดีพอ อีกทั้งยังเป็นเพราะตัวเด็กคนนี้ที่เป็นดาวแห่งความโชคร้ายและเป็นตัวซวย แต่คุณหนูหานกลับรับเด็กคนนี้ไปแต่กลับ…..จึงเป็นเหตุให้คนที่อยู่ใกล้พลอยเดือดร้อนไปด้วย ขอฝ่าบาท ฮองเฮาและพระสนมโปรดอภัยด้วยเพคะ”

    “เจ้าคือใครกัน”

    องค์ฮ่องเต้ทรงตรัสถามขึ้น เซวียอิ่นรีบคำนับตอบในทันที

    “หม่อมฉันเซวียอินบุตรีเสนาบดีเซวียเพคะ”

    องค์ฮ่องเต้ทรงพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะมองไปทางหานลี่กันที่มิได้สนใจเซวียอินแต่กลับเดินไปทางหยางชุน

    “ชุนเออร์ เจ็บตรงไหนหรือไม่”

    หานลี่กันคุกเข่าลงตรงหน้าหยางชุนก่อนจะดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาเช็ดคราบสกปรกบนใบหน้าของเด็กชายอย่างเบามือ ใบหน้าที่แม้นจะปูดบวม แต่กลับไร้ซึ่งน้ำตาที่รินไหล เด็กชายตัวน้อยส่ายหน้าไปมาและหลบตาหานลี่กันอย่างรู้สึกผิด

    “เจ้าบอกข้าได้หรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น”

    เด็กชายตัวน้อยพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาหานลี่กัน

    “ข้าทำให้มามี้ต้องเดือดร้อนใช่หรือไม่ขอรับ”

    “เรื่องนั้นต้องรอฟังจากที่เจ้าเล่ามาก่อน จึงจะพูดได้ว่าเจ้าทำให้ข้าเดือดร้อนหรือไม่”

    “ขอรับ”

    เด็กชายตัวน้อยพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะมองไปทางองค์ชาย สหายร่วมเรียนขององค์ชาย และขันทีน้อยต้นเรื่องที่ทำให้เขาและองค์ชายต้องมาทะเลาะกันนั่นเอง

    คล้ายกับเรื่องมามี้ของข้าไม่อ่อนโยน ที่คุณอ่าน