ชิงเถานางนอนพักอยู่ในห้องตลอดทั้งบ่ายก่อนที่ตอนเย็นจะเดินออกมาข้างนอกนางไม่เจอมี่หนิงหยางที่ห้องโถงสงสัยเขาก็น่าจะไปพักในห้องของตัวเองแล้ว
“ไหนขอชิมสักลูกสิ”ชิงเถาเขย่งเท้าเอื้อมมือไปเด็ดผลส้มจากต้นมากิน เจ้าของเขาอนุญาตนางไว้แล้วนางจึงได้มาเด็ดกินแบบนี้
“อื้มมมหวานมากเลย” ชิงเถาที่ได้กินเข้าไปคำหนึ่งแล้วนางหยุดกินไม่ได้เลยทีเดียวส้มที่นางกินรสชาติดียิ่งนัก ไม่รู้เป็นส้มสายพันธุ์อะไรกันแน่สงสัยนางต้องแอบเอาเมล็ดกลับไปเพาะปลูกเสียแล้ว
“ขออีกลูกก็แล้วกันนะ”ส้มลูกเดียวชิงเถานางไม่พอแล้วจึงเอ่ยขอเจ้าของมันไปลอยๆก่อนจะหาเลือกลูกส้มสุกได้ที่มากินต่อ
“มี่หนิงหยางขออีกนะ” ชิงเถาเอ่ยออกมาเบาๆจริงๆนางก็ไม่อยากให้เจ้าของมันได้ยินหรอกเดี๊ยวเขารู้ว่านางเอ่ยขอไปหลายรอบแล้ว
“อ่ะทำไมอยู่สูงจัง” ส้มลูกที่อยู่ต่ำชิงเถานางกินไปหมดแล้วจะเหลืออยู่ก็คือที่มันอยู่สูงกว่าที่นางเอื้อมไม่ถึงขึ้นไปนั่นเองชิงเถานางกินส้มเข้าไปเป็นสิบผลอย่างไม่รู้ตัวเลย
“อ่ะฮึบบบบ” ชิงเถามองซ้ายขวาไม่มีอะไรให้นางใช้เป็นเครื่องมือสอยผลส้มได้เลยนางจึงต้องกระโดดหยองๆคอยเกาะดึงกิ่งลงมาเผื่อว่ากิ่งที่มีส้มอยู่จะโน้มลงมาด้วย
“ใกล้แล้วๆ”ชิงเถาพูดกับตัวเองอย่างตื่นเต้น ส้มลูกตรงหน้านางลูกใหญ่นัก นางตัดสินใจว่านางจะกินมันเป็นลูกสุดท้ายแล้วขอให้นางเถอะถ้านางได้กินนางจะกลับไปเข้านอนแล้ว
‘พึ่บบบ’ แต่กิ่งไม้ก็ดึดกลับหยุดมือนางไปนางต้องเริ่มกระโดดแล้วดึงมันลงมาใหม่อีกรอบหรือเนี่ย
“นี่”ชิงเถาร้องออกมาอย่างไม่พอใจ มือนางเริ่มแดงแล้วนะมีรอยขีดข่วนจากกิ่งไม้เกี่ยวด้วย
มี่หนิงหยางที่ออกมาจากห้องของเขาแล้วเขายืนมองชิงเถากำลังดึงต้นส้มของเขาเล่นอยู่ได้แต่ยิ้มขำ มันทำอะไรให้นาง นางจึงได้ทำร้ายมันขนาดนั้นกัน
“อ่ะนี่”มี่หนิงหยางเห็นว่านางเล่นมาครู่หนึ่งแล้วก็เหมือนนางจะยิ่งอารมณ์เสียกว่าเดิมจึงเดินเข้ามาช่วยเด็ดส้มผลที่นางอยากจะได้นักลงมาให้
“อ่ะขอบคุณเจ้าค่ะ”ชิงเถาเงยหน้ามองอีกคนที่เข้ามายืนอยู่ข้างนางแล้วช่วยเอาเจ้าส้มลูกที่นางต้องตาลงมาให้
“ได้แต่เพียงแต่ว่า” มี่หนิงหยางยื่นส้มไปให้แต่ก็ไม่ยอมปล่อยมันให้ชิงเถาไป
“เพียงเก็บส้มให้ต้องมีข้อแม้ด้วยหรือเจ้าคะ”ชิงเถาถามอย่างไม่พอใจ
“ก็”เขาไม่ตอบ ทำเพียงแค่มองนางแล้วแบ่งส้มออกเป็นสองส่วนก่อนจะยื่นให้ชิงเถาไปครึ่งหนึ่ง
“ส่วนนี้ข้าขอก็แล้วกัน”มี่หนิงหยางเอ่ยยิ้มๆ แล้วเขาก็เดินหนีหายกลับเข้าห้องตัวเองไปปล่อยให้ชิงเถายืนมองข้างหลังเขาอย่างงงๆ
“งงจังส้มมีอีกตั้งมากกลับมาแย่งข้ากิน แล้ว แล้วท่านกินแค่นั้นจะอิ่มหรือ”ชิงเถาเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจแต่ก็ยังร้องตามหลังถามเขาในท้ายประโยคไปนางกินไปตั้งหลายลูกแต่ก็ยังไม่อิ่มเขากินเพียงเท่านั้นเพียงพอต่อความหิวได้อย่างไรกัน
“ช่างสิกระเพาะใครกระเพาะมัน” ชิงเถาไม่สนใจคน นางกลับมาให้ความสนใจส้มครึ่งลูกตรงหน้าต่อ
ชิงเถาตื่นขึ้นมาในช่วงสายนางไม่นึกว่าตัวเองจะหลับได้สนิทขนาดนี้ทั้งๆที่นางจะหลับยากตื่นง่ายเป็นพิเศษถ้านอนต่างที่สงสัยเป็นเพราะว่ามีต้นหญ้าไผ่หยกขาวอยู่ใกล้ๆตัวนางจึงได้ผ่อนคลายมากจนหลับสนิทพอตื่นขึ้นมาก็กระฉับกระเฉงเช่นนี้
“ตื่นแล้วหรือ”มี่หนิงหยางเงยหน้าขึ้นทักทายอีกคนที่เดินออกมาจากห้อง เข้าใกล้เขาที่นั่งจิบชาอยู่
“เจ้าค่ะว่าแต่ท่านกินข้าวเช้าหรือยัง” นางมาอาศัยอยู่บ้านคนอื่น นางทำอาหารเป็น อย่างน้อยๆถ้าเขายังไม่กินนางก็อาสาทำอาหารให้เขากินตอบแทนค่าที่พักได้
“ยังเลย”มี่หนิงหยางตอบเพียงสั่นๆ ชิงเถาพยักหน้ารับรู้ ในห้องโถงมีเตาที่ยังคงมีไฟจากการที่เขาต้มน้ำชาอยู่นางควรจะทำอาหารง่ายๆให้เขาได้กิน เพราะนี่ก็สายมากแล้วทำง่ายๆเสร็จเร็วจะได้รีบกิน เพราะเดี๋ยวก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงแล้ว
“ท่านได้ออกไปดูข้างนอกบ้างหรือยังเจ้าคะ”ชิงเถาเอยถามอีกคนหลังจากที่ทั้งสองกินข้าวเสร็จแล้ว
“ข้าเพียงมองจากด้านในดูแต่ข้างนอกฝุ่นยังคงหนาอยู่เลย” คำตอบของมี่หนิงหยางชิงเถาได้แต่พยักหน้ารับรู้มันคงต้องเป็นเช่นนี้อยู่แล้วกว่าที่ทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติคงอีกหลายวันหลายสัปดาห์ หรือว่าหลายเดือนก็เป็นได้นางทำได้เพียงภาวนาให้มันไม่ร้ายแรงจนเกินไปก็เท่านั้น
“ตอนนี้เราก็อยู่ในนี้ไปก่อนก็แล้วกันรอให้ฝุ่นพวกนี้หายไปก่อนเรื่องอื่นค่อยคิด”คำพูดของมี่หนิงหยางเหมือนเป็นคำสั่งกลายๆ แต่ชิงเถาก็เข้าใจได้อย่างไรเสียนางคงไม่อาจฝ่าฝันฝุ่นข้างนอกไปเดินเล่นที่ไหนได้
“เจ้าค่ะ”ชิงเถาตอบรับอย่างเข้าใจ
“ตอนนี้จะทำอะไรดีนะ”ชิงเถาเอ่ยขึ้นกับตัวเองอย่างใช้ความคิดนางมานั่งเฝ้าสังเกตต้นหญ้าไผ่หยกขาวได้ครู่ใหญ่แล้วเจ้าต้นนี้น่าจะมีอายุมากกว่าต้นที่นางมีไม่น้อยทีเดียวไหนจะสีของมันที่ขาวไปหมดแล้วทั้งต้น
“เวลาว่างแบบนี้ข้าควรฝึกปรือเพื่อเลื่อนระดับพลังปราณให้ได้สิ”นางยังคงนั่งปรึกษากับตัวเองอยู่
“ไม่ได้สิอย่างนั้นก็แปลว่าข้าแอบดูดซับพลังปราณจากต้นหญ้าไผ่หยกขาว”นางส่ายหัวไปมาปฏิเสธความคิดเห็นนี้
“เช่นนั้นก็ฝึกวรยุทธ์ก็แล้วกันใช่ๆ ข้าต้องฝึกใช้วิชาตัวเบาวิ่งเร็วๆให้ได้” ชิงเถาเอ่ยกับเองเมื่อนางตัดสินใจได้แล้วว่านางจะทำอะไรกันแน่หน้าตานางมีความตั้งมั่นและคาดหวังถึงผลลัพธ์เป็นอย่างมาก
“เริ่มแรกก็ต้อง”ชิงเถานางเริ่มฝึกฝนตามรูปแบบที่ได้เรียนมา วิชายุทธ์ชนิดนี้นางเคยฝึกมาแล้วแต่ว่ายังคงทำได้ไม่ดีนางจึงวิ่งได้ไม่เร็วเท่าไหร่มากนักไหนจะความทนทานอย่างร่างกายนางที่ยังคงไม่มากพอหลังจากเหตุหนีตายเมื่อวันก่อนชิงเถานางตั้งมั่นไว้แล้วว่าต่อไปนางจะต้องเอาตัวรอดด้วยตัวเองให้ได้
“เฮ่อๆๆๆ”หลังจากที่นางวิ่งไปมารอบที่พักไปเกือบชั่วยาม นางก็ต้องหยุดหอบแฮกๆ อยู่เช่นนี้
“หรือเป็นเพราะว่าข้าไม่ได้ฝึกนานกันนะ”ชิงเถาตอนนี้นางนอนแผ่หลาไปบนพื้นแล้วเรียบร้อย ตั้งแต่นางออกเดินทางร่วมกับทางการเพื่อมาช่วยเหลือชาวบ้านที่เสี่ยงภัยนางก็ไม่ได้ฝึกวรยุทธเลยร่างการนางจะอ่อนแรงไปบ้างก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด
“ฮึอีกรอบก็แล้วกัน” นางยังไม่ยอมแพ้ดันตัวเองลุกขึ้นเพื่อฝึกต่ออีกครั้ง
“อ่าเหนื่อยจะตายอยู่แล้ว” ฝึกรอบสองจบชิงเถาก็ยังคงมานอนแผ่หราอยู่ที่เดิมนางช่างเหนื่อยง่ายเสียเหลือเกิน
“เป็นอะไรไปถึงได้ลงไปนอนตรงนั้น”มี่หนิงหยางก้มหน้ามองที่เถาที่นอนอยู่บนพื้นเขาเก็บตัวอยู่ในห้องพึ่งจะออกมาก็เห็นชิงเถานอนอยู่บนพื้นแล้วหรือว่าเตียงในห้องของนางนอนไม่สบาย
“ไม่ได้เป็นอะไรข้าแค่เหนื่อย”ชิงเถาตอบกลับพร้อมหน้าตาที่มีเม็ดเหงื่อเด่นชัดเสริมคำพูดนางว่าเป็นความจริง
“เป็นเช่นนั้น”มี่หนิงหยางพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเดินหนีละจากนางที่นอนมองเพดานไป