THE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1)

    บทที่ 34 การแข่งขันรอบแรก (ท่อนที่ 3)


                    เวลาผ่านไปเกือบ  30 นาทีเห็นจะได้  แต่ว่าเทลเลอร์พึ่งสังหารผู้เล่นไปได้แค่ 3คนเอง  อีกอย่างคนในห้องนี้ก็มีแต่พวกที่หัวกะทิทั้งนั้น  แถมตอนนี้จำนวนผู้เล่นในห้อง  C7 ที่เขาอยู่ก็เริ่มจะนับไม่ถึง40 คนแล้วด้วยซ้ำ   จึงทำให้เขาต้องเร่งมือขึ้นอีกเพราะถ้าหากชักช้าละก็  อาจจะโดยพวกระดับสูงที่มีฝีมือเก่งกว่าตนสอยไปจนหมด

                วูบ!

                    หมอกสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ทักษะมังกรคลั่งสลายหายไป    พร้อมๆ กับนัยน์ตาสีเขียวมรกตของเขาก็กลับคืนสู่สภาพปกติ  อันเนื่องมาจากว่าเวลาของทักษะมันหมดแล้ว  ซึ่งเทลเลอร์ก็รู้ตัวดี  เพราะตั้งแต่เริ่มการแข่งขันจนถึงเดี๋ยวนี้  เขาก็ใช้ทักษะมังกรคลั่ง   ควบคู่กับทักษะเพลงดาบระบำหงส์จนครบเงื่อนไขของเวลาคือ30 นาที   ฉะนั้นนับจากนี้ไปเขาต้องพึ่งตัวเองอีกครั้ง

                    “เฮ้ย!...ข้าเห็นทักษะมังกรคลั่งของอันดับที่ 5 หมดเวลาแล้ว...พวกเราลุย”      เทลเลอร์ได้ยินผู้เล่นสายอาชีพทวนคนหนึ่ง ตะโกนบอกให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ อีก 2-3 คนให้กรูกันมาที่เขา

                    “คงต้องใช้ทักษะเพลงดาบใหม่แล้วสินะ”       

                    เทลเลอร์พึมพำบอกตัวเอง  อันที่จริงเขาอยากเก็บมันไว้ใช้ตอนรอบสองซะมากกว่า  แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วคงต้องควักออกมาใช้ก่อนสินะ    ซึ่งมันก็จริงอยู่ที่ทักษะมังกรคลั่งนั้นคงอยู่ได้นานถึง30 นาที    แต่กว่าจะใช้ได้อีกทีก็ต้องรออย่างน้อย  3 ชั่วโมงหรือก็คือดีเลย์นั่นแหละ

                ฟ้าว!

                วูบ!

                    ชั่วพริบตาที่เทลเลอร์กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ ลูกธนูลูกหนึ่งก็พุ่งตรงแหวกอากาศมาจากผู้เล่นอาชีพธนูทางด้านซ้าย  และทางด้านขวานั้นก็มีผู้เล่นอาชีพทวนกำลังฟาดทักษะตามมาติด ๆ   ในขณะที่ด้านหน้าและหลังก็มีผู้เล่นอาชีพนักเวทย์สายธาตุน้ำและธาตุแสง   กำลังร่ายเวทย์โจมตีประสานกันมา  แน่นอนว่าเป้าหมายเดียวก็คือกำจัดผู้เล่นที่เป็นอันดับ5 ของปัจจุบัน

                    “กะจะรุมสินะ”     

                    เทลเลอร์มองดูทักษะทั้ง 4ที่สาดโจมตีมาทางเขา   ก่อนจะพลิกดาบนรกานต์ในมือเขาหาตัวเองช้าๆ หากแต่มั่นคง     พร้อม ๆ กับถ่ายเทพลังออร่าลงบนดาบอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ และชั่ววินาทีนั้นเองเขาก็เสียบมันมันลงกับพื้นห้อง...

                    ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ    คลื่นพสุธาถาโถม

     

     

                    เคร้ง!

                เสียงกระทบกันระหว่างดาบกับก้อนหินที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นที่นั่งของNPCสาวสวยที่เทลเลอร์มาขอให้เธอถ่ายทอดทักษะดาบให้  แต่ในตอนนี้มันได้เป็นตัวกำหนดผ่านบทเรียนของเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  เหตุผลน่ะเหรอก็เพราะคุณเธอนั่นแหละที่บอกให้เขาทำลายก้อนหินนี้ให้แตก  โดยใช้แค่ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ  กระบวนท่าคลื่นพสุธาถาโถมเท่านั้น  โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้แตกภายใน 15นาที หากไม่เช่นนั้นแล้วเธอจะริบทักษะทั้งหมดคืน  ซึ่งแน่นอนว่าเทลเลอร์ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเจอเงื่อนไขแบบนี้ แล้วขอโทษเถอะ...ตั้งแต่เริ่มทดสอบมาทำไมเธอถึงพึ่งมาตั้งเงื่อนไขสุดหินเอาตอนนี้

                “อย่าเกรงสิ...แล้วต้องถ่ายเทพลังออร่าให้พอดีทั้ง4 ครั้งด้วยไม่เช่นนั้นแล้วพลังโจมตีของมันไม่ปรากฏหรอกนะ...แล้วก็รีบ ๆ หน่อยนี่มันผ่านไป10 นาทีแล้วเดี๋ยวก็ไม่ผ่านทดสอบหรอก”    

                ประโยคท้ายของเธอราวกับว่าย้ำเตือนให้เขาต้องคิดหนักแกมเครียดเข้าไปอีก   ทำไมมันยากแบบนี้  2 ทักษะที่ผ่านมานั้นยังง่ายกว่าอีก  แต่ทำไมทักษะนี้ถึงใช้ยากใช้เย็นจัง   ให้ผนึกพลังออร่าลงดาบแล้วก็เปิดใช้ทักษะทันทีก็ไม่ได้  จำเป็นต้องถ่ายเทพลังลงไปถึงสี่ครั้ง  และแต่ละครั้งก็ต้องถ่ายเทให้เท่ากัน    แถมห้ามผนึกมันจนกว่าจะเสียบลงบนพื้นดินอีกต่างหาก  แล้วแบบนี้เมื่อไหร่มันจะผ่านละเนี้ย...

                “เอ้า!....ลองดูอีกที”     

                เทลเลอร์พูดให้กำลังใจกับตัวเองแล้วพลิกดาบขึ้นช้าๆ  พร้อม ๆ กับปล่อยพลังลงดาบอย่างเบามือ  และคิดว่ามันคงจะพอดิบพอดี ก่อนจะหมุนดาบเสียบลงบนก้อนหินอย่างรวดเร็วและรุนแรง

                    ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ    คลื่นพสุธาถาโถม

                    เคร้ง!

                อีกครั้งที่ดาบนรการนต์กระทบกับก้อนหินแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น    ซึ่งนั่นทำให้เทลเลอร์ตีสีหน้าผิดหวังเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจจะเดาได้  แถมเวลาก็เหลืออีกไม่มากแล้ว  หากยังไม่สำเร็จละก็ที่ทำมาตั้งแต่ต้นทั้งหมดก็จะสูญเปล่า

                “นี่พ่อมังกรปฐพี”   เธอเรียกเทลเลอร์   “ข้าจะบอกอะไรให้อย่างนะ  กระบวนท่าพสุธาถาโถมน่ะ  เป็นท่าเดียวที่มีไว้สำหรับกำจัดคนหมู่มาก  และมันก็เป็นท่าเดียวที่ใช้ยากที่สุดในบรรดากระบวนท่าทั้ง8  และเคล็ดลับการใช้มันก็มีแค่นิดเดียวเอง”

                “...”

                “เธอจะต้องใช้สัญชาตญาณในการถ่ายเทพลังออร่า  ไม่ใช้กะมันด้วยสายตา  และตอนผนึกมันน่ะเธอก็ต้องผนึกมันด้วยใจไม่งั้นคลื่นพลังก็จะไม่แสดงออก  อีกอย่างเธอต้องมีเป้าหมายในการกำจัดที่ชัดเจน”

                “เป้าหมาย”    NPC สาวที่เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาดาบให้กับเทลเลอร์ฉีกยิ้มกว้าง

                “เธอเกลียดใครก็เอาหน้าของคนๆ นั้นไปไว้ที่พื้นที่ดาบต้องเสียบดูสิ”    

                เท่านั้นแหละที่เทลเลอร์ถึงกับเบิกตากว้าง  ไม่ใช่เพราะว่าเขาคิดวิธีที่จะใช้กระบวนท่าคลื่นพสุธาถาโถมออกหรอก  แต่เป็นเพราะคำว่าเกลียด มันทำให้เทลเลอร์นึกถึงเพื่อนสนิทที่เขาอยากจะเอาชนะมากที่สุดคนหนึ่ง   เพื่อนที่เขาไว้ใจและมีปณิธานร่วมกันตั้งแต่เล่นเกมส์ว่าจะไปให้ถึงจุดสูงสุดด้วยกัน  แต่เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นมันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองขาดสะบั้นลง   และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเทลเลอร์ก็ตัดสินใจเล่นเกมส์เพียงคนเดียว   กระทั่งฟันฝ่ามาได้อันดับที่ 5  และแม้ว่าเรื่องวันนั้นมันจะผ่านมานาน  แต่ว่าเขาก็จำมันได้จนติดตา....

                    หมับ!

                เทลเลอร์จับด้ามดาบไว้แน่น  เขากำลังมองเห็นภาพใบหน้าของเพื่อนสนิทคนนั้น   มันกำลังซ้อนทับบนก้อนหินที่เขาเหยียบอยู่ในขณะนี้อย่างชัดเจน...

                “ให้มันรู้ไปสิ...ว่าก้อนหินแค่นี้คนอย่างเทลเลอร์ทำลายไม่ได้!”

                ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ    คลื่นพสุธาถาโถม

     

     

                ตูม!

                    ทันทีที่ปลายดาบนรกานต์สัมผัสเสียบลงพื้น  ก็เกิดระเบิดคลื่นพลังตูมใหญ่เป็นวงกว้าง  ซัดเอาทักษะที่กำลังจะถึงตัวเขาให้กระเด็นหายไปอีกทาง มิหนำซ้ำคลื่นพลังที่ถูกระเบิดออกมานั้นก็ยังเป็นระลอกที่ซัดออกถึงสี่ครั้ง  จนผู้เล่นที่อยู่โดยรอบได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กันจนพวกเขาเหล่านั้น  แอบเหลือบสายตาหันมามองเทลเลอร์กันแทบจะทุกคน   โดยเฉพาะผู้เล่นสี่คนที่กำลังโจมตีเขาอยู่พวกเขาถูกผลกระทบหนักกว่าเพื่อน  จนพลังชีวิตของพวกเขาลดลงไปเกือบครึ่ง

                    “บ้านา...ไหนว่าอันดับที่5 มีดีแค่ทักษะมังกรคลั่งไง”      ผู้เล่นอาชีพธนูเป็นคนกล่าวขึ้นมา

                    “ตราบใดที่พวกแกยังไล่ตามหลังผม  เมื่อนั้นผมจะทิ้งห่างให้ไกลที่สุด...จำไว้”        ผู้จบร่างของฉายานักดาบมังกรคลั่ง ก็พุ่งถลาเข้าหาผู้เล่นอาชีพนักธนูเป็นคนแรก  ที่ดูเหมือนจะเสียเปรียบหากต้องโดนโจมตีใกล้ ๆ

                    ทักษะธนูทะลวงหินผา    ศรกัมปนาท

                    ถือว่าผู้เล่นอาชีพนักธนูผู้นั้นยังพอมีไหวพริบ  เขาดีดตัวลอยให้พ้นพื้นไปประมาณหนึ่งเมตร  ก่อนจะน้าวสายธนูแล้วยิงลูกศรสีแดงเพลิง  ที่เมื่อหลุดออกมาจากคันธนูได้  ก็ขยายใหญ่ขึ้นถึง  5 เท่า แล้วควงสว่านเข้าหาเทลเลอร์ที่กำลังโผร่างเข้าใส่โดยไม่คิดหลบ  

                    ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ    เฉือนยอดเขา

                    คลื่นพลังออร่าถูกวาดออกในแนวแขวงอย่างบางเฉียบ  หากแต่คมกริบและรุนแรง  มันสามารถตัดผ่าลูกธนูสีแดงเพลิงให้ขาดเป็นสองซีกได้อย่างอัศจรรย์  แถมยังทะลวงผ่านไปถึงผู้ที่ยิงธนูลูกนั้นมาได้อีก   จนร่างของผู้เล่นอาชีพนักธนูปะทะใส่อย่างจัง

                ตูม!

                    ร่างนั่นไม่ยักกะขาดเป็นสองท่อนเหมือนลูกธนู  แต่กลับเพียงกระเด็นปลิวไปติดผนังห้องอีกด้าน  จนพลังชีวิตกระพริบสีแดงใกล้จะหมดอย่างริบหรี่  เทลเลอร์สบโอกาสจึงรีบดีดตัวเองให้เข้าไปไกล้อย่างรวดเร็วโดยใช้ทักษะตัวเบา  ก่อนจะตวัดดาบออกไปเป็นทักษะเพื่อปิดบัญชีทันที

                    ทักษะเพลงดาบระบำหงส์   ถลากลางดง

                    ดาบนรกานต์ถูกกวัดแกว่งจนสร้างปราณดาบขึ้นมาสิบเล่ม  ก่อนที่เทลเลอร์จะตวัดดาบในมือซ้ายทีขวาที  เพื่อรวมปราณดาบเหล่านั้นให้เป็นจุดเดียว แล้วส่งมันให้พุ่งทะลวงเข้าหาร่างของผู้เล่นอาชีพนักธนูทันที

                ตูม!

                    ร่างของผู้เคราะห์ร้ายค่อยๆ กลายเป็นแสงสีขาวหายไป ท่ามกลางสายตาผู้เล่นอาชีพทวนและนักเวทย์ที่จ้องมองพร้อมกับกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น  ในขณะที่เสียงของระบบก็แจ้งบอกจำนวนผู้เล่นที่เขาสังหารได้พอดี 

                ‘ผู้เล่นเทลเลอร์ได้สังหารผู้เล่นยาจกไร้พ่าย   ได้เป็นลำดับที่ 4 ค่ะ’

                    เขายืนฟังเสียงของระบบแล้วฉีกยิ้มกว้าง    นับจากนี้ไปเทลเลอร์คนเมื่อวานจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว    ต่อแต่นี้เขาคือเทลเลอร์คนใหม่  ที่จะใช้เพลงดาบที่ตัวเองมีฟันอุปสรรคและศัตรูทั้งหมดให้ขาดเป็นสองท่อน

                    “เอาล่ะเหยื่อรายต่อไปเป็นใครดีเอ่ย”

    +++++++++++++++++++++++++

                    “อีกแค่คนเดียว”

                    ผมเผลอพูดออกมาอย่างดีใจ   เมื่อพบว่าจำนวนผู้เล่นที่ผมสังหารมันใกล้จะครบเงื่อนไขแล้ว นี่ถ้าตอนเริ่มการแข่งขันผมไม่มัวไปวัดฝีมือกับผู้เล่นอาชีพมือสังหารละก็   ตอนนี้คงจะผ่านเข้ารอบสองไปแล้ว  และก็เพราะเป็นผมเองที่ต้องบอกขอหยุดการวัดฝีมือแล้วไปเจอกันในรอบสอง  ไม่งั้นคงไม่จบง่าย ๆ แน่

                    “มีไม่ถึง 10 คนแล้วเหรอ”      ผมอุทานมาอย่างตกใจเล็กน้อย เมื่อมองกราดไปทั่วห้องแล้วพบว่ามีผู้เล่นที่ยังปะทะกันอยู่แค่หยิบมือเดียวเท่านั้น แถมเป็นหยิบมือเดียวที่ดูท่าว่าจะกินเส้นยากซะด้วย

                    “ข้างหลัง...ไอ้เจ้าคนไร้มารยาท”       เสียงของดาบมังกรพิโรธที่บอกเตือนถึงผู้เล่นที่ลอบมาข้างหลังผม   และถึงแม้มันจะปากเสียในบางเวลาไปนิด  แต่หากถึงตอนสำคัญมันก็รู้งานของตัวเองดี

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา   ชี้ทางมาร

                    เกลียวดาบถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  พร้อม ๆ กับร่างของผมที่ม้วนตัวพลิกกลับไปด้านหลัง  และตวัดส่งปราณดาบนับร้อยเล่มที่ม้วนตัวเป็นเกลียวพุ่งเข้าหาเป้าหมายในทันที

                    ทักษะเพลงกระบี่พลิกสมุทร    ซัดคลื่นเข้าฝั่ง

                    แทนที่จะตั้งรับ  ฝ่ายตรงข้ามกลับโจมตีปะทะเข้าใส่  เขากวัดแกว่งกระบี่ที่อยู่ในมืออย่างคล่องแคล่ว  จนสร้างริ้วกระบี่นับร้อยเล่มที่กระจัดกระจายไปทั่ว  แต่ในยามที่มันโจมตีเป้าหมายกลับเป็นผมเพียงคนเดียว

                ตูม!

                    เป็นการแลกการโจมตีที่ไร้ค่า  เพราะมันแทบจะไม่สร้างประโยชน์อะไรให้กับฝ่ายไหน   และแม้ทักษะของผมจะโดนเป้าหมายซึ่งทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงไปบ้าง  แต่มันก็ไม่มาก  แถมทักษะของเขาแม้จะโจมตีถูกผมแต่มันก็แค่ส่วนหนึ่ง  เพราะผมใช้ทักษะเดินชมดาวในการหลบเลี่ยงได้ทัน     กระนั้นก็ยังมีริ้วกระบี่บางส่วนโจมตีถูกเช่นกัน 

                    ทักษะเพลงกระบี่พลิกสมุทร    ทะเลคลั่ง

                    ฝ่ายตรงข้ามไม่เปิดโอกาสให้ผมได้หายใจ  เขาตวัดกระบี่ในมือขึ้นลงจังหวะ  พร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาผมในขณะที่รอบกายเขาก็ค่อยปรากฏปราณกระบี่นับพันเล่มขึ้นรอบกาย และพริบตานั้นมันก็พุ่งรวมกันมาที่ผมเป็นจุดเดียว

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา    กงล้อธรรม

                    ปราณดาบที่แผ่เป็นวงกว้างถูกสร้างขึ้นมาต้านรับการโจมตีนั่นอย่างทันท่วงที   แต่ดูเหมือนมันจะไม่พอเพราะปราณดาบบางเล่มเริ่มจะปริแตกแล้ว    กระนั้นผมก็ยังฝืนดึงดันให้ถึงที่สุด  ในขณะที่หัวสมองก็คำนวณหาวิธีที่จะเอาชนะอย่างรวดเร็ว 

                ครืด!

                    เท้าของผมที่เหยียบดันพื้นอยู่เริ่มไถครูดไปด้านหลังทีละนิด และเพราะเป็นแบบนั้นเลยทำให้ต่างหูดวงตาเทพเจ้าที่ผมใส่อยู่มันไกวน้อย ๆ จากแรงดันที่มากกว่าของฝ่ายตรงข้าม  นั่นแหละที่ผมให้ผมถึงกับคลี่ยิ้มออกทันที 

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา   ประทับตรามาร

                    ผมหมุนรอบตัวเองหนึ่งครั้งอย่างรวดเร็ว  พร้อม ๆ กับเหวี่ยงดาบฟาดลงเพื่อสร้างปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่  ให้ผ่าลงตรงทักษะทั้งสองที่ยังดึงดันกันอยู่

                ตูม!

                    การปะทะกันของทักษะทั้งสองสลายหายไป  ในขณะที่ทั้งผมและเขาต่างก็กระเด็นกระดอนไปหลายก้าว  แต่ผมก็ใช้จังหวะโอกาสนี้เปิดใช้ทักษะนั่นตอบกลับทันที

                    ทักษะดวงตาเทพเจ้า

                    จู่ ๆ ร่างของฝ่ายตรงข้างก็แน่นิ่งราวกับว่ามีโซ่ตรวนมาตรึงไว้   ยังความตกใจมาให้แก่ผู้เล่นอาชีพกระบี่ทันที  แต่กว่าจะทำอะไรไปได้ก็คงจะสายเสียแล้ว   เพราะผมกำลังจะปิดฉากแล้วผ่านเข้าสู่รอบสอง  และแม้ผลของทักษะมันจะแค่ 15วินาที  แต่มันก็เพียงพอแล้ว

                    “ขอโทษนะ  ไม่ได้โกงแต่ผมไม่มีเวลาแล้ว”      ราวกับเป็นการบอกให้ตัวเองฟัง  แต่ผมกลับไม่คิดว่าตัวเองจะโกงเพราะการใช้สิ่งที่ตัวเองมีในการต่อสู้ไม่ถือว่าผิดหลักประการใด

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2 ทะลวงใจอสูร    (ชี้ทางมาร)

                    ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา  ขั้นที่ 2 คมดาบตราอสูร    (ประทับตรามาร)

                    ดาบมังกรพิโรธในมือถูกวาดออกด้วยทักษะโจมตีทีเดียวสองทักษะติดๆ กัน  และก็เป็นครั้งแรกของผมที่ทำแบบนี้  ซึ่งปกติแล้วจะไม่ค่อยมีใครทำกันเพราะมันยุ่งยากและสับสน    โดยที่ทักษะแรกนั้นผมสร้างปราณดาบนับพันให้ควงสว่างพุ่งเข้าหาศัตรูเพื่อบั่นทอนพลังชีวิต ส่วนทักษะที่สองนั้นก็เป็นปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ที่ซ้อนกันสามเล่มแล้วฟาดลงบนร่างของผู้เล่นอาชีพกระบี่อย่างรุนแรงเพื่อปิดบัญชี...

                ตูม!

                ‘ผู้เล่นเควินได้สังหารผู้เล่นน้อยใจชีวิต ได้เป็นลำดับที่ 10 ค่ะ

                 ผู้เล่นเควินทำตามเงื่อนไขครบ  ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2 ค่ะ

                 กรุณรอสักครู่ระบบกำลังวาร์ปท่านออกจากห้องค่ะ...’

    ’           วูบ!      

                    สิ้นเสียงของระบบร่างของผมก็เรืองแสงสีขาวนวลน้อยๆ   พร้อมกับที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากห้องนั้น    ก่อนจะไปโผล่อีกทีก็ ณอีกห้องหนึ่งที่ดูเล็กกว่าห้องเมื่อครู่   ซึ่งถูกทาด้วยสีครีมอ่อน   และภายในห้องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก  นอกจากเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งไม่กี่ชิ้นแล้ว  ก็มีเพียงโต๊ะนั่งที่อยู่กลางห้อง  ที่ดูยังไงก็เหมือนโต๊ะประชุมในบริษัทใหญ่ ๆ   แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับผู้เล่นที่มาถึงในห้องนี้ก่อนหน้า  ซึ่งดูแล้วคงจะประมาณ 16 คนถ้านับรวมผม  และเหมือนพวกเขาจะจ้องผมเขม็งด้วย

                    “มาอีกคนแล้ว”

                    ใครคนหนึ่งในบุคคลที่นั่งอยู่บนโต๊ะประชุมนั่นเอ่ยออกมา แต่ผมกลับใส่ใจอันใดเพียงแค่ก้มมองดูผู้ติดตามตัวเองว่ายังอยู่ดีหรือเปล่าเท่านั้น  ซึ่งก็ได้รับสายตาที่ทำเหมือนเบื่อหน่ายของไคน์กลับมาแทน

                    “วันหลังให้ข้าสู้มั่งนะ”  มันพูดแค่นั้นก็เดินไปที่มุมห้องหนึ่งแล้วหมอบนอนลงกับพื้น  ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่มีเสียงของระบบดังขึ้นมาพอดี

                ‘ห้องC3  ยุติการแข่งขันแต่เพียงเท่านี้...ทางระบบขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ผ่านเข้ารอบด้วยค่ะ  รอบต่อไปนั้นจะเริ่มดำเนินการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ค่ะ  ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมารายงานตัวที่สนามแข่งขันเมืองเกรย์ในเวลา09.00 นาฬิกาด้วยค่ะ ส่วนรายละเอียดกติกาในรอบที่สอง ทางระบบจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

                กรุณารอสักครู่ระบบกำลังวาร์ปท่านออกจากห้องค่ะ...’

                วูบ!

     


    คล้ายกับเรื่องTHE ONLINE WAR ฝ่าวิกฤติออนไลน์ทะลุโลก (Episode 1) ที่คุณอ่าน