เวลาผ่านไปเกือบ 30 นาทีเห็นจะได้ แต่ว่าเทลเลอร์พึ่งสังหารผู้เล่นไปได้แค่ 3คนเอง อีกอย่างคนในห้องนี้ก็มีแต่พวกที่หัวกะทิทั้งนั้น แถมตอนนี้จำนวนผู้เล่นในห้อง C7 ที่เขาอยู่ก็เริ่มจะนับไม่ถึง40 คนแล้วด้วยซ้ำ จึงทำให้เขาต้องเร่งมือขึ้นอีกเพราะถ้าหากชักช้าละก็ อาจจะโดยพวกระดับสูงที่มีฝีมือเก่งกว่าตนสอยไปจนหมด
วูบ!
หมอกสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ทักษะมังกรคลั่งสลายหายไป พร้อมๆ กับนัยน์ตาสีเขียวมรกตของเขาก็กลับคืนสู่สภาพปกติ อันเนื่องมาจากว่าเวลาของทักษะมันหมดแล้ว ซึ่งเทลเลอร์ก็รู้ตัวดี เพราะตั้งแต่เริ่มการแข่งขันจนถึงเดี๋ยวนี้ เขาก็ใช้ทักษะมังกรคลั่ง ควบคู่กับทักษะเพลงดาบระบำหงส์จนครบเงื่อนไขของเวลาคือ30 นาที ฉะนั้นนับจากนี้ไปเขาต้องพึ่งตัวเองอีกครั้ง
“เฮ้ย!...ข้าเห็นทักษะมังกรคลั่งของอันดับที่ 5 หมดเวลาแล้ว...พวกเราลุย” เทลเลอร์ได้ยินผู้เล่นสายอาชีพทวนคนหนึ่ง ตะโกนบอกให้เพื่อน ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ อีก 2-3 คนให้กรูกันมาที่เขา
“คงต้องใช้ทักษะเพลงดาบใหม่แล้วสินะ”
เทลเลอร์พึมพำบอกตัวเอง อันที่จริงเขาอยากเก็บมันไว้ใช้ตอนรอบสองซะมากกว่า แต่ดูจากสถานการณ์ในตอนนี้แล้วคงต้องควักออกมาใช้ก่อนสินะ ซึ่งมันก็จริงอยู่ที่ทักษะมังกรคลั่งนั้นคงอยู่ได้นานถึง30 นาที แต่กว่าจะใช้ได้อีกทีก็ต้องรออย่างน้อย 3 ชั่วโมงหรือก็คือดีเลย์นั่นแหละ
ฟ้าว!
วูบ!
ชั่วพริบตาที่เทลเลอร์กำลังประเมินสถานการณ์อยู่ ลูกธนูลูกหนึ่งก็พุ่งตรงแหวกอากาศมาจากผู้เล่นอาชีพธนูทางด้านซ้าย และทางด้านขวานั้นก็มีผู้เล่นอาชีพทวนกำลังฟาดทักษะตามมาติด ๆ ในขณะที่ด้านหน้าและหลังก็มีผู้เล่นอาชีพนักเวทย์สายธาตุน้ำและธาตุแสง กำลังร่ายเวทย์โจมตีประสานกันมา แน่นอนว่าเป้าหมายเดียวก็คือกำจัดผู้เล่นที่เป็นอันดับ5 ของปัจจุบัน
“กะจะรุมสินะ”
เทลเลอร์มองดูทักษะทั้ง 4ที่สาดโจมตีมาทางเขา ก่อนจะพลิกดาบนรกานต์ในมือเขาหาตัวเองช้าๆ หากแต่มั่นคง พร้อม ๆ กับถ่ายเทพลังออร่าลงบนดาบอย่างเป็นจังหวะสม่ำเสมอ และชั่ววินาทีนั้นเองเขาก็เสียบมันมันลงกับพื้นห้อง...
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ คลื่นพสุธาถาโถม
เคร้ง!
เสียงกระทบกันระหว่างดาบกับก้อนหินที่ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นที่นั่งของNPCสาวสวยที่เทลเลอร์มาขอให้เธอถ่ายทอดทักษะดาบให้ แต่ในตอนนี้มันได้เป็นตัวกำหนดผ่านบทเรียนของเขาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เหตุผลน่ะเหรอก็เพราะคุณเธอนั่นแหละที่บอกให้เขาทำลายก้อนหินนี้ให้แตก โดยใช้แค่ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ กระบวนท่าคลื่นพสุธาถาโถมเท่านั้น โดยมีเงื่อนไขว่าต้องทำให้แตกภายใน 15นาที หากไม่เช่นนั้นแล้วเธอจะริบทักษะทั้งหมดคืน ซึ่งแน่นอนว่าเทลเลอร์ถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเจอเงื่อนไขแบบนี้ แล้วขอโทษเถอะ...ตั้งแต่เริ่มทดสอบมาทำไมเธอถึงพึ่งมาตั้งเงื่อนไขสุดหินเอาตอนนี้
“อย่าเกรงสิ...แล้วต้องถ่ายเทพลังออร่าให้พอดีทั้ง4 ครั้งด้วยไม่เช่นนั้นแล้วพลังโจมตีของมันไม่ปรากฏหรอกนะ...แล้วก็รีบ ๆ หน่อยนี่มันผ่านไป10 นาทีแล้วเดี๋ยวก็ไม่ผ่านทดสอบหรอก”
ประโยคท้ายของเธอราวกับว่าย้ำเตือนให้เขาต้องคิดหนักแกมเครียดเข้าไปอีก ทำไมมันยากแบบนี้ 2 ทักษะที่ผ่านมานั้นยังง่ายกว่าอีก แต่ทำไมทักษะนี้ถึงใช้ยากใช้เย็นจัง ให้ผนึกพลังออร่าลงดาบแล้วก็เปิดใช้ทักษะทันทีก็ไม่ได้ จำเป็นต้องถ่ายเทพลังลงไปถึงสี่ครั้ง และแต่ละครั้งก็ต้องถ่ายเทให้เท่ากัน แถมห้ามผนึกมันจนกว่าจะเสียบลงบนพื้นดินอีกต่างหาก แล้วแบบนี้เมื่อไหร่มันจะผ่านละเนี้ย...
“เอ้า!....ลองดูอีกที”
เทลเลอร์พูดให้กำลังใจกับตัวเองแล้วพลิกดาบขึ้นช้าๆ พร้อม ๆ กับปล่อยพลังลงดาบอย่างเบามือ และคิดว่ามันคงจะพอดิบพอดี ก่อนจะหมุนดาบเสียบลงบนก้อนหินอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ คลื่นพสุธาถาโถม
เคร้ง!
อีกครั้งที่ดาบนรการนต์กระทบกับก้อนหินแล้วไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งนั่นทำให้เทลเลอร์ตีสีหน้าผิดหวังเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็มิอาจจะเดาได้ แถมเวลาก็เหลืออีกไม่มากแล้ว หากยังไม่สำเร็จละก็ที่ทำมาตั้งแต่ต้นทั้งหมดก็จะสูญเปล่า
“นี่พ่อมังกรปฐพี” เธอเรียกเทลเลอร์ “ข้าจะบอกอะไรให้อย่างนะ กระบวนท่าพสุธาถาโถมน่ะ เป็นท่าเดียวที่มีไว้สำหรับกำจัดคนหมู่มาก และมันก็เป็นท่าเดียวที่ใช้ยากที่สุดในบรรดากระบวนท่าทั้ง8 และเคล็ดลับการใช้มันก็มีแค่นิดเดียวเอง”
“...”
“เธอจะต้องใช้สัญชาตญาณในการถ่ายเทพลังออร่า ไม่ใช้กะมันด้วยสายตา และตอนผนึกมันน่ะเธอก็ต้องผนึกมันด้วยใจไม่งั้นคลื่นพลังก็จะไม่แสดงออก อีกอย่างเธอต้องมีเป้าหมายในการกำจัดที่ชัดเจน”
“เป้าหมาย” NPC สาวที่เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาดาบให้กับเทลเลอร์ฉีกยิ้มกว้าง
“เธอเกลียดใครก็เอาหน้าของคนๆ นั้นไปไว้ที่พื้นที่ดาบต้องเสียบดูสิ”
เท่านั้นแหละที่เทลเลอร์ถึงกับเบิกตากว้าง ไม่ใช่เพราะว่าเขาคิดวิธีที่จะใช้กระบวนท่าคลื่นพสุธาถาโถมออกหรอก แต่เป็นเพราะคำว่าเกลียด มันทำให้เทลเลอร์นึกถึงเพื่อนสนิทที่เขาอยากจะเอาชนะมากที่สุดคนหนึ่ง เพื่อนที่เขาไว้ใจและมีปณิธานร่วมกันตั้งแต่เล่นเกมส์ว่าจะไปให้ถึงจุดสูงสุดด้วยกัน แต่เพราะเหตุการณ์ในวันนั้นมันทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองขาดสะบั้นลง และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเทลเลอร์ก็ตัดสินใจเล่นเกมส์เพียงคนเดียว กระทั่งฟันฝ่ามาได้อันดับที่ 5 และแม้ว่าเรื่องวันนั้นมันจะผ่านมานาน แต่ว่าเขาก็จำมันได้จนติดตา....
หมับ!
เทลเลอร์จับด้ามดาบไว้แน่น เขากำลังมองเห็นภาพใบหน้าของเพื่อนสนิทคนนั้น มันกำลังซ้อนทับบนก้อนหินที่เขาเหยียบอยู่ในขณะนี้อย่างชัดเจน...
“ให้มันรู้ไปสิ...ว่าก้อนหินแค่นี้คนอย่างเทลเลอร์ทำลายไม่ได้!”
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ คลื่นพสุธาถาโถม
ตูม!
ทันทีที่ปลายดาบนรกานต์สัมผัสเสียบลงพื้น ก็เกิดระเบิดคลื่นพลังตูมใหญ่เป็นวงกว้าง ซัดเอาทักษะที่กำลังจะถึงตัวเขาให้กระเด็นหายไปอีกทาง มิหนำซ้ำคลื่นพลังที่ถูกระเบิดออกมานั้นก็ยังเป็นระลอกที่ซัดออกถึงสี่ครั้ง จนผู้เล่นที่อยู่โดยรอบได้รับผลกระทบไปตาม ๆ กันจนพวกเขาเหล่านั้น แอบเหลือบสายตาหันมามองเทลเลอร์กันแทบจะทุกคน โดยเฉพาะผู้เล่นสี่คนที่กำลังโจมตีเขาอยู่พวกเขาถูกผลกระทบหนักกว่าเพื่อน จนพลังชีวิตของพวกเขาลดลงไปเกือบครึ่ง
“บ้านา...ไหนว่าอันดับที่5 มีดีแค่ทักษะมังกรคลั่งไง” ผู้เล่นอาชีพธนูเป็นคนกล่าวขึ้นมา
“ตราบใดที่พวกแกยังไล่ตามหลังผม เมื่อนั้นผมจะทิ้งห่างให้ไกลที่สุด...จำไว้” ผู้จบร่างของฉายานักดาบมังกรคลั่ง ก็พุ่งถลาเข้าหาผู้เล่นอาชีพนักธนูเป็นคนแรก ที่ดูเหมือนจะเสียเปรียบหากต้องโดนโจมตีใกล้ ๆ
ทักษะธนูทะลวงหินผา ศรกัมปนาท
ถือว่าผู้เล่นอาชีพนักธนูผู้นั้นยังพอมีไหวพริบ เขาดีดตัวลอยให้พ้นพื้นไปประมาณหนึ่งเมตร ก่อนจะน้าวสายธนูแล้วยิงลูกศรสีแดงเพลิง ที่เมื่อหลุดออกมาจากคันธนูได้ ก็ขยายใหญ่ขึ้นถึง 5 เท่า แล้วควงสว่านเข้าหาเทลเลอร์ที่กำลังโผร่างเข้าใส่โดยไม่คิดหลบ
ทักษะเพลงดาบภูผาทมิฬ เฉือนยอดเขา
คลื่นพลังออร่าถูกวาดออกในแนวแขวงอย่างบางเฉียบ หากแต่คมกริบและรุนแรง มันสามารถตัดผ่าลูกธนูสีแดงเพลิงให้ขาดเป็นสองซีกได้อย่างอัศจรรย์ แถมยังทะลวงผ่านไปถึงผู้ที่ยิงธนูลูกนั้นมาได้อีก จนร่างของผู้เล่นอาชีพนักธนูปะทะใส่อย่างจัง
ตูม!
ร่างนั่นไม่ยักกะขาดเป็นสองท่อนเหมือนลูกธนู แต่กลับเพียงกระเด็นปลิวไปติดผนังห้องอีกด้าน จนพลังชีวิตกระพริบสีแดงใกล้จะหมดอย่างริบหรี่ เทลเลอร์สบโอกาสจึงรีบดีดตัวเองให้เข้าไปไกล้อย่างรวดเร็วโดยใช้ทักษะตัวเบา ก่อนจะตวัดดาบออกไปเป็นทักษะเพื่อปิดบัญชีทันที
ทักษะเพลงดาบระบำหงส์ ถลากลางดง
ดาบนรกานต์ถูกกวัดแกว่งจนสร้างปราณดาบขึ้นมาสิบเล่ม ก่อนที่เทลเลอร์จะตวัดดาบในมือซ้ายทีขวาที เพื่อรวมปราณดาบเหล่านั้นให้เป็นจุดเดียว แล้วส่งมันให้พุ่งทะลวงเข้าหาร่างของผู้เล่นอาชีพนักธนูทันที
ตูม!
ร่างของผู้เคราะห์ร้ายค่อยๆ กลายเป็นแสงสีขาวหายไป ท่ามกลางสายตาผู้เล่นอาชีพทวนและนักเวทย์ที่จ้องมองพร้อมกับกลืนน้ำลายอย่างยากเย็น ในขณะที่เสียงของระบบก็แจ้งบอกจำนวนผู้เล่นที่เขาสังหารได้พอดี
‘ผู้เล่นเทลเลอร์ได้สังหารผู้เล่นยาจกไร้พ่าย ได้เป็นลำดับที่ 4 ค่ะ’
เขายืนฟังเสียงของระบบแล้วฉีกยิ้มกว้าง นับจากนี้ไปเทลเลอร์คนเมื่อวานจะไม่มีให้เห็นอีกแล้ว ต่อแต่นี้เขาคือเทลเลอร์คนใหม่ ที่จะใช้เพลงดาบที่ตัวเองมีฟันอุปสรรคและศัตรูทั้งหมดให้ขาดเป็นสองท่อน
“เอาล่ะเหยื่อรายต่อไปเป็นใครดีเอ่ย”
+++++++++++++++++++++++++
“อีกแค่คนเดียว”
ผมเผลอพูดออกมาอย่างดีใจ เมื่อพบว่าจำนวนผู้เล่นที่ผมสังหารมันใกล้จะครบเงื่อนไขแล้ว นี่ถ้าตอนเริ่มการแข่งขันผมไม่มัวไปวัดฝีมือกับผู้เล่นอาชีพมือสังหารละก็ ตอนนี้คงจะผ่านเข้ารอบสองไปแล้ว และก็เพราะเป็นผมเองที่ต้องบอกขอหยุดการวัดฝีมือแล้วไปเจอกันในรอบสอง ไม่งั้นคงไม่จบง่าย ๆ แน่
“มีไม่ถึง 10 คนแล้วเหรอ” ผมอุทานมาอย่างตกใจเล็กน้อย เมื่อมองกราดไปทั่วห้องแล้วพบว่ามีผู้เล่นที่ยังปะทะกันอยู่แค่หยิบมือเดียวเท่านั้น แถมเป็นหยิบมือเดียวที่ดูท่าว่าจะกินเส้นยากซะด้วย
“ข้างหลัง...ไอ้เจ้าคนไร้มารยาท” เสียงของดาบมังกรพิโรธที่บอกเตือนถึงผู้เล่นที่ลอบมาข้างหลังผม และถึงแม้มันจะปากเสียในบางเวลาไปนิด แต่หากถึงตอนสำคัญมันก็รู้งานของตัวเองดี
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ชี้ทางมาร
เกลียวดาบถูกสร้างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับร่างของผมที่ม้วนตัวพลิกกลับไปด้านหลัง และตวัดส่งปราณดาบนับร้อยเล่มที่ม้วนตัวเป็นเกลียวพุ่งเข้าหาเป้าหมายในทันที
ทักษะเพลงกระบี่พลิกสมุทร ซัดคลื่นเข้าฝั่ง
แทนที่จะตั้งรับ ฝ่ายตรงข้ามกลับโจมตีปะทะเข้าใส่ เขากวัดแกว่งกระบี่ที่อยู่ในมืออย่างคล่องแคล่ว จนสร้างริ้วกระบี่นับร้อยเล่มที่กระจัดกระจายไปทั่ว แต่ในยามที่มันโจมตีเป้าหมายกลับเป็นผมเพียงคนเดียว
ตูม!
เป็นการแลกการโจมตีที่ไร้ค่า เพราะมันแทบจะไม่สร้างประโยชน์อะไรให้กับฝ่ายไหน และแม้ทักษะของผมจะโดนเป้าหมายซึ่งทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงไปบ้าง แต่มันก็ไม่มาก แถมทักษะของเขาแม้จะโจมตีถูกผมแต่มันก็แค่ส่วนหนึ่ง เพราะผมใช้ทักษะเดินชมดาวในการหลบเลี่ยงได้ทัน กระนั้นก็ยังมีริ้วกระบี่บางส่วนโจมตีถูกเช่นกัน
ทักษะเพลงกระบี่พลิกสมุทร ทะเลคลั่ง
ฝ่ายตรงข้ามไม่เปิดโอกาสให้ผมได้หายใจ เขาตวัดกระบี่ในมือขึ้นลงจังหวะ พร้อมกับพุ่งตัวเข้าหาผมในขณะที่รอบกายเขาก็ค่อยปรากฏปราณกระบี่นับพันเล่มขึ้นรอบกาย และพริบตานั้นมันก็พุ่งรวมกันมาที่ผมเป็นจุดเดียว
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา กงล้อธรรม
ปราณดาบที่แผ่เป็นวงกว้างถูกสร้างขึ้นมาต้านรับการโจมตีนั่นอย่างทันท่วงที แต่ดูเหมือนมันจะไม่พอเพราะปราณดาบบางเล่มเริ่มจะปริแตกแล้ว กระนั้นผมก็ยังฝืนดึงดันให้ถึงที่สุด ในขณะที่หัวสมองก็คำนวณหาวิธีที่จะเอาชนะอย่างรวดเร็ว
ครืด!
เท้าของผมที่เหยียบดันพื้นอยู่เริ่มไถครูดไปด้านหลังทีละนิด และเพราะเป็นแบบนั้นเลยทำให้ต่างหูดวงตาเทพเจ้าที่ผมใส่อยู่มันไกวน้อย ๆ จากแรงดันที่มากกว่าของฝ่ายตรงข้าม นั่นแหละที่ผมให้ผมถึงกับคลี่ยิ้มออกทันที
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ประทับตรามาร
ผมหมุนรอบตัวเองหนึ่งครั้งอย่างรวดเร็ว พร้อม ๆ กับเหวี่ยงดาบฟาดลงเพื่อสร้างปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ ให้ผ่าลงตรงทักษะทั้งสองที่ยังดึงดันกันอยู่
ตูม!
การปะทะกันของทักษะทั้งสองสลายหายไป ในขณะที่ทั้งผมและเขาต่างก็กระเด็นกระดอนไปหลายก้าว แต่ผมก็ใช้จังหวะโอกาสนี้เปิดใช้ทักษะนั่นตอบกลับทันที
ทักษะดวงตาเทพเจ้า
จู่ ๆ ร่างของฝ่ายตรงข้างก็แน่นิ่งราวกับว่ามีโซ่ตรวนมาตรึงไว้ ยังความตกใจมาให้แก่ผู้เล่นอาชีพกระบี่ทันที แต่กว่าจะทำอะไรไปได้ก็คงจะสายเสียแล้ว เพราะผมกำลังจะปิดฉากแล้วผ่านเข้าสู่รอบสอง และแม้ผลของทักษะมันจะแค่ 15วินาที แต่มันก็เพียงพอแล้ว
“ขอโทษนะ ไม่ได้โกงแต่ผมไม่มีเวลาแล้ว” ราวกับเป็นการบอกให้ตัวเองฟัง แต่ผมกลับไม่คิดว่าตัวเองจะโกงเพราะการใช้สิ่งที่ตัวเองมีในการต่อสู้ไม่ถือว่าผิดหลักประการใด
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 ทะลวงใจอสูร (ชี้ทางมาร)
ทักษะเพลงดาบปัญจวชิรา ขั้นที่ 2 คมดาบตราอสูร (ประทับตรามาร)
ดาบมังกรพิโรธในมือถูกวาดออกด้วยทักษะโจมตีทีเดียวสองทักษะติดๆ กัน และก็เป็นครั้งแรกของผมที่ทำแบบนี้ ซึ่งปกติแล้วจะไม่ค่อยมีใครทำกันเพราะมันยุ่งยากและสับสน โดยที่ทักษะแรกนั้นผมสร้างปราณดาบนับพันให้ควงสว่างพุ่งเข้าหาศัตรูเพื่อบั่นทอนพลังชีวิต ส่วนทักษะที่สองนั้นก็เป็นปราณดาบโปร่งแสงขนาดใหญ่ที่ซ้อนกันสามเล่มแล้วฟาดลงบนร่างของผู้เล่นอาชีพกระบี่อย่างรุนแรงเพื่อปิดบัญชี...
ตูม!
‘ผู้เล่นเควินได้สังหารผู้เล่นน้อยใจชีวิต ได้เป็นลำดับที่ 10 ค่ะ
ผู้เล่นเควินทำตามเงื่อนไขครบ ผ่านเข้าสู่รอบที่ 2 ค่ะ
กรุณรอสักครู่ระบบกำลังวาร์ปท่านออกจากห้องค่ะ...’
’ วูบ!
สิ้นเสียงของระบบร่างของผมก็เรืองแสงสีขาวนวลน้อยๆ พร้อมกับที่ค่อย ๆ เลือนหายไปจากห้องนั้น ก่อนจะไปโผล่อีกทีก็ ณอีกห้องหนึ่งที่ดูเล็กกว่าห้องเมื่อครู่ ซึ่งถูกทาด้วยสีครีมอ่อน และภายในห้องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากเฟอร์นิเจอร์ที่ตกแต่งไม่กี่ชิ้นแล้ว ก็มีเพียงโต๊ะนั่งที่อยู่กลางห้อง ที่ดูยังไงก็เหมือนโต๊ะประชุมในบริษัทใหญ่ ๆ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งสำคัญเท่ากับผู้เล่นที่มาถึงในห้องนี้ก่อนหน้า ซึ่งดูแล้วคงจะประมาณ 16 คนถ้านับรวมผม และเหมือนพวกเขาจะจ้องผมเขม็งด้วย
“มาอีกคนแล้ว”
ใครคนหนึ่งในบุคคลที่นั่งอยู่บนโต๊ะประชุมนั่นเอ่ยออกมา แต่ผมกลับใส่ใจอันใดเพียงแค่ก้มมองดูผู้ติดตามตัวเองว่ายังอยู่ดีหรือเปล่าเท่านั้น ซึ่งก็ได้รับสายตาที่ทำเหมือนเบื่อหน่ายของไคน์กลับมาแทน
“วันหลังให้ข้าสู้มั่งนะ” มันพูดแค่นั้นก็เดินไปที่มุมห้องหนึ่งแล้วหมอบนอนลงกับพื้น ซึ่งเป็นขณะเดียวกับที่มีเสียงของระบบดังขึ้นมาพอดี
‘ห้องC3 ยุติการแข่งขันแต่เพียงเท่านี้...ทางระบบขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่ผ่านเข้ารอบด้วยค่ะ รอบต่อไปนั้นจะเริ่มดำเนินการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ค่ะ ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านมารายงานตัวที่สนามแข่งขันเมืองเกรย์ในเวลา09.00 นาฬิกาด้วยค่ะ ส่วนรายละเอียดกติกาในรอบที่สอง ทางระบบจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
กรุณารอสักครู่ระบบกำลังวาร์ปท่านออกจากห้องค่ะ...’
วูบ!