หลังจากเหตุการณ์วันนั้นหลินหลินก็ไม่ได้พบเจอรถม้าคันนั้นอีกเลย นางเป็นคนพาหญิงทั้งสองเข้าพักโรงเตี้ยม ทั้งช่วยเหลือค่าอาหาร ที่พัก จ้างวานคนขับรถม้าที่ไว้ใจได้ให้ไปส่งพวกนางถึงที่หมายอีก พวกนางไม่มีเงินทองติดตัวทั้งที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าเนื้อดี ผิวพรรณเหมือนลูกผู้ดีมีชาติตระกูล แต่กลับไม่มีเงินสักตำลึง หลินหลินมีเงินตำลึงจากที่เคยช่วยชีวิตชายผู้นั้นทั้งยังมีตั๋วเงินเหลืออยู่จึงมอบให้พวกนาง เพื่อตอบแทนที่มอบหยกเนื้อดีให้นาง
หลินหลินมีบิดามารดาที่ร่ำรวย ซ้ำที่เดินทางมาครานี้ก็เพื่อมาขนสมบัติที่เป็นสินเดิมของมารดาตนอีกด้วย จึงมอบถุงเงินที่มีให้พวกนางไปอย่างไม่เสียดาย ในถุงเงินรวมเงินตำลึงทั้งหมดที่บิดามารดามอบให้พกติดตัวไว้ใช้อีกจำนวนหนึ่งจึงมอบให้พวกนางทั้งหมด ด้วยกลัวจะไม่เพียงพอใช้ในการเดินทางไกล พวกนางน้ำตาไหลซาบซึ้งในสิ่งที่หลินหลินทำให้ จนแทบจะก้มลงคำนับเด็กหญิงอายุ 10 ขวบเช่นนาง จนต้องร้องห้ามปรามกันอยู่นาน และพวกนางยังบอกว่าหากไปชายแดนย่อมต้องพบกันอีกแน่นอนเพื่อตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้
หลินหลินเองก็บอกพวกนางแล้วว่าหากเสร็จธุระก็จะเดินทางไปอาศัยอยู่ที่แถบชายแดนเช่นกัน พวกนางจึงรีบขอล่วงหน้าไปก่อนอย่างรีบร้อนเหมือนกำลังหนีสิ่งใดอยู่
แม้หลินหลินจะสงสัยในท่าทีแปลกๆ ของพวกนาง แต่ก็ไม่คิดใส่ใจมากนัก เพราะนางยังมีเรื่องสำคัญที่ต้องช่วยเหลือบิดามารดาตนอีกมาก จึงเพียงเก็บความสงสัยไว้ในใจ ก่อนจะไปจัดการธุระของตนเองต่อ
บิดามารดาของหลินหลินออกเดินทางด้วยเกวียนวัวเพื่อไปขนสินเดิมในเรือนเก่าแถวชานเมืองของเมืองหลวงตั้งแต่เช้าแล้ว หลินหลินที่ลุกมาทำอาหารและเก็บกวาดบ้านให้บิดามารดาในรุ่งเช้าก็ว่างงานไม่รู้จะทำสิ่งใดต่อเมื่อบิดามารดาออกเดินทางไปแล้ว จึงลองสำรวจภายในกำไลมิติว่ากว้างขวางแค่ไหน
นางกำลังคิดว่าหากไม่ต้องว่าจ้างผู้คุ้มกันเดินทางกลับชายแดนน่าจะสะดวกรวดเร็วกว่า หากขนสมบัติทั้งหมดจากเรือนเก่าหลังนั้นใส่ไว้ในกำไลมิตินี้ทั้งหมดได้คงดีมาก แต่ปัญหาคือหลินหลินยังไม่เคยบอกความลับนี้แก่บิดามารดาเลยตั้งแต่เกิดมาจนอายุ 10 ขวบปี ว่านางมีกำไลมิติที่มีของวิเศษมากมาย รวมทั้งในมิติมีกระท่อมและพื้นที่ว่างเปล่าสำหรับเก็บของได้ หรือนางต้องบอกความลับนี้แก่บิดามารดาก่อน แต่จะบอกอย่างไรให้คนทั้งคู่ไม่ตกใจกับของวิเศษนี้
หลินหลินครุ่นคิดหาเหตุผลที่จะใช้อธิบายบอกเกี่ยวกับกำไลมิติว่าได้มาอย่างไร หรือจะบอกว่าได้มาจากผู้เฒ่าผู้หนึ่งในฝันมอบให้ ในยุคนี้ยังเชื่อเรื่องเทพเซียนและภูตผีปีศาจอยู่ หากบอกว่าผู้เฒ่าที่มอบให้ในฝันนั้นคล้ายเทพเซียนคงจะไม่ผิดนัก หลินหลินไม่อยากโกหกแต่เพราะแค่ตนเองมาเกิดใหม่ก็เป็นเรื่องแปลกประหลาดแล้ว จึงไม่กล้าพูดว่ามีของวิเศษนำมาติดตัวมาเกิดใหม่ด้วย ได้แต่คิดหาข้ออ้างอื่นยังดูเข้าทีกว่า เมื่อคิดได้ดังนั้นหลินหลินก็ตัดสินใจว่าคงต้องบอกบิดามารดาเมื่อคนทั้งสองกลับมา นางจะได้เดินทางไปขนทรัพย์สมบัติทั้งหมดพร้อมคนทั้งคู่ในวันรุ่งขึ้นเข้าไปเก็บไว้ในมิติภายในวันเดียวได้อย่างง่ายดาย เผลอๆ เรือนที่เช่าไว้นี้คงอยู่อาศัยอีกเพียงไม่ถึง 2-3 วันแล้ว หากนางไปขนสมบัติเข้ามิติเองเพียงใช้ความนึกคิดสั่งการเท่านั้นแทบไม่ต้องออกแรงอันใดเลย คงทุ่นแรงให้บิดามารดาไม่ต้องขนของไปมาเช่นนี้ทุกวันได้เป็นอย่างดี
ในใจหลินหลินหวั่นๆ เล็กน้อยที่จะบอกความลับนี้ แต่พวกเขาทั้งคู่คือบุพการีของนางย่อมต้องไม่คิดร้ายต่อนางอยู่แล้ว เพียงแต่มันเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติเกินไป ในยุคสมัยนี้นางเองยังไม่เจอของวิเศษหรือเทพเซียนจริงๆ ด้วยซ้ำ กลัวว่าจะพูดอะไรที่ดูน่าสงสัยออกไป แต่ยังไงคงดีกว่าให้พวกท่านทั้งสองต้องลำบากเช่นนี้
กว่าบิดามารดาจะกลับมาถึงเรือนก็เกือบพลบค่ำ หลินหลินหุงหาอาหารเตรียมไว้ให้มากมาย ด้วยกลัวคนทั้งคู่จะเหน็ดเหนื่อย เมื่อเข้ามาถึงเขตเรือนแล้วหลินหลินจึงรีบปิดประตูมิดชิดทันที พวกเขาจอดรถเกวียนวัวไว้ด้านหลังเรือนก่อนจะไปอาบย้ำผลัดผ้าด้วยเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นควัน ทั้งตอนขนข้าวของที่ทิ้งร้างไว้นานจนฝุ่นจับอีกจนเนื้อตัวมอมแมมไปหมด
หลินหลินเพียงไปเตรียมอุ่นอาหารไว้ให้บิดามารดาเพื่อให้พวกท่านได้อิ่มหนำและผ่อนคลายก่อน ค่อยบอกเกี่ยวกับกำไลมิติของนาง เพียงแค่วันแรกสภาพพวกท่านยังดูอ่อนล้าขนาดนี้ กว่าจะขนของหมดคงปวดเมื่อยตัวทุกวันเป็นแน่
“ท่านพ่อท่านแม่เหนื่อยหรือไม่เจ้าคะ เหตุใดวันนี้กลับมาค่ำนัก?”
คนทั้งคู่หันมองหน้ากันก่อนจะเล่าเหตุการร์ก่อนไปถึงเรือนเก่าหลังนั้นได้ว่าพบเจอคนของราชสำนักมากมาย เหมือนมาตามหาคน จึงหลบเลี่ยงไปอีกเส้นทาง กว่าจะไปถึงเรือนหลังนั้นได้ก็บ่ายคล้อยแล้ว
หลินหลินได้ยินสิ่งที่บิดามารดาเล่าให้ฟังก็ตกใจ เช่นนั้นแล้วต้องรีบขนสินเดิมออกมาโดยไวแล้ว หากต้องเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ทุกวันคงไม่ดีแน่
“ท่านพ่อท่านแม่ หากข้ามีวิธีขนสินเดิมเพียงวันเดียวได้ จะให้ข้าทำหรือไม่”
บิดามารดาของหลินหลินต่างมองหน้ากันก่อนพยักหน้ายินดี
“หากเจ้ามีความสามารถเช่นนั้นก็ดียิ่ง ทำไมพ่อแม่จะไม่ยินยอมเล่า”
“เพียงแต่ว่ามันเป็นความลับของข้ามานานแล้ว ข้าไม่เคยบอกพวกท่านเท่านั้นเองว่าข้ามีมิติวิเศษ มันสามารถเก็บสิ่งของได้มากมาย ทั้งยังมีของล้ำค่าในนั้นด้วย ข้าได้สิ่งนี้มาจากผู้เฒ่าท่านหนึ่งในฝันของข้า ท่านผู้นั้นเพียงมอบให้ข้าไว้เพื่อช่วยเหลือคนเจ้าค่ะ ข้าได้สิ่งนี้มานานแล้วแต่ไม่เคยบอกพวกท่านด้วยกลัวว่าพวกท่านจะหาว่าข้าเพ้อฝัน”
เมื่อพูดจบหลินหลินก็ยื่นแขนว่างเปล่าออกไปตรงหน้าบิดามารดา ก่อนสั่งให้กำไลมิติของนางปรากฏขึ้นตรงหน้าคนทั้งคู่
สองสามีภรรยาแม้จะตื่นเต้นตกใจกับภาพตรงหน้า แต่ก็รู้สึกดีใจที่บุตรสาวของพวกตนมีของวิเศษเช่นนี้ ช่างดีนัก หากนางเกิดอันตรายใดๆ ย่อมสามารถหลบหนีเข้าไปในมิติของนางได้เป็นแน่
มารดาของหลินหลินเดินมาจับมือพร้อมยกชูขึ้นเพื่อมองดูกำไลสีขาวนวลของนางอย่างพินิจพิจารณาจนบิดาต้องกระแอมไอแสดงว่าว่าตนก็ยังมีตัวตนอยู่ด้วยนะ ขอมีส่วนร่วมกับบุตรสาวบ้าง เมื่อได้ยินเสียงกระแอมไอทั้งหลินหลินและมารดาก็หลุดขำ ด้วยรู้ว่าบิดาชอบเรียกร้องความสนใจจากพวกนาง
“ท่านพ่อมาดูสิเจ้าคะ ตอนแรกข้าเองก็ไม่เชื่อว่าจะมีของวิเศษจึงลองเรียกออกมาดู แต่มันก็ปรากฏขึ้นมาเช่นนี้ ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องเหนื่อยไปขนหีบสินเดิมมารดาทุกวัน ข้าจึงอยากใช้สิ่งนี้ช่วยเจ้าค่ะ”
“หากมันสามารถขนทรัพย์สินของมารดาเจ้าได้หมดในคราเดียวได้ก็ดียิ่งนัก เราจะได้รีบไปจากเมืองนี้โดยไว แค่วันแรกพ่อกับแม่ก็รู้สึกว่าเสี่ยงอันตรายยิ่งนัก แม้จะแปลงโฉมแล้วแต่ในใจก็ยังหวั่นกลัวอยู่ดี”
“เช่นนั้นพรุ่งนี้ท่านพ่อท่านแม่ให้ข้าติดตามไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าเพียงนึกคิด สิ่งของเหล่านั้นก็จะเข้ามาอยู่ในกำไลมิตินี้แล้ว เราไปลองทำดูกับหีบบนเกวียนวัวที่ท่านพ่อท่านแม่ขนมาวันนี้ดีหรือไม่เจ้าคะ”
“เอาสิ! พ่อกับแม่อยากเห็นเช่นกัน ว่ามันจะเป็นอย่างไร”
หลินหลินพาบิดามารดามายืนดูอยู่ข้างๆ ก่อนหลับตาเพ่งจิต ยื่นแขนไปใกล้ๆ หีบสิ่งของตรงหน้าและลองนึกคิดให้หีบเหล่านั้นเข้ามาจัดเรียงไว้ในมิติของตนทันที ในพริบตาเดียวหีบเหล่านั้นก็หายไปทันที บุพการีทั้งสองสะดุ้งตกใจแต่ก็ยิ้มชอบใจที่ไม่ต้องเหนื่อยขนหีบมากมายหลายรอบอีกแล้ว
“ดียิ่ง! บุตรสาวพ่อทั้งเก่งกาจ ทั้งมีบุญจริงๆ แม้แต่เทพเซียนยังมอบของวิเศษให้เช่นนี้ เจ้าข่างเป็นดาวนำโชคมาคอยช่วยเหลือพ่อกับแม่จริงๆ”
ท่านอดีตแม่ทัพเอ่ยชมหลินหลินอย่างคนหลงบุตรสาวจนน่าหมั่นไส้จนมารดาต้องมองหางตาปรามเอาไว้ ด้วยกลัวว่าบุตรสาวจะเป็นคนหยิ่งผยองและหลงตัวเองเกินไป นางเพียง 10 ขวบจะเยินยอเกินไปนักก็ไม่ดี
“หลินหลินของแม่ช่างดีนัก แบบนี้ก็ช่วยเบาแรงแม่กับพ่อเจ้าไปได้เยอะเลย เช่นนั้นวันนี้เรารีบเข้านอนเถอะจะได้ออกเดินทางไปขนของด้วยกันแต่เช้า”
“เจ้าค่ะท่านแม่”