ผมแทบไม่เชื่อสิ่งที่เพิ่งได้ยินคิดว่าหัวหน้าแค่อำเล่นตามนิสัย ไมตรีชี้ให้ดูวงกลมสีแดงบนเนื้อข่าวบนจอภาพ
“จุดตรงนี้ล่ะ ท่านคิดว่าผิดยังไง”
จุดหนึ่งที่เขาบอกเป็นประโยคหนึ่งที่เป็นส่วนแสดงความคิดเห็นของผู้เขียนด้านท้ายข่าวเกี่ยวกับการเตรียมจัดนิทรรศการวันประชาธิปไตยสากลที่นวไทยเป็นเจ้าภาพในอีกหลายเดือนข้างหน้า
“มีอะไรเหรอครับ”ผมยังมองไม่เห็นจุดผิดปกติในประโยคนั้น เขียนว่าแน่นอนว่าประเทศของเราซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขย่อมต้องเตรียมงานให้ดีเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้นานาชาติ
“มันผิดไงเขียนแบบนี้เขาก็จะงงว่าจะเอาอะไรกันแน่ มีแต่การปกครองระบอบประชาธิปไตยนะ”
ผมยังนิ่งอึ้งอยู่ไม่เข้าใจที่หัวหน้าพูดเลยสักนิด ผมเห็นคู่อริทำทีหันหน้าไปทางอื่นคงแอบหัวเราะเยาะโดยไม่ให้ผมได้ยิน แล้วก็หันกลับมายิ้มปลอม ๆ ให้ผม เขาคงมีเซนเซอร์ตรวจจับความโง่เขลาบนใบหน้าผมได้จึงอธิบายให้ฟัง
“ไมตรีหมายถึงว่าไม่เห็นต้องพูดถึงเรื่องพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเลยมันไม่เข้ากับบริบทในเนื้อข่าว” ชายหน้าหล่อพูด
ความร้อนผ่าวแล่นวาบขึ้นมาที่ใบหน้าผมคำพูดของสหายเหมือนการตบหน้าผมฉาดใหญ่ แล้วเยาะเย้ยว่า เรื่องแค่นี้ขนาดผู้ไม่ได้มีหน้าที่โดยตรงเป็นแค่คนดูแลเว็บไซต์อย่างเขายังรู้เลย
“รับทราบครับ เดี๋ยวเราไปแก้”ผมกล่าวเพียงเท่านี้
ตอนนั้นผมไม่กล้าเถียงไมตรีแต่พอได้ศึกษาในภายหลังจึงทราบว่ามาตราที่ 1ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเขียนว่าประเทศปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยลื่นไหลส่วนเรื่องรัฐเดี่ยวอยู่ในมาตราที่ 2และประมุขที่เป็นพระมหากษัตริย์อยู่ในมาตราที่ 3 การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตอนปี 35เนื่องจากขัดกับหลักกฎหมายที่ต้องให้ความกระจ่างชัด เพื่อให้ใช้วิจารณญาณให้น้อยที่สุดเพื่อหลีกเลี่ยงสองมาตรฐานถ้าเขียนแบบสมัยยุคของผมก็จะเกิดปัญหาว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของใคร แล้วเคยมีกรณีที่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชนขัดแย้งกับความคิดเห็นของพระมหากษัตริย์อีก มาจบตรงที่เขียนแยกกันคราวนี้จะเขียนอะไรต้องระวังให้มาก ๆคงทำตามสัญชาตญาณหรือใช้ความรู้เดิมที่มีมาในยุคผมไม่ได้
“เดี๋ยวอีกชั่วโมงเราค่อยมาคุยกับท่านอีกก็แล้วกันดูแล้วน่าจะยาว” สหายหันไปบอกไมตรี เขาคงขี้เกียจรอแล้ว
“ก็ได้ ตอนแรกกะว่าจะคุยนิดเดียวแล้วให้ประชาไปดูไฟล์ที่ส่งให้แก้เอง แต่เห็นคำตอบเมื่อครู่แล้วคงปล่อยไปดูเองไม่ไหว” ไมตรีพูดกับสหายตรง ๆ ราวกับว่าผมไม่ได้นั่งฟังอยู่ด้วยไม่ได้ถนอมน้ำใจผมแม้แต่น้อยสหายชายตาเป็นเชิงเยาะเย้ยขณะลุกเดินผ่านผมออกจากห้องไป ผมนั่งคอตกพูดอะไรไม่ออก
จากนั้นไมตรีก็เริ่มร่ายยาวถ้อยคำวิจารณ์พรั่งพรูเข้าใส่ไม่หยุดหย่อนราวกับเขื่อนแตกทุกข่าวที่ผมทำเต็มไปด้วยวงกลมสีแดง จุดตำหนิไม่ใช่แค่เรื่องสะกดผิดอย่างเดียวแต่มีความผิดพลาดหลายรูปแบบที่มองข้ามไป ผมรู้สึกว่าชายผู้นี้เป็นเพอร์เฟกชันนิสต์[1]พอควร
{ เขาชี้อีกจุดหนึ่งให้ผมดูแน่นอนว่าผมยอมรับไปตามตรงว่าไม่เห็นอะไรผิดปกติ ประโยคเขียนว่า สส. พรรคนกเงือกตอบโต้สส. พรรคสมดุลเรื่องการขึ้นภาษีมรดก เมื่อวันก่อนผมก็เขียนรูปแบบนี้ดูเหมือนว่าไมตรีมีมาตรฐานการตรวจงานที่สูงขึ้นจากรอบที่ผ่านมา
“ท่านใช้เทคนิคการนำเสนอที่ไม่เป็นกลาง”ไมตรีกล่าว ผมไม่เถียงอะไร รอคำอิบายจากเขา ผมกดอัดเสียงเป็นคลิปสั้น ๆ เป็นช่วง ๆไม่อยากย้อนดูภาพที่บันทึกยาว ๆ จากเอวีเอสอี หัวหน้าขยายความว่าการให้อีกฝ่ายหนึ่งพูดทีหลังก็ถือว่าสนับสนุนฝ่ายนั้น เขาบอกว่าที่ผมเขียนเป็นการสนับสนุน สส. พรรคนกเงือกถ้ามีคำสัมภาษณ์ที่ตอบโต้กันไปมาเช่นนี้ ต้องนำเสนอคู่กันโดยแบ่งเป็นคอลัมน์ซ้ายขวา
“อะไรวะเนี่ย” ผมอุทานในใจนี่เป็นรูปแบบที่ประหลาดที่สุดที่เคยเห็น
จากนั้นหัวหน้ายังยกตัวอย่างข้อผิดพลาดที่เกิดจากการไม่ยอมอัปเดตข่าวสารเขาบอกว่าข่าวที่ผมทำเรื่อง การนิรโทษกรรมชายคนหนึ่งที่โดนตัดสินจำคุกตลอดชีวิตเพราะวางแผนฆาตกรรมอดีตคนรักและลูก กลายเป็นขังอยู่ในโลก ซิมูเลชันตลอดชีวิตแทนซึ่งนำมาสู่ข้อถกเถียงกันอย่างมากแม้ว่าจะผ่านประชามติไปแล้วแต่ไม่ชนะขาดลอยด้วยสัดส่วนผลโหวต59: 41 ฝ่ายที่สนับสนุนอ้างเรื่องสิทธิมนุษยชนและการไม่สามารถไปทำอันตรายผู้อื่นได้เพราะยังอยู่ในการคุมขังแต่ฝ่ายคัดค้านอ้างเรื่องผู้ต้องหาจะมีความสุขมากไปจนไม่สำนึกและถ้าโทษไม่หนักพอคนจะไม่กลัวการทำผิดแต่ประเด็นที่ไมตรีต้องการสื่อคือข่าวนี้ยังเคลื่อนไหวอยู่มีการเปลี่ยนแปลงแม้ว่าจะผ่านมากว่าสองสัปดาห์แล้ว ยังมีข้อคอมเมนต์และบทสัมภาษณ์ใหม่ๆ หลั่งไหลเข้ามามาเรื่อย ๆ
“คอมเมนต์ในอินเทอร์เน็ตก็เทียบเท่ากับการสัมภาษณ์นั่นแหละดีกว่าอีก เพราะเราไม่ต้องไปถาม” ไมตรีเปรย ทีแรกผมจะถามเรื่อง ความน่าเชื่อถือของคอมเมนต์ แต่นึกขึ้นได้ว่าธรณีเคยบอกว่าสำนักข่าวจะนำมาจากแหล่งของรัฐบาลเท่านั้นรวมถึงแอปเอ็นทีเอฟซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนมาแล้ว สามารถนำมาใช้ได้เลยชายศีรษะล้านบอกว่าถ้าผมชักช้าข่าวของบริษัทก็จะไม่มีวันได้ตีพิมพ์
“แล้วทำไมท่านไม่เพิ่มเนื้อข่าวให้เราเลย”ผมเสนอ บรรณาธิการก็น่าจะทำได้ แต่ดูไมตรีโมโหเล็กน้อย เขาขึ้นเสียงตอนตอบ
“เราไม่ได้มีหน้าที่นั้นท่านเป็นคนมาสรุปมาตลอด ย่อมใช้เวลาน้อยกว่า ท่านรู้ว่าต้องไปเพิ่มตรงไหน ท่านคิดว่างานบรรณาธิการมีเวลาว่างนักเหรอ”
ผมนิ่งเงียบ ไม่ไหวติงเริ่มหมดแรง หมดกำลังใจที่จะต่อล้อต่อเถียง ไมตรีชี้ให้ดูจุดต่อไปอย่างไม่รอช้า
“เวลาเพิ่มมีการกล่าวถึงบุคคลที่สามจะเอามาใส่เฉย ๆ แบบนี้ไม่ได้” ไมตรีหมายถึงมีคอมเมนต์หนึ่งในเนื้อข่าวของผมที่มีการกล่าวหาลอย ๆ ว่า สส. ที่เป็นคนเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมรูปแบบนี้เป็นเพื่อนสนิทกับคุณเอวังประธานบริษัทที่ขายอุปกรณ์เข้าสู่โลกเสมือนยี่ห้อ ‘พาราเลลเวิลด์ซิมูเลเตอร์ (Parallel world simulator)’ อันที่ผมยืมธรณีใช้ทุกวันนี้แปลว่าถ้าผมจะเพิ่มข้อกล่าวหานี้ในเนื้อข่าวผมต้องไปหาคำพูดตอบโต้ของคุณเอวังมาประกบไว้ด้วยเพื่อเป็นการฟังความสองฝ่าย อาจจะใช้วิธีเข้าไปดูโซเชียลมีเดียของอีกฝ่ายหรือดีเอ็ม[2]ไปถามหรือประสานกับแผนกปฐมภูมิให้นักข่าวของซัมนิวส์ไปสัมภาษณ์โดยตรง จะยุ่งยากไปไหน }
“และที่สำคัญที่สุดเราตรวจได้ว่าท่านใช้เอไอสรุปข่าวให้” ไมตรีโจมตีต่อโดยไม่ให้พักหายใจข้อกล่าวหานี้ทำผมขมวดคิ้ว
“ไม่จริงเราใช้แค่ตอนรวบรวมข้อมูลแค่นั้น” ผมเถียงสุดใจอิสราเป็นคนยืนยันเองว่าใช้วิธีนี้ได้ แต่ผมไม่พูดอ้างอิงชื่อเธอกลัวจะโดนลูกหลงไปด้วย
“เราใช้แอนไทเพลเจียริซึม (Anti-plagiarism app) เช็คแล้วบทความของท่านมีความเหมือนกับที่เอไอทำ 83.4% ถ้าท่านจะแก้ตัวว่าทำเองท่านก็ต้องเอาภาพจากเอวีเอสอีให้เราดูด้วย”
“เราเขียนเองจริง ๆนะ ...แค่ใช้เอไอช่วยดูเป็นแนวเฉย ๆ” ผมก้มหน้าก้มตารับผิดแม้ว่าจะไม่ได้คัดลอกข้อความไปวางแต่ผมคงเผลอเลียนแบบสไตล์การเขียนจากเอไอมากเกินไป พอย้อนคิดดูก็มีหลายอันที่พอทำเองเสร็จแล้วใช้เอไอตรวจเช็ค ปรากฏว่าดีกว่าเลยแก้ให้เหมือนที่ปัญญาประดิษฐ์เขียน
“อย่าลืมว่าใคร ๆก็ใช้แอปเช็คได้ทั้งนั้น จริง ๆ ไม่ใช่เรื่องที่ผิด แต่ถ้าทำเราก็จะไม่มีจุดขายก็แปลว่าไม่ต้องมีข่าวทุติยภูมิตั้งแต่แรก ยุบแผนกไปได้เลยเราก็แค่ย้ายไปเป็นบรรณาธิการข่าวปฐมภูมิได้ แต่ท่าน…”หัวหน้าเว้นไว้ให้ผมเติมต่อเอง ถ้าแผนกถูกยุบผมก็จะไม่มีงานทำเช่นเดียวกับพนักงานบริษัทอีกหลายคนที่ต้องตกงาน
“ถ้าเงื่อนไขเยอะขนาดนี้จะทำให้เร็วส่งทันได้ยังไง”
“ไม่ได้ก็ต้องได้ลองไปถามนิกรณ์ไหมว่าทำไมเขาทำได้ ไม่ใช่แค่เร็วนะ เนื้อหาก็ต้องเพอร์เฟกต์ด้วยไม่งั้นมันก็จะถูกด้อยค่าอยู่ดี ท่านเห็นคำขวัญของบริษัทเราแล้วนี่ Rapid Round Right รวดเร็วมีข้อมูลครอบด้าน และมีความถูกต้องของเนื้อหา” ไมตรีเชิดอย่างภาคภูมิใจตอนพูดเขาคงรักบริษัทไม่น้อยผมนึกถึงป้ายกลางห้องโถงชั้นหนึ่งที่แกะสลักเป็นตัวหนังสือซึ่งกำลังรื้อเตรียมเปลี่ยนอันใหม่เป็นRRR นี้ผมได้แต่คิดว่าตนเองคงเป็นได้แค่ รวดเร็วรอบด้านไร้ความรู้
“ตอนที่ท่านผ่านการสัมภาษณ์มาได้ท่านไม่คิดเหรอว่าทำไมมันง่ายเช่นนี้เหตุผลก็เพราะนโยบายบริษัทจะเข้มงวดกับการตัดสินในช่วงเดโมต่างหากมีคนที่มีความรู้พื้นฐานดีกว่าท่านหลายคน ท่านน่าจะรู้ตัวนะ แค่คำว่า ‘โอจีดี’ ยังต้องถามเราก็ไม่ไหวเหมือนกัน ที่ผ่านมาเราก็รอดูผลงานท่าน เผื่อว่าท่านจะสรุปเก่งเราให้โอกาสท่านแล้ว แต่ที่ไหนได้ถ้าทำได้แค่นี้เราก็จะบอกคณะกรรมการบริหารตามตรงเชื่อว่าพวกเขาคงไม่กล้าเสี่ยงจ้างท่านหรอก”
“งานที่ท่านส่งเราตอนวันบ่ายวันจันทร์จะเป็นตัวตัดสิน ว่าท่านจะผ่านช่วงทดลองงานหรือไม่” ไมตรีสรุปผมลืมไปสนิทว่าวันนี้เป็นวันศุกร์อย่างน้อยก็มีเวลาเสาร์อาทิตย์เพื่อตรวจทานให้ดีดูเหมือนหัวหน้าจะอ่านใจผมได้
“แต่เรื่องโอที...ก็ยังใช้กฎเดิม”คำพูดของเขาดับฝันผม ผมนิ่งเงียบ ไม่มีคราบน้ำตาโชคดีที่ไม่ได้ตั้งความหวังไว้มากแต่แรกถ้าเป็นงานที่ทำมานานแล้วเจอคำพูดขู่เตรียมไล่ออกแบบนี้ คงเสียใจจนร้องไห้เป็นแน่เรื่องที่ผมเคยเจอมาตอนเด็กหนักกว่านี้หลายเท่า ไมตรีลุกขึ้นมาจับไหล่ผมสีหน้าเขาดูเคร่งขรึมต่างจากบุคลิกตอนสนุกสนานเฮฮาเหมือนเป็นคนละคน
“ที่เราเตือนท่านทั้งหมดที่พวกเราสนใจท่าน ก็อยากให้ผลงานของท่านดี ไม่งั้นตอนหมดช่วงเดโม เราคงไม่จ่ายค่าจ้างให้ท่านหรอก แม้ว่าท่านจะไม่ได้ทำงานใหม่ที่สร้างเงินให้เราเลยนิกรณ์กับสิรินก็ต้องทำงานหนักเป็นสองเท่าช่วงนี้
ในที่สุดการวิพากวิจารณ์ตลอด 30 นาทีก็จบลงผมก้าวออกจากห้องทำงานของไมตรีอย่างอ่อนเปลี้ยขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับมีโซ่ตรวนล่ามไว้เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังดังกระแทกโสตประสาทอย่างไม่หยุดหย่อนทุกย่างก้าวรู้สึกเหมือนจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้นเสียให้ได้ ผมยกมือขึ้นกุมขมับสมองตื้อตันไปหมด แวบหนึ่งที่เหมือนเห็นสหายยิ้มเยาะซ้ำเติมอยู่หน้าห้องก่อนจะพบว่าหลอนไปเอง
คำพูดปลอบใจสุดท้ายของหัวหน้าไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นสักนิดเพราะหลังจากพูดจบเขาก็สั่งให้แก้งานเดิมทั้งหมดและทำข่าวใหม่มาอีกสิบข่าวมาส่งตัดสินในบ่ายวันจันทร์เขาอ้างว่าที่ต้องเพิ่มงานให้เพราะในชีวิตจริงอาจมีสิ่งที่คาดไม่ถึงและไม่อยากทำมาได้เสมอ
ตอนนี้ทุกอย่างในหัวผมพัลวันกันยุ่งเหยิงไปหมดจนแทบอยากจะกรีดร้องออกมา
--------------------
[1]Perfectionist บุคคลที่ให้ความสำคัญกับความสมบูรณ์แบบอย่างยิ่งยวดมักตั้งมาตรฐานที่สูงมากสำหรับตนเองและผู้อื่น
[2]Direct Message (DM) คือ การส่งข้อความส่วนตัวผ่านช่องทางออนไลน์ระหว่างบุคคลสองคนโดยตรง บางคนอาจใช้คำว่า Inbox แทน