จอมหมัดราชันย์

    ตอนที่ 59 เปลี่ยนใจ

    ตอนที่ 59 เปลี่ยนใจ
    หอแดง หรืออีกนัยหนึ่งมันก็คือหอคณิกา ตามที่บุรุษทุกคนเข้าใจ มันคือที่เอนกายพักใจของพวกบุรุษฉกรรจ์ และเช่นกันที่หอแดงแห่งนี้บนเกาะผานกู่ ก็เป็นดังนั้น เพียงแต่เปลี่ยนจากเหล่าหญิงสาวหน้าตาดี กลายเป็นบุรุษอ่อนวัยและมีใบหน้าที่หล่อเหลา และถ้าหากมีหญิงใดถูกใจชายหนุ่มเป็นการส่วนตัว พวกนางสามารถไถ่ตัวกลับไปเพื่อเป็นทาสของตนดวงตาของเนี่ยฟงพลันเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน นี่เขากำลังจะถูกพวกนางพาไปขายตัวให้กับหอแดง เมื่อคิดว่าเขาต้องคอยปรนนิบัติหญิงสาวทั้งหลาย และหนำซ้ำต้องคอยปรนนิบัติทุกๆ วัน ก็ทำให้ขนบนตัวของเขาลุกชูชันในทันที“นอนเถอะเนี่ยฟง พรุ่งนี้เช้าเจ้าต้องออกเดินทาง หากเจ้าเป็นภาระแก่พวกนางในการเดินทางแล้วล่ะก็ หลังของเจ้าได้มีรอยแส้นับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน เอาล่ะ! นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ยังมีงานอีกมากที่ต้องทำกัน” อาฉีกล่าวออกมาพร้อมกับเอนกายลงนอน พร้อมกับน้องๆ ของตนที่ไปนอนตามที่ของตน ปล่อยให้เนี่ยฟงนั่งอยู่เพียงลำพัง พร้อมกับใบหน้าที่แตกตื่น ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงพลันปิดเปลือกตาลงอย่างเชื่องช้า ราวกับว่ากำลังขบคิดแผนการบางอย่างอยู่ในหัว“นอนพักเอาแรงก่อน ในระหว่างการเดินทางอาจมีโอกาสให้หลบหนี ถ้ามีนะ?” เนี่ยฟงเอนกายนอนพักผ่อน เขาต้องการเก็บเรี่ยวแรงในการหลบหนี แม้จะเหม็นอุจจาระหมู อุจจาระไก่จากเล้าที่อยู่ด้านข้าง จนต้องเอาคอเสื้อมาปิดจมูกไว้ พร้อมกับคิดวิธีต่างๆ เพื่อการหลบหนีนับร้อยวิธี ก่อนจะเคลิ้มหลับไปในไม่ช้า...กาลเวลาไปผ่านอย่างรวดเร็ว ดวงตะวันเริ่มลอยขึ้นมาที่จุดตัดของขอบฟ้า หมู่นกกาเริ่มออกบินจากรังเพื่อหาอาหาร เสียงไก่ในเล้าที่อยู่ข้างๆ กับเรือนนอนขันดังลั่น ทำให้เนี่ยฟงต้องลืมตาตื่นในทันที ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับอาการที่งัวเงีย เพราะหลับไม่เต็มตื่น เนื่องจากเสียงหมูเสียงไก่ที่อยู่ใกล้เคียงยังไม่พอ แม้แต่เสียงแม่ของอิ๋งอิ๋งก็ร้องครวญครางแทบทั้งคืน ในขณะนั้นเอง ที่ในสายตาของเนี่ยฟงปรากฏร่างของอาวิ๋น ที่กำลังนอนนิ่งไม่เคลื่อนไหว พร้อมกับร่างกายของเขาที่ซีดเซียวจนเห็นได้ชัด เมื่อเนี่ยฟงจะยื่นมือไปสะกิดอาวิ๋น ก็ปรากฏเสียงเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ปล่อยให้อาวิ๋นพักผ่อนเถอะ เขาสูญเสียกำลังไปมาก พึ่งจะมาถึงไม่นานนี่เอง” อาฉีกล่าวขึ้นพร้อมกับเดินเข้ามาในเรือนนอน ในมือข้างหนึ่งของเขานั้นถือชามข้าวใบใหญ่ ส่วนอีกข้างก็ถือชุดสีเขียวที่สว่างไสว พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยออกมาจนเตะจมูก เมื่อเนี่ยฟงได้เห็นชุดนั้น ก็ทำให้ดวงตาทั้งเบิกกว้าง ก่อนจะลุกขึ้นมาคว้าชุดสีเขียวตัวนั้นด้วยความรวดเร็ว“ชุดหยกสวรรค์ของข้า!! พี่ฉี! พี่ได้มันมาได้อย่างไรกัน ข้าคิดว่าสองแม่ลูกเอาของข้าไปขายแล้วเสียอีก” “พวกนางให้ข้าเอามันไปซักให้เจ้าเอง แต่เจ้าอย่าหลงคิดว่าพวกนางใจดีที่ซักเสื้อผ้าให้แก่เจ้า จริงๆ แล้วพวกนางแค่ต้องการประหยัดค่าซื้อชุดใหม่ให้เจ้าตั้งหาก ไปล้างหน้าล้างตาเตรียมตัวเดินทางเถอะ แล้วรีบกินซะ อีกไม่นานเจ้าต้องเดินทางแล้ว” เมื่ออาฉีกล่าวจบก็วางถ้วยข้าวไว้ที่พื้น ก่อนจะเดินออกไปในทันที เขายังเหลืองานอีกหลายอย่างที่ต้องทำ นี้ล้วนเป็นกิจวัตรประจำวัน ที่พวกเขาต้องทำกันทุกเช้า ตั้งแต่ทำอาหารจนไปถึงทำสวน หรือแม่แต่ต้องซักเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มให้แก่พวกนาง หากเกิดการผิดพลาดพวกเขาต้องถูกทำโทษอย่างรุนแรง ทำให้เนี่ยฟงรู้สึกสงสารพวกเขาอย่างที่สุด“ข้าจะช่วยพวกท่านให้ได้ ไม่ซิ!! ข้าจะช่วยผู้ชายบนเกาะนี้ทั้งหมดให้ได้! ข้าสัญญา!” เนี่ยฟงครุ่นคิดในใจ พร้อมกับกำหมัดแน่น ก่อนจะล้างหน้าล้างตาจนขาวหมดจด เผยให้เห็นใบหน้าที่หล่อเหลาป่านเทพบุตร เนื่องจากอิ๋งอิ๋งดูแลเขาแบบขอไปที จึงไม่ได้เห็นใบหน้าของเนี่ยฟงแบบจริงจัง ก่อนจะค่อยๆ ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างช้าๆ แล้วกินอาหารทั้งหมดอย่างรวดเร็ว ในขณะนั้นเองที่เนี่ยฟงก็เดินตรงไปหาอาวิ๋น ที่กำลังนอนหลับสนิท พร้อมกับยื่นมือไปแตะที่ข้อมือของเขาอย่างเบาๆ พร้อมกับปิดเปลือกตาในทันที ผ่านไปเพียงแค่กี่อึดใจ ดวงตาทั้งสองของเนี่ยฟงก็พลันเบิกกว้าง“บัดซบ!! เจ้าโจรชั่วมันลงมือได้เหี้ยมโหดยิ่งนัก ไม่เพียงแต่จุดชีพจรจะถูกทำลายจนหมดสิ้น แม้แต่เส้นชีพจรลมปราณยังอยู่ผิดที่ผิดทาง การรักษาคงไม่ใช่เรื่องง่ายเสียแล้ว ขั้นแรกต้องเคลื่อนย้ายเส้นชีพจรลมปราณให้กับเข้าที่เสียก่อน แล้วต้องใช้ขี้ผึ้งหยกดำในการสมานเส้นชีพจรลมปราณ แต่ข้าจะหามันได้จากที่ใดกัน?” เนี่ยฟงขบคิดในใจ ในขณะที่กำลังตรวจดูอาการของอาวิ๋น ในตอนนั้นเอง ก็ปรากฏเสียงของอิ๋งอิ๋งที่ดังมาจากด้านนอก “เจ้าหน้าอัปลักษณ์!! เจ้าเตรียมเสร็จหรือยัง พวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว” อิ๋งอิ๋งยืนบีบจมูกแน่น พร้อมกับตะโกนออกมาเสียงดัง นางไม่กล้าเดินเข้าไปด้านในเรือนนอนพวกผู้ชาย เนื่องจากเล้าหมูเล้าไก่ที่อยู่ใกล้เคียง อีกทั้งยังกลัวว่ากลิ่นสาบของพวกมันจะติดเสื้อผ้า มีหรือที่นางจะกล้าเข้าไปเรียกเนี่ยฟง“เสร็จแล้ว! ข้ากำลังจะออกไป” เนี่ยฟงปล่อยมือออกจากอาวิ๋นอย่างเชื่องช้า ก่อนจะก้าวขาเดินออกจากเรือนนอน ทันใดนั้นเอง!! อิ๋งอิ๋งก็ต้องตกตะลึงนิ่งค้าง เมื่อได้เห็นใบหน้าของเนี่ยฟง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ มันสั่นไหวอย่างรุนแรงจนแทบจะบ้าคลั่ง เสียงการเต้นที่ดังสนั่นของมัน ก้องกังวานอยู่ในกกหู แล้วในขณะนั้นเอง ที่บนใบหน้าของอิ๋งอิ๋งนั้น เริ่มปรากฏสีแดงอมชมพูระเรื่อขึ้นบนใบหน้า เมื่อเนี่ยฟงเอ่ยกล่าวออกมา นางก็สะดุ้งสุดตัว“ข้าพร้อมแล้ว! เจ้าไม่สบายหรือ? ทำไมหน้าเจ้าถึงแดงขนาดนั้น?” “ขะ...ข้าไม่เป็นอะไร ระ...รีบไปได้...ได้แล้ว!!” อิ๋งอิ๋งหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวขาเดินออกไปในทันที ท่ามกลางความสงสัยของเนี่ยฟง โดยปรกติแล้วเมื่อนางเจอเขา หากไม่ทำร้ายร่างกาย ก็ต้องดุด่าว่ากล่าวเสียๆ หายๆ อยู่ร่ำไป แต่เหตุใดวันนี้นางถึงดูใจดีผิดปรกติ เนี่ยฟงสะบัดหน้าไล่ความคิดที่มึนงงสงสัย ก่อนจะก้าวขาเดินตามนางไปในทันที ใช้เวลาเพียงไม่นานเนี่ยฟงกับอิ๋งอิ๋ง ก็เดินมาถึงหน้าบ้านโดยที่มีแม่ของนาง กำลังจัดเตรียมข้าวของ โดยมีอาฉีและอาหาวที่ช่วยในการขนของขึ้นรถม้า เมื่อแม่ของอิ๋งอิ๋งเห็นใบหน้าของเนี่ยฟง นางก็เอ่ยกล่าวออกมาทันที“เจ้าหนุ่มน้อย! ที่แท้เจ้าก็หล่อเหลาถึงเพียงนี้ อิ๋งอิ๋งคงทำความสะอาดเจ้าไม่ดีเท่าไรในตอนนั้น จึงมีรอยกระดำกระด่างไปทั่ว ตอนแรกข้าคิดว่าเป็นรอยปานเสียอีก แหม~!! หากเกาะนี้ไม่มีกฎว่าบ้านหนึ่งมีผู้ชายได้ไม่เกินสี่คน เจ้าต้องเป็นทาสของข้าไปตลอดชีวิตแน่นอน เอาเถอะ!! อย่างน้อยๆ หน้าอย่างเจ้า ก็คงทำเงินทำทองให้ข้าได้หลายแท่งอยู่ ขึ้นรถม้าได้แล้ว” เนี่ยฟงยิ้มเหงือกแห้งเมื่อได้ยินคำกล่าวของนาง พรางคิดในใจช่างเป็นโชคดีของเขา ที่พวกนางรักษากฎของเกาะ หากมิเช่นนั้นแล้ว เขาอาจจะตกเป็นเหยื่อกามของนางไปอีกคน ในขณะนั้นเอง ที่แม่ของอิ๋งอิ๋งก็นำโซ่ตรวนมาคล้องขาของเนี่ยฟง เพื่อกันการหลบหนี ก่อนจะพากันขึ้นรถมา แล้วออกเดินในทันที โดยระหว่างที่พวกเขาเดินทางอยู่นั้น อิ๋งอิ๋งก็แอบมองเนี่ยฟงอยู่หลายหน เมื่อแม่ของนางเห็นดังนั้นก็เอ่ยออกมา“อิ๋งอิ๋งอายุเจ้ายังไม่ถึงสิบแปด ไม่สามารถมีทาสชายไว้ครอบครองได้ เจ้าก็รู้ว่ากฎของเกาะนี้เป็นอย่างไร บทลงโทษรุนแรงถึงเพียงไหน หวังว่าข้าคงไม่ต้องพูดซ้ำนะ” “ข้ารู้แล้ว” “แต่ข้าไม่รู้ พวกท่านพอจะบอกได้หรือไม่?” “ไม่ว่าเจ้าจะทำผิดกฎข้อใดก็ตาม โทษของมันคือความตายยกตระกูล นั่งเงียบๆ ไปซะ! ข้าไม่อยากได้ยินเสียงของเจ้าอีก” อิ๋งอิ๋งกล่าวออกมาโดยไม่หันไปมอง เพราะยามนี้ใบหน้าของนางนั้น แดงฉานจนไปกกหู นางไม่อาจบอกความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นกับนางได้ เพียงแค่ได้ยินเสียงของเนี่ยฟง ก็ทำให้หัวใจของนางนั้น ต้องสั่นไหวอย่างรุนแรง...กาลเวลาเลยผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในตอนนี้ดวงอาทิตย์ตั้งตรงอยู่เหนือหัว บ่งบอกว่าเวลานี้นั้นคือยามเที่ยง ซึ่งในตอนนั้น พวกนางก็เดินทางมาถึงเมืองพอดี เนี่ยฟงก็สาดส่องสายตาไปทั่วบริเวณ เพื่อจดจำทิศทางให้ขึ้นใจ พร้อมกับมองหาร้านขายยาในเมือง แต่ที่ทำให้เนี่ยฟงตกใจอย่างที่สุดนั้น คือบนท้องถนนทางเดิน มีแต่สตรีที่เดินกันไปมาอย่างขวักไขว่ ไม่มีผู้ชายแม้แต่คนเดียวผู้คนในเมืองแตกตื่นเมื่อรถม้าของนางมาถึง บรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่ ไปถึงเด็กสาวและคนชราต่างตกตะลึงนิ่งค้างไม่เคลื่อนไหว บางคนถึงขั้นกับทำถ้วยจอกน้ำชาร่วงหล่นสู่พื้น หรือแม้แต่คนที่กำลังคีบอาหารเพื่อกลืนกิน ก็เผลออ้าปากค้างจนอาหารที่อยู่ในปากต้องร่วงหล่นลงมา และทุกสิ่งที่ทำให้พวกนางเป็นเช่นนั้น ก็เมื่อได้เห็นใบหน้าของเนี่ยฟง ในขณะนั้นเอง! ที่แม่ของอิ๋งอิ๋งก็ขบคิดขึ้นมาในใจ“ข้าว่าไม่ต้องเอาไปขายที่หอแดงก็ได้ ดูท่าแล้วจะมีคนสนใจเจ้าหนุ่มนี่เป็นจำนวนมาก หากเราเปิดประมูลเสียเอง บางทีอาจจะได้ทองแท่งเป็นจำนวนมหาศาลก็เป็นไปได้ คริคริคริ!” เมื่อแม่ของอิ๋งอิ๋งตัดสินใจได้ดังนั้น ก็หยุดรถม้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นยืนบนรถม้าแล้วกล่าวออกมาในทันที“พี่น้องทั้งหลาย วันนี้เมื่อถึงเวลาตะวันตกดิน หลังจากที่ข้าเล่นปาหี่จบ ข้าจะนำชายผู้นี้ออกประมูลในทันที โดยที่ข้าจะคิดค่าเข้าชมงานเป็นทองคำหนึ่งแท่ง” !!!!

    คล้ายกับเรื่องจอมหมัดราชันย์ ที่คุณอ่าน