“เหตุใดยังไม่เริ่มอีก” นางรอจนจะสิ้นความอดทนอยู่แล้ว
เด็กเดินหมากตอบว่า “แม่นางเฟิงโปรดอภัยด้วย! พวกเราเองคิดไม่ถึงเช่นกันว่าวันนี้จะมีคนมาชมการเดินหมากมากมายเช่นนี้คนในชุมนุมกำลังจัดระเบียบความเรียบร้อยเชื่อว่าอีกไม่นานก็เริ่มได้แล้ว”
ชั้นล่างพลันเงียบเสียงในตอนนี้เอง เสียงดังจ๊อกแจ๊กจอแจพลันหายไปเหลือเพียงเสียงกระซิบกระซาบ
ต่อมาประตูห้องพิเศษฝั่งตรงข้ามเปิดประตูออกปรากกฏให้เห็นใบหน้ากดข่มผู้อื่นของหานไท่ฟู่ เขาหันไปพูดเสียงดังใส่เฟิ่งเฉี่ยน “นี่ แม่นาง! เตรียมพร้อมที่จะพ่ายแพ้การเดินหมากแล้วหรือไม่”
เฟิ่งเฉี่ยนเดินมาถึงริมหน้าต่างแล้วเอนกายพิงอย่างเกียจคร้านนางกล่าวกลั้วหัวเราะ “หานไท่ฟู่เหตุใดท่านจึงแย่งชิงคำพูดของข้าเล่า”
หานไท่ฟู่ตะลึงงัน และได้สติอย่างรวดเร็ว เขาโมโหจนหน้าแดงหูแดง “นางเด็กคนนี้ เจ้ารอก่อนเถอะ! ประเดี๋ยวจะเล่นงานเจ้าจนปัสสาวะราด!”
เฟิ่งเฉี่ยนแบมือถอนใจ “เฮ้อ แย่งคำพูดของข้าอีกแล้ว!”
“อารมณ์มุทะลุของข้า!” หานไท่ฟู่แทบจะโมโหจนล้มป่วยเกือบจะกระโดดข้ามหน้าต่างไปตบตีคน หานหลินเยว่ขัดขวางเอาไว้ได้ทัน
“ท่านปู่ ท่านคลายโทสะก่อนเถิด!” นางหันไปพยักหน้าให้เฟิ่งเฉี่ยนแล้วปิดหน้าต่าง
คนทั้งหมดที่อยู่ชั้นล่างล้วนเห็นภาพเหตุการณ์นี้ ต่างพากันกลั้นหัวเราะ
หนึ่งชายชราหนึ่งแม่นางน้อยทะเลาะกันช่างน่าสนใจ ทันทีที่เห็นหน้าก็มีโทสะมิน่าเล่าทางชุมนุมเดินหมากจึงต้องจัดห้องพิเศษแยกต่างหากให้พวกเขาเดินหมากหากอยู่ในห้องเดียวกัน ขณะเดินหมากอาจมีการทะเลาะวิวาทกันขึ้นได้!
น่าสนใจ ยังไม่ทันได้เริ่มเดินหมากก็ได้กลิ่นดินปืนและไฟเสียแล้ว
ทุกคนล้วนตั้งตารอคอยหมากกระดานนี้
เฟิ่งเฉี่ยนหัวเราะอย่างไม่ใส่ใจ และไม่ได้ปิดหน้าต่างนางหันกลับมานั่งหน้ากระดานหมาก
นางเพิ่งจะนั่งลงไม่นานก็ได้เสียงเคาะระฆังดังขึ้นเสียงนั้นดังเข้ามาในโสตประสาทชุมนุมเดินหมากที่เดิมทีเต็มไปด้วยเสียงดังอื้ออึงอยู่นั้นพลันเงียบสงบลงต่อมาได้ยินเสียงทุ้มใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้น “การประลองเดินหมากเริ่มขึ้นแล้ว! ทั้งสองท่านที่อยู่ชั้นบน พวกท่านใครจะเป็นฝ่ายเดินก่อน”
ไม่รอให้อีกฝ่ายส่งเสียง เฟิ่งเฉี่ยนเอ่ยปากขึ้นก่อน “ให้เกียรติผู้อาวุโสก่อน เชิญหานไท่ฟู่เดินก่อนเถิด!”
อีกฝ่ายก็ไม่ได้คัดค้านเช่นกัน หยิบหมากดำตัวหนึ่งและแจ้งตำแหน่งการเดินหมากกับเด็กเดินหมากเมื่อตำแหน่งดังกล่าวปรากฏบนกระดานหมากใหญ่ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์กันขึ้นมาทันที
“เอ๊ะ? ก้าวแรกไฉนจึงไม่ใช่ตำแหน่งเทียนหยวน”
“นี่ท่านอาวุโสหานกำลังละทิ้งความได้เปรียบของตนอยู่หรือ”
“หรือท่านอาวุโสหานต้องการเดินหมากด้วยวิธีการใหม่ๆ”
ด้านนอกชุมนุมเดินหมาก มีม้าเร็วตัวหนึ่งวิ่งโผนทะยานออกไปมันวิ่งตรงออกไปตลอดเส้นทางกระทั่งพบกับม้าเร็วอีกตัวหนึ่งที่รออยู่เมื่อรับกระดาษจากมือของทหารม้าแล้วจึงพุ่งออกไปยังทิศทางอีกด้านหนึ่งของถนน!
เช่นนี้แล้ว ถนนสายหนึ่งใช้ม้าเร็วตัวหนึ่งเพื่อรับข่าวสารกระทั่งถึงประตูวังหลวง
ภายในประตูวัง ระยะทางสิบก้าวมีขันทีหนึ่งคน แจ้งข่าวต่อกันเป็นทอดๆ
“หมากดำ แนวตั้ง 9 แนวนอน 8!”
“หมากดำ แนวตั้ง 9 แนวนอน 8!”
“หมากดำ แนวตั้ง 9 แนวนอน 8!”
...
ภายในห้องทรงพระอักษร เซวียนหยวนเช่อและองค์ไท่จื่อน้อยสองพ่อลูกนั่งลงชมการเดินหมากด้วยกัน
จ้าวกงกงเป็นผู้วางตัวหมากลงบนกระดาน
หมากดำ แนวตั้ง 9 แนวนอน 8!
เซวียนหยวนเช่อเลิกคิ้วเล็กน้อย
เฟิ่งเฉี่ยนที่อยู่ในห้องพิเศษ หวง เลิกคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน นางร้องเอ๊ะทว่านางไม่ได้ใส่ใจอันใดเมื่อตัดสินใจเดินหมากก้าวถัดไปอย่างรวดเร็ว
หมากดำตามมาทันที
...
หมากกระดานนี้เริ่มขึ้นอย่างปกติกระทั่งเกือบจะเรียกได้ว่าน่าเบื่ออยู่บ้าง กระทั่งหมากดำเดินมาถึงก้าวที่ยี่สิบพลันปรากฏให้เห็นความเคลื่อนไหวเล็กๆ ที่มุมๆ หนึ่งของกระดานหมาก
เฟิ่งเฉี่ยนเห็นเช่นนั้นจึงอดที่จะร้องเอ๊ะเป็นครั้งที่สองไม่ได้นี่เป็นครั้งแรกที่นางเดินหมากกับหานไท่ฟู่แล้วหานไท่ฟู่เป็นฝ่ายเปิดการโจมตีก่อน
แม้หานไท่ฟู่จะมีนิสัยเลือดร้อนมุทะลุ แต่เขาเดินหมากอย่างระมัดระวังภายใต้สถานการณ์ปกติ ล้วนต้องรับก่อนรุก น้อยยิ่งที่จะเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนแต่ครั้งนี้ “หานไท่ฟู่” พลันเป็นฝ่ายเริ่มโจมตีก่อนอีกทั้งเป็นการหยั่งเชิงอย่างเงียบเชียบเป็นครั้งแรก วิธีการเดินหมากเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันทำให้คนรู้สึกประหลาดใจยิ่งนัก!
“ท่านอาวุโสหานก้าวหน้าแล้ว! ในที่สุดก็ไม่ออมชอมแล้ว! ได้ พวกเรามาเล่นเป็นเพื่อนเขา!”
แปะ!
หมากขาวตัวหนึ่งวางลงไป
มู่ชิงเซียวหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
ท่านอาวุโสหาน?
เคราะห์ดีที่มิใช่การเดินหมากเป็นเผชิญหน้ากันหาไม่แล้วท่านอาวุโสหานเป็นต้องลุกขึ้นกระทืบเท้าเป็นแน่
คนทั้งหมดที่อยู่ในห้องโถงชั้นล่างเห็นตำแหน่งที่หมากขาววางลงไปต่างพากันลุกฮือขึ้นมาวิจารณ์
“นี่อะไรกันอีกเล่า ไฉนจึงเดินตำแหน่งนี้”
“ทั้งๆ ที่อีกฝ่ายสร้างกับดักอย่างโจ่งแจ้ง เหตุใดนางจึงไม่ขัดขวางกัน”
“หากหมากดำสร้างกับดักต่อไป หมากขาวต้องเคลื่อนไหว!”
ห้องพิเศษฝั่งตรงข้าม หานไท่ฟู่หัวเราะเสียงดัง “นางเด็กคนนั้นงงแล้วล่ะสิมีคนเดินหมากเช่นนี้ที่ไหนกัน นางเพียงแค่รู้ทิศทางและวิธีการเดินหมากของข้าเพิ่งจะชนะข้าเพราะดวงดีไปสองกระดาน ตอนนี้เปลี่ยนคน เปลี่ยนวิธีการเดินหมากนางก็จนปัญญาแล้ว!”
หานหลินเยว่เงียบงันไม่ส่งเสียง นางกำลังครุ่นคิดถึงการเดินหมากก้าวนี้ของฝ่ายตรงข้าม
หานไท่ฟู่เร่ง “คิดอะไรอยู่อีก สร้างกับดักต่อไปหลอกล่อนางต่อไป!”
หานหลินเยว่กลับส่ายหน้า “หมากก้าวนี้จะต้องมิง่ายดายเช่นนั้นแน่นอน! ยิ่งแม่นางเฟิงไม่ใส่ใจกับดักที่พวกเราโจมตี ยิ่งหมายความว่ามีปัญหานางจะต้องลอบสร้างค่ายกล รอให้พวกเราเดินเข้าไปติดกับ”
หานไท่ฟู่จับจ้องสายตามองไปแล้วยื่นมือออกไปวาดบนตำแหน่งบนกระดานหมากในใจพลันตระหนก “ถูกต้อง หากนางยังคงเดินมาถึงตรงนี้ ตรงนี้ยังมีตรงนี้ ค่ายกลเจดีย์สามเหลี่ยมย่อมปรากฏตัวออกมา! นางเด็กคนนี้ช่างอันตรายเหลือเกิน ข้าเกือบจะติดกับนางอีกแล้ว!”
เขายื่นมือชี้ไปบนตำแหน่งหนึ่งในกระดานหมาก “เยว่เอ๋อร์เดินตรงนี้ อุดนางให้ไม่มีทางไป! จะให้นางมีโอกาสสร้างค่ายกลเจดีย์สามเหลี่ยมไม่ได้!”
หานหลินเยว่ยังคงส่ายหน้า “ต่อให้พวกเราอุดนางไว้ที่นี่นางยังคงสร้างค่ายกลเล็กใหญ่ได้ตลอดเวลา หลบหลีกตำแหน่งนี้! เพื่อป้องกันมิให้นางสร้างค่ายกล หากต้องถูกนางจูงจมูกให้เดินมิสู้พวกเราเป็นฝ่ายโจมตีก่อน ให้พวกเราเป็นฝ่ายสร้างค่ายกล ควบคุมสถานการณ์!”
ลู่ซงเทาเห็นด้วย “ศิษย์น้องหญิงหานกล่าวถูกต้องแล้ว! พวกเราจะให้นางจูงจมูกเดินตลอดเวลาไม่ได้บางครั้งการโจมตีจึงจะเป็นการป้องกันที่ดีที่สุดหมากกระดานนี้ต้องเปลี่ยนมาเป็นพวกเราบ้างที่เป็นฝ่ายควบคุม!”
บนกระดานหมากใหญ่ หมากดำพลันนิ่งเฉย คนทั้งหมดอดที่จะวิพากษ์วิจารณ์ไม่ได้
“ไฉนจึงไม่มีความเคลื่อนไหวแล้ว”
“สร้างกับดักต่อไปสิ! โจมตีต่อไป!”
“หมากขาวเดินได้ประหลาดยิ่ง เกรงว่าจะไม่ง่ายดายเช่นนั้นน่ะสิ!”
“ถูกต้อง หมากดำยังคงต้องระมัดระวัง!”
ภายในห้องทรงพระอักษร องค์ไท่จื่อน้อยจับจ้องกระดานหมาก ถามขึ้นอย่างประหลาดใจ“เสด็จพ่อ เหตุใดเสด็จแม่จึงไม่ขัดขวางหมากดำพ่ะย่ะค่ะ หากเดินเช่นนี้ต่อไปหมากขาวต้องตกอยู่ในอันตรายมากๆ!”
เซวียนหยวนเช่อส่ายหน้า มองออกไปไกลๆ “ข้อควรระมัดระวังที่สุดในการเดินหมากคือใส่ใจเพียงเหตุการณ์เบื้องหน้าทว่าไม่ได้พิจารณาถึงผลในระยะยาวเจ้าเห็นเพียงว่าตอนนี้หมากขาวตกอยู่ในอันตราย ทว่ากลับไม่เห็นความเป็นไปได้ของหมากอีกตัวหนึ่งที่อยู่บนกระดานหมาก...”
เขายื่นมือชี้ไปที่ด้านข้างของกระดานหมาก “เจ้าดูสิหากหมากขาวยังคงเดินต่อมาที่ตรงนี้ ตรงนี้ ยังมีตรงนี้ล้วนกลายเป็นค่ายกลได้ทั้งสิ้น หากเปลี่ยนมุมมอง เดินมาตรง ตรงนี้ ยังมีตรงนี้ก็สามารถสร้างค่ายกลได้อีกหนึ่งตำแหน่ง หากเปลี่ยนเส้นทางการเดินหมากหมากดำไม่ไปใส่ใจหมากขาว ยังคงสร้างค่ายกลต่อไป หมากขาวก็จะเดินต่อมาที่ตรงนี้ตรงนี้ ยังมีตรงนี้อีก ล้วนสามารถแบ่งให้พื้นที่ของหมากดำกลายเป็นสองส่วนต้องแบ่งกำลังออกเป็นสองส่วน ถึงเวลานั้นที่ตกที่นั่งลำบากย่อมเป็นหมากดำ!”
องค์ไท่จื่อน้อยพิจารณาอย่างจริงจังแล้วประหลาดใจอย่างยิ่ง ศีรษะเล็กๆนั้นพยักหงึกหงักอย่างแจ่มแจ้ง “ที่แท้ยังมีการเปลี่ยนแปลงมากมายเช่นนี้!”
หมากดำเคลื่อนไหวในเวลานี้เอง หมากดำมิได้สร้างกับดักต่อไปแต่กลับท้าทายเล็กๆ
องค์ไท่จื่อไม่กระจ่างแจ้งจึงเงยหน้าขึ้นขอคำชี้แนะ “เสด็จพ่อ หมากก้าวนี้หมายความอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”
เซวียนหยวนเช่อหัวเราะเบาๆ “หมากดำคิดจะเข้าควบคุมสถานการณ์แล้ว!”