เพียงไม่นานเซียงหลินก็เริ่มเข้าใจถึงสิ่งต่างๆ
เขาไม่ได้ถูกพาตัวไปแนะนำให้กับภรรยาของท่านอาจารย์ ทว่าเขาได้ถูกนำพามายังบริเวณด้านในของคฤหาสน์
นับจากวันนี้เป็นต้นไปสถานที่ดังกล่าวจะกลายมาเป็นที่อยู่ของเขา คฤหาสน์หลังนี้ถูกประดับประดาไปด้วยความหรูหรา เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีต่างๆที่ล้ำสมัยของโลกมนุษย์แห่งนี้อีกด้วย
"นี่คือพ่อบ้านเจียอิน"
"หนึ่งในพ่อบ้านของคฤหาสน์เจ้าเมือง"
"นับจากวันนี้เป็นต้นไปเขาจะกลายมาเป็นผู้ปกป้องของเจ้า ความแข็งแกร่งรวมถึงวิสัยทัศน์ก็อยู่ในระดับที่ไม่ธรรมดา"
คริมสันเอชได้แนะนำชายวัยกลางคนให้กับชายหนุ่มได้รู้จัก ชายวัยกลางคนผู้นี้ค่อนข้างจะออกไปทางคนมีอายุ สวมใส่ชุดสูทสีดำที่สง่างาม ประดับไปด้วยเนคไทที่เรียบเนียน
"คำนับนายน้อยเซียงหลิน"
"ข้าขอฝากตัวกับท่านด้วยนะ"
พ่อบ้านเจียเองก็ได้โค้งคำนับให้กับทั้งสองคนอยู่เล็กน้อย สีหน้าของเขาดูสงบนิ่งเป็นอย่ามาก
"รบกวนด้วยนะครับพ่อบ้านเจีย"
เมื่อชายหนุ่มได้เห็นถึงพลังวิญญาณของชายวัยกลางคน สีหน้าของเขาก็ลอบตกตะลึงขึ้่นอยู่นิดๆ
นี่คือบอดี้การ์ดของเขานับจากวันนี้เป็นต้นไปหรอ ชายคนนี้ไม่ใช่ผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับธรรมดาๆทั่วๆไป แข็งแกร่งยิ่งกว่าระดับA ไม่ใช่ซิ เป็นถึงผู้ฝึกฝนวิญญาณระดับแรงก์S ภูติวิญญาณประจำตัวเองก็ไม่ธรรมดา ไม่คิดเลยว่าท่านอาจารย์จะมอบเขามาเพื่อให้ปกป้องในตัวของเขา
คริมสันเอชเมื่อเห็นว่าทั้งสองได้รู้จักกันแล้วก็พยักหน้ารับอย่างพึงพอใจ จากนั้นเขาก็ได้หันมองไปยังชายหนุ่มพร้อมกับพูดขึ้น
"เอาละเซียงหลิน"
"ข้าต้องไปเตรียมตัวก่อนละกัน"
"เดี๋ยวข้าจะนำทักษะวิญญาณรูปแบบต่างๆรวมถึงทรัพยากรมาให้กับเจ้า แล้วถ้าเกิดสงสัยหรือติดขัดอะไรก็แจ้งไปยังพ่อบ้านเจียคนนี้ได้เลย"
หลังจากนั้นท่านอาจารย์เอชก็ได้มุ่งตรงกลับไปยังห้องลับของตน โดยที่ปล่อยให้ลูกศิษย์คนใหม่นั้นสำรวจบ้านพักที่อยู่อาศัย
ตัวของเซียงหลินเองก็ไม่ปฏิเสธ นับจากวันนี้ไปคฤหาสน์หลังใหญ่จะเป็นที่อยู่ของเขาเพียงแค่คนเดียว ไม่ใช่ซิ มีพ่อบ้านเจียรวมถึงแม่บ้านที่คอยทำความสะอาดและรับใช้อีกหลายสิบคนด้วย
อาจบอกได้ว่าสถานะของเขาตอนนี้แปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงเลยก็ว่าได้
"หึหึ ไว้เดียวอีกสามวันค่อยไปงานประมูล"
"ถึงวันนั้นก็ฝากพ่อบ้านเจียไปกับฉันด้วยนะ"
คำพูดของชายหนุ่มได้ทำให้ตัวของพ่อบ้านเจียพลันประหลาดใจ มันอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามออกมา
"ตัวของนายน้อยจะไปโรงประมูลทำไมครับ?"
"หรือว่ามีอะไรที่ต้องการ อันที่จริงท่านไม่จำเป็นต้องสนใจเลยซักนิด ท่านอยากจะได้อะไรก็เพียงแค่แจ้งต่อท่านเจ้าเมืองมังกรก็พอแล้ว"
เซียงหลินได้ยินเช่นนั้นกลับส่ายหัวออกมาอยู่เล็กน้อย นัยน์ตาเองก็ส่องประกายขึ้นอย่างมีนัย
"ไม่ใช่หรอกพ่อบ้านเจีย"
"พอดีฉันนำบางสิ่งไปประมูลเอาไว้นะ มันคือก้อนผนึกวิญญาณที่ทำให้ภูติวิญญาณระดับAพัฒนาไปยังระดับSได้"
"ฉันได้นำมันไปประมูลไว้ที่สมาคมการค้าแห่งวิญญาณ ทำสัญญากันแล้วด้วย ถ้าเกิดตัวของฉันไม่ไปดำเนินการก็สูญเสียเครดิตรวมถึงสิ่งของไปฟรีๆนะซิ"
เมื่อได้ยินว่าเป็นทรัพยากรที่ล้ำค่า ปากของชายวัยกลางคนก็ถูกอ้าขึ้นอย่างช้าๆ นัยน์ตาเบิกกว้างและเต็มไปด้วยความตกใจ
ไม่คิดเลยว่าผู้ฝึกฝนวิญญาณหน้าใหม่จะมีก้อนผนึกวิญญาณด้วย มันน่าเหลือเชื่อซะจนทำให้หัวใจของมันต้องสั่นไหวเลยก็ว่าได้
"ขะ..เข้าใจแล้วครับนายน้อยเซียงหลิน"
"งั้นเดียวกระผมจะไปเป็นเพื่อนละกัน!!"
หลังจากนั้นพ่อบ้านเจียก็ได้นำทางเดินสำรวจสิ่งต่างๆภายในคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งนี้
เซียงหลินตอนนี้พลันตื่นเต้นมาก มันคงจะเป็นความรู้สึกที่ได้หลอมรวมกันของเซียงหลินคนเก่า
ก่อนหน้านี้เด็กชายมีความคิดรวมถึงความฝันมากมาย ตอนนี้มันก็ได้สำเร็จไปหนึ่งอย่างแล้ว
การมีที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ คงจะทำให้จิตวิญญาณของเซียงหลินต้องมีความสุขขึ้น
สถานที่แห่งนี้เองก็มีลานกว้างฝึกฝนส่วนตัว มีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้ฝึกฝนวิญญาณอย่างครบถ้วนเลยก็ว่าได้
ถ้าเกิดเขาฝึกฝนทักษะวิญญาณในสถานที่แห่งนี้ละก็ ผลลัพธ์มันคงจะรวดเร็วมากยิ่งกว่าที่อื่นๆไปหลายเท่า
[เหอะๆ โฮสต์ลืมอะไรไปหรือเปล่า?]
ระบบที่เห็นความคิดของเขาก็รีบพูดแทรกออกมาอย่างรวดเร็ว
[พวกเราไม่จำเป็นต้องฝึกฝนอะไรทั้งสิ้น]
[โฮสต์มีแต้มวิญญาณในการอัพเกรดอยู่ ขอแค่มีแต้มวิญญาณ ไม่ว่าจะเป็นทักษะวิญญาณอะไรก็สามารถพัฒนาขึ้นได้ทั้งหมด]
[ไอ้กระบวนยุทธหมัดมังกรที่ว่าฝึกฝนยากอะไรนั่นน่ะ พวกเราสามารถจัดการได้อย่างสบายๆ]
คำอธิบายของระบบได้ทำให้เซียงหลินต้องพยักหน้ารับ มันถึงกับลืมไปเลยว่าในระบบผู้พิชิตวิญญาณมีฟังก์ชั่นอะไรแบบนี้อยู่ด้วย
ตัวของเขาไม่จำเป็นต้องฝึกฝนหรือต้องใช้เวลาให้เสียเปล่า ขอเพียงแค่สังหารวิญญาณร้ายก็จะได้รับแต้มวิญญาณมาพัฒนาตนเอง
แล้วยังทำให้เทพอาชูร่าได้สะสมค่าประสบการณ์ของตนเองเพิ่มขึ้นด้วย มันไม่มีอะไรดีไปกว่าคุณสมบัติที่ว่ามานี้อีกแล้ว
"โอเคร งั้นเดียวพวกเราก็ออกไปล่าวิญญาณร้ายกันเถอะ ไปหาอาณาเขตที่พวกระดับEอยู่กันเป็นกลุ่มเลยละกัน ไม่ใช่ซิ ไปทำภารกิจด้วย"
"ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองต่อ!!"
ขณะเดียวกันภายในห้องลับใต้คฤหาสน์ของเจ้าเมืองมังกร ในเวลานี้ตัวของคริสสันเอชกำลังจัดเตรียมสิ่งต่างๆให้ไว้ให้กับเซียงหลิน
สีหน้าของเขาดูมุ่งมั่นและมีความตั้งใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันราวกับว่าชายวัยกลางคนอยากจะสั่งสอนชายหนุ่มเต็มแก่แล้ว
(เอาเข้าไปเถอะผู้ทำพันธะสัญญา)
ขณะนั้นเสียงของใครบางคนก็ได้ดังออกมาจากความว่างเปล่า
(ต่อให้จะเป็นเทพมารคลั่งอาชูร่าก็เถอะ)
(แต่ร่างสิงสถิตตอนนี้ยังเป็นแค่เด็กน้อยอยู่เลย แถมข้าไม่เห็นเลยว่าจะมีพรสวรรค์ตรงไหนกัน)
เมื่อน้ำเสียงลึกลับพูดจบ พลังวิญญาณรอบด้านก็ได้ถูกควบแน่นขึ้น ประกายแสงเรืองรองสุดสว่างได้ปรากฏตัวขึ้นภายในห้องโถงลับแห่งนี้
กระทั่งร่างเงาของชายสูงใหญ่ก็ได้โผล่ออกมา เขามีความสูงมากกว่าสามเมตร ใบหน้ารูปลักษณ์ดูหล่อเหลา สวมใส่มงกุฏสีทองพร้อมกับชุดเกราะสีทองที่เจิดจรัส บริเวณหน้าผากเองก็มีดวงเนตรที่สวมถูกเปิดขึ้นอยู่ด้วย ด้านหลักเองก็มีหอกสามง่ามด้ามยาวที่ส่องประกาย
ไม่ผิด ชายหนุ่มคนนี้คือเทพตรีทิพยเนตร เอ่อหลางเสิน เทพในตำนานจากนิทานปรัมปราแห่งทิศตะวันออก
"หึหึ เจ้าดูถูกเซียงหลินเกินไปแล้วเอ่อหลาง"
คริมสันเอชที่เห็นว่าคู่หูของตนเองออกมาก็หัวเราะขึ้นในลำคอ นัยน์ตาจ้องมองอย่างล้ำลึก
"เจ้าก็ไม่เห็นเลยว่าเด็กคนนี้ใช้เวลาไปกี่วันในการยกระดับไปยังแรงก์E"
"ไม่ถึง3วัน ย้ำว่าไม่ถึง3วันเลยด้วยซ้ำ มันเร็วยิ่งกว่าข้าหรือใครๆซะอีก เป็นสุดยอดอัจฉริยะที่มีวิวัฒนาการไร้ขีดจำกัดเลยก็ว่าได้"
คำพูดของคู่หูตนได้ทำให้ตัวของเอ่อหลางไม่สามารถเถียงอะไรออกได้ เขาได้แต่ยืนสงบนิ่งและจ้องมองไปยังการกระทำที่อยู่เบื้องหน้า
(เอาเถอะ หวังว่าจะเป็นเหมือนที่คิดไว้ละกัน)
(มหาเทพอาชูร่าในอดีตเองก็ยิ่งใหญ่อยู่แล้วด้วย ตอนนี้ก็มาดูกันถึงศักยภาพและพรสวรรค์ในการพัฒนาของเขากัน)
(เจ้าคิดเหมือนกันกับข้าไหมเห่าฟ้า?)
..
เกร็ดเล็กน้อย เห่าฟ้่าคือสุนัขสวรรค์คู่กายของเอ่อหลาง