Byleth ได้กลับถึงห้องของตัวเองในทีสุด หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์มามากมายมาทั้งวัน โชคดีที่พรุ่งนี้เป็วันอาทิตย์ เขาไม่ต้องรีบตื่นแต่เช้า จะมีก็แต่นักเรียนบ้าน Black Eagles ที่น่าเห็นใจ เพราะพวกเขามีกำหนดต้องเข้าฟังสัมมนา
แต่ถึงจะอย่างนั้น ่บ่ายเขาก็มีนัดกับ Lady Rhea และอาจารย์คนอื่นๆที่จะมาตกลงเื่การต่อสู้จำลองที่จะจัดขึ้นเร็วๆนี้ อีกทั้งยังมีประเพณีสิงห์ปะทะเหยี่ยว
เมื่อเปิดประตูห้องเข้าไป Byleth ก็เจอกับเื่น่าประหลาดใจอีกครั้ง
ห้องของเขาตอนนี้ เต็มไปด้วยลูกแมวสีสันต่างๆกันออกไป บางตัวหันมามองเขา ในขณะที่ส่วนใหญ่นอนเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียง ที่พื้น และบนโต๊ะ
Sothis นั่งอยู่บนเตียงของเขา บนตักของเธอมีลูกแมวอยู่สองตัว
"ฉันรู้ว่าเธอชอบเ้าพวกนี้" Sothis พูด พลางลูบหัวลูกแมว
"ฉันเห็นเธอแวะเล่นกับพวกมันอยู่บ่อยๆตามทางเดิน"
"เธอพาพวกมันมาเหรอ" Byleth ถาม พลางอุ้มแมวสองสามตัวขึ้นจากพื้นข้างเตียวของเขา และนั่งลงตรงนั้น
"ใช่แล้ว เธอไม่รู้เหรอ น้ำลายของพวกมันรักษาแผลได้" เธอบอก
"หา?" Byleth อุทาน ระหว่างที่นั่งเล่นกับแมวบนตักเขา
Sothis หัวเราะคิกคักกับท่าทีของ Byleth
"จะยังไงก็ช่าง แต่มีพวกมันอยู่ที่นี่ ตอนนี้ ก็ช่วยเยียวยาจิตใจเธอได้บ้างไม่ใช่เหรอ"
"ฉันเห็นเธอเครียดมาหลายวันแล้ว"
Byleth หันไปมองเธอ และยิ้ม ก่อนจะบอกว่า "ขอบใจนะ"
เขานั่งอยู่บนพื้นข้างเตียงของตัวเองโดยมีลูกแมวมามาคลอเคลียั้แ่หัวจรดเท้า มือเขาลูบเ้าตัวที่อยู่บนตัก
Byleth ไม่รู้ตัวว่าเผลอหลับไปตอนไหน
มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่เขารู้สึกว่ามีคนกำลังเล่นผมด้านหน้าของเขา...
Sothis นั่นเอง เธอนอนคว่ำอยู่บนเตียงของเขา พร้อมๆกับบรรดาลูกแมว มือของเธอกำลังเล่นผมของ Byleth
แสงแดดที่ส่องผ่านช่องหน้าต่างมาทำให้รู้ว่าตอนนี้เป็เช้าของอีกวันแล้ว
"เธอเหมือนเ้าตัวเล็กพวกนี้มากเลย... คิดจะหลับก็หลับเอาดื้อๆ" เธอกล่าว
"เอาล่ะ ฉันจะพาพวกมันกลับไปอยู่ในที่ของมัน... บอกลาซะสิ" Sothis บอก พลางยกลูกแมวตัวหนึ่งเข้ามาใกล้ จนหน้าของมันแนบกับหน้าของเขา
จากนั้นเธอก็เดินไปเปิดประตู บรรดาลูกแมวก็พากันเดินออกไปราวกับทำตามคำสั่งที่ Byleth ก็ไม่ได้ยิน
Sothis หันมามองเขา พร้อมกับบอกว่า
"อ้อ... ถ้าเผื่อเธอจะยังไม่รู้นะ ตอนนี้มันเป็เวลาเที่ยงแล้ว... ถ้าเธอยังมัวแต่นั่งอยู่ตรงนั้น คงพลาดนัดสำคัญแน่"
.......................................
หลังจากที่จัดการตัวเองเรียบร้อย Byleth ก็รีบไปพบ Lady Rhea ที่ชั้นสองของโบสถ์
ที่นั่นมีศาสตราจารย์ Hanneman ซึ่งเป็อาจารย์ประจำบ้าน Blue Lions อยู่ด้วย ส่วนศาสตราจารย์ Manuela นั้น ถึงแม้จะอาการดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังต้องพักอยู่ที่ห้องของตัวเอง และด้วยเหตุนี้ Byleth เองเลยยังไม่มีโอกาสได้สอบถามเื่ราวที่เกิดขึ้นจากเธอ
Lady Rhea แจ้งว่าศาสตราจารย์ Manuela นั้น ยินดีถอนตัวจากการต่อสู้จำลอง เนื่องจากเธอยังต้องพักรักษาตัว ซึ่งหมายความว่าบ้าน Golden Deer ของเธอจะเสียเปรียบ ดังนั้น Byleth จึงเสนอที่จะถอนตัว และให้บรรดานักเรียนต่างสู้กันเองเท่านั้น ซึ่งศาสตราจารย์ Hanneman ก็เห็นด้วย
แต่หลังจากที่คุยกันอยู่นาน ก็ได้ข้อสรุปว่า การต่อสู้จำลองในปีนี้ จะยกเลิกไป เนื่องจากเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น การประเมิน จะวัดกันที่การต่อสู้ในประเพณีสิงห์ปะทะเหยี่ยวทีเดียว
ประเพณีนี้ จัดขึ้นในทุกๆปี แม้ว่าชื่อของมันจะบ่งบอกว่าเป็การต่อรู้ระหว่างบ้าน Black Eagles และ Blue Lions แต่ในความเป็จริง เป็การต่อสู้พร้อมกันทั้งสามบ้าน บ้านสุดท้ายที่ยังสามารถคงสมาชิกไว้ในลานต่อสู้ได้ ถือเป็ผู้ชนะ และในการต่อสู้นี้ จะใช้อาวุธจริง โดยงานนี้จะจัดขึ้นที่ทุ่ง Gronder
Byleth เริ่มรู้สึกสนุกและใจจดใจจ่อกับการต่อสู้ที่จะจัดขึ้นนี้
นอกจากนี้ การพูดคุยครั้งนี้ทำให้เขาได้รู้ว่าผู้หญิงอีกคนที่เขาพบหมดสติอยู่พร้อมๆกับ Flayn ชื่อ Monica
"เธอเป็นักเรียนของเรา และหายตัวไปเมื่อปีที่แล้ว ก่อนที่เธอจะจบการศึกษาน่ะ" ศาสตราจารย์ Hanneman บอก
"ด้วยเื่ราวต่างๆในตอนนั้น ทำให้เราสรุปเอาว่าเธอหนีออกไปด้วยตัวเธอเอง.. ไม่คิดเลยว่าจะได้มาเจอเธออีก... ในสภาพนี้" เขากล่าวต่อไป
"Monica ขอที่จะกลับมาเรียนต่อ ในบ้านเดิมของเธอ ซึ่งก็คือบ้าน Black Eagles... ตอนนี้บ้านของคุณคงมีนักเรียนใหม่เพิ่มอีกคนแล้วล่ะ" Lady Rhea บอก
Byleth พนักหน้ารับคำ
...................................
ที่ทางเดินชั้นสองของโบถส์ เขาบังเอิญพบกับ Seteth ซึ่งขอให้ Byleth เข้ามาคุยในห้องทำงานของเขา
"เืของ Flayn นั้นมีความพิเศษ... และนั่นทำให้เธอมักตกเป็เป้าของพวกศัตรูเสมอ
ตอนนี้คนพวกนั้นยังลอยนวลและคงวนเวียนอยู่แถวๆนี้ ผมเกรงว่าที่นี่อาจไม่ปลอดภัยสำหรับเธออีกต่อไป...
และถ้าเป็เช่นนั้น ผมและ Flayn คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากออกไปจาก Garreg Mach"
Seteth กล่าว
ทันใดนั้นเอง Flayn ก็เข้ามาขัดจังหวะ
"ไม่เอานะคะ หนูได้ยินหมดแล้ว... หนูไม่อยากไปอยู่ที่เกาะห่างไกลผู้คนแบบนั้นอีกแล้ว
หนูอยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากไปจากทุกคน" Flayn พูด
"Flayn มาอยู่ที่นี่ั้แ่เมื่อไหร่"
Seteth หันไปหาเธอ
"แล้วอีกอย่าง ถ้าหนูไปอยู่ที่นั่น ก็ไม่มีอะไรรับประกันว่าคนพวกนั้นจะหาหนูไม่เจอนี่คะ...
แต่ที่นี่ มีอัศวิน ทหารเต็มไปหมด หนูจะปลอดภัยที่นี่ค่ะ"
Flayn กล่าวต่อไป
"ฉันเข้าใจประเด็นนี้ แต่..." Seteth พยายามขัด
"ที่สำคัญ ที่นี่มีอาจารย์อยู่ด้วยยังไงล่ะคะ เขาต้องปกป้องหนูได้...
ถ้าหนูเป็นักเรียนบ้านของเขา..." Flayn พูดพร้อมหันมายิ้มให้ Byleth
"ให้หนูเรียนที่นี่ และอยู่บ้าน Black Eagles นะคะ"
Flayn ร้องขอ Seteth ที่ตอนนี้ดูเหมือนยอมจำนน
ดังนั้น Seteth จึงหันมาพูดกับ Byleth
"ผมเกรงว่า Flayn จะพูดถูกในตอนนี้...
ที่ผ่านมาเพราะตำแหน่งหน้าที่ของผม ทำให้ต้องระแวงคุณเยอะ แต่จากทุกอย่างที่ผ่านมา
ทำให้ผมรู้แล้วว่า คุณนั้นไว้ใจได้...
จะเป็อะไรมั๊ย ถ้าผมจะขอฝากให้คุณช่วยคุ้มครอง Flayn ให้ด้วย...
ผมจะไว้ใจคุณได้ใช่รึเปล่า"
"ด้วยความยินดีครับ" Byleth ตอบ
ในขณะที่ Flayn นั้น ดีใจะโโลดเต้น
.............................
Byleth ออกมาจากห้องทำงานของ Seteth
เขามองไปยังโถงทางเดิน ที่สองข้างมีห้องทำงานของบรรดาอาจารย์เรียงรายอยู่่
ห้องทำงานของพ่อเขา ซึ่งเป็หัวหน้าทีมอัศวินของโบสถ์ก็อยู่ที่นี่ช่นกัน
เหมือนผ่านไปนานมากแล้ว ที่เขาและพ่อมาอยู่ที่นี่
แม้ว่าจะอยู่ใน Garreg Mach เหมือนกัน แต่ครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบกับพ่อ ก็คือตอนที่พวกเขามาที่นี่วันแรก
ช่างผิดกับตอนที่เป็ทหารรับจ้าง ที่เขากับพ่ออยู่ด้วยกันแทบจะตลอดเวลา... เช่นเดียวกับ่วัยเด็กของเขา
"รออะไรอยู่ล่ะ" เสียงของ Sothis ดังขึ้น
Byleth เดินไปตามทางเดินนั้น ผ่านห้องทำงานของ Manuela ซึ่งปิดอยู่ อีกฝั่งเป็ห้องทำงานของ Hanneman ที่ตอนนี้ง่วนอยู่กับชั้นหนังสือ
และถัดจากห้องของ Manuela นั้น ก็คือห้องของ Jeralt พ่อของเขาเอง
Jeralt กำลังนั่งเขียนบางอย่างอยู่ที่โต๊ะทำงาน เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อรับรู้ว่า Byleth เข้ามายืนอยู่ที่หน้าประตู
ดวงตาสีฟ้าของเขายังคงอบอุ่นเหมือนเช่นเคย
Jeralt ลุกขึ้น เดินมาคุยกับลูกชาย
"เป็ไงบ้าง... ได้ข่าวว่าอีกไม่นานต้องไปทุ่ง Gronder นี่
ยังไม่เคยไปมาก่อนใช่มั๊ย"
Jeralt กล่าว
"พ่อต้องไปที่นั่นด้วยรึเปล่า" Byleth ถาม
"ก็อยากไปอยู่หรอกนะ แต่มีภารกิจอื่นน่ะ โบสถ์มักจะใช้งานคนของพวกเขาคุ้มแบบนี้ตลอดล่ะ"
Jeralt บอก
"หลังจากที่พวกฝั่งตะวันตกก่อกบฎตอนนั้น ก็มีกลุ่มคนแปลกๆมาวนเวียนแถว Garreg Mach บ่อยเลย... และน่าจะรวมถึงที่อื่นๆด้วย ที่สำคัญ ไม่รู้ว่าบังเอิญหรือยังไง... มีอัศวินของเราที่ไปสืบเื่นี้ตาย..." Jeralt เล่า
"เพราะงั้น ถ้ามันเกิดกับพ่อขึ้นมาล่ะก็ เข้ามาค้นในห้องนี้ให้ครบทุกซอกทุกมุมเลยนะ พ่อมีอะไรบางอย่างเก็บไว้ให้ลูก" Jeralt กล่าว
Byleth เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะบอกว่า
"อย่าพูดแบบนั้นสิครับ...
แต่เอาเป็ว่าผมสัญญา"
Jeralt หัวเราะ พร้อมกับบอกว่า
"อย่าทำหน้าจริงจังขนาดนั้น พ่อก็แค่บอกเผื่อไว้น่ะ... แต่ก็นะ ลูกก็จริงจังตลอดเวลาเป็ปกติอยู่แล้ว"
....................
ยามเย็นผ่านมาอีกครั้ง วันนี้กำลังจะหมดไป
Byleth รู้สึกดีกว่าหลายๆวันที่ผ่านมา อาจจะเพราะได้พบพ่อ และอาจจะเพราะพวกลูกแมวที่ Sothis พามาเล่นกับเขา
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จก็เป็เวลาค่ำแล้ว Byleth ตั้งใจจะออกมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อย
ทันใดนั้นเองเขาก็เห็น Dorothea กำลังยืนเหม่อลอย ท่าทางดูหม่นหมองแบบที่ไม่ใช่ตัวเธอ
เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าไปทักทาย
“ทุกอย่างโอเคมั๊ย” เขาถามจากด้านหลังของเธอ
Dorothea รู้สึกตัวและหันมา เมื่อพบว่าเป็ Byleth เธอก็ยิ้มออกมา
“ฉัน... สบายดีค่ะ” เธอตอบ
“แน่ใจนะ” Byleth ถามย้ำ
“อันที่จริง... ฉัน...
เราไปคุยกันที่อื่นได้ไหม ที่ที่... เป็ส่วนตัวกว่านี้”
Dorothea กล่าวด้วยความลังเล
“ได้สิ” Byleth ตอบรับ
เธอเดินนำ Byleth มายังห้องเก็บของห้องหนึ่ง
“เราไปคุยกันในนั้นดีกว่า” เธอกล่าว พลางเดินเข้าไป
จากนั้นก็เริ่มพูด...
“ยังไงดีล่ะ คือฉันคิดว่า คุณไม่เหมือนคนอื่นๆ ...
เวลาที่คุณมองฉัน ฉันรู้สึกว่าถูกคนมองได้อย่างทะลุปรุโปร่ง... ไม่รู้สิ คือฉัน...”
Byleth ยังคงนิ่งเงียบฟังเธอ
เมื่อเห็นดังนั้น Dorothea ก็กล่าวต่อไป
“ฉันรู้ว่า คงเป็เพราะฉันเป็นักเรียนของคุณ และคุณก็คงจับตามองฉันเหมือนกับที่ทำกับนักเรียนคนอื่นๆ แต่ก็นั่นแหละ ฉันรู้สึกเหมือนถูกคุณมองทะลุอยู่ดี... และมันก็ทำให้คุณเป็คนเข้าถึงยาก...
คือฉันไม่ได้มาจากตระกูลใหญ่ เป็ลูกหลานขุนนางเหมือนคนอื่นๆ ไม่มีอะไรที่เรียกได้ว่าเป็ของตัวเองเลยซักอย่าง ความรู้ก็ไม่ได้มีมากขนาดนั้น ไหนจะเื่ความสามารถเื่การต่อสู้ที่ไม่ได้ดีเด่นอะไร...
ฉันเดาว่าเพราะแบบนี้ล่ะ ฉันเลยพยายามจะเด่นดัง และมีชื่อเสียงในด้านการร้องเพลง นี่เป็สิ่งเดียวที่ฉันพอจะมี...”
มาถึงตรงนี้ Byleth รู้สึกเห็นใจเธอ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่เข้าใจว่าเธอ้าอะไรจากการพูดคุยครั้งนี้
“ตอนนี้คุณรู้จุดอ่อนของฉันแล้ว คุณบอกจุดอ่อนของคุณให้ฉันฟังบ้างสิ” เธอกล่าว สีหน้า แววตาเปลี่ยนจากหม่นหมองเป็ซุกซน
“นะคะ... ฉันบอกเื่ของฉันไปแล้ว และถ้าคุณไม่บอกของคุณบ้าง ฉันจะรู้สึกเหมือนเสียเปรียบยังไงไม่รู้... เราต่างรู้จุดอ่อนของกันและกัน จะได้เข้าถึงกันง่ายขึ้นยังไงล่ะ” Dorothea ยังคงพูดต่อไปพลางยิ้มไป
Byleth ไม่รู้จะทำยังไง จึงได้แต่ตอบไปว่า
“ถ้ามันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นล่ะก็...
ฉัน...”
เขาพยายามนึกถึงจุดอ่อนของเขา มันคืออะไรกันล่ะ
อันที่จริงเขาเองก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็คนเลิศเลอขนาดที่ไม่มีจุดอ่อนอะไรเลย แต่พอถึงเวลาที่ต้องบอกมันออกมา กลับนึกไม่ออกเลยจริงๆ
ทันใดนั้นเอง Dorothea ก็หัวเราะและโถมตัวเข้ามาหาเขา พร้อมกับเอามือทั้งสองจิ้มไปที่เอวของเขา
“นั่นไง ฉันรู้แล้ว คุณจั๊กจี้ตรงนี้นี่เอง” เธอพูด พลางหัวเราะคิกคัก
“อ่ะ เอ่อ...” Byleth ไม่รู้จะพูดอะไร
เธอเงยหน้าและมองสบตาเขา หน้าของเธออยู่ห่างออกไปไม่ถึงฟุต
“รู้มั๊ย คุณเป็คนแบบที่ผู้หญิงชอบนะ...” เธอกล่าว
มาถึงตรงนี้ Byleth รู้สึกว่าหน้าร้อนวาบ
แต่เขาก็กลับมาใจจดใจจ่อกับสิ่งที่เธอพยายามจะสื่อ ความเป็ทหารรับจ้างทำให้เขาควบคุมสติให้จดจ่ออยู่กับสถานการณ์ตรงหน้าได้ไม่ยากเย็นนัก
“เอาล่ะ ตอนนี้เราต่างฝ่ายต่างรู้จุดอ่อนของกันและกันแล้ว” เธอกล่าว
“คุณห้ามเอาเื่ของฉันไปบอกใครล่ะ..."
เธอพูดและเข้ามาใกล้กว่าเดิม ตอนนี้หน้าของเธอห่างออกไปไม่กี่นิ้วเท่านั้น
Byleth ไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำตัวยังไง หรือพูดอะไร
“เพราะถ้าคุณเอาไปบอกคนอื่น...
ฉันก็จะ...”
Dorothea ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ในทุกประโยคที่เธอพูด
Byleth รู้สึกได้ว่าตอนนี้เธอยกมือทั้งสองขึ้นมาจับที่หน้าของเขา
“...จะบอกเื่ของคุณด้วย”
เธอพูดพร้อมกับจูบเขา
………….
สมองของ Byleth ตื้อไปหมด
Dorothea จูบเขาอยู่อย่างนั้น ในขณะที่มือของเธอเลื่อนลงมาวางบนหน้าอกของเขา
และในตอนนั้นเอง ที่เธอผละออกมาจากเขาเบาๆ สีหน้ามีแววของความผิดหวังอยู่เล็กๆ
“ทำไมคุณไม่... เอ่อ... ฉันไม่รู้สึกว่าใจคุณเต้นด้วยซ้ำ” เธอพูด
“ฉัน... คือฉันก็คิดอยู่แล้วว่าทำแบบนี้ มันอาจไม่ใช่วิธีที่ถูกในการเข้าหาคุณ แต่ถึงอย่างนั้นมันทำให้ฉันเสียความมั่นใจกับสเน่ห์ของฉันไปเยอะเลย” เธอกล่าวต่อ พร้อมกับก้มหน้า
“…
ฉัน...
ขอโทษ”
Byleth พูดขึ้นในที่สุด
“ฉันเป็แบบนี้มาตลอด” Byleth บอก
“คุณหมายถึง หัวใจคุณไม่เต้นเหรอ” Dorothea ถาม พร้อมกับสีหน้าประหลาดใจ
Byleth พยักหน้า
Dorothea หัวเราะ
“อะไรกัน นี่คุณจะเล่นตลกเหรอ... เอาเถอะ ฉันถือว่ามุกนี้ผ่านแล้วกัน”
"ฉัน ขอโทษนะคะที่ทำแบบนี้... คือฉัน..." เธอพูดติดๆขัดๆ
"ไม่ต้องคิดมากนะ" Byleth บอกเธอ
ตอนนี้ทั้งสองออกมาจากห้องเก็บของนั้นแล้ว และ Dorothea เพิ่งบอกลาเขาไป
........................
"โอ๊ยๆ ไม่เบาเลยนะแม่สาวคนนั้น" Sothis พูดขึ้นในหัวของ Byleth น้ำเสียงฟังดูสนุกสนาน ในขณะที่เขากำลังเดินกลับห้อง
"ว่าแต่ เธอชอบรึเปล่า... แบบนั้นน่ะ
ฉันว่าฉันรู้นะ"