ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ตอนที่ 94 ควันโขมง

    ถังฮวนตอนนี้รับมือศัตรูถึงหนึ่งต่อสาม อีกทั้งชายร่างผอมเข้ามาร่วมวงแล้วอีก กลายเป็นหนึ่งต่อสี่ เขาก็ยังรับมือไหวยิ่งการต่อสู้ดำเนินไปมากเท่าใด ชายสี่คนในชุดดำยิ่งตกใจมากขึ้นเรื่อย ๆตั้งแต่ต้นจนจบถังฮวนยังไม่ได้แสดงทักษะการต่อสู้ใด ๆ สิ่งที่เขาแสดงให้เห็นคือปืนในมือซึ่งใช้เพียงการยิงขั้นพื้นฐานที่สุด แต่ความเร็วในการยิงแต่ละนัดของเขานั้นรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ แถมแต่ละครั้งยังมีจิตวิญญาณแข็งแกร่งอย่างยิ่ง แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเขาจะดูเรียบง่ายและตรงไปตรงมา แต่ก็ยังสามารถแสดงพลังได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออาวุธของพวกเขาปะทะกัน พลังหอกของถังฮวนยิ่งน่ากลัวมากขึ้น จนอาวุธของคนทั้งสี่แทบจะหลุดมือหลายต่อหลายครั้ง อย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้ทั้งสี่คนประหลาดใจมากที่สุดคือพลังรุนแรงที่พวยพุ่งออกมาจากอาวุธที่จะคล้ายปืนก็ไม่คล้าย คล้ายหอกก็ไม่เชิงนั่น ภายในพื้นที่รัศมีสองเมตรรอบๆ ถังฮวน เหมือนถูกเปลวไฟร้อนแรงแผดเผา ยิ่งเข้าไปใกล้แม้เพียงเล็กน้อยยิ่งรู้สึกร้อนขึ้นมาก ไม่นานหลังการโจมตีอย่างหนักหน่วงชายชุดดำทั้งสี่เหงื่อไหลท่วมตัว เสื้อผ้าที่เปียกชุ่มขาดวิ่น ผิวหนังเป็นสีแดงมีรอยไหม้เกรียม "ไอ้หนุ่มนี้ไม่น่าใช่แค่ผู้ฝึกยุทธระดับหกแต่ยังเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงด้วย มิเช่นนั้นแล้วพลังอัคคีพิสุทธิ์คงจะไม่แข็งแกร่งขนาดนี้?" ชายร่างผอมยิ่งตกใจมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อเขามองสหาย ก็เห็นแววตกตะลึงที่เพิ่มมากขึ้นในสายตาของทุกคนภายในวงล้อมของผู้ฝึกยุทธระดับห้าทั้งสี่ ถังฮวนกลับแสดงฝีมือมากขึ้นเรื่อย ๆ  ยิ่งเขาต่อสู้มากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกถึงความมหัศจรรย์ของ ‘ปืนสายรุ้งอัคคีพิสุทธิ์’ ดูเหมือนว่าตนจะจมอยู่ในอารมณ์ที่ผิดปกติและลึกลับโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกนี้เพิ่มขึ้นทีละเล็กทีละน้อย พลานุภาพของปืนอัคคีสีแดงในมือก็ยิ่งน่าทึ่งมากขึ้นไปอีก ดูเหมือนว่าถังฮวนจะทะลุแตะขีดจำกัด รูปแบบที่สองของ ‘ปืนสายรุ้งอัคคีพิสุทธิ์’ ไปโดยไม่รู้ตัว รูปแบบของ ‘ปืนสายรุ้งอัคคีพิสุทธิ์’ มีทั้งสิ้นหกกระบวนท่า 
    กระบวนท่าแรก คือ "ฮางิวาระ"  กระบวนท่าที่สองเรียกว่า "หยันหยัน" เมื่อฮางิวาระรวมกับหยันหยัน ก็เหมือนควันสงครามกำลังจะเริ่มขึ้น กระบวนท่ามีรังสีฆ่าฟันรุนแรงมาก คล้ายเสียงของม้าเหล็กกำลังสั่นระรัว จนน่าพรั่นพรึง ทันใดนั้น ถังฮวนดูเหมือนจะจับอะไรบางอย่างได้ เขายิงออกไปทันที "ตูม!"ครู่เดียวนั้นเองคลื่นความร้อนมหาศาลและเสียงดังกึกก้องพุ่งเข้าใส่ชายชุดดำทั้งสี่จนเกิดควันโขมง เจตนาสังหารแรงกล้าโหมกระหน่ำอย่างรวดเร็ว พื้นที่รัศมีไม่กี่เมตรเหมือนจะเป็นสนามรบขนาดเล็ก ภาพของประกายดาบ เลือดที่ไหลนอง นี่มันฉากฆาตกรรมชัดๆ  ในขณะนี้ชายชุดดำทั้งสี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกพรั่นพรึง แววตาของทุกคนแสดงความรู้สึกนี้ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขานิ่งงันรู้สึกเหมือนตกอยู่ในหุบเหวน้ำแข็ง ปืนไฟที่ชี้มานั้นไม่แน่ชัดว่าเล็งไปที่ผู้ใด แต่พวกมันทั้งหมดกลับรู้สึกว่าตนเองกลายเป็นเป้าหมาย แต่ละคนเหมือนถูกปลายปืนจ่อสะกดไว้ ไม่อาจหลีกหนีได้
    ทั้งสี่คนล้วนตัวแข็งทื่อ ความหวาดวิตกและความสิ้นหวังแผ่ซ่านไปทั่วทว่าเมื่อตอนที่พวกเขาคิดว่าชีวิตจะดับลง ฉับพลันหอกอัคคีก็หยุดลงกลางอากาศ จิตสังหารที่น่าสะพรึงกลัวก็หายไปทันที 
    "น่าเสียดาย!"ถังฮวนตื่นขึ้นจากห้วงอารมณ์น่าพิศวงนั้น ในใจผิดหวังเล็กน้อย ทันทีหลังจากที่ใช้พลัง ‘ปืนสายรุ้งอัคคีพิสุทธิ์’ แทงออกไปจนเกิดเป็น "ควัน" ชนิดที่สองออกมา ถังฮวนรู้สึกได้ทันทีว่าความแข็งแกร่งของเขายังไม่เพียงพอ กระบวนท่านี้อาจต้องรอจนกว่ากงล้อวิญญาณวงที่สองจะควบแน่นเพิ่มมากขึ้น ซึ่งมีเฉพาะผู้ฝึกยุทธระดับห้าเท่านั้นจึงจะสามารถใช้กระบวนท่านี้ได้ อย่างไรก็ตามความผิดหวังของถังฮวนก็วูบหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความยินดี แม้ว่าไม่อาจใช้กระบวนท่านั้นได้ในตอนนี้ แต่เขาก็ตระหนักได้ถึงความลึกลับของ "ควัน" และเมื่อเขากลายเป็นผู้ฝึกยุทธระดับห้าในอนาคต เขาจะสามารถใช้ท่านี้ได้อย่างสมบูรณ์ "โอกาสของพวกแกหมดไปแล้ว!" ชายชุดดำทั้งสี่รู้สึกเหมือนเพิ่งตื่นจากฝัน ทันทีที่สมองรับรู้คำพูดนั้น หากแต่ก่อนที่พวกมันจะมีปฏิกิริยาอะไร หอกสีแดงเพลิงก็ขยับแหวกม่านอากาศอีกครั้ง ครานี้มันชี้ตรงไปที่ชายชุดดำร่างผอม 
    เงาปืนแยกออกเป็นวงกว้าง มีประกายไฟเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นเชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียวอย่างรวดเร็วก่อนจะ กลับคืนสู่สภาพเดิม   "พรึ๊บ! พรึ๊บ...” ชายร่างผอมรับรู้ถึงเปลวไฟขนาดใหญ่ที่ลุกท่วม เขากลัวสุดขีดและรีบขยับเท้าถอยออกไปอย่างรวดเร็ว กริชสั้นสองเล่มในมือถูกร่ายกระบวนท่าอย่างดุเดือด กลายเป็นอัญมณีสีดำที่ขยายใหญ่ขึ้นคล้ายก้อนหิมะ ทันใดนั้นก็ฟาดไปที่เปลวไฟ ติ๊ง! ติ๊ง!หลังเสียงดังกระแทกดังสนั่นขึ้นสองครั้ง เปลวไฟสีแดงและแสงสีดำสองดวงก็ระเบิดแล้วสลายไปพร้อมกัน กริชเล่มบางในมือของชายร่างผอมถูกปืนเพลิงควบคุมจนยากจะขยับ และที่คอของเขานั้น เมื่อหอกสีแดงพุ่งเข้ามา ผ้าสีดำที่ปกปิดเส้นผมและใบหน้า แม้แต่เสื้อคลุมบริเวณหน้าอกของเขาก็ถูกความความร้อนของปืนเแผดเผาจนเกรียม ส่งกลิ่นฉุนแผ่กระจายไปทั่ว เมื่อถังฮวนสะบัดมือขวา หอกปลายปืนก็ถูกรั้งกลับ ทันใดนั้นเสียง ‘แกร๊ง’ ก็ดังขึ้นสองครั้ง กริชสองเล่มร่วงลงบนพื้น ชายร่างผอมไม่มีโอกาสส่งเสียงร้องสักแอะ เขาล้มลงกับพื้นพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง ขณะที่ชายชุดดำทั้งสามคนรีบเตรียมอาวุธเพื่อช่วยเหลือพวกพ้อง ชายร่างผอมนั้นก็ถูกยิงทะลุลำคอไปแล้วเหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างกะทันหันนี้ ทำให้พวกเขาหวาดกลัวจนหัวหด เมื่อถังฮวนกวาดตามอง คนทั้งสามคนถึงกลับสะดุ้งสุดตัว "วิ่ง!"  ไม่ทันไรทั้งสามก็หมดสิ้นความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับถังฮวน สิ้นเสียงตะโกนทั้งหมดหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง "ไอ้โง่เอ๊ย!" ถังฮวนหัวเราะเยาะ หอกในมือมีแสงสีแดงเพลิงพุ่งตรงไปที่ชายชุดดำคนที่ช้าที่สุด หากทั้งสามคนร่วมกันต้านอย่างสุดกำลังแล้วรอให้คนอื่น ๆ มาช่วย พวกเขาก็อาจจะไม่ตาย แต่การหนีเช่นนี้ก็เหมือนกับลูกแกะที่รอให้เชือดทิ้ง หลังแสงสีแดงสว่างวาบครั้งหนึ่ง ร่างของชายชุดดำผู้นั้นกระแทกล้มลงกับพื้นอย่างจัง จากนั้นถังฮวนกระโจนและไล่ตามชายในชุดดำอีกคนไป ดวงตาของชายผู้นั้นแดงก่ำ เขาตวัดดาบมาด้านหลัง แม้ว่ามันจะเคลื่อนไหวอย่างว่องไวเพียงใดแต่ก็ไร้กระบวนท่าอย่างสิ้นเชิง อาวุธของถังฮวน แทงทะลุหน้าอกของเขาโดยที่ไม่ได้สัมผัสกับดาบตวัดออกมาแต่อย่างใด "ช่วยด้วย โปรดไว้ชีวิต ... " ชายชุดดำคนสุดท้ายตกใจอย่างสุดขีดเขาร้องขอชีวิต แต่น่าเสียดายที่ยังพูดไม่ทันจบ ร่างของเขาพลันแน่นิ่ง บนหน้าอกเพิ่มรูทะลุเหวอะหวะจากอานุภาพของปืนเพลิง ความโกลาหลเบื้องหน้านี้ทำให้ทุกคนตื่นตะลึงอีกครั้งตอนแรกชายชุดดำทั้งหมดไล่สังหารผู้ฝึกยุทธระดับสี่เหล่านั้นเพื่อลดจำนวนคนลง ในขณะที่ตู๋ฉีและหยินเฟยต้องรับมือกับฝ่ายตรงข้ามที่จำนวนมากขึ้น ด้วยความแข็งแกร่งระดับพวกเขาจึงเป็นเรื่องปกติที่จะต้องต่อสู่กับผู้ฝึกยุทธระดับห้า แต่การที่ต้องรับมือกันแค่สองคน โดยเฉพาะหัวหน้าขบวนอย่างตู๋ฉีที่ต้องคอยสังเกตโดยรอบเป็นครั้งคราว ในช่วงเวลาสั้น ๆ บาดแผลทั้งสองเพิ่มขึ้นไม่น้อย อย่างไรก็ตามขณะที่ทั้งสองตกอยู่ในอันตราย ก็ต้องประหลาดใจเมื่อพบว่าอีกฝ่ายหยุดโจมตีแล้ว  เมื่อพวกเขามีเวลาพอจะหายใจอย่างเหนื่อยหอบ จึงมองไปรอบ ๆ แล้วได้ทันเห็นถังฮวนยิงชายชุดดำคนสุดท้ายพอดี อีกทั้งบริเวณใกล้เคียงก็มีร่างของชายชุดดำสามคนนอนอยู่บนพื้นเรียบร้อยไปแล้ว 
    เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ชายหนุ่มผู้นี้ถึงกับสังหารผู้ฝึกยุทธระดับห้าได้ถึงสี่คน? ถ้านับสองคนแรกเพิ่มเข้าไปด้วยก็เป็นหกคนแล้ว! เมื่อจำนวนนี้ผุดขึ้นในหัว ดวงตาของตู๋ฉีและหยินเฟยก็จ้องมาจนแทบจะหลุดจากเบ้า ไม่เพียงแต่เฉพาะพวกเขา แต่ชายชุดดำอีกหกคนที่เหลือก็ตกตะลึงเช่นกัน ก่อนหน้านั้นพวกเขาเห็นทั้งสองฝ่าย ยังสู้กันอย่างเข้มข้น ชายผู้นี้เป็นใครกัน เพียงแค่เริ่มลงมือสถานการณ์ก็พลิกผันไปอย่างสุดขั้วเสียแล้ว


    -โปรดติดตามบทต่อไป-

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ ที่คุณอ่าน