[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    63 ช่วยเหลือ

    “เร็ว~! ใครไม่เกี่ยวข้องหลบไปให้หมด มอนสเตอร์มันกำลังคลั่งแล้ว~!”


    ครูฝึกร้องตะโกนลั่นสั่งให้นักเรียนวิ่งเข้าไปหลบในหลุมหลบภัยที่พวกเขาขุดขึ้น หลังจากที่แอชเชอร์สร้างความตะลึงให้กับเหล่าครูฝึกมอนสเตอร์ก็เริ่มเปิดใช้โหมดคลั่งพุ่งชนทุกๆอย่าง โดยครูฝึกไม่รู้ว่ามันคลั่งเพราะอะไร ภายในใจของทุกคนคิดเพียงแค่ว่ามันอาจจะคลั่งเพราะคอนโทรเลอร์ที่ควบคุมตายไปแล้วก็ได้


    แอชเชอร์ที่กำลังตวัดฟาดฟันอาวุธในมือเขาเริ่มรู้สึกสนุกอีกครั้งหนึ่ง การฆ่าครั้งนี้ยังคงเป็นการฆ่าฝ่ายเดียว หากให้เทียบกับใจกลางเมืองร้างที่เขากลับมา เขาต้องบอกว่าที่นี่อ่อนแอกว่ามาก มอนสเตอร์ก็เบาบางมาก สาเหตุที่เขาคิดแบบนี้ก็เพราะพวกมันยังไม่มีตัวไหนสร้างรอยขีดข่วนบนชุดเกราะให้เขาได้เลยสักตัวเดียว แม้ชุดเกราะของเขาจะเป็นเพียงมาร์คเซเว่นเท่านั้น


     มอนสเตอร์ 6 ดาวที่มีพลังเท่ากันกับชุดเกราะยังยากที่จะสร้างความเสียหาย นั่นเป็นเพราะว่าค่าสถานะความเร็วช่วยเขาเอาไว้มาก ทำให้การใช้งานชุดเกราะของแอชเชอร์รวดเร็วกว่าเหล่าครูฝึก ด้วยความเร็วที่มากกว่าคนอื่นๆแอชเชอร์จึงดึงความสามารถของการใช้มีดและดาบออกมาได้สูง จนมอนสเตอร์รอบตัวร่างขาดกระจายลอยขึ้นไปบนฟ้าตัวแล้วตัวเล่า โดยหลักๆที่เขาเน้นจะเป็นมอนสเตอร์ 6 ดาว เหล่าครูฝึกที่เห็นมอนสเตอร์กำลังลดจำนวนลงมากจึงเกิดความโล่งใจ 


    “ได้แล้ว เจาะทะลวงได้แล้ว!” เสียงร้องเต็มไปด้วยความดีใจส่งมาจากทหารที่ควบคุมเครื่องขุดเจาะ หลังจากบาเรียสลายหายไป  ทางฝั่งหน่วยพิเศษที่ได้ยินเสียงร้องตะโกนบอกถึงบาเรียพวกเขาต่างเปิดใช้งานชุดเกราะพุ่งเข้าไปในเขตทดสอบด้วยความเร็วเท่าที่ทำได้ การช้าไปเพียงแค่ 1 วินาทีอาจจะทำให้พวกเขาเสียนักเรียนไปนับร้อย


    “ดูนั่น ทหารมาแล้ว~!”


    เหล่านักเรียนที่โผล่หัวออกมาจากหลุมหลบภัยพูดด้วยน้ำเสียงดีใจหลังจากพวกเขาเห็นชุดเกราะของทางกองทัพกำลังตกลงมาจากท้องฟ้าด้วยแรงกระโดดที่ใช้ในการเดินทาง ภายใต้ชุดเกราะนับร้อยที่ตกกระแทกพื้นนี้เองนั้น เหล่าทหารที่มาถึงค่ายที่ 7 ต่างกระจายกันออกไปรอบค่ายทำลายทุกๆอย่างที่เป็นมอนสเตอร์ จากเดิมค่ายฝึกถูกบุกอย่างหนักแต่เมื่อทหารปรากฎตัวออกมานั้น เหล่ามอนสเตอร์ล้วนถูกไล่ต้อนออกไปจากค่ายจนเหล่าครูฝึกได้พักหายใจ


    “นักเรียนตายไปมากแค่ไหน” หัวหน้าหน่วยกวาดล้างเข้ามาถามกับครูฝึกถึงจำนวนนักเรียนที่ตกตาย


    “ยังไม่รู้ ไม่มีเวลาแม้จะนับจำนวน มอนสเตอร์เยอะมาก ดีที่คอนโทรลเลอร์หนีไปก่อน”


    “หนี หนีไปไหน?” ใบหน้าของหัวหน้าหน่วยกวาดล้างแสดงความสงสัย เขาไม่เคยได้ยินว่าคอนโทรลเลอร์จะถอยหนี ครั้งนี้ครูฝึกกลับบอกเรื่องที่น่าสนใจ เขาจึงรอฟังคำตอบพร้อมกับออกคำสั่งกับทหารในหน่วยผ่านทางระบบชุดเกราะ


    “ไม่รู้ว่าอะไรดึงดูดมันไป แต่ในช่วงที่มันกำลังจะถล่มค่ายกลับหนีไป แล้วก็บังเอิญว่าการหนีของพวกมันเกินหลังจากบาเรียหายไปไม่กี่นาทีเท่านั้น”


    “แสดงว่ามีปัญหากับยานรบของมัน เอาล่ะ คุณพักได้แล้ว ต่อจากนี้พวกเราจะจัดการกันต่อเอง ทหารของกองทัพที่ 1 และกองทัพที่อยู่ใกล้น่าจะเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ทั้งหมดแล้ว”


    ครูฝึกถอนหายใจอย่างโล่งอกมองไปยังทหารรอบค่ายที่ทั้งป้องกันและกำลังไล่ล่ามอนสเตอร์ แอชเชอร์ที่รู้ว่าเขาจำเป็นต้องหยุดไล่ล่าจึงเดินกลับมายังตำแหน่งที่เขาถอดชุดเกราะมาร์คทูพลางคืนชุดเกราะมาร์คเซเว่นให้กับอาจารย์ที่ตายไป 


    ตอนนี้เขาไม่จำเป็นต้องทำอะไรแล้ว มีเพียงแค่นั่งรอการตัดสินใจของเหล่าผู้บัญชาการและรอให้ทางกองทัพที่ 1 อธิบายเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ว่าพวกเขาจะเอาอย่างไรกับสถานการณ์ในตอนนี้ดี  การทดสอบที่ถูกระงับเอาไว้จะยังคงดำเนินต่อไปหรือไม่เพราะมันพึ่งเริ่มได้เพียงเดือนครึ่งเท่านั้น 


    —----------------------------


    “ผู้บัญชาการทองทัพที่ 1 เรื่องนี้คุณเห็นอย่างไร เราต้องการคำอธิบาย”


    ภายในห้องประชุมที่จัดขึ้นกระทันหันหลังจากที่ระบบภายในเขตทดสอบกลับมาใช้งานได้ปกติ เหล่าผู้บัญชาการต่างนั่งมองการเคลียร์พื้นที่เพื่อจัดการมอนสเตอร์และช่วยเหลือนักเรียนที่ตกอยู่ในอันตราย การบุกของคอนโทรลเลอร์เหนือการคาดหมาย พวกเขาจึงอยากให้ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ออกมารับผิดชอบ กับการดูแลการทดสอบที่บกพร่อง ไม่ได้เตรียมการให้ดีกว่านี้ หากกองทัพเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมมากกว่านี้ คงมีคนตายน้อยกว่านี้ก็เป็นได้


    ในระหว่างที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 นั่งเหงื่อไหลเพราะเรื่องนี้เรื่องใหญ่ถึงขั้นสั่นสะเทือนตำแหน่งที่เขานั่ง เขาจึงพยายามคิดหาทางออกไม่ยอมให้ตัวเองหลุดจากการเป็นผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ภายใต้ความเงียบที่เกิดขึ้น ตัวเลขจำนวนของคนที่ตายภายในเขตการทดสอบก็หยุดหนิ่งลงไป หลังจากที่ทหารเข้าไประงับเหตุทั้งหมด


    [จำนวนนักเรียนที่เสียชีวิต 523 จากทั้งหมด 12,500 คน]


    [จำนวนครูฝึกที่เสียชีวิต 39 คน จากทั้งหมด 100 คน]


    “ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง หากทุกคนอยากให้ผมรับผิดชอบด้วยการลาออก ต้องบอกว่าเสียใจด้วย ผมคงทำให้ไม่ได้”


    ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 พูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังหลังจากที่เขาตัดสินใจทุกๆอย่าง หนทางนี้แม้มันจะลำบากแต่เขาจะไม่ยอมถูกบีบบังคับออกจากเก้าอี้ด้วยเหตุการณ์นี้อย่างแน่นอน ถึงหลายคนจะไม่เห็นด้วยก็ตามกับการกระทำของเขา


    “ผมจะเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้งหมด แต่จะไม่ขอลาออกเพราะหากผมลาออกจะไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธ์ให้กับตัวเองได้ ”


    จากที่เงียบทุกคนต่างก็ให้ความสนใจในประโยคที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 เอ่ยออกมา พวกเขาอยากรู้ว่าผู้บัญชาการที่ 1 ต้องการจะพิสูจน์อะไรเพราะทุกๆอย่างพวกเขาเห็นเหมือนกันหมด ว่าผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 บกพร่องในหน้าที่ทำให้เข้าช่วยเหลือนักเรียนได้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น


    ทันทีที่ทุกคนกำลังสงสัยนี้เองผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ก็ได้นำข้อมูลที่เขาพึ่งสรุปให้กับทุกๆคนดู เพื่อให้ทุกๆคนรู้ว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เหตุการทางธรรมชาติ แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่มีคนจงใจสร้างมันขึ้นมา


    “สิ่งนี้เป็นหลักฐานที่เราพบในการทดสอบ มานาบูส การลอบสังหารผู้ที่มีความสามารถในการซิงโครไนซ์ระดับ S และการระเบิดในจุดที่ยานแม่ของคอนโทรลเลอร์จอด ข้อมูลเหล่านี้ล้วนมีจุดที่น่าสงสัยหลายอย่าง  ผมจึงจะพิสูจน์มันว่ามีคนต้องการใส่ร้ายผมด้วยการนำเอาชีวิตของเด็กๆมาเป็นเครื่องมือ”


    เรื่องที่ผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 กำลังพูดถึงคือการปรากฎตัวของผู้ใช้มานาบูส ด้วยภาพมานาบูสที่ถูกถ่ายมาจากค่าย 7 ทำให้เขาคิดว่ามันจะต้องมีคนบงการในเรื่องนี้   เขาต้องสอบเรื่องนี้ให้กระจ่างก่อนที่จะลาออกไป เนื่องจากว่ามันจะเป็นตราบาปของเขาถ้าเรื่องนี้ไม่กระจ่าง 


    โดยผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 ได้แสดงข้อมูลของนักเรียนทั้ง 5 ที่ใช้มานาบูส จากนั้นก็ทำการเชื่อมโยงไปยังคอนโทรลเลอร์ที่ปรากฎตัว เผื่อมันจะมีเรื่องเกี่ยวข้องกัน ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเรื่องแปลกอีกอย่าง  เรื่องที่ว่าคือคอนโทรลเลอร์ตายได้อย่างไร ยานแม่ของมันทำไมถึงถูกทำลาย เรื่องนี้ครูฝึกไม่มีใครรู้เพราะพวกเขาอยู่ที่ค่ายทั้ง 10 ซึ่งผู้บัญชาการทุกคนต่างก็สงสัยในเรื่องที่กำลังพูด เนื่องจากว่ามันเหมือนการจัดฉาก  พวกเขาจึงให้เวลาผู้บัญชาการกองทัพที่ 1 สืบเรื่องนี้ให้กระจ่าง จากนั้นเขาจะรับผิดชอบอย่างไรบ้างก็ขึ้นอยู่ที่ตัวของเขา


    —------------------------


    “สถานะ”


    [ชื่อ : แอชเชอร์ แอสลาส]

    [อายุ : 15 ปี]

    [ระดับซิงโครไนซ์ : SS ]

    [พลังโจมตี 0  [11]]

    [พลังป้องกัน 18  [11]]

    [ความเร็ว 92 [11]]

    [พลังต่อสู้  715]

    [ฟอสเอนเนอร์จี้ 62,150 ]

    [แต้มสถานะคงเหลือ 0]

    [ สถานะร่างกาย 100 % ]


    สกิล >>

    [วิ่งเร็ว{Max}][ระเบิดความเร็ว{Max}][วิ่งหลบหลีก{Max}][ปีนป่าย{Max}][ว่ายน้ำ{Max}][ปอดเหล็ก{max}][กระโดดสูง{Max}][พลิกตัวกลางอากาศ{Max}][เล็งจุดตาย{Max}]


    [ลำแสงอาวุธ{Max}][ยิงต่อเนื่อง{Max}]][โจมตีต่อเนื่อง{Max}][ดับเบิ้ลสแลช{Max}][ทริปเปิ้ลสแลช{Max}][ปรมาจารย์มีด{Max}][ปรมาจารย์ดาบ{Max}][ตัดเงา{Max}]


    [เชี่ยวชาญหมัดขั้นสูง{96%}]

    [เชี่ยวชาญธนูขั้นสูง 46 %]


    สิ่งเดียวที่แอชเชอร์ทำได้ในตอนนี้คือมองสถานะ หลังจากที่เขาฆ่ามอนสเตอร์ไปมากมายหลายคนต่างหันมองเขาไม่ต่างจากหันมองสัตว์ประหลาด ด้วยความสามารถที่แสดงออกมาเหนือกว่าครูฝึกไปมาก แม้แต่คนที่มาจากค่ายฝึกพิเศษด้วยกันต่างก็ไม่มีใครเชื่อสิ่งที่เห็น ความสามารถของแอชเชอร์ในวันนี้เกินกว่าที่พวกเขาเคยพบเจอ


    การต่อสู้ในวันนี้ทำให้แอชเชอร์มีความพอใจมากถึงสถานะทั้ง 3 ด้านของเขาจะไม่เพิ่ม สกิลหมัดเชี่ยวชาญของเขาก็เพิ่มมาเป็น 96 % เหลืออีกเพียง 4 % ก็จะกลายเป็นสกิลปรมาจารย์หมัด 


    นอกจากเขาจะเชี่ยวชาญการต่อสู้ด้วยมือเปล่าแล้ว มันยังทำให้เขาโจมตีด้วยหมัดได้รุนแรงกว่าเดิม  อีกอย่างที่ทำให้เขาดีใจไม่ใช่เพียงแค่ความก้าวหน้าของสกิลเท่านั้น ฟอสเอนเนอร์จี้ที่เขาเก็บมาใหม่อีกครั้งก็มีถึง  62,150 หน่วย หลังจากที่มันเหลือไม่กี่พันจากการถูกยานแม่ของคอนโทรลเลอร์โจมตีจนต้องนำออกมารักษาตัวเกือบหมด 


    ซึ่งการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในวันนี้แอชเชอร์ต้องบอกว่าเขาเห็นอะไรจำนวนมาก เห็นการใช้พลังของคอนโทรลเลอร์ เห็นความบกพร่องของตัวเอง แม้เขาจะมีสถานะความเร็ว เขาก็เห็นความบกพร่องที่ชัดเจนจากมัน  โดยสิ่งที่เขาเห็นนั้นสามารถสรุปออกมาได้ 3 อย่างด้วยกัน 


    1.ความเร็วไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาได้เปรียบศัตรู ถึงเขาจะมีความรวดเร็วที่มากจากสถานะความเร็ว มีการตอบสนองที่ดีเยี่ยม หากอีกฝ่ายมีการป้องกันที่ดีเขาก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากพุ่งไปรอบๆตัวของมัน ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องมีพลังโจมตีด้วยในระดับหนึ่งเพื่อสร้างความเสียหายให้กับศัตรู แม้เขาจะมือเปล่าหากหมัดของเขาหนักมันก็เป็นดั่งอาวุธได้


    2.เขาจำเป็นต้องเรียนสกิลให้หลากหลายกว่านี้ ดาบและมีดบางสถานการณ์ก็ไม่ตอบโจทย์  เขาจำเป็นต้องมีสกิลสังหารหมู่ สกิลลอบสังหาร ยิ่งมีสกิลที่ทำให้เขาเข้าด้านหลังศัตรูและโจมตีได้ต่อเนื่องมากกว่านี้ จะทำให้เขาได้เปรียบ ไม่เพียงเท่านั้นเขาต้องมีสกิลไว้ใช้เคาเตอร์หรือใช้สวนกลับอีกด้วย เพื่อให้การโจมตีของเขาไม่ขาดช่วง


    3.เขาจำเป็นต้องมีสกิลยิงไกลที่หลากหลาย ตอนนี้น่าจะถึงเวลาแล้วที่เขาจะใช้งานสกิลยิงไกล เนื่องจากกองทัพสร้างสกิลลำแสงธนูขึ้นมาได้แล้ว แอชเชอร์จึงคิดว่าเขาจำเป็นที่จะต้องนำมันออกมาใช้งาน อีกอย่างการทดสอบน่าจะจบแล้ว เขาจะกลายเป็นทหารแล้ว ข้อจำกัดของลูกธนูที่มีไว้ให้แค่ทหารใช้ คงจะถูกปลดออก


    “ระบบ มีของที่ใช้รีเซ็ตแต้มสถานะไหม”



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 2 สยบสวรรค์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.13M 1288
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    กำเนิดเทพเจ้าเหนือยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.18M 1115