ทันใดนั้นเองมีวัตถุแหลมเรียวดำทะมึนคู่หนึ่งโผล่พ้นปุยเมฆหนาเตอะขึ้นมาปรากฎเป็ร่างเ้า ‘ดุ๊กดุ๋ย’ ควายนาคู่กายพร้อมกระพือปีกดำคู่ใหญ่บินมารับเราทั้งสาม
“เ้าดุ๋ยแกมีปีก!! ” ดีใจพร้ะลึงควบคู่กัน “เท่โพ้ดโพอย่างกับเปกาซัส ทำไมไม่บอกกันบ้างห๊ะ แถมยังตัวหดเหมือนฉันอีก? ”
“ก็เธอไม่เคยถามเราเลยมอ...อย่างที่เห็นใช่แล้วเราบินได้..มอออ..” ดุ๊กดุ๋ยตอบเสียงดูเป็ผู้หญิงวัยรุ่น
“เฮ้นี่นะ!! ” กระรอกเพี้ยนร้องขึ้น “ฉันหลงรักเธอเข้าให้แล้วสิดุ๊กดิ๊ก นี้โต นายไม่บอกเลยนะว่ารู้จักสาวสวยคนนี้แนะนำให้ฉันรู้จักหน่อยสิ”
“เออๆ ดุ๋ยนี่ด่อนๆ นี่ดุ๊กดุ๋ย”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับดุ๊กดุ๋ย”
“เช่นกันจ้าด่อน.. มอ.. ”
“เออนี่ดุ๋ยดูดีๆ บินออกห่างต้นสักหน่อยเราพึ่งหนีงูมา”
“อ่อได้เลยพวกนิสัยไม่ดีต้องอยู่ให้ห่างไว้เนอะ.. มอ.. ”
~~~~~~~~~~
โชคยังเข้าข้างเราอยู่ดุ๊กดุ๋ยพาบินออกห่างลำต้นผ่านไอ้เ้างูหัวขนไปไกลจนมันไม่รู้ตัวเลยว่าเราจ้องมองอยู่ข้างบน สมหน้าไอ้จะรวยเอ๊ย ฮ่าๆ ทั้ง ทั้งด่อนทั้งเราเองหัวเราะกันคิ๊กคักชอบใจใหญ่ เราบินสูงขึ้นไปเรื่อยๆ ท้องฟ้ารอบๆ มองเห็นหมู่ดาวมากมายเด่นชัด ราวกับว่าเราสามารถเอื้อมมือไคว้คว้าดวงดาวเ่าั้เมื่อไรก็ได้ บนนี้ใช่ชั้นอวกาศหรือเปล่าทำไมยังหายใจได้อยู่ ช่างเถอะเื่แปลกพวกหากให้เทียบกับความวิเศษสวยงามที่ได้เจอ ทั้งแปลกทั้งสวยนี่มันที่สุดของที่สุดแห่งความมหัศจรรย์!!
“นั้นใช่รังของเ้าตัวเล็กมั้ยหน่ะ? ” ด่อนตบไหล่ผมเบาๆ
กระรอกเพี้ยนชี้นิ้วไปที่อะไรบางอย่างดูคล้ายกับเกาะที่ถูกสร้างโดยใช้เศษไม้เศษหญ้าแห้งมาทำ เกาะหญ้าแห้งนั้นต้องใช่ที่อยู่ของแม่นกแน่มั่นใจสุดๆ เพราะไม่มีอะไรดูเป็รังนกไปมากกว่านี้แล้ว
“ใช่แน่ๆ เ้าตัวเล็กจะได้กลับไปหาแม่แล้ว” ผมสะกิดดุ๊กดุ๋ยต่อ
"ตรงนั้นเนอะงั้นเราไปแวะส่งลูกนกตัวนี้กัน เธอเรียกเขาว่าอะไรนะ..มอ..? "
"เ้าตัวเล็ก" ผมตอบ
"กลับบ้านกันนะเ้าตัวเล็กเดี๋ยวพวกพี่สาวไปส่งเอง.. มอ.."
ดุ๊กดุ๋ยพาเราทุกคนลงจอดบนพื้นเกาะฟางแห้งนั้นเล่นเอาซะพื้นยุบยวบแทบเหมือนควายจมปลัก แต่พอได้ก้าวเท้าตัวเองลงเหยียบกลับกลายเป็ว่ารู้สึกคล้ายเดินบนสนามหญ้าทั่วๆ ไป จากที่เห็นไอ้กระรอกเพื้ยนะโเด้งดึ้งดั้งซึ่งทำให้นึกถึงตอนแอบขึ้นขย่มกองฟางตากับยายเลย
"มิน่าหล่ะพวกนกถึงชอบใช้หญ้ากับฟางมาทำรัง ดูดิโตนุ่มนิ่มสุดๆ "
"ต้องยอมรับนะว่าเคยนอนในกองฟาง แต่นี่ดีกว่าเยอะเลยไม่รู้สึกคันสักกะนิด"
"ก็ดีนะคะ แต่ยังไงก็สู้บ่อโคลนเราไม่ได้หรอก.. มอ.. "
พื้นที่ดุ๊กดุ๋ยยืนค่อยๆ ฟูขึ้นยกตัวเธอขึ้นกลับตามเดิม ผมกับเ้าด่อน'มองหน้ากัน ตอนนี้เราทั้งต่างคนต่างรู้ความคิดซึ่งกันและกันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
"ฮ่าๆๆ "
" อะไร!? อะไรเหรอ? พวกเธอหัวเราะอะไรกัน? .. มอ.. " ดุ๊กดุ๋ยเธอทำหน้างง
" เอาล่ะๆ เ้าตัวเล็กคงจะอยากนอนเตียงจะแย่ละ เข้าไปในบ้านกัน"
~~~~~~~~~~
สองสะหายบอกขอรออยู่ข้างนอก ที่นี่ดูเหมือนจะไม่มีใครอยู่พวกเขาจะรู้มั้ยว่าลูกตัวเองเกิดอุบัติเหตุผมเดินเข้ากระโจมหลังตรงหน้าที่ไร้ซึ่งประตู ไม่แปลกใจเลยทำไมเด็กน้อยถึงได้ตกลงไปโดนตัวเราข้างล่าง กระโจมทำจากเศษพืชแห้งหลังไม่ใหญ่มากขนาดเท่าพอให้คนนอนได้ 2 คน มิน่าครูถึงว่า'นกน้อยทำรังแต่พอตัว' ซึ่งกลางห้องมีเตียงรูปร่างเหมือนถ้วยก๋วยเตี๋ยวชามใหญ่ มองปราดเดียวก็รู้นั้นต้องเป็เตียงเ้าตัวเล็กนี้แน่ๆ ผมค่อยๆ ปลดตะกร้าสะพายหลังออก อุ้มลูกนกตัวน้อยออกมานอนที่เตียงเขาดูผ่อนคลายสุดๆ
"เก่งมากเลยตัวเล็ก ไม่ค่อยร้องเลยนะเราหนิ ถึงบ้านแล้วนะพี่เชื่อว่าอีกไม่นานพ่อกับแม่หนูต้องกลับมาหาแน่"
"แม่จ้า.. แม่จ้า.." เขาส่งเสียงตอบกลับ ดูเหมือนเ้าตัวเล็กจะพูดได้แค่คำเดียวแฮะ
"โอ๋เ้าหนูน้อย เอาไว้ว่างๆ พี่คนหล่อจะแวะมาเล่นด้วยน๊า.. "
"หนูที่ไหนคะ เขาเป็ลูกนกเอี้ยง แล้วเธอก็ไม่ได้หล่อขนาดนั้น.. มอ.. " เ้าทุยสาวแขวะกระรอกเพี้ยน
"พี่ไปก่อนนะบ๊ายบาย" ผมกล่าวพร้อมโบกมือลา
"พวกพี่ไปก่อนนะจ๊ะ รีบโตเร็วๆ นะพี่จะได้มีเพื่อนแก้เหงา.. มอ.."
เราทั้งสามได้ส่งลูกนกถึงบ้านแล้ว ผมะโขึ้นขี่หลังดุ๊กดุ๋ยโดยมีไอ้เ้าด่อนซ้อนท้ายบินออกจากเกาะฟางแห้งแห่งนี้ไป
"เฮ้นี่พวกดูนั้นสิ" เ้าด่อนสะกิดให้หันหลังกลับไปดู "พ่อกับแม่เ้าตัวเล็กกลับมาบ้านพอดี"
มองไกลๆ พวกเขาดูเหมือนคนมีปีกหัวนั้นก็ดูไม่ใช่หัวนกมันดูเรียวเป็ไข่ที่มีตาแปะไว้มากกว่า ผมได้ยินเสียงแว๊วๆ แม้จะอยู่ไกล พวกเขาบอกพูดว่าลูกจ๋าพ่อแม่กลับมาแล้ว ช่างไม่รู้เื่เอาซะเลย แต่เอาเหอะพระเอกมันก็ต้องปิดทองหลังพระสิถึงจะหล่อ
~~~~~~~~~~
"แล้วนี่ จะกลับบ้านเลยมั้ยจ๊ะโต? .. มอ.."
"อ้าว..จะไม่ไปส่งฉันเลยเหรอหนิ? " กระรอกเพี้ยนเอ่ย
"เอาดิ ยังไม่อยากกลับบ้านเลย"
"งั้นบอกทางด้วยนะ.. มอ.."
"ได้เลยไปตามที่ฉันบอก มุ่งหน้าสูงทิศเหนือ"
ขณะที่เ้าด่อนกระรอกเพี้ยนกำลังจะโม้ต่อว่าที่บ้านเขามีอะไร ผมหันหลังกลับไปกำลังจะบอกให้เขาหยุดพูด กลับมองเห็นกิ่งของต้นไม้ใหญ่นั้น ค่อยๆ มีรูปร่างคล้ายเขาสัตว์อะไรสักอย่างแผ่ออก ทั้งลำต้นซึ่งดูเหมือนลำคอเคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต แสงอาทิตย์กระทบพื้นน้ำที่กว้างใหญ่ดุจดังทะเล เป็พื้นหลัง แสงส่องตาทำให้ภาพพร่ามัว นึกออกแล้วว่าคล้ายกับสัตว์อะไร
"กวางต้นไม้? "
~~~~~~~~~~
โปรดติดตามตอนต่อไป
~~~~~~~~~~