นิกายตกอยู่ในอันตราย
เมื่อร่างของเสวี่ยซินถูกแผดเผา ความโลภก็ไม่รอช้าลงมือกลืนกินจิตวิญญาณของเสวี่ยซินทันที จิตวิญญาณที่ไร้นายของเสวี่ยซินต้องการจะขัดขืนแต่ก็ไม่มีทางที่จะขัดขืนความโลภได้ ความโลภนั่งปีพุงอย่างสบายใจแต่ทันทีฟางเฉินก็นึกขึ้นได้ว่ายังมีศัตรูเหลืออยู่อีก“ไอ้มนุษย์บัดซบกล้าทำให้อาการบาดเจ็บของข้าย่ำแย่ยิ่งขึ้น” เสียงคำรามของจี๋หลินดังขึ้น ร่างจริงของจี๋หลินปรากฎออกมาและจ้องมองฟางเฉินด้วยจิตสังหารอันเต็มเปี่ยมฟางเฉินในตอนนี้ไม่เหลือพลังที่จะต่อสู้แล้วดังนั้นฟางเฉินได้แต่นั่งลงและหลับตา“เหอะ เจ้าน่าโง่เจ้ากล้าใช้ร่างจริงปรากฎแบบนี้เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าจะเกิดอะไรขึ้น” ความโลภกล่าวด้วยสีหน้าเย้ยหยันพริบตาที่ความโลภกล่าวเสร็จเหนือหัวของจี๋หลินก็ปรากฎมือสีทองขนาดใหญ่กดทับลงมานี่คืออำนาจของเจตจำนงที่จะปรากฎเมื่อมีผู้ที่ฝ่าฝืนกฎเกณฑ์ของเส้นทางวิญญาณ“แย่แล้วข้าคิดส่าการคงอยู่ของเจตจำนงอ่อนกำลังลงแล้วเสียอีก” จี๋หลินตื่นตระหนกและชกหมัดที่เต็มไปด้วยพลังของราชาเซียนเข้าปะทะกับฝ่ามือสีทอง“ชั่งเป็นสมุนไพรที่หน้าโง่อะไรขนาดนี้ เจ้าไม่รู้หรืออย่างไรว่าเจตจำนงของครึ่งเทพแม้จะเป็นเพียงเจตจำนงแต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ราชาเซียนจะต่อต้านได้ อย่าว่าแต่ราชาเซียนเลยแม้แต่มหาเซียนก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า” ความโลภกล่าวพร้อมกับส่ายหัว“เป็นไปไม่ได้ ทำไมกัน ทำไมเจ้าถึงปฏิเสธตัวตนของข้าทั้ง ๆที่ข้าเกิดและเติบโตที่นี่แล้วทำไมพวกเจ้าถึงไม่ยอมให้ข้ากลายเป็นราชาเซียน” จี๋หลินกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ยอมรับ“ถ้าเจ้ายอมทำข้อตกลงกับพวกข้าดี ๆข้าก็คงจะพอพาเจ้าออกไปได้แต่น่าเสียดายที่เจ้าเลือกทางผิดแล้ว” ความโลภกล่าว“บัดซบ ม่ายยย ข้าไม่ยอมรับ!!!!!!!!!!!!!!” ฝ่ามือสีทองขนาดใหญ่บดขยี้ร่างของจี๋หลินทันทีร่างของจี๋หลินสลายกลายเป็นโสมที่มีรูปร่างเหมือนหน้าคนตกลงมาที่พื้น ความโลภไม่รอช้าและรีบวิ่งไปเก็บร่างสมุนไพรของจี๋หลินทันที แต่เมื่อความโลภเอื้อมมือไปหยิบร่างของจี๋หลินอสนีบาตที่ทรงพลังก็ผ่าลงมาอย่างรุนแรง“อ๊ากกกกกกกกกกกกกก” ความโลภกรีดร้องออกมาอย่างน่าสังเวชและเมื่อความโลภได้สติก็พบว่าบนท้องฟ้าปรากฎกลุ่มก้อนอสนีที่ไม่รู้มาจากใหนและเพราะอะไรถึงโจมตีอีกด้วย“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย เจ้าหลินจื่ออสนีก็ตายไปแล้วไม่ใช่เหรอแล้วอสนีนั่นมันอะไรกัน” ความโลภกล่าวด้วยสีหน้าตระหนกฟางเฉินไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้นและขยับมือไปมาเส้นด้ายก็เข้าไปเก็บหลินจื่ออสนีบาต ไผ่แฝดจิตวิญญาณ และร่างของจี๋หลินมาอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อฟางเฉินเก็บจี๋หลินไปอสนีบนท้องฟ้ากลับไม่โจมตีฟางเฉินแต่เมื่อความโลภพยายามเข้าใกล้จี๋หลินเมื่อไหร่อสนีบาตก็จะโจมตีลงมาทันที“บัดซบ นี่มันเป็นการกลั่นแกล้งกันชัดๆเจ้าเจตจำนงบัดซบ ไม่เป็นไร ในที่แห่งนี้ยังมีของอร่อยๆอยู่มากเพราะงั้นข้าจะกินให้เกลี้ยงเลย” ความโลภกล่าวและวิ่งเข้าไปในป่าและเสาะหาสมุนไพรเซียนอย่างบ้าคลั่งแต่ทันทีที่ความโลภสัมผัสสมุนไพรเซียนเหล่านั้นอสนีบนท้องฟ้าก็จะผ่าลงมาทันทีจนร่างของวานรเพลิงกลายเป็นสีดำเพราะถูกอสนีผ่าลงมาอย่างต่อเนื่อง“เจตจำนงของเส้นทางวิญญาณคงคิดว่าการให้เจ้ากินสมุนไพรเซียนเหล่านี้เป็นเรื่องสิ้นเปลืองเกินไป” ฟางเฉินกล่าว“สิ้นเปลืองงั้นเหรอ ข้าราชันแห่งเพลิงผู้นี้มีความโลภ เพราะงั้นข้าต้องการที่จะกลืนกินสิ่งที่ข้าไม่รู้จักและอร่อยซึ่งมันไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลก” ความโลภกล่าว“เอาไว้ออกจากเส้นทางวิญญาณเมื่อไหร่ข้าจะให้หินเซียนเจ้าไปซื้ออาหารกินก็แล้วกัน” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าจะบ้าหรือยังไงถ้าข้าออกไปในสภาพนี้ข้าก็ถูกเจี๋ยนทิ้งทันทีหนะสิ” ความโลภกล่าวด้วยความโกรธตอนนี้มันกำลังหงุดหงิดอย่างมากที่ไม่สามารถกินสมุนไพรเซียนหรือผลเซียนอื่น ๆได้เพราะอสนีบนท้องฟ้ายังจ้องจะโจมตีความโลภทุกเมื่อ“พวกเรากลับไปยังชั้นที่ 4 กันเถอะ” ฟางเฉินกล่าว“เจ้าจะไม่กวาดสมุนไพรเซียนที่อยู่ในนี้ให้หมดหรอกเหรอ” ความโลภกล่าว“ข้าว่าเราไม่ควรโลภเกินไปไม่งั้นอสนีบนหัวของเราจะผ่าลงมา” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับใช้ดาบเป็นที่ค้ำยันและเดินไปยังทางลงชั้นที่ 4 ทันทีความโลภเองก็ไม่กล้าอยู่เช่นกันกลัวว่าร่างที่พึ่งยึดได้จะถูกทำลายเพราะอสนีบนหัว เมื่อพวกฟางเฉินออกไปแล้วชั้นที่ 5 ก็ปรากฏพลังบางอย่างผนึกเอาไว้ทำให้ไม่มีใครสามารถเข้ามาในชั้นที่ 5 อีกอย่างน้อยกว่าจนกว่าเส้นทางวิญญาณจะเกิดขึ้นในอีกหลายปีข้างหน้า“เจ้าออกมาแล้ว” เย่เซียนรีบวิ่งไปหาฟางเฉินทันทีเมื่อเห็นว่าฟางเฉินออกมาแล้วฟางเฉินมองไปยังพวกเย่เซียนแล้วยิ้ม แต่เมื่อฟางเฉินมองเห็นว่าพวกธิดาอสูรยังอยู่ก็ขมวดคิ้ว“โห เจ้ารอดมาได้งั้นเหรอ” ธิดาอสูรกล่าวด้วยสีหน้าสนใจ“เอาละตอนนี้พวกเจ้าก็ควรจะไปได้แล้วไม่งั้นข้าก็คงจะต้องลงมือสังหารพวกเจ้าซะ” เฟยเหยากล่าว“หึ ไม่ต้องบอกพวกข้าก็ต้องไปอยู่แล้วเพราะข้าในตอนนี้ยังไม่ฟื้นฟูพลังดีจึงไม่อาจเอาชนะเจ้าได้” ธิดาอสูรกล่าวกับเฟยเหยาด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อ้อ ใช่ๆ ก่อนจะไปข้ามีเรื่องจะบอกพวกเจ้านิกายพฤกษาครามเสียก่อน จากที่ข้าคำนวณนิกายของพวกเจ้าในตอนนี้คงถูกทำลายและผู้นำของนิกายคงจะเปลี่ยนคนไปแล้วละ ฮ่า ฮ่า” ธิดาอสูรกล่าวด้วยน้ำเสียงชั่วร้ายและจากไปทันที“เจ้าหมายความว่ายังไง” อู่เย่หลานกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะยกเก้าทัณฑ์ชี้ไปที่ธิดาอสูร“ข้าไม่ชอบให้ใครชี้อาวุธใส่ข้าโดยเฉพาะคนอ่อนแอแบบเจ้า” ธิดาอสูรกล่าวและเถ้าวัลย์สีม่วงก็โจมตีมายังอู่เย่หลานทันทีแต่ในตอนนั้นเองถังเจี่ยก็เคลื่อนใหวค้อนในมือของถังเจี่ยทุบลงที่พื้นอย่างรุนแรงทำให้เถาวัลย์ที่โจมตีมาแตกกระจายออกไป“ถ้ายังไม่ยากตายก็รีบบอกมาซะว่าเกิดอะไรขึ้นไม่อย่างงั้นข้าจะให้พวกเจ้าได้รับรู้ความน่าสะพรึงกลัวของค้อนสวรรค์แห่งตระกูลถัง” ถังเจี่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เหอะ เป็นแค่เด้กน้อยตระกูลถังคิดจะมาขู่พวกข้างั้นเหรอ เมื่อหลายปีก่อนพวกข้ายังได้รับงานให้สังหารนายน้อยคนเล็กของตระกูลถังอยู่เลย แล้วเจ้าคิดว่าพวกข้าจะกลัวตระกูลเจ้าใหมละ” ชายหน้ากากมังกรกล่าว“ดี ในเมื่อพวกเจ้าต้องการที่จะตายข้าก็จะสงเคราะห์ให้” ถังเจี่ยกล่าวพร้อมกับนำยันต์ทลายสวรรค์สองแผ่นออกมาค้อนของถังเจี่ยขนายใหญ่ขึ้นและครั้งนี้ที่ตัวค้อนอักษรโบราณเริ่มสำแดงพลังที่รุนแรงออกมา“แย่แล้วเจ้านี่คิดจะทุ่มสุดตัวเลยงั้นเหรอ” ชายหน้ากากมังกรกลายเป็นตื่นตระหนก“ข้าจะบอกให้ก็ได้ จริง ๆแล้วพวกเราลัทธิเทพอสูรได้รับการว่าจ้างให้โจมตีนิกายพฤกษาครามในช่วงที่เส้นทางวิญญาณเปิด” ธิดาอสูรกล่าว“คนที่ว่าจ้างพวกเจ้าคือ ผู้อาวุโสตำหนักภารกิจและตำหนักปรุงยาสินะ” ฟางเฉินที่เงียบมาตลอดกล่าวขึ้น