เพราะความเหนื่อยล้าจาก ‘กิจกรรม’เมื่อคืนที่ยิงยาวจนเกือบรุ่งสางทำให้ทั้งสองออกเดินทางกลับมาตัวเมืองกว่าจะถึงก็ปาไปบ่ายคล้อยเสียแล้ว เขาและเธอจึงเลือกที่จะพักผ่อนในห้องก่อนแล้วค่อยออกไปหาอะไรกินตอนเย็นทีเดียวเลย
“ว่าแต่...ค่ายมวยของคุณอยู่ตรงไหนเหรอ?”เจซถามขึ้นมาขณะนอนดูทีวีด้วยกัน
“อยู่ไม่ไกลมากจากที่พักเราห่างกันแค่สองซอย” ลลิตาตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งดวงตาคมสวยยังคงดูทีวีอย่างสบายใจ
“ถ้าคุณกังวลเราย้ายที่พักได้นะ?”
“...ไม่เป็ไรบางทีนี่อาจจะเป็โอกาสที่จะได้ลองปลดโซ่ตรวนแบบจริงจังเสียที”ทั้งสองหันหน้ามาจ้องสบตากัน เพียงแค่ได้สื่อสารกันผ่านแววตาก็ช่วยให้ทั้งคู่เข้าใจความคิดของกันและกันแล้ว
“ผมจะอยู่ต่อสู้เคียงข้างคุณเองที่รัก” เจซมองดวงหน้างามพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนให้
“ขอบคุณนะ”เธอไม่รู้หรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นอีกต่อจากนี้ แต่หวังว่าจะก้าวผ่านไปได้และขอให้เป็การเผชิญหน้ากันเป็ครั้งสุดท้ายกับอดีตที่คอยหลอกหลอนเธอมาหลายปี
่พลบค่ำ
หลังจากรับประทานอาหารเย็นซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากตอนนี้ทั้งคู่กำลังเดินทางกลับพร้อมกับชมวิวแสงสียามค่ำคืน เสียงดนตรีคลอเบาๆจากร้านอาหารข้างทาง รวมทั้งเสียงสนทนาเจื้อยแจ้วของผู้คนหลากหลายพาให้บรรยากาศดูไม่เงียบเหงา
“คุณจะทำอย่างไรต่อถ้าถูกพวกนั้นตามหาเจอ” อยู่ๆ เจซก็ถามด้วยน้ำเสียงจริงจังเรียบนิ่งไม่ปรากฏแววซุกซนเ้าเล่ห์เหมือนปกติ
“...ฉันเองก็ไม่รู้”ลลิตาตอบไปตามความจริง ยอมรับว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออกเลยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะผ่านพ้นอุปสรรคใหญ่หลวงนี้ไปได้
“แล้วตอนนี้...คิดว่าพวกนั้นตามคุณเจอแล้วหรือยัง?”เจซถามแ่เบาราวกับกำลังกระซิบ
“พวกมันกำลังเดินตามเราอยู่”หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เธอหยุดเดินแล้วหันหลังไปมองผู้ชายสองคนที่ทำตัวลับๆ ล่อๆเดินตามพวกเธอมาั้แ่อยู่ร้านอาหารชายสองคนนั้นเมื่อเห็นเธอหันมามองจึงพยายามทำเป็หยุดเดินคุยกันแต่ก็ไม่ได้หนีพ้นสายตาอันหลักแหลมของเธอได้
เป็ตอนนั้นเองจังหวะที่พวกมันกำลังเผลอ ลลิตาไม่รอช้าจูงมือเจซวิ่งเข้าไปในตรอกซอยมืดอันคดเคี้ยวสักพักจึงได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกนั้นวิ่งตามมา
“นายเตรียมะโนะ!”ลลิตาปล่อยมือเขาก่อนจะะโปีนรั้วกำแพงสูงอย่างคล่องแคล่วว่องไวเจซะโตามเธอไปอย่างราบรื่น ทั้งสองวิ่งห่างออกมาจากพวกนั้นได้ไกลพอสมควรจนตอนนี้มาถึงที่พักแล้วเรียบร้อย เธอรู้เส้นทางซับซ้อนแถวนี้เป็อย่างดี
“ฮู่ว!สนุกดีนะที่รัก” เจซถอนหายใจอย่างโล่งอก ยืนพัก ผ่อนลมหายใจอยู่ข้างๆ เธอ
“ต่อไปน่าจะลำบากมากกว่านี้แล้วคนของพวกมันมีอยู่ทุกที่” ลลิตาคาดการณ์ไว้ในใจคนอย่างบัญชาเป็พวกกัดไม่ปล่อยอยู่แล้ว คิดว่าอาจจะได้ปะทะกันแน่ อีกไม่นาน
“...”คำพูดของเธอทำให้เจซเงียบขึ้นมาทันที ใบหน้าหล่อเหลาดูเรียบเฉยเหมือนกับกำลังขบคิดอะไรอยู่
“พวกมัน้าตัวฉันบางที...เราแยกกันอยู่ก่อนก็ได้นะ” หลังจากกลับมาถึงห้อง ลลิตาตัดสินใจพูดขึ้นมาหลังจากเห็นเขานิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ เธอเองก็ไม่อยากให้เขาโดนหางเลขนี้ไปด้วยแม้อาจจะรู้สึกเ็ปที่ต้องห่างจากเขาไปแต่หญิงสาวก็ไม่อยากเห็นเขาต้องมาเสี่ยงอันตรายกับเธอเช่นกัน
“ห้ามพูดแบบนี้อีกลิต้า!ผมจะไม่จากคุณไปไหนทั้งนั้น!” ชายหนุ่มตอบกลับด้วยอารมณ์ขุ่นมัว คิ้วเข้มขมวดมุ่นคำพูดของเธอทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาทันที เป็ครั้งแรกที่เจซขึ้นเสียงใส่ทำให้ลลิตาต้องมองหน้าเขานิ่ง หนุ่มฝรั่งอารมณ์ดีคนเดิมหายไปไหนแล้ว
“ผมเป็ห่วงคุณมากกว่า”เหมือนเขาจะเริ่มรู้สึกตัว น้ำเสียงดูอ่อนลงร่างกำยำเข้าสวมกอดมอบไออุ่นให้หญิงสาว
“ฉันก็เป็ห่วงคุณเหมือนกัน”ลลิตาตอบเขาด้วยน้ำเสียงแ่เบา หัวใจกลับมาพองโตกับความอ่อนโยนของเขาอีกครั้ง
เพราะความเหนื่อยล้าที่สะสมมาั้แ่เมื่อวานหลังอาบน้ำ หัวถึงหมอนลลิตาก็นอนหลับลึกไปอย่างรวดเร็ว ่กลางดึกหญิงสาวลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำ หลังทำธุระเสร็จ เดินกลับมาที่เตียงก็ต้องประหลาดใจเมื่อที่นอนข้างๆ เธอไม่มีร่างกำยำนอนอยู่ เขาหายไปไหน? ออกไปั้แ่ตอนไหน?ก่อนที่จะสงสัยไปมากกว่านี้ พลันได้ยินเสียงคีย์การ์ดของประตูห้องตามมาด้วยเสียงเปิดประตูอย่างแ่เบาลลิตาเลือกที่จะกลับไปนอนบนเตียง หลับตาไม่ไหวติงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นร่างกำยำอันคุ้นเคยเดินมานอนที่เตียงอย่างเงียบเชียบไออุ่นร้อนและเสียงลมหายใจหนักรดต้อคอของเธอสม่ำเสมอ
หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่นคำถามวนขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ...
ทริปวันนี้คือไปเที่ยวตลาดที่เน้นงานด้านฝีมือไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ และวัดชื่อดัง ทั้งสองท่องเที่ยวไปด้วยกันอย่างสนุกสนานตามปกติ โดยมีคนในพื้นที่อย่างลลิตาทำหน้าที่เป็ไกด์นำเที่ยวเธอไม่ได้ถามเจซเื่เมื่อคืน แต่คิดว่าคงไม่มีอะไรเขาอาจจะไปทำธุระบางอย่างและเธอเองก็ไม่อยากจะก้าวก่ายความเป็ส่วนตัวของเขา
หลังจากบทรักอันเร่าร้อนของคืนนี้เสร็จสิ้นผ่านพ้นไปกลางดึก หลังจากที่ชายหนุ่มแน่ใจแล้วว่าร่างงามที่นอนข้างๆ หลับสนิทดีแล้วเขาค่อยๆ ลุกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินออกจากห้องเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงจึงกลับมา
หญิงสาวที่แกล้งทำเป็หลับก็ได้รับรู้เหตุการณ์ทั้งหมดความสงสัยของเธอยิ่งทวีคูณ วันนี้เขาออกไปอีกแล้วอย่างนั้นหรือ?เขาออกไปทำอะไรกันแน่? เกิดอะไรขึ้นกับเขา? คำถามวนเวียนซ้ำๆ ที่ไร้ซึ่งคำตอบสร้างความอึดอัดภายในใจของเธอเป็อย่างมาก ลลิตาเริ่มวางแผนบางอย่างในใจ
คืนที่สามของการอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ตอนกลางวันทั้งสองออกไปเที่ยวกันตามปกติ เจซร่าเริงเหมือนเดิมไม่ได้แสดงท่าทีพิรุธใดๆ ออกมาแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถึงเื่ที่ออกไปตอนกลางคืนให้เธอฟังเลยด้วยซ้ำสิ่งที่ดูแปลกไปสำหรับลลิตาคือ คนพวกนั้นหายไปไหน? ไม่มีใครมาสะกดรอยตามเหมือนวันแรกเลยเป็เื่ที่ดีที่ไม่มีพวกนั้นมาก่อกวน แต่เธอคิดว่ามันเงียบเชียบผิดปกติลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกเธอว่า อาจจะมีอะไรที่ไม่ค่อยดีเกิดขึ้นตามมาแน่ในอนาคตเธออดที่จะคิดในแง่ร้ายไม่ได้เลย
แล้วก็คืนนี้อีกเช่นเคยหลังจากกิจกรรมอันเร่าร้อนของชายหญิงสิ้นสุดลง ลลิตาแกล้งทำเป็หลับสนิทเหมือนเดิมและเจซก็ลุกขึ้นมากลางดึกแล้วออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบแม้จะไม่อยากก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขาเกินไปแต่ความสงสัยของหญิงสาวได้มาถึงจุดสูงสุด และบางที นี่อาจจะไม่ใช่เื่ส่วนตัวของเขาเพียงคนเดียวก็ได้อาจจะเกี่ยวกับเธอด้วย...
หลังจากเขาเดินออกจากห้องไปได้ไม่กี่นาทีลลิตารีบแต่งตัว สวมเสื้อกันหนาวเพื่อบิดบังใบหน้าให้มิดชิดแล้วเดินสะกดรอยตามชายหนุ่มไประยะห่างพอสมควร แต่ก็ยังอยู่ในระยะสายตา
ร่างกำยำของเขาเดินออกไปอย่างเงียบเชียบย่างก้าวอย่างไม่เร่งรีบเขามองไปแต่ทางข้างหน้าอย่างเดียวเหมือนมีจุดมุ่งหมายที่ชัดเจนอยู่แล้วเส้นทางที่เขาเดินไปให้ความรู้สึกคุ้นเคยเป็อย่างดีสำหรับเธอเขาคงจะ...ไม่ใช่อย่างที่เธอคิดไว้ใช่ไหม?
และแล้วชายหนุ่มก็ได้หยุดอยู่สถานที่ที่คาดว่าเป็จุดมุ่งหมายของเขาแล้วเจซกดกริ่งยืนรออยู่บริเวณหน้าประตูเหล็กนั้นสักพักก่อนจะมีชายฉกรรจ์คนหนึ่งมาเปิดประตูให้เขาเดินเข้าไปข้างในจากลักษณะที่สองคนนั้นทักทายกัน ดูเหมือนพวกเขาจะคุ้นเคยกันเป็อย่างดี
ความรู้สึกเ็ปราวกับถูกมีดกรีดเฉือนหัวใจจนเป็แผลลึกเข้าโจมตีเธอดวงตาคมสวยเบิกกว้าง ริมฝีปากบางเม้มแน่น เธอจะไม่รู้สึกปวดร้าวขนาดนี้ถ้าหากสถานที่ที่เจซเดินเข้าไปนั้นไม่ใช่...ค่ายมวยของบัญชา