นี่เป็เวลากี่วันแล้วนะที่ผมอยู่ที่บ้านไอ้พาสมันไม่รู้สิความรู้สึกของผมตอนนี้แค่ยังไม่อยากที่จะเจอหน้าหล่อๆไอ้เฮลถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้แกล้งผมแรงๆ เหมือนเมื่อก่อนแล้วแต่ช่างมันเถอะการที่ผมได้อยู่ห่างๆ จากมันถือว่าเป็เื่ที่ดีอย่างหนึ่งนี่ผมกำลังทำอะไรอยู่นะทำไมผมต้องหลบหน้ามันด้วยเนี่ย!?
“นี่!! ไอ้คิสกูถามมึงว่ามึงมาอยู่บ้านกูแบบนี้แล้วที่บ้านมึงไม่ว่าเอาเหรอ?” พาสถามผมในขณะที่เรากำลังเดินเข้ามหาลัยฯ ทำให้ผมที่กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆถึงกับตัวสะดุ้งทันที
“อ๋อไม่ว่าไรหรอกหม่ามี้กูใจดี” ผมพูดกลบเกลื่อนมันไปก็เพราะมันยังไม่รู้นี่นาว่าผมไม่ได้อยู่ที่บ้านแล้วอ่ะ
“อือๆแล้วมึงจะอยู่บ้านกูอีกนานปะวะ”
“อ้าว!! นี่มึงไล่กูเหรอ ><;;” ผมพูดพร้อมกับหันหลังไปมองหน้ามันทันที
“เฮ้ยๆ เปล่านะเว้ยกูแค่ถามมึงไปเท่านั้นเองมีมึงมาอยู่ด้วยก็ดีเหมือนกันไอ้เฮียดาร์กแม่งบ้านช่องก็ไม่ค่อยจะอยู่ชอบทิ้งกูให้อยู่คนเดียวตลอดลุงกะป้าก็ยังไม่กลับมาจากฮันนีมูล กูละเซ็ง -_-;;” ไอ้พาสพูดออกมาซะยืดยาวสองสามวันนี้มันกลับมาเป็ไอ้พาสที่ปากมากคนเดิมได้แล้วมันยังคงไม่บอกผมสักทีว่ามันเป็อะไร ผมสงสัยจริงๆแต่ช่างมันเหอะถ้ามันอยากจะบอกผมมันก็คงบอกตั้งนานแล้วแหละ
“อ๊ะ!!” ด้วยความที่ผมเดินถอยหลังคุยกับพาสทำให้ผมเดินถอยหลังชนกับใครก็ไม่รู้ผมจึงรีบหันเพื่อที่จะขอโทษ แต่พอผมเห็นคนที่ชนแล้วทำให้ผมอยากจะหัวมุดดินลงไปเดี๋ยวนี้เลยจริงๆ
“O_O;;” ซวยแล้วไอ้เหี้ยเฮล
“...” เกิดสภาวะเงียบงันไปชั่วขณะผมไม่รู้จะพูดอะไรดีตอนนี้ผมยังไม่อยากที่จะเจอหน้ามันจริงๆ
“-_-;;” มันมองผมด้วยสายตาที่เรียบเฉยแล้วจู่ๆมันก็เดินจากผมไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำไมวันนี้มันมาแปลกวะธรรมดาต้องปากหมามาก่อนเลยนะแล้วทำไมผมต้องไปกังวลเื่ของมันวะ
กังวล? เฮ้ย!! ไม่ใช่นี่ผมเป็อะไรเนี่ยทำไมผมต้องใช้คำว่ากังวลด้วยวะให้ตายสิผมเป็บ้าอะไรไปแล้วเนี่ย >_<;;
[Hell’s part]
ตอนนี้ผมกำลังเดินไปเรื่อยๆอย่างไรจุดหมาย อืม...ไม่รู้สิหรือว่าผมกำลังแฮงค์ผมว่าน่าจะใช่นะเพราะตลอดหลายวันที่ผ่านมาผมออกไปดริ๊งค์กับไอ้อิลและไอ้ดาร์กทุกคืนเลยด้วยซ้ำเมาหัวราน้ำตลอด หึ…เมื่อกี้ผมเจอไอ้ตัวเล็กด้วย อาจเป็เพราะว่าผมเดินมาเรื่อยๆโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างสักเท่าไหร่มั้งมันก็เลยทำให้ผมเดินชนกับมันดูเหมือนว่ามันจะในะตอนเห็นผม
หน้าผมมันน่าใขนาดนั้นเลยรึไงกันเหอะ!! เห็นมันเดินมาพร้อมกับผู้ชายตัวเล็กๆคนหนึ่งหุ่นก็เท่าๆ กับมัน อาจจะเป็เพื่อนมันก็ได้มั้ง? แต่ช่างมันเถอะพวกมันจะเป็อะไรกันก็ช่างผมคงไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปเสือกเื่ของมันหรอก ผมไม่ใด้หาเื่มันอย่างทุกทีเพราะอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันผมก็บอกไม่ได้ผมได้แต่เดินจากมันออกมาเท่านั้นเพราะตอนนี้ผมก็ไม่รู้อารมณ์ของผมเหมือนกันว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
“ไงมึงมาแต่เช้าเชียวนะ -_-“ ไอ้ดาร์กเดินเข้ามาทักผมด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ที่เหมือนเดิมอย่างเช่นทุกๆวัน
“อือว่าแต่กูมึงก็มาเช้าเหมือนกันนี่หว่า” ผมพูดพร้อมกับฟุ่บหน้าลงไปนอนที่โต๊ะ
“เมื่อคืนหนักล่ะสิมึงกูนึกว่ามึงจะแฮงค์มาไม่ไหวซะอีกเห็นเมื่อคืนดื่มเอาๆ ทำเหมือนกับว่าแดกน้ำเปล่า -_-*”
“ช่างมันเหอะน่าไอ้พวกนั้นไม่ทำอะไรกูได้หรอกน่า” ผมพูดอู้อี้ไปทั้งๆที่ยังเอาหน้าซุกอยู่ที่โต๊ะ
“เออๆแต่กูว่ามึงพักผ่อนบ้างก็ได้นะ พักนี้มึงเป็อะไรวะ มีเื่ไม่สบายใจอะไรรึเปล่า” ไอ้ดาร์กยังคงพูดของมันไปเรื่อยทำไมวันนี้ผมรู้สึกว่ามันพูดมาจังวะ
“ไม่มีไรหรอกกูแค่เครียดๆเื่โปรเจคนิดหน่อย กูนอนก่อนนะถ้าอาจารย์เข้าปลุกกูด้วย”
“เออๆ” ได้ยินเสียงไอ้ดาร์กขานรับแบบลวกๆ แล้วผมก็หลับตานอนทันทีถึงผมจะเหี้ยขนาดไหนแต่ขอบอกไว้เลยว่าเื่เรียนผมไม่ได้เหี้ยเหมือนตัวผมหรอกนะครับอาจจะมีโดดบ้างไรบ้างตามประสาวัยรุ่นทั่วไปแต่ผมก็ไม่ยอมทิ้งเื่เรียนต่อให้ผมเมาหัวราน้ำขนาดไหนผมก็ยังต้องถ่อสังขารมาเรียนให้ได้แต่ไอ้เื่หลับในห้องนี้ผมก็ไม่รู้นะ
[End of Hell’s part]
“เฮ้ย!! ไอ้คิสเป็เหี้ยไรของมึงอีกวะ กูเรียกมึงหลายรอบแล้วนะ!!” แล้วผมก็ต้องสะดุ้งหลุดออกจากความคิดตัวเองอีกรอบด้วยเสียงอันทรงพลัง
“มึงจะะโหาพ่อง!!”
“อ้าว!! ก็กูเรียกมึงแล้วมึงไม่ตอบกูนี่นา ><;;” มึงจะทำหน้าแอ๊บแบ๋วเพื่อ -__-?
“เออๆกูกำลังคิดอะไรนิดหน่อย”
“เออๆใจลอยบ่อยจังเลยนะมึง ไปๆ กูหิวแล้วไปหาไรแดกกันดีกว่า ^^” แล้วมันก็ฉุดแขนผมขอย้ำอีกครั้งว่าฉุดแขนผมพวกเราใช้เวลาเดินไม่นานก็มาหยุดอยู่ตรงโรงอาหารของมหาลัยฯตอนนี้ยังเช้าอยู่ในโรงอาหารจึงไม่มีคนมากเท่าไหร่แต่ก็ไม่ถึงกับว่าไม่มีคนอยู่เลย
หลังจากที่เราต่อคิวซื้อข้าวกันไม่นานเราก็ได้กินข้าวเช้ากันอย่างสมใจผมกับมันนั่งกินข้าวกันอย่างเฉื่อยๆ ไม่รีบไม่ร้อนอะไร แต่แล้วจู่ๆก็มีคนมานั่งฝั่งเดียวกับไอ้พาสทำให้พวกเราต้องรีบหันไปมองทันที
“ไงมึงไอ้ตัวแสบ!!” เฮียดาร์กยกมือขึ้นไปลูบหัวไอ้พาสแล้วมองด้วยสายตาที่อบอุ่นรู้สึกซึ้งเลยกู >_<;;
“โหย! หายหน้าไปหลายวันเลยนะเฮีย บ้านช่องก็ไม่กลับไปติดสาวที่ไหนอยู่ปะเนี่ย >^<”
“หึ เปล่ากูทำโปรเจคอยู่คอนโดฯก็มึงมีคิสอยู่เป็เพื่อนแล้วนี่” เฮียดาร์กพูดแล้วลูบหัวไอ้พาสไปด้วย
“อือๆแล้วถ้าไม่มีไอ้คิสล่ะ เฮียสัญญาได้ไหมว่าจะอยู่เป็เพื่อนพาสอ่ะ คือพาสไม่อยากอยู่คนเดียว...” ไอ้พาสพูดพร้อมกับจ้องเข้าไปในตาของเฮียดาร์ก
“อืม กูสัญญา” สองพี่น้องก็พูดคุยกันอีกสองสามประโยคแล้วเฮียดาร์กแกก็ลุกขึ้นไป
06.15pm.
ตอนนี้ผมกับไอ้พาสกำลังนั่งกินอาหารญี่ปุ่นกันอยู่ในห้างดังแห่งหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากมหาลัยฯสักเท่าไหร่ หลังจากที่เลิกคลาสแล้วเราก็ตกลงกันว่าจะกินอะไรเป็มื้อเย็นดี สุดท้ายก็มาตกที่อาหารญี่ปุ่นชีวิตของผมยังคงดำเนินไปได้อย่างเอื่อยๆเหมือนกับว่าไม่ค่อยรีบร้อนอะไรนี่ก็หกโมงกว่าแล้วป่านนี้ไอ้เฮลมันจะกินอะไรแล้วยังนะเฮ้ย!! แล้วทำไมผมต้องคิดเื่ของมันด้วยเนี่ยมันจะเป็ยังไงก็ช่างมันสิ
Rrrrrrrrr
เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นทำให้ผมต้องยกขึ้นมาดูแล้วชื่อของหม่ามี้ก็ปรากฏทำให้ผมต้องรับสายอย่างดีใจ
“ว่าไงครับหม่ามี้ ^__^” ผมยิ้มหน้าบานเลยทีเดียว
(“ทำไรอยู่จ้ะสุดหล่อของหม่ามี้”)
“ผมกำลังนั่งกินอาหารญี่ปุ่นอยู่กับไอ้พาสฮะ”
(“ค่ะ แล้วพี่เฮลล่ะคะ”)เสียงปลายสายดังกลับมาทำให้ผมแทบจะสะดุดลมหายใจทันที
“เอ่อ...คือ...”
(“คิสอย่าคิดว่าหม่ามี้ไม่รู้นะว่าลูกไม่ได้อยู่ที่คอนโดฯกับพี่เฮลมาหลายวันแล้ว”) เฮือก!! ฉิบหายแล้วกู
(“หม่ามี้โทรไปถามเฮลแล้วเห็นบอกว่าเพื่อนของลูกไม่สบายนี่ก็หลายวันแล้วนะคะยังไม่หายอีกเหรอ หม่ามี้ว่าลูกควรจะกลับไปอยู่ที่คอนโดฯไม่งั้นหม่ามี้คงต้องหักค่าขนมของคิสแล้วค่ะ”)
“อ้าว!! ได้ไงฮะหม่ามี้”
(“ก็เพราะว่าคิสไม่เชื่อฟังพี่เฮลนะสิแล้วก็ไม่เชื่อฟังหม่ามี้ด้วย โอเคนะคะ แล้วเดี๋ยว่ค่ำๆหม่าหมี้จะโทรไปหาเฮลถ้าหม่ามี้ไม่ได้คุยกับคิสล่ะก็ลูกคงจะรู้นะว่าอะไรจะเกิดขึ้น”)
โหดร้ายชัดๆโอ๊ย!! ทำไมมันต้องเป็แบบนี้ด้วยวะแงๆ หม่ามี้ใจร้ายอ่ะนี่มันเป็เวรเป็กรรมอะไรของไอ้คิสวะเนี่ย T^T อยากจะกรีดร้องออกมาเป็ภาษาอิตาลีจริงๆ >O<;;