เส้นทางจักรพรรดินี

    บทที่ 34 สมาคมนักล่า

    บทที่34 สมาคมนักล่า

     

              แม้จะเปิดเทอมไปแล้วกว่า2 เดือน ทว่างานกิจกรรมที่มหาวิทยาลัยกลับไม่มีว่างเว้น แม้แต่วันเสาร์-อาทิตย์มีนก็ยังต้องไปซ้อมเชียร์ที่ชมรมฯ สลับกับการออกกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์อยู่เป็นระยะอีกทั้งยังต้องทำรายงานส่งอาจารย์อีกด้วย

            ต้องยอมรับว่า ชีวิตนักศึกษาปี4 ช่วงสองเดือนแรกหลังจากเปิดเทอมนั้น เป็นอะไรที่โหดหินเอามาก ๆ เมื่อสิ้นสุดงานกิจกรรมฯก็ยังตามมาด้วย...การสอบกลางภาคการศึกษา

            หากจะถามความรู้สึกของหญิงสาวในตอนนี้ตัวมีนเองอยากจะเรียนให้จบไว ๆ เสียมากกว่า เพราะตนจะได้นอนเล่นเกมอย่างสบายใจนั่นเอง(มีนเปล่าติดเกมนะ)

            ในเวลานี้ การเล่นเกมของหญิงสาวก็เหมือนเป็นการทำงานอย่างหนึ่งเพราะการได้ทำในสิ่งที่ชอบ แถมยังมีรายได้จากมันด้วยอีกต่างหาก(เพียงแต่ยังไม่ได้ถอนออกมาใช้ก็เท่านั้นเอง) นั่นก็เป็นเหมือนกับสวรรค์ของใครหลายๆ คนเลยทีเดียว

            สาเหตุที่มีนคิดเช่นนี้ก็เพราะว่าการสร้างรายได้จากอาชีพ “เกมเมอร์” มันสามารถทำให้คนคนหนึ่งมีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง หรือแม้กระทั่งสามารถสร้างความมั่งคั่งให้แก่คนคนนั้นได้ดี...ไม่แพ้อาชีพอื่นๆ ในสังคมเลย

            แต่กระนั้นสำหรับหญิงสาวในเวลานี้ มันก็เปรียบเสมือนเป็นการฝึกงานฯ หรือดูช่องทางอาชีพเอาไว้ก่อนเพียงเท่านั้นเพราะถึงอย่างไรสิ่งสำคัญที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นการตั้งใจเรียนให้จบและนำเอาใบปริญญามามอบเป็นของขวัญให้แก่คุณนายและท่านนายพลฯ ให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก...

            ............

            ณ เมืองใต้ทะเลฯในเกม “Destinyof Wars”

            หลังจากที่หญิงสาวกวาดล้างและเก็บค่าประสบการณ์เพิ่มระดับในเมืองใต้ทะเลระดับCจนพอใจแล้ว มีนจึงคิดย้ายสถานที่ “ทำฟาร์ม” ไปยังเมืองที่มีระดับสูงขึ้นอีกครั้ง

            ในครั้งนี้ มีนตั้งใจเอาไว้ว่าจะขยับขยายไปเก็บระดับในเมืองระดับ B แต่กระนั้นเมืองระดับB ที่ว่า ในดินแดนโลกใต้ทะเลฯ กลับมีจำนวนเพียงแค่ 3เมืองเท่านั้น

            แม้สัตว์อสูรที่อยู่ในเมืองแห่งนี้จะมีระดับเพียงแค่ 80-180 แต่บอสประจำเมืองกลับมีความแข็งแกร่งสูงถึงระดับ 280-300อีกทั้งพวกมันแต่ละตัว ก็ยังเป็นสัตว์อสูรสายปราณแทบทั้งสิ้น

            และมีนก็เคยลองสู้กับพวกมันมาแล้วหลังจากที่ตัวเองมีความแข็งแกร่งผ่านระดับ 200 มาได้

            เพียงแต่....ผลการต่อสู้ในครั้งนั้นเป็นหญิงสาวและพวก ต้องตกเป็นฝ่ายวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนกลับออกมาอย่างช่วยไม่ได้

            ถึงแม้ว่าในตอนนี้ตนจะมีระดับความแข็งแกร่งถึง 230 แล้วก็ตาม แต่มีนก็ยังไม่คิดว่า ตัวเองแข็งแกร่งพอจะสู้และเอาชนะเจ้าบอสประจำเมืองทั้ง3 นี้ได้ ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะว่า ยิ่งเป็นบอสที่มีระดับสูงเท่าไหร่ AIที่ใช้ควบคุมฯ ก็จะยิ่งมีความซับซ้อนและฉลาดมากขึ้นกว่าเดิม...จึงไม่แปลกที่จะทำให้ราชาแห่งเผ่าพันธุ์ปลาตีนผู้นี้ต้องรีบใส่เกียร์ถอยออกมา...ก่อนจะไม่มีโอกาสได้หนี

            เมื่อเป็นเช่นนี้มีนจึงต้องควานหาแหล่งเก็บระดับแหล่งใหม่ เพื่อทำให้ระดับความแข็งแกร่งของตนถึง300 ได้ไว ๆ โดยพยายามหาข้อมูลจากกระดานข่าวสารฯ และกระทู้แนะนำแหล่งเก็บระดับต่างๆ ซึ่งมีผู้เล่นคนอื่นได้นำมาโพสต์เอาไว้

            มีนค้นหาและตรวจสอบข้อมูลดังกล่าวอยู่นานก็พบว่าดินแดนทางเหนือของทวีปแห่งน้ำ มีสัตว์อสูร ซึ่งมีระดับความแข็งแกร่งไม่ต่ำกว่า 200อยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งดินแดนดังกล่าว ยังมีดันเจี้ยนอีกหลายแห่งให้ผู้เล่นได้เข้าไปแสวงหาโชคลาภและทดสอบความสามารถของตน

            หญิงสาวออกเดินทางจากเมือง“อควาเรียส” ขึ้นไปทางเหนือเรื่อย ๆ ตามข้อมูลที่ได้รับมา มีนใช้วิธีการเดินเท้าในการเดินทางระหว่างเมืองแทนการนั่งรถโดยสารของทางระบบฯเพราะต้องการฝึกทักษะ [เดินทน] ของอาชีพนักสำรวจด้วยไปในตัว เผื่อบางที...ในระหว่างทางหากตัวเองโชคดี เจ้าทักษะ[ค้นหา] อาจจะทำงานฯ และทำให้ได้พบอะไรดีๆ เข้าก็เป็นได้

            หากเทียบกับเกมอื่นๆ แล้ว เกมนี้ ถือเป็นเกมที่เรียกได้ว่า มีพื้นที่กว้างขวางเป็นอย่างมาก บางที...สมควรจะเรียกมันว่าเป็นเกมแนวผจญภัยที่ไม่มีการกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดจบของเกม (OpenWorld) ที่ใหญ่ที่สุดแล้วในปัจจุบัน เพราะหลังจากเปิดตัวเกมได้นานกว่า10 เดือนแล้ว ผู้เล่นทั้งหมดกลับยังไม่สามารถเปิดแผนที่ของดินแดนมนุษย์ได้ครบทุกส่วนเลยเนื่องจากในเวลานี้ ยังมีข่าวคราวเกี่ยวกับการค้นพบพื้นที่และดันเจี้ยนแห่งใหม่ ๆ ออกมาเป็นระยะๆ

            ถึงแม้ว่าแผนที่ของเกมนี้จะกว้างมากแต่ทางผู้สร้างเกมฯ ก็ไม่ได้ใจร้ายกับผู้เล่นมากนัก เนื่องจากทางระบบฯ จะมีบริการขนส่งระหว่างเมืองในรูปแบบ“รถม้าโดยสาร” เอาไว้คอยให้บริการแก่ผู้เล่น โดยรถม้าที่มีไว้ให้บริการเหล่านี้ สามารถทำความเร็วได้ตั้งแต่5-10 เท่า เมื่อเทียบกับการเดินเท้า ดังนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่ หากต้องการเดินทางเป็นระยะทางไกลๆ ก็มักจะนิยมที่ใช้บริการรถม้าจากระบบเสียมากกว่า แต่กระนั้น...กลับมีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่มีความคิดเช่นเดียวกับหญิงสาวอยู่ด้วย

            มีนเดินทางผ่านเมืองซึ่งตั้งอยู่ในเส้นทางของตัวเองเมืองแล้วเมืองเล่า โดยแต่ละเมืองที่เดินผ่าน หญิงสาวผู้รอบคอบคนนี้ก็มักจะแวะไปบันทึกจุดเกิดของตนเอาไว้ที่หน้าเมืองแทบทุกครั้ง

            ระหว่างทางหญิงสาวได้เจอสัตว์อสูรและดันเจี้ยนน้อยใหญ่จำนวนมากกระจายเป็นหย่อมๆ ทั่วทั้งแผนที่ ซึ่งสัตว์อสูรและดันเจี้ยนเหล่านั้น ก็มักจะตรงกับข้อมูลที่ผู้เล่นได้ชี้เป้าเอาไว้ในกระดานข่าวของเกมฯ

            ผู้เล่นของเกมนี้ส่วนใหญ่มักแชร์ประสบการณ์ฯ หรืออวดโอ่ความสำเร็จของตัวเองลงบนกระดานข่าวของเกมอยู่เสมอสถานที่แห่งไหน หากได้มีการโพสแนะนำลงในกระทู้ฯ สถานที่แห่งนั้น ก็มักจะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน...

            แม้จะเป็นเวลายามค่ำคืนแต่ในเกมนี้ก็ยังพบเห็นผู้เล่นจำนวนไม่น้อยที่หลีกหนีความวุ่นวายในตอนกลางวันออกมาเก็บระดับกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลังส่วนสถานที่เก็บระดับหรือดันเจี้ยนแห่งไหน มีที่ตั้งห่างจากตัวเมือง สถานที่แห่งนั้นก็มักจะพบกลุ่มเต็นท์ของผู้เล่นซึ่งได้นำมากางเอาไว้ในจุดปลอดภัยใกล้ ๆ กับจุดเก็บระดับเป็นจำนวนมาก

            มีนพบว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่มักจะออกมาสังหารสัตว์อสูรร่วมกันเป็นหมู่คณะ เพราะเกมนี้การเก็บระดับเป็นกลุ่มหรือปาร์ตี้นั้นระบบฯ จะมีตัวคูณค่าประสบการณ์เพิ่มให้อีกจำนวนหนึ่ง เพียงแต่...มีข้อแม้ว่า สมาชิกที่อยู่ในปาร์ตี้นั้นจะต้องอยู่ห่างกันไม่เกิน 1 กิโลเมตรเท่านั้น ระบบคูณค่าประสบการณ์ดังกล่าวจึงจะแสดงผล…

            การคูณค่าประสบการณ์ของปาร์ตี้ระหว่างผู้เล่นจะเริ่มคูณค่าประสบการณ์ให้ก็ต่อเมื่อ ปาร์ตี้ ๆ นั้นมีจำนวนสมาชิกฯ ตั้งแต่ 3คนขึ้นไป ซึ่งปาร์ตี้หนึ่ง ๆ จะได้รับตัวคูณค่าประสบการณ์ได้สูงสุดถึง 5 เท่า และใน1 ปาร์ตี้ฯ จะสามารถรองรับสมาชิกได้สูงสุดจำนวนถึง 50 คน

            นอกจากระบบปาร์ตี้แล้วยังมีอีกระบบหนึ่งที่จะช่วยคูณค่าประสบการณ์ให้แก่ผู้เล่นและเอ็นพีซีได้ นั่นคือ “กองกำลัง”ซึ่งกองกำลังที่ว่านี้ สามารถรองรับสมาชิกสูงสุดได้เป็นจำนวนถึง 1,000คน และรัศมีทำการของกองกำลังฯ จะแสดงผลในระยะไม่เกิน 10 กิโลเมตร โดยมีข้อแม้ว่าสมาชิกที่อยู่ในกองกำลังฯ จะต้องเป็นผู้เล่นหรือเอ็นพีซีที่อยู่ในกิลด์เดียวกัน หรือเป็นคนที่ได้ลงทะเบียนเป็นประชากรที่อาศัยอยู่ในเมืองเดียวกันโดยระบบคูณค่าประสบการณ์ของกองกำลังนี้ ตัวคูณสูงสุดจะอยู่ที่ 3 เท่านอกจากนี้ระบบทั้งสองยังสามารถแสดงผลร่วมกันได้อีกด้วย…

            ระหว่างทางที่เดินทางไปยังแดนหิมะมีนพบว่ามีดันเจี้ยนหนึ่งที่น่าสนใจ ซึ่งมันเป็นดันเจี้ยนใหญ่ระดับ Aที่มีสัตว์อสูรระดับ 150-220 อยู่เป็นจำนวนมากอีกทั้งในดันเจี้ยนแห่งนี้ ยังมีบอสระดับ 200 ที่ดรอปอาวุธระดับ S ออกมาให้ด้วย เพียงแต่...

            เมื่อหญิงสาวได้ลองเข้าไปข้างในดันเจี้ยนกลับพบว่ามีแต่เสียงจ้อกแจ้กจอแจจากผู้เล่นดังระงมไปทั่ว ซึ่งก็หมายความว่า ดันเจี้ยนแห่งนี้เต็มไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่มาแสวงหาโชคจากบอสตัวนี้อย่างครึกครื้น จนแทบไม่มีเวลาให้ดันเจี้ยนได้หยุดพักหายใจเลยนั่นเอง

            เมื่อเป็นเช่นนี้มีนจึงจำเป็นต้องถอยหลังกลับออกมาอย่างช่วยไม่ได้ ก่อนจะตัดสินใจเดินมุ่งหน้าขึ้นเหนือตามกำหนดการเดิมต่อไป

            ยิ่งมีนมุ่งไปทางเหนือมากขึ้นเท่าไหร่จำนวนผู้เล่นที่พบเห็นกลับยิ่งบางตาลงเป็นอย่างมาก สาเหตุก็เป็นเพราะว่าดินแดนทางเหนือมีสภาพอากาศอันโหดร้าย ยิ่งมุ่งหน้าขึ้นเหนือมากเท่าไหร่ ความเย็นเยียบเสียดกระดูกที่แทงทะลุเข้าไปถึงเนื้อหนังก็จะยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ความโหดร้ายของสภาพภูมิอากาศของแดนเหนือ แม้กระทั่งผู้เล่นสายปราณที่ว่ากันว่าสามารถปรับตัวได้ดีไม่สะทกสะท้านต่ออุณหภูมิสิ่งแวดล้อม...ยังไม่อาจจะทานทนรับได้ นอกจากนี้สัตว์อสูรที่อยู่ในดินแดนแห่งนี้พวกมันต่างก็มีระดับที่สูง เกินความสามารถของผู้เล่นส่วนใหญ่ในเวลานี้...จะต่อสู้และเอาชนะได้

            มีนนำเสื้อกันหนาวแบบเต็มตัวขึ้นมาสวมจนดูคล้ายคนกำลังห่มผ้านวมอยู่ หญิงสาวไม่ยอมให้อุณหภูมิอันหนาวเย็น ได้ชำแรกเข้ามาทำร้ายร่างกายอันบอบบางของตัวเองได้แม้กระทั่งส่วนของใบหน้าและดวงตา หญิงสาวยังใส่หมวกโม่งสวมคลุมศีรษะ พร้อมสวมแว่นตาสำหรับเดินหิมะที่หาซื้อมาในราคาอันแสนแพงคอยปกป้องเอาไว้

            “หะ...หนาว ๆ ๆทำไมมันหนาวอย่างนี้” มีนบ่นขึ้นมา เมื่อรู้สึกได้ว่าอุปกรณ์ป้องกันความเย็น ซึ่งผู้เล่นได้แนะนำในกระทู้ฯสำหรับต่อสู้กับความหนาวเย็นของแดนเหนือ ยังไม่อาจช่วยให้ตัวเองรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาได้

            ‘ชักอยากจะเล่นสายปราณขึ้นมาเสียแล้วสิ’

            ‘อิจฉาจังพวกที่โคจรลมปราณคลายหนาวได้เนี่ย...’ หญิงสาวคิดแล้ว ก็ได้แต่อิจฉาพวกผู้เล่นสายปราณเพียงแต่...ตนหาได้มีเวลาเหลือเฟือพอที่จะฝึกฝนพลังปราณเหล่านั้นเสียเมื่อไหร่

            ยิ่งคิดก็ยิ่งท้อแท้ก่อนที่คำถามหนึ่งจะผุดขึ้นมาในหัวของนักเวทสาวอย่างรวดเร็ว ‘สายเวททำไม? ไม่...’

            “เอ๊ะ?!” ทันใดนั้น ต่อมเอ๊ะของหญิงสาวก็เริ่มทำงานในเวลาที่พอเหมาะพอเจาะ จู่ ๆมีนก็ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะกล่าวออกมาอย่างลิงโลด “ใช่แล้ว!! เราคือ จอมอาคม นี่นา...”

            มีนรีบออกแบบกลไกวงเวทด้วยทักษะ[สร้างเงื่อนไข] ลงไปในวงเวทรูปแบบที่ 8 ของทักษะ [สร้างวงเวท] เพื่อสร้างเงื่อนไขกำหนดการแสดงผลของวงเวทฯโดยจ่ายพลังเวทจากผู้เรียกใช้งานให้แก่วงเวทอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกลไกวงเวทในรูปแบบที่8 นั่นก็คือ กลไกวงเวทฯ ซึ่งแสดงผลออกมาในรูปแบบของ “บัพ” และชื่อของมันก็คือ “ประจุศาสตรา”

            ในที่สุด...จอมอาคมสาวผู้นี้ก็ได้สร้างกลไกเวทชุดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งมีชื่อว่า “กลไกฮีตเตอร์”

            โดยเจ้า“กลไกฮีตเตอร์” มีหลักการทำงานที่ง่ายอย่างเหลือเชื่อ โดยมันจะเป็นกลไกเวทที่มีพลังแห่งธาตุไฟเป็นแกนหลักในการให้ความร้อนแก่เป้าหมายฯก่อนจะหมุนเวียนกระจายตัวอย่างช้า ๆ ด้วยพลังแห่งธาตุลมอันบางเบา นอกจากนี้ หญิงสาวยังใช้พลังแห่งธาตุดินเป็นตัวกักเก็บความร้อนไม่ให้กระจายตัวออกไปนอกเป้าหมายอีกด้วยซึ่งกลไกวงเวทที่ว่านี้ จะดูดพลังเวทจากผู้ใช้งานฯ เพื่อเป็นพลังในการคงสภาพของมันอยู่ตลอดเวลาจนกว่าวงเวทจะถูกยกเลิกหรือตัวผู้เรียกใช้งานไม่มีพลังเวทเพียงพอสำหรับจ่ายให้แก่มัน

            มีนจัดการสลักกลไกเวทฮีตเตอร์ลงไปในเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ที่ซื้อมาอย่างรวดเร็วจากนั้นจึงทำการเสริมประสิทธิภาพของมันด้วยทักษะ [ตกแต่งงานศิลป์] ซึ่งในครั้งนี้ นับว่าเป็นโชคของหญิงสาวอย่างเหลือเชื่อ เมื่อระดับของชิ้นงานได้รับการประเมินค่าความวิจิตรให้อยู่ในระดับ “พิศวง” จนทำให้ประสิทธิภาพของกลไกวงเวทชิ้นนี้เพิ่มขึ้นถึง1.5 เท่า และทำให้เจ้าของทักษะฯ ถึงกับยิ้มแก้มปริออกมาเลยทีเดียว

            “โอ้...ว้าว...อุ่นอย่างเหลือเชื่อ”มีนกล่าวด้วยความพอใจในผลงานของตน ก่อนจะออกปากชมความคิดอันชาญฉลาดของตัวเอง “เรานี่...ก็หัวไบร์ทเหมือนกันนะเนี่ยนอกจากสวยแล้ว ยังฉลาดอีกต่างหาก อิอิ”

            ความหนาวเย็นของแดนเหนือไม่สามารถคุกคามหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของโอเวอร์โค้ตอันแสนอบอุ่นได้อีกต่อไป เพียงแต่...

            “เอิ่ม...ทำไมมันเทอะทะอย่างนี้นะอุ่นมันก็อุ่นดีอยู่หรอก แต่ว่า...เวลาใส่แล้วทำไมมันดูอ้วน ๆ กลม ๆยังไงก็ไม่รู้” มีนบ่นพึมพำออกมาด้วยความหงุดหงิด แม้ประสิทธิภาพของกลไกเวทจะเป็นที่น่าพอใจแต่เจ้าเสื้อกันหนาวที่ใส่แล้วดูเหมือนแหนมป้าโย่ง ซึ่งดูเทอะทะ อีกทั้งลดความสามารถในการเคลื่อนไหวลงหลายส่วน...ช่างชวนให้ผู้เป็นเจ้าของรู้สึกขัดใจอยู่ไม่น้อย

            แต่จะให้ทำอย่างไรได้ล่ะเพราะหากจะสลักวงเวทลงในชุดเกราะนักรบแบบเต็มตัวที่พวกอัศวินชอบใส่กันหญิงสาวก็คิดว่า ความเทอะทะของมัน ก็คงจะไม่ต่างไปจากเสื้อกันหนาวตัวนี้เท่าไหร่นักแถมชุดเกราะแบบนั้น ยังมีน้ำหนักที่มากมหาศาลเพิ่มเข้ามาอีก บางที...ตนอาจเคลื่อนไหวได้ยากลำบากกว่าชุดที่สวมใส่อยู่นี้ก็เป็นไปได้

            ในเวลานี้ สิ่งที่มีนทำได้ก็คงจะมีเพียงแค่สองอย่างเท่านั้น ก็คือ “ทำใจ” และ “ทำตัวให้ชิน”

            ซึ่งมันก็จริงอย่างที่ว่า...ไม่นานหญิงสาวก็เริ่มคุ้นชินกับความเทอะทะของมันจากการเคลื่อนไหวที่ดูเก้ ๆ กัง ๆ ในตอนแรก ก็เริ่มดูเป็นธรรมชาติมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปได้สักพักคงเหลือแค่ความรู้สึกอึดอัดเท่านั้นที่หญิงสาวยังมิอาจทำใจให้คุ้นชินกับมันได้ ‘เหมือนเป็นตัวดักแด้ที่อยู่ในรังไหมเลยแฮะ...’

            เมื่อมาถึง“เมืองหิมะ” เมืองเล็ก ๆ เพียงแห่งเดียวในพื้นที่เขตแดนเหนือแห่งนี้ มันเป็นเมืองที่มีอาณาเขตครอบคลุมพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลแถบนี้เอาไว้ทั้งหมดหญิงสาวไม่รอช้ามุ่งหน้าตรงไปดาวน์โหลดแผนที่ฯ ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าใกล้ ๆ กับประตูเมืองในทันทีเพียงแต่...มีนกลับไม่ได้บันทึกพิกัดจุดเกิดเอาไว้ เพราะคิดว่า เมื่อเสร็จจากภารกิจในคราวนี้ตัวเองคงจะไม่ได้มาเยือนสถานที่อันหนาวเหน็บแห่งนี้อีกแล้ว

            หลังจากหญิงสาวผ่านประตูเมืองเข้ามาด้านในก็พบว่าสภาพภายในเมือง ดูเงียบเหงากว่าทุกเมืองที่ตนเคยผ่านมา ถึงแม้ในเวลานี้จะเป็นตอนกลางวันแต่ผู้คนสัญจรภายในเมืองกลับดูบางตาเป็นอย่างมาก

            แม้แต่ทหารประจำเมืองฯพวกมันก็ยังไม่ได้เดินตรวจตราไปรอบเมืองเหมือนเช่นเมืองอื่น ๆ เพียงแต่นั่งอยู่รวมกันเป็นกลุ่มกลุ่มละ 10-20 คน กระจายอยู่ในจุดสำคัญ ๆ ภายในเมือง โดยแต่ละกลุ่มก็จะมีกระโจมซึ่งมีลักษณะคล้ายเต็นท์ใหญ่หลังหนึ่ง และพื้นที่ตรงกลางของกระโจมจะมีกองไฟกองใหญ่ตั้งเอาไว้เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ทหารเหล่านั้น

            มีนเดินตรงเข้ามาผ่านลานหน้าปราสาทใจกลางเมืองซึ่งปกติแล้วจะต้องมีผู้เล่นและชาวบ้านออกมาตั้งร้านขายสินค้าต่าง ๆ กันอย่างคึกคักครึกครื้นแต่กับเมืองนี้...หาได้เป็นเช่นนั้นไม่

            “เงียบราวกับป่าช้า”คือ คำนิยามที่มีนมีให้แก่เมืองนี้

            หญิงสาวมุ่งตรงมาที่อาคารของระบบฯเพื่อสำรวจดูภารกิจที่มีความเกี่ยวข้องกับเมืองนี้ โดยพบว่า มีภารกิจที่น่าสนใจอยู่ทั้งสิ้นจำนวน13 ภารกิจด้วยกัน ซึ่งแต่ละภารกิจนั้น ก็ล้วนแต่เป็นภารกิจเกี่ยวกับการล่าสัตว์อสูรและรวบรวมไอเทมต่างๆ โดยหญิงสาวเลือกที่จะไม่รับภารกิจ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องหรือประวัติความเป็นมาของเมืองแห่งนี้แม้แต่ภารกิจเดียวถึงแม้ว่าภารกิจเหล่านั้นจะให้ค่าประสบการณ์ที่สูงกว่า แต่นั่น...กลับต้องแลกมาด้วยการที่ตนต้องวิ่งไปคุยกับคนโน้นทีคนนี้ทีซึ่งมีนมองว่า มันเป็นเรื่องที่ดูวุ่นวายและใช้เวลานานเกินไปสำหรับตน

            หลังจากออกมาจากอาคารของระบบแล้วหญิงสาวคิดว่าตนควรจะออกไปล่าสัตว์อสูรในทันที แต่ก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในทุกเมืองบนผืนแผ่นดินใหญ่จะมีสมาคมสมาคมหนึ่งที่มีชื่อว่า “สมาคมนักล่า”

            “สมาคมนักล่า” จะเป็นสมาคมที่มีเอาไว้เพื่อให้บริการผู้เล่นที่นิยมล่าสัตว์อสูรได้เข้ามาพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันหลังจากผู้เล่นได้ลงทะเบียนในสมาคมนักล่าแล้ว เมื่อผู้เล่นสังหารสัตว์อสูรฯ ระบบจะทำการบันทึกคะแนนการล่าของผู้เล่นคนนั้นเอาไว้ซึ่งคะแนนการล่าที่บันทึกได้เหล่านี้ จะสามารถนำมาแลกเป็น “แต้มนักล่า” เพื่อใช้แลกซื้อของรางวัลในสมาคมนักล่าได้

            โดยของรางวัลในสมาคมนักล่านี้จะเป็นไอเทมที่มีคุณสมบัติพิเศษแตกต่างจากไอเทมทั่วไปที่วางขายในร้านค้าของระบบในเมืองต่างๆ โดยร้านค้าของสมาคมนักล่า มีจำหน่ายทั้งน้ำยาฟื้นพลังชนิดต่าง ๆ หินเสริมแกร่ง การ์ดเผ่าพันธุ์ชิ้นส่วนวัสดุของสัตว์อสูร และอื่น ๆ อีกมากมาย ยกเว้นอาวุธและอุปกรณ์สวมใส่ชนิดต่างๆ เท่านั้น...ที่ไม่สามารถหาได้ในสมาคมนักล่า

            ระบบบันทึกคะแนนของสมาคมนักล่านั้นสัตว์อสูร 1 ตัว จะให้คะแนนนักล่าไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับระดับและชนิดของสัตว์อสูร ยิ่งถ้าหากผู้เล่นสามารถสังหารสัตว์อสูรที่มีความแข็งแกร่งและมีความเกี่ยวพันกับเนื้อเรื่องได้คะแนนนักล่าที่ได้รับก็จะมากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปหลายร้อยเท่าอีกด้วย

            “ทำไมเราไม่เห็นรู้เรื่องเกี่ยวกับสมาคมนักล่ามาก่อนเลยนะ”

            “ถ้าได้อ่านกระทู้นี้มาก่อนป่านนี้...คะแนนนักล่าของเราคงจะพุ่งทะลุเพดานไปแล้วล่ะมั้ง?” มีนบ่นออกมาอย่างเสียดายก่อนจะเดินตรงไปยังตึกที่มีป้ายแขวนไว้ว่า “สมาคมนักล่า” อย่างรวดเร็ว

            “สวัสดีครับคุณลูกค้า...”ชายวัยกลางคนรูปร่างล่ำเตี้ยหนวดเครารุงรังคนหนึ่ง ลุกขึ้นจากเก้าอี้เอนหลังซึ่งตั้งวางอยู่ใกล้ ๆ กับประตูทางเข้าสมาคมฯ กล่าวต้อนรับลูกค้า

            “.....” หญิงสาวในชุดนวมเกิดอาการชะงักอยู่ครู่หนึ่งเมื่อเห็นบุคลิกลักษณะของอีกฝ่าย ความคิดแวบแรกของมีนคิดว่า พนักงานต้อนรับของที่นี่ช่างเหมาะสมสอดคล้องกับชื่อของสมาคมเสียจริง เพราะดูจากบุคลิกท่าทางของอีกฝ่าย หากไม่เป็น“กุ๊ย” ก็คงจะเป็น “โจร” มากกว่าจะเป็นพนักงานต้อนรับอย่างแน่นอน

            “สะ...สวัสดีค่ะ”มีนเกิดอาการตะกุกตะกักอีกแล้ว แต่...อาการที่เกิดในครั้งนี้ หาได้เป็นเพราะความเขินอายแต่อย่างใดแต่...มีนกลัว!

            “คุณลูกค้า อยากได้อะไรครับ!!”

            คำสั้น ๆ ห้วน ๆที่เปล่งออกมาด้วยเสียงอันดัง ช่างสมกับเป็นกุ๊ย เอ๊ย! สมกับเป็นคนของสมาคมนักล่าเสียนี่กระไร ไม่ต้องมีคำกล่าวอันยืดยาวไม่ต้องอารัมภบทเยิ่นเย้อพิรี้พิไร เพียงแค่ “สั้น กระชับ ได้ใจความ”คือคำทักทายจากพนักงานมาดกุ๊ยคนนี้...

            “มะ...มาลงทะเบียนนักล่าค่ะ”มีนตอบอีกฝ่ายด้วยความประหม่า

            “เฮ้ย!!ลูกค้ามาลงทะเบียนโว้ย!!” พนักงานต้อนรับร้องตะโกนไปยังเคาน์เตอร์ทำเอาคนฟังอย่างมีนต้องอกสั่นขวัญแขวนอยู่ไม่น้อย

            “อุ๊ย!” มีนตกใจเสียงของพนักงานฯ จนเผลอส่งเสียงสะดุ้งออกมาเล็กน้อย

            “เอ่อ...คุณลูกค้าเพิ่งเข้ามาที่สมาคมฯเป็นครั้งแรกใช่ไหมครับ!! ไม่ต้องตกใจนะครับ!! คนแถวนี้ก็เป็นแบบนี้แหละ เดี๋ยวก็ชินไปเองครับ!!”พนักงานต้อนรับพยายามอธิบายอย่างยืดยาวให้หญิงสาวเข้าใจด้วยน้ำเสียงอันทรงพลัง

            “เชิญคุณลูกค้าที่เคาน์เตอร์เลยครับ!! ไม่ต้องรับบัตรคิว...เพราะที่นี่ไม่มีคน ครับ!!”พนักงานมาดกุ๊ยกล่าวด้วยท่าทีที่มันคิดว่าสุภาพที่สุด พร้อมกับผายมือเชิญหญิงสาวไปยังเคาน์เตอร์ฯก่อนจะทรุดลงนั่งบนเก้าอี้เอนตัวนั้นตามเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            หลังจากหายตกใจจากการต้อนรับอันแสนอบอุ่นแล้วมีนพยายามกวาดมองไปรอบ ๆ ห้อง และพบว่า บรรยากาศภายในสมาคมแห่งนี้ ช่างคล้ายกับร้านเหล้าในหนังคาวบอยยุคเก่าที่ตัวเองเคยดูตอนเด็ก

            ด้านหนึ่งของห้องจะเป็นส่วนของบาร์เหล้าซึ่งพื้นที่ด้านหลังฯ จะมีชั้นวางขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยเครื่องดื่มชนิดต่าง ๆ เรียงรายอย่างเป็นระเบียบส่วนผนังอีก 2 ด้าน มีเตาผิงขนาดใหญ่คอยให้ความอบอุ่นแก่ทุกคนภายในร้าน พื้นที่ตรงกลางของร้านจะมีที่นั่งสำหรับลูกค้าฯโดยมีทั้งชุดโต๊ะกลมและชุดโซฟาให้เลือกนั่งได้ตามอัธยาศัยจำนวน 10 กว่าโต๊ะนอกจากนี้ ในมุมหนึ่งยังถูกจัดแบ่งสร้างเป็นพื้นยกสูงลักษณะคล้ายเวที ซึ่งมีนักดนตรีโฟล์กซองกำลังขับกล่อมลูกค้าภายในร้าน...ด้วยเพลงแนวคันทรีสุดคลาสสิค

            ภายในสมาคมเวลานี้มีนเห็นลูกค้านั่งจับจองพื้นที่อยู่เพียง 3-4 โต๊ะเท่านั้น ซึ่งทั้งหมดต่างก็นั่งกินดื่มและสนทนากันอย่างเงียบเหงา

            “สวัสดีครับคุณลูกค้าต้องการลงทะเบียนนะครับ? ถ้างั้น...ขอบัตรประจำตัวด้วยครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มพยายามกล่าวอย่างสุภาพกับลูกค้าใหม่ให้มากที่สุด

            “สวัสดีค่ะ”มีนกล่าวทักทายพร้อมกับยื่นบัตรประจำตัวให้

            “ผู้เล่นมนตรานะครับ?”

            “ค่ะ”

            “ลงทะเบียนฯ เรียบร้อยแล้วครับ”พนักงานหนุ่มกล่าวกับหญิงสาวพลางยื่นบัตรประจำตัวกลับคืนมาให้ ก่อนจะเอ่ยประโยคหนึ่งออกมาซึ่งทำให้มีนถึงกับมึนงงสับสนเป็นอย่างยิ่ง “ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คุณลูกค้า...”

            “คะ?” มีนส่งเสียงออกมาด้วยความฉงน ก่อนที่อีกฝ่ายจะไขข้อข้องใจให้ทราบ “ถ้าหากคุณลูกค้ามาลงทะเบียนกับสมาคมนักล่าตั้งแต่คุณลูกค้ามีระดับน้อย ๆ ป่านนี้...คุณลูกค้า คงมีแต้มนักล่าเป็นล้านแต้มแล้วล่ะมั้งครับ...”บาร์เทนเดอร์กล่าว หลังจากได้ดูประวัติการล่าอันโชกโชนของอีกฝ่าย

            “อ้อ...” มีนไม่รู้ว่าบาร์เทนเดอร์คนนี้กล่าวเพราะรู้สึกเสียใจจริง ๆ หรือกำลังเหน็บแนมตนอยู่กันแน่

            “เพื่อเป็นการปลอบใจ...ในระหว่างที่คุณลูกค้านั่งอ่านรายละเอียดและเงื่อนไขของสมาคมฯผมขออนุญาตเลี้ยง ‘สเปเชียล ดริ้ง’ นะครับ” บาร์เทนเดอร์กล่าวด้วยรอยยิ้ม

            “คะ...ค่ะขอบคุณค่ะ”

            “ถ้าอย่างนั้น เชิญคุณลูกค้านั่งรอที่โต๊ะได้ตามสบายเลยนะครับ”

            “ขอบคุณค่ะ”

            หลังจากกล่าวขอบคุณพนักงานหนุ่มมีนเลือกเดินไปที่โต๊ะ ซึ่งอยู่มุมห้องด้านตรงข้ามเวทีฯ ใกล้ ๆ กับเตาผิงตัวหนึ่ง ก่อนจะนั่งลงและหันหน้าไปทางเตาผิงนั้น

            หลังจากนั่งได้สักพักมีนรู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่กำลังจะอบผิวของตนให้กลายเป็นไก่อบโอ่งจากผลของชุดคลุมที่ตัวเองสวมใส่อยู่ ดังนั้นมีนจึงถอดเสื้อกันหนาวออก พร้อมกับรู้สึกทึ่งในความสมจริงของเกมนี้ไม่น้อย‘เฮ้อ...จะสมจริงไปไหนเนี่ย’

              ไม่นานพนักงานหนุ่มฯก็ได้นำเอกสารคู่มือแนะนำสมาคมนักล่ามาให้หญิงสาวเล่มหนึ่ง พร้อมกับ “สเปเชียลดริ้ง” ที่บาร์เทนเดอร์ได้สัญญาเอาไว้มาให้ ซึ่งสเปเชียลดริ้งที่ว่า...กลับเป็นน้ำสีฟ้าสดใสที่สามารถจุดไฟติดได้และมันยังถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมกับน้ำเปล่าอีก 1 แก้ว

              “ซู่ว์!!”

            ช่างสมกับเป็นสเปเชียลดริ้งจริงๆ เส้นขนบนร่างของมีนลุกชูชันจากความรุนแรงของมัน หลังจากของเหลวสีฟ้าได้ไหลเข้าปากไปแล้วหญิงสาวสามารถรับรู้ได้ในทันทีว่า เจ้าของเหลวดังกล่าวได้ไหลลงไปถึงไหนต่อไหนบ้าง จนต้องรีบยกน้ำเปล่าขึ้นมาดื่มตามลงไปแทบไม่ทัน

              “แรงมาก!!สเปเชียล จริง ๆ”

              ใช่ว่ามีนจะไม่เคยกินของแบบนี้เพียงแต่...เวลาที่ตนไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ ในกลุ่มแก๊งนางฟ้า น้อยครั้งที่ตนจะได้ดื่มเครื่องดื่มที่มีความรุนแรงมากขนาดนี้เพราะส่วนใหญ่...ก็มักจะเป็นเครื่องดื่มแบบที่ผสมน้ำมาแล้วเสียมากกว่า

              “เป็นอย่างไรบ้างครับ...คุณลูกค้าต้องการรับมันเพิ่มอีกแก้วไหม?”บริกรหนุ่มถามอย่างสุภาพ

              “ไม่ล่ะค่ะขอเป็นกาแฟร้อนแก้วหนึ่งดีกว่าค่ะ” แม้จะดื่มไปแค่แก้วเดียว แต่มีนกลับรู้สึกเวียนหัวและรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวอย่างบอกไม่ถูก

              ใช่แล้ว!!หญิงสาวผู้นี้ คออ่อนเสียยิ่งกว่าผู้ใดในแก๊งเลยเชียวล่ะ ถึงแม้จะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผสมน้ำมาเรียบร้อยแล้วก็เถอะแค่ไม่ถึง 5 แก้ว หญิงสาวร่างบางผู้นี้ ก็เริ่มแสดงอาการขึ้นมาทางสีหน้าแล้ว เพราะฉะนั้นเวลาที่สาวมีนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ คุณหนูคนสวยผู้นี้ ก็มักจะเพียงแค่จิบเครื่องดื่มเบา ๆ พอเป็นพิธี แต่หน้าที่หลักของสาวมีนนั้นจะเป็นผู้รับผิดชอบในการทำลายกับแกล้มเสียมากกว่า จนเพื่อน ๆ ถึงกับแซวกันว่า“ยัยมีน...ตัวกินกับ”

            สาเหตุที่หญิงสาวลองดื่มฯก็เป็นเพราะตนคิดว่า นี่...เป็นเพียงแค่เกม คงไม่เมาจริง ๆ หรอกมั้ง? แต่ที่ไหนได้...เกมนี้มันสมจริงกว่าที่คิด!!

            หลังจากมีนนั่งอ่านข้อมูลของสมาคมนักล่าอยู่ครู่ใหญ่ซึ่งพอจะสรุปได้ว่า เมื่อผู้เล่นลงทะเบียนเป็นสมาชิกของสมาคมเรียบร้อยแล้ว การสังหารสัตว์อสูรของผู้เล่นคนนั้นจะได้รับ“คะแนนการล่า” ซึ่งคะแนนการล่านี้เอง สามารถนำมาแลกเป็นแต้มนักล่า เพื่อซื้อของรางวัลพิเศษจากทางสมาคมได้อีกด้วย

            นอกจากนี้คะแนนการล่าของผู้เล่นก็ยังจะถูกจัดอันดับไว้ในบอร์ดนักล่าของสมาคมฯ เมื่อครบ 1 ปี (ในเกม) ก็จะมีการมอบรางวัลให้แก่นักล่าผู้ที่มีคะแนนสูงสุดติดอันดับ1-10 ซึ่งของรางวัลนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นเหรียญทอง หรือไอเทมต่าง ๆ

            ส่วนรางวัลใหญ่ที่สุดสำหรับผู้เล่นที่มีคะแนนนักล่าสูงที่สุดในรอบปีนอกจากจะได้รับของรางวัลเหมือนกับผู้ที่ติดอันดับท็อป 10 แล้ว ผู้เล่นคนดังกล่าวก็ยังจะได้รับฉายา[ราชานักล่า] ซึ่งสามารถเลือกรับรางวัลพิเศษได้ 1 ใน3 อย่าง อันได้แก่
    1) “บัพ” คูณค่าประสบการณ์ 2 เท่า เป็นเวลา 1 ปี หรือ
    2) “บัพ” เพิ่มอัตราไอเทมดรอป 2 เท่า เป็นเวลา 1 ปี หรือ
    3) “บัพ” เพิ่มค่าสถานะทุกชนิด 20 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลา 1 ปี

            มีผู้เล่นจำนวนไม่น้อยใฝ่ฝันจะได้รับฉายา “ราชานักล่า” แต่จากผู้เล่นจำนวนหลายพันล้านคน มีเพียง 1 เดียวเท่านั้นที่จะได้รับฉายาอันทรงเกียรตินี้ไปครองเป็นเวลาถึง 1 ปี (ในเกม) อีกทั้งของรางวัลชิ้นนี้ไม่ว่าผู้ที่เป็นราชานักล่าจะเลือกข้อไหน มันก็จะสร้างความได้เปรียบให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัลอย่างมหาศาลดังนั้นเหล่าผู้เล่นที่มีระดับสูง ๆจึงมักจะแข่งขันกันไต่อันดับนักล่าอย่างเอาเป็นเอาตาย เพื่อจะได้รับฉายาอันนี้ มาครอบครอง…

            นอกจากนี้ สมาคมนักล่าในแต่ละเมืองยังมีระบบภารกิจล่าสัตว์อสูรให้แก่ผู้เล่น โดยแต่ละเมืองก็จะมีภารกิจให้ผู้เล่นได้ทำแตกต่างกันไปภายในภารกิจฯ มีการระบุรายชื่อของสัตว์อสูรเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งหากผู้เล่นสามารถสังหารสัตว์อสูรที่มีรายชื่ออยู่ในภารกิจนั้นได้ก็จะได้รับคะแนนการล่าเป็นจำนวน 2-10เท่าของสัตว์อสูรทั่วไป ขึ้นอยู่กับระดับความยากง่ายในการล่าและความแข็งแกร่งของสัตว์อสูรตัวนั้นดังนั้นผู้เล่นส่วนใหญ่ เมื่อเข้ามาในเมืองต่าง ๆ แล้ว ก็มักจะมุ่งตรงมายังสมาคมฯเพื่อมารับภารกิจจากสมาคมนักล่าก่อนเป็นอันดับแรก

            ขณะที่มีนกำลังดูไอเทมซึ่งสามารถใช้แต้มนักล่าแลกของรางวัลได้อยู่นั้น จู่ ๆ กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของตน“นี่หนู ๆ ๆ หนูน่ะ...”

            ............

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางจักรพรรดินี ที่คุณอ่าน