“เราจะทำยังไงต่อดีครับนายน้อยหยาง”
ในห้องประชุมที่เปิดขึ้นเป็นการกะทันหันในยามวิกาลนั้นมีเหล่าผู้ที่มีส่วนร่วมและรับผิดชอบเกี่ยวกับรายการ“สุดยอดนักปรุงโอสถ” มารวมตัวกัน เพราะการถูกขโมยวัตถุดิบสำคัญไปหลายอย่างทำให้พวกเขาต้องมาตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปกับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้
ผู้ที่เปิดประเด็นขึ้นมาก็คือผู้กำกับของรายการ เขากำลังวางแผนสำหรับการถ่ายทำไว้อย่างดี แต่ถ้าไม่มีวัตถุดิบพวกนั้นก็คงต้องมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างและต้องถูกตัดสินใจโดยเร็วที่สุด
“...ประธานเฉินคุณคิดว่ายังไงครับ?”
พี่ชายหยางหันไปถามกับเฉินเต๋อหมิงซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกล ตอนนี้นอกจากพนักงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบรายการแล้ว ยังมีผู้อาวุโสของสมาคมโอสถอีกหลายคนที่กำลังสนทนากันอยู่ด้วยท่าทางคร่ำเคร่ง
ชายชราที่ทำหน้าที่ประธานสมาคมชั่วคราวอย่างเฉินเต๋อหมิงเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรต่อดีเช่นกัน เขาหันไปมองไป่ฟานเซียนที่อยู่ด้านข้างเป็นเชิงขอความเห็น
“ข้ายังมีวัตถุดิบแบบเดียวกันนั้นอยู่บ้าง”
ไป่ฟานเซียนพูดจบหวงจื่อหานก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องที่บรรจุสมุนไพรโบราณอยู่หลายชนิด มันเป็นสมุนไพรแบบเดียวกันกับที่หายไป ไป่ฟานเซียนพึ่งจะเอาออกมาเพิ่มจากมิติเก็บของส่วนตัวของนาง
“...แต่แบบนั้นมัน”
เฉินเต๋อหมิงลังเล ก่อนหน้านี้หญิงสาวมอบวัตถุดิบล้ำค่าให้พวกเขาฟรีๆ แต่เป็นพวกเขาเองที่ดูแลไม่ดีจนทำมันหายไป ต่อให้พวกเขาจะหน้าหนาแค่ไหนก็ไม่กล้ารับพวกมันมาอีกครั้ง
“เอาเป็นครั้งนี้พวกเราจะชำระเงินให้ท่านปรมาจารย์ไป่ตามมูลค่าของพวกมันเป็นยังไงคะ?” ผู้อาวุโสฟางเหนียงออกความเห็น
อย่างนั้นพวกเขาจะได้รับมาได้อย่างสบายใจ นอกจากนี้ยังเป็นการลดความรู้สึกผิดในใจของพวกเขาด้วย
“แล้วแต่พวกเจ้าแล้วกัน”
ไป่ฟานเซียนไม่ได้ปฏิเสธ ทำให้หัวข้อการสนทนากลับมาอยู่ที่การกำหนดรูปแบบรายการในวันพรุ่งนี้อีกครั้ง
“ผมคิดว่าเราไม่ควรจะใช้วัตถุดิบพวกนี้แล้วนะครับ...”
พี่ชายหยางออกความเห็น เพราะเรื่องในคืนนี้พรุ่งนี้มันต้องเป็นข่าวไปทั่วแน่นอน ผู้คนจะเริ่มรู้ถึงมูลค่าแท้จริงของสมุนไพรพวกนี้ ดังนั้นมันจะเป็นการดึงดูดผู้ที่ไม่หวังดีให้มารวมตัวกัน
“ทำแบบเดิมเถิด...”
หลับกลายเป็นไป่ฟานเซียนที่แสนอความเห็นที่ไม่คาดคิดออกมา นางอธิบายต่อว่า
“...ถ้าพวกเงารัตติกาลต้องการสมุนไพรโบราณพวกนั้น มันต้องกลับมาอีกครั้งแน่”
หญิงสาวหลับตาลงพลางครุ่นคิด สมุนไพรพวกนั้นเป็นส่วนผสมสำคัญของโอสถระดับสูงหลายชนิด ถึงตัวของสมุนไพรจะเป็นระดับต่ำ แต่มูลค่าและความหายากของพวกมันในยุคสมัยนี้นั้นไม่ได้ง่ายเลย
นอกจากนี้จากความรู้ของไป่ฟานเซียน จำนวนวัตถุดิบที่พวกนั้นขโมยไป ต่อให้ใช้อย่างประหยัดก็ยังสามารถนำไปหลอมโอสถได้แค่ไม่กี่ชุดเท่านั้น
นั่นยังไม่พูดถึงกรณีที่มันจะล้มเหลว
ถ้าพรุงนี้ที่รายการยังมีข่าวว่ายังมีวัตถุดิบโบราณพวกนี้หลงเหลืออยู่ ไป่ฟานเซียนเชื่อว่ามันจะเป็นเหยื่อล่ออย่างดีให้เงารัตติกาลปรากฏตัวอีกครั้งได้แน่นอน
“เอาแบบนั้นก็แล้วกัน”
ข้อสรุปสุดท้ายของพวกเขาจึงลงเอยในลักษณะนี้เอง
เช้าวันต่อมามาถึงอย่างรวดเร็ว ข่าวเรื่องที่มีหัวขโมยเข้ามาขโมยของในสถานีของตระกูลหยางนั้นไม่สามารถปิดบังต่อสื่อและสาธารณะชนได้ และก็เป็นอย่างที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้ ทันทีที่ประชาชนได้รับรู้ถึงมูลค่าของวัตถุดิบโบราณเหล่านั้นที่ถูกขโมยไปก็ล้วนตกตะลึงและบ้าคลั่งกันทั้งสิ้น
“สวัสดีผู้ชมทุกท่าน! วันนี้เรายังอยู่ด้วยกันกับรายการสุดยอดนักปรุงโอสถ ในรอบที่สอง! สำหรับการแข่งรอบที่สองนี้จะเป็นการแข่งขันทดสอบถึงความสามารถในการปรุงโอสถของผู้เข้าแข่งขัน!”
พิธีกรชายคนเดิมยังคงสามารถทำงานได้อย่างดีตามที่ได้รับมอบหมาย เขาได้รับแจ้งเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนมาแล้วจึงสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
ในวันนี้ผู้เข้าแข่งขันถูกแบ่งออกเป็นสามห้องตามระดับรุ่นที่ลงสมัคร พวกเขาจะมีโต๊ะของตนเองที่มีเตาไฟเตรียมพร้อมเอาไว้ให้เรียบร้อย ส่วนใครจะใช้หม้อที่เตรียมมาเองก็แล้วแต่ความถนัด
“เมื่อเป็นการแข่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้ก็คือกรรมการ! ก่อนอื่นผมขอเริ่มแนะนำตัวกรรมการทั้งสี่ท่านที่จะมามีส่วนร่วมในการตัดสินในครั้งนี้ครับ!”
เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ เหล่าผู้ชมที่โชคดีได้มาดูการถ่ายทำกันสดๆก็หันไปมองยังเวทีที่ตั้งอยู่ด้านข้าง ผู้กำกับจัดแจงควบคุมแสงไฟและเสียงเพลงให้ตื่นเต้นน่าสนใจ ก่อนที่ร่างของชายชราคนหนึ่งจะเดินออกมาจากประตู
“กรรมการท่านแรก ขอเสียงปรบมือต้อนรับอาจารย์นักปรุงโอสถขั้นที่สาม เขานั้นมีลูกศิษย์ลูกหามากมาย ทั้งยังเป็นผู้ก่อตั้งกระทู้ ถาม - ตอบปัญหาโอสถอันโด่งดัง ท่านอาจารย์ซุนหมิงฉวน!”
เมื่อสิ้นเสียงของพิธีกรหนุ่ม ซุนหมิงฉวนก็เดินยิ้มออกมาจากหลังเวที เขาโบกมือให้กับกล้องและผู้ชมรอบหนึ่ง ช่วงหลังนี้เขามักจะไปเปิดบรรยายให้ผู้ที่สนใจและมือใหม่ฟังบ่อยๆ ทำให้มีคนรู้จักเขามากมาย
“กรรมการท่านที่สอง เธอคือหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวที่ได้รับตำแหน่งเป็นถึงรองประธานสมาคมนักปรุงโอสถ! ชื่อเสียงและความงามของเธอนั้นเป็นที่เลื่องลืมมาหลายทศวรรษ!ขอเสียงปรบมือต้อนรับอาจารย์นักปรุงโอสถขั้นที่สามเช่นเดียวกัน!อาจารย์ฟางเหนียง!” ผู้ที่มารับตำแหน่งคนที่สองนั้นคือฟางเหนียงนั่นเอง หลังจากที่ผ่านการปรึกษาหารือกันมาแล้ว สมาคมตัดสินใจที่จะส่งเธอมา
หนึ่งนั้นเป็นเพราะเธอนั้นมีความรู้เกี่ยวกับโอสถมากมาย รวมไปถึงความรู้เก่าแก่พวกนั้นด้วย สองก็คือฟางเหนียงนั้นเป็นที่ชื่นชมและมีแฟนคลับเป็นหญิงสาวที่อยากจะดูแลตนเองให้ดูดีแม้จะมีอายุมากแบบเธอ สุดท้ายก็คือคาแรกเตอร์ของเธอนั้นใจดีและสุภาพ เหมาะกับการรับมือกับผู้แข่งขันบางประเภท
“กรรมการท่านต่อไปนั้นคือชายที่รับตำแหน่งดูแลสมาคมนักปรุงโอสถอยู่ในปัจจุบัน เขาเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ประตูของนักปรุงโอสถขั้นที่สี่ได้สำเร็จ! ขอเสียงปรบมือต้อนรับท่านจารย์เฉินเต๋อหมิง!”
คนที่ก้าวออกมาจากประตูหลังเวทีคนต่อไปจะเป็นใครไม่ได้นอกจากเฉินเต๋อหมิง เขาพยักหน้าเงียบๆให้กับกล้องแล้วเดินเข้าไปนั่งตรงที่นั่งที่สาม ท่าทางของเขานั้นดูสุขุมและเต็มไปด้วยมารยาท
“นอกจากกรรมการทั้งสามท่านที่ปรากฏตัวให้ทุกท่านเห็นไปแล้ว รายการของเรายังได้รับเกียรติเป็นอย่างยิ่งจากตัวตนที่ยิ่งใหญ่อีกหนึ่งท่านที่จะเดินทางมาเป็นกรรมการกิตติมศักดิ์ให้กับเรา!”
พิธีกรชายขยับตัวไปที่กึ่งกลางเวทีแล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ขณะเดียวกันนั้นไป่ฟานเซียนที่ยืนอยู่หลังฉากก็กำลังฟังคำขอร้องบางอย่างของผู้กำกับอยู่
นางพยักหน้ารับเบาๆ คำขอของเขาไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรงที่จะทำให้เสียทีเดียว
บรรยากาศภายในห้องส่งถูกเสียงและแสงสีดึงดูดเอาอารมณ์ร่วมของผู้ชมออกมา พวกเขาแม้จะคาดเดาได้ว่ากรรมการคนสุดท้ายจะเป็นใครจากโฆษณาก่อนหน้านี้ของรายการแล้ว แต่ก็ยังอดตื่นเต้นกับฉากนี้ที่พวกเขาตั้งตารอไม่ได้
โดยเฉพาะในหมู่ผู้ชมกลุ่มหนึ่งที่กำลังเตรียมป้ายไฟและพู่เชียร์รอไว้แล้ว
“สำหรับกรรมการคนสุดท้ายของเรา! เธอเป็นหญิงสาวเพียงคนเดียวในยุคนี้ที่ก้าวเข้าสู่ขอบเขตของนักปรุงโอสถขั้นที่สี่ได้สำเร็จ! พร้อมด้วยความรู้และรูปโฉมที่งดงามจนมีกลุ่มแฟนคลับเป็นของตนเอง! เธอได้พิสูจน์ความสามารถทั้งบู๊และบุ๋นจนได้รับฉายาจักรพรรดินีโอสถ ! ขอเสียงปรบมือต้อนรับให้กับท่านปรมาจารย์ ไป่ ฟาน เซียน!!”
ทันทีที่พิธีกรชายพูดจบ ไฟบนเวทีก็ดับลงกะทันหัน ก่อนที่สปอตไลต์จะสาดส่องขึ้นไปเหนือเวที ที่นั่นตอนนี้มีร่างของหญิงสาวที่งดงามในชุดสีขาวสะอาดตากำลังลอยอยู่กลางอากาศอย่างสงบนิ่ง!
นี่คือสิ่งที่ผู้กำกับรายการขอร้องไป่ฟานเซียน เขาอยากให้การเปิดตัวของนางดูยิ่งใหญ่อลังการ ดังนั้นแทนที่จะเดินออกมาอย่างปกติก็กลับกลายเป็นให้หญิงสาวใช้ความสามารถที่น่าตื่นตะลึงอย่างการเหาะเหินเดินอากาศของระดับปรมาจารย์ในการเปิดตัวแทน
ไป่ฟานเซียนปล่อยให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่นางครู่หนึ่ง ก่อนที่ขาอันเรียวงามของนางจะก้าวเดินลงมาจากกลางอากาศในลักษณะที่คล้ายคลึงกับการลงบันได ทุกก้าวอย่างของนางถูกผู้กำกับใช้กล้องกว่าสิบตัวเก็บภาพเอาไว้ทุกซอกทุกมุม เหล่าผู้ชมที่เป็นคนธรรมดาหรือพึ่งเข้าสู่วงการเส้นทางสายนี้ที่ไม่เคยเห็นนางมาก่อนกำลังเหม่อลอยอย่างไร้สติ จนกระทั่งนางเดินลงมาถึงหน้าเวทีและเข้าไปยังที่นั่งของตนเองแล้วเหล่าผู้ชมในห้องส่งถึงจะรู้สึกตัวขึ้นมา
เสียงเฮดังลั่นดังขึ้นทันทีหลังจากนั้น โดยเฉพาะจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่เปิดป้ายไฟที่สั่งทำพิเศษและกำลังโบกพวกมันอย่างบ้าคลั่ง ผู้กำกับรายการไม่มีทางพลาดที่จะเก็บภาพแห่งความประทับใจเหล่านั้นเอาไว้ แค่ฉากนี้ฉากเดียวก็เพียงพอที่เขาจะสามารถนำไปตัดต่อได้ยาวนานหลายนาทีแล้ว...
“เมื่อกรรมการพร้อมแล้ว! ผมก็จะขอประกาศหัวข้อในการแข่งขันในครั้งนี้!”
พอธีกรชายดึงความสนใจจากฝูงชนกลับไปที่เขาได้อีกครั้ง เขากระแอมเบาๆขณะที่เปิดซองจดหมายในมือ เขาค่อยๆเปิดมันด้วยท่าทางลุ้นละทึก หล้องตัวหนึ่งซูมเข้าไปที่ใบหน้าของเขาในยามที่กำลังจะเห็นหัวข้อ
“หัวข้อในการแข่งขันรอบที่สองก็คือ...ยาเม็ดที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟูครับ!”
ทันทีที่ชายหนุ่มพูดออกมา มันก็เกิดเสียงจ้อกแจ้กจอแจขึ้นในฝั่งผู้เข้าแข่งขัน
ยาเม็ดที่มีสรรพคุณในการฟื้นฟูนั้นเรียกได้ว่าเป็นยาเม็ดพื้นฐานที่ผู้ปรุงโอสถทุกคนต้องศึกษา เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วมันจะปรุงได้ง่าย แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่ทำให้พวกเขาได้ขบคิดก็คือจำนวนยาเม็ดฟื้นฟูในแต่ละระดับขั้นนั้นเองก็มีอยู่หลายชนิด!
พวกมันมีตั้งแต่ยาง่ายๆที่ใช้วัตถุดิบทั่วไปไปจนถึงยาที่ต้องใช้วัสดุพิเศษแม้จะอยู่ในระดับเดียวกัน ดังนั้นพวกเขาจึงต้องขบคิดให้ดีถึงชนิดของโอสถที่พวกเขาจะเลือกปรุงในครั้งนี้
“การให้คะแนนนั้นขึ้นอยู่กับสรรพคุณและความสมบูรณ์ของโอสถ! ยิ่งโอสถที่ทุกท่านปรุงขึ้นมามีฤทธิ์ในการฟื้นฟูมากเท่าใดก็จะยิ่งได้คะแนนมากขึ้นเท่านั้นครับ!”
“ส่วนวัตถุดิบนั้นทางเราได้จัดเตรียมเอาไว้ทั้งหมดแล้ว เพื่อเป็นการยุติธรรมจะไม่อนุญาตให้ใช้วัตถุดิบนอกเหนือไปจากนี้ ส่วนเรื่องอุปกรณ์ประเภทหม้อ เตา หรืออุปกรณ์อื่นๆนั้นพวกคุณสามารถใช้สิ่งที่เตรียมมาได้ตามอัธยาศัย!”
พิธีกรหนุ่มผายมือไปทางกองวัตถุดิบที่ถูกจัดเตรียมไว้เป็นระบบระเบียบอย่างดีที่อีกมุมหนึ่ง มันเพียงพอสำหรับให้ผู้เข้าแข่งขันใช้มันแบบสบายๆ
“อ้อ! ทางผมพึ่งได้รับข้อความพิเศษมาจากทางสมาคมนักปรุงโอสถ”
ชายหนุ่มทำทีเป็นหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อ เขาคลี่มันออกแล้วอ่านให้ทุกคนฟัง
“หลายๆคนอาจจะได้ยินข่าวเรื่องที่เมื่อคืนนั้นมีการโจรกรรมเกิดขึ้นที่สถานีแห่งนี้จนวัตถุดิบโบราณบางส่วนที่มีราคามหาศาลถูกขโมยไป...”
เขาทิ้งช่วงเพื่อให้ผู้ฟังตามทัน ก่อนจะพูดต่อว่า “ทุกท่านอาจจะเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยและความมั่นคงของรายการ แต่ทุกท่านไม่ต้องเป็นห่วง! เพราะทางเราขอประกาศว่าวัตถุดิบและสมุนไพรโบราณที่หายไปนั้นถูกเติมเต็มกลับมาแล้ว!”
ทันทีที่พูดจบ แสงไฟในห้องส่งก็ถูกขยับไปรวมกันที่มุมหนึ่ง มันเป็นชั้นวางพิเศษที่แยกออกมาจากกลุ่มวัตถุดิบอื่นๆและมีผ้าสีขาวคลุมไว้
เมื่อผ้านั้นเปิดออก กองวัตถุดิบจำนวนมากก็ปรากฏแก่สายตาของผู้ชม มันคือวัตถุดิบหน้าตาแปลกประหลาดที่แม้แต่นักปรุงโอสถหลายคนยังไม่รู้จัก
“วัตถุดิบเหล่านี้คือวัตถุดิบที่แทบจะหาไม่ได้ในยุคปัจจุบัน! เป็นสมบัติล้ำค่าที่สมาคมโอสถใช้เงินไปกว่าสามร้อยล้านเหรียญเพื่อที่จะได้มันมา! และพวกเราตัดสินใจที่จะแบ่งพวกมันจำนวนหนึ่งในสามให้เป็นรางวัลส่วนหนึ่งสำหรับผู้ชนะในการแข่งขันสุดยอดนักปรุงโอสถในครั้งนี้!”
“มันจะถูกจัดแสดงอยู่ที่นี่จนกว่าจะได้ผู้ชนะ! เอาล่ะ ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนพยายามกันให้เต็มที่นะครับ!”
เมื่อสิ้นเสียงพิธีกร เสียงเฮดังลั่นที่เต็มไปด้วยความตื่นตกใจก็มาจากทั่วทุกสารทิศ โดยเฉพาะเหล่าผู้เข้าแข่งขันที่ไม่รู้มาก่อนว่าจะมีการมอบรางวัลอะไรแบบนี้ให้ด้วย!
ถ้าตามความหมายของพิธีกร วัตถุดิบจำนวนหนึ่งในสามของที่นำมาจัดแสดงจะถูกมอบให้เป็นรางวัล การแข่งขันในครั้งนี้มีถึงสามรุ่น ต่อให้นำมูลค่าหนึ่งในสามนั้นมาแบ่งกันอีกทีก็ยังหมายถึงผู้ชนะแต่ละรุ่นจะได้รับวัตถุดิบที่มีมูลค่ามากกว่าสามสิบสามล้านเหรียญเป็นรางวัลอยู่ดี!
จิตใจของพวกเขากลายเป็นลุกโชน ในขณะเดียวกันพิธีกรชายก็เป่าปากอย่างโล่งอกที่ทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบมาได้เป็นอย่างดี
คราวนี้พวกเขาเปิดเผยกันอย่างโจ่งแจ้งว่ามีวัตถุดิบเหลืออยู่ที่นี่โดยไม่ทุกข์ร้อน มันเป็นการตบหน้าและส่งคำท้าทายไปยัง“กลุ่มโจรเงารัตติกาล” ที่พึ่งจะมาขโมยวัตถุดิบไปเมื่อคืน เพื่อเป็นการสื่อเป็นนัยว่า
ถ้าพวกแกกล้า ก็ลองมาขโมยวัตถุดิบพวกนี้อีกรอบดู!