ตอนที่ 75 เบียคโกะ
เคนจิพยายามโบกสะบัดอย่างรวดเร็วแต่เกนบุน้อยคาบปากขวดแน่นไม่นานเจ้าเต่าน้อยก็ปลิวกระเด็นล่องลอยออกไปพร้อมกับสายตาที่จ้องมองเคนจิและใบหน้าที่แสดงออกถึงความไม่พอใจก่อนจะบินเข้าไปยังช่องมิติตามเดิมเคนจิชูขวดเลือดขึ้นมาดูพบว่าเลือดมังกรดินภายในขวดนั้นเหลือเพียงแค่ก้นขวดทำให้จิตใจของเขากระสับกระส่ายเกรงว่าจะไม่เพียงพอก่อนจะเดินไปยังซากศพของมังกรดินแล้วนำเลือดที่เหลือค่อยๆ กรอกใส่ปากของมัน
“แล้วแต่บุญแต่กรรมของเจ้าแล้วมังกรดิน”
ในส่วนลึกของปราสาทแวมไพร์โทริกำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้าพร้อมกับอินคิวบัสและซักคิวบัสที่เดินเคียงข้างสายตาของทั้งสองจ้องมองไปทั่วเส้นทางเดินที่แห่งนี้นั้นแม้แต่พวกมันก็ไม่เคยเข้ามาก่อนเมื่อเห็นอาการที่แตกตื่นของลูกสมุนทั้งสองโทริจึงหยุดเดินแล้วหันมามองทั้งสองตน
“ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกเจ้าแก่นั้นมีของสะสมหลายอย่างที่พวกเรายังหาไม่เจอ ข้าก็พึ่งเจอเส้นทางนี่ไม่นานเหมือนกันแล้วข้ารู้สึกว่าสมบัติที่อยู่ด้านในเป็นของที่ข้าค่อยข้างชอบมากเลยทีเดียวฮ่าฮ่าฮ่า”
“มันคืออะไรนายท่าน?”
“เดียวพวกเจ้าก็รู้ตามข้ามาเงียบๆ อย่าแตะต้องอะไรเด็ดขาด ข้าไม่รู้ว่ามีกับดักอะไรอยู่บ้าง”
ทั้งสองพยักหน้ารับแล้วเดินตามโทริไปยังด้านในไม่นานทั้งสามคนก็มาถึงห้องโถงแคบๆ ที่เบื้องหน้ามีคุกน้ำแข็งขนาดใหญ่ฝังลงไปในผนังของห้องโถงทำให้ภายในห้องหนาวเย็นราวกับอยู่ในขั้วโลกที่ด้านในมีหญิงสาวที่งดงามงามราวกับนางฟ้านางสวรรค์ ผิวที่ขาวนวลราวกับหิมะใบหน้าของเธอนั้นมีสีแดงอมชมพูคล้ายกับลูกแอปเปิลที่สุกงอมเสื้อผ้าที่สวมใส่คล้ายกับหนังสัตว์ที่ขนสีขาวปกคลุมไปทั่วเรือนร่างลมหายใจเข้าออกของเธอนั้นปรากฏกลุ่มควันจางๆ ตัวสั่นเทาเพราะความหนาวเย็น เมื่อเห็นโทริก้าวเดินเข้ามาภายในห้องดวงตาของหญิงสาวจ้องมองอย่างโกธรแค้นและพุ่งทะยานเข้าหาทันที
“เปรี้ยง!!”
เสียงกระแทกดังสนั่นร่างกายของหญิงสาวกระเด็นออกมาเมื่อสัมผัสโดนลูกกรงน้ำแข็งที่เสาน้ำแข็งแต่ละต้นนั้นปรากฏยอดแหลมคมที่มีเลือดของเธอติดอยู่โทริก้าวเดินมาถึงหน้าลูกกรงปรากฏรอยยิ้มจ้องมองหญิงสาวที่เจ็บปวด ท่ามกลางความสงสัยของลูกสมุนทั้งสองที่ไม่รู้ว่าหญิงสาวผู้นี้คือใครอินคิวบัสจึงถามทันที
“นายท่านนางคือใครแล้วที่นี่คือ”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! นางคือเสือขาวเบียคโกะหนึ่งในสี่สัตว์จตุรเทพ และนี่ก็สมบัติของเจ้าแก่มันคือคุกร้อยอสูรต่อให้เป็นเทพสวรรค์หรือเทพมารก็ไม่สามารถหนีรอดจากคุกนี่ไปได้ ฮ่าฮ่าฮ่า”
“เบียคโกะ!! ท่านจับนางได้อย่างไรพลังของมันไม่ใช่ว่าแข็งแกร่งขนาดสะเทือนพิภพทลายสวรรค์ได้เลยไม่ใช่หรือไง”
“เพราะข้าเก่งไงล่ะฮ่าฮ่าฮ่า!”
“เหอะ!! เก่งกับผีน่ะซิเจ้าโทริ!หากไม่ใช่เพราะข้าต้องจำศีลจนมีพลังเหลือเพียง 1 ใน 10 มีรึที่เจ้าจะจับข้าได้ แล้วถ้าเจ้าไม่มีบ่วงปราบมารเจ้าคิดรึว่าจะจับข้าได้อาศัยตอนข้าจำศีลลอบโจมตีข้าแกมันมันหน้าตัวเมีย!เอาของที่เจ้าขโมยข้าไปคืนมาเดียวนี้!!”
“หุบปาก!!ยังไงข้าก็จับเจ้าได้ อยากได้ของคืนแน่จริงเจ้าก็แหกคุกออกมาสังหารข้าซะถ้าเจ้าทำได้นะ ฮ่าฮ่าฮ่า! อ้อจริงซิข้ามีข่าวดีมาบอกเจ้าด้วยนะข้าหวังว่าเจ้าจะดีใจเมื่อได้ยินข่าวนี้ หึหึหึ คู่ปรับของเจ้าเกนบุ...มันตายแล้วฮ่าฮ่าฮ่า”
ดวงตาของเบียคโกะเบิกกว้างด้วยสีหน้าอันตกตลึงแม้ทั้งสองจะต่อสู้กันมานานหลายร้อยปีและยังไม่รู้ผลที่แน่ชัดแต่หากรู้ว่าฝ่ายใดฝ่านหนึ่งตกอยู่ในอันตรายก็จะไปช่วยเหลือโดยไม่ลังเลเมื่อรู้ถึงการตายของเกนบุปรากฏหยาดน้ำตาเจิ่งนองและรินไหลไม่ขาดสาย
“เจ้าโกหก!! ไม่มีทางที่เกนบุจะตายได้พลังของมันไม่ได้น้อยไปกว่าข้าเขาจะตายได้ยังไง เจ้ามันโกหก!”
“แล้วแต่เจ้าข้ามาบอกเพียงเท่านี้และเมื่อไรก็ตามที่เจ้ายอมตกเป็นของข้า วันนั้นคือวันที่เจ้าเป็นอิสระแต่ข้าก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรนะในคุกน้ำแข็งแห่งนี้มันอัดแน่นไปด้วยพลังหยินวันใดวันหนึ่งเจ้าก็ต้องตกเป็นของข้าข้าจะรอดูว่าเจ้าจะทนไปได้อีกกี่น้ำเมื่อวันนั้นมาถึงเจ้าต้องเรียกร้องให้ข้าสมสู่กับเจ้าเอง ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
“ฝันไปเถอะ! ข้ายอมตายตามเกนบุไปดีกว่าจะต้องตกเป็นของเจ้า”
โทริไม่สนใจคำพูดของเบียคโกะก่อนจะกลับหลังหันแล้วก้าวเดินจากไปท่ามกลางการเหลือบมองอย่างอาฆาตแค้นของเบียคโกะ เมื่อโทริและลูกสมุนออกไปจากห้องขังเธอก็พยุงร่างไปลงนอนบนเตียงน้ำแข็งที่มุมห้องพร้อมกับร้องไห้ส่งเสียงดังระงมไปทั่วทั้งห้องเนื่องจากเสียใจกับการจากไปของผู้เฒ่าเกนบุ
ณใจกลางห้องชั้นที่ 2 ของปราสาทแวมไพร์ ปรากฏแสงสว่างกระจายไปทั่วทั้งชั้นร่างการที่ดำดุจตอไม้ไหม้ของมังกรดินล่องลอยสู่กลางอากาศ พร้อมกับคลื่นพลังจากพื้นดินที่พุ่งทะยานเข้าไปที่เรือนร่างของมันอย่างต่อเนื่องจนมีก้อนดินปกคลุมไปทั้งเรือนร่างคล้ายกับไข่หินใบหนึ่ง ก่อนจะตกลงมาสู่เบื้องล่างที่ด้านหน้าของเคนจิ
“เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!! ตูม!!”
เสียงแตกร้าวของไข่หินดังสนั่นพร้อมกับระเบิดในทันทีกลุ่มควันหนาฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณก่อนจะปรากฏร่างของมังกรดินที่นั่งชันเข่าอยู่กึ่งกลางกลุ่มควัน ปีกมังกรเหล็กโบกสะบัดกลุ่มควันก็สลายหายไปในทันทีเคนจิก้าวเดินมายังเบื้องหน้ามังกรดินซึ่งมันยังคงอยู่ในท่านั่งชันเข่าบนใบหน้าของมันนั้นปรากฏเม็ดเหงื่อปกคลุมไปทั่วทั้งใบหน้าเมื่อเห็นเงาของเคนจิอยู่ตรงเบื้องหน้ามันจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นอย่างช้าๆ
“นายท่าน! ข้าขอโทษข้าไม่สามารถควบคุมมนต์ดำที่ครอบงำจิตใจข้าได้”
“เจ้ารู้ตัวอย่างนั้นรึ?”
“ใช่ข้ารู้ตัวแต่ข้าไม่สามารถควบคุมร่างกายของข้าได้ ทุกๆครั้งที่ข้าพยายามจะควบคุมตัวเอง ราวกับมีเข็มนับหมื่นเล่มทิ่มแทงไปในจิตใจของข้าข้าเจ็บปวดยิ่งนัก ของให้นายท่านโปรดลงโทษข้า”
“มันไม่ใช่ความผิดของเจ้าดีแค่ไหนแล้วที่เจ้าฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้ ดีที่เต่าน้อยดื่มเลือดของเจ้าไปไม่หมดไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้พบกันอีก รับนี้ไปซะ”
เคนจิโยนขวดแก้วให้มังกรดินสร้างความประหลาดใจให้กับมันเป็นอย่างมาก เมื่อลองสูดดมที่ปากขวดก็ทำให้มันเข้าใจได้ทันทีเพราะที่ขวดนั้นมีกลิ่นเลือดของมันติดอยู่ น้ำตามังกรดินค่อยๆ รินไหลภายในใจมันครุ่นคิดว่าเคนจิคงตัดการสำรองเลือดมันไว้หากต้องตกตายก่อนจะมันจะปาดน้ำตาแล้วลงมือกรีดเลือดที่ปลายนิ้วค่อยหยดลงไปที่ขวดแก้วจนเต็มแล้วปิดฝาส่งให้เคนจิ
“นายท่าน! ท่านคงเป็นห่วงข้ากลัวว่าข้าจะตายอีกจึงเก็บเลือดนี้ไว้ใช้กับข้าใช่หรือไม่”
“เปล่า! ข้าเห็นเกนบุน้อยชอบกินเลือดเจ้าข้าเลยจะเก็บไว้ให้มันกินหน่อย ส่วนเจ้าก็ระวังๆ ตัวหน่อยล่ะไปกันได้แล้วประตูชั้นถัดไปเปิดนานแล้ว”
เคนจิคว้าจับที่ขวดแก้วหันหลังกลับเดินไปยังประตูบานถัดไปปล่อยให้มังกรดินนั่งมองตาค้างด้วยใบหน้าที่ตกตลึง ท่ามกลางรอยยิ้มของเคนจิหารู้ไม่ว่าเข้าได้แอบแบ่งเลือดส่วนหนึ่งในขวดอีกใบและเก็บไว้กับตัวป้องกันเต่าน้อยแอบกินอลันแอบมองพร้อมส่ายหน้าแม้เคนจิจะใจคอโหดร้ายและลงมือได้อย่างโหดเหี้ยมแต่ก็ยังมีจิตใจที่เป็นห่วงพวกพ้องก่อนจะเดินไปหามังกรดินและกล่าวบางอย่างออกไป
“ขวานผ่าพิภพและปีกมังกรเหล็กข้าให้เจ้ายืมใช้ชั่วคราวเท่านั้นเมื่อยามที่ข้าได้ปราสาทคืนเจ้าต้องคืนมันให้แก่ข้าเรื่องนายเจ้าไม่ต้องห่วงมันแค่หยอกล้อเจ้าเล่นเท่านั้น”
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้ามังกรดินอีกครั้งพร้อมกับพุ่งทะยานไปเคียงข้างเคนจิเดินเข้าประตูไปยังชั้นถัดไปพร้อมกับไรเซ็นและอลันเมื่อผ่านเข้าไปยังด้านในประตูที่ผ่านมาก็กลายสภาพกลายเป็นฝุ่นสลายไปตามสายลมภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเคนจินั้นมีลานต่อสู้ขนาดใหญ่อยู่เบื้องหน้าที่มุมแต่ละมุมของลานประลองนั้นมีลูกแก้วสีใสประดับอยู่บริเวณรอบด้านลานประลองมีอัฒจรรย์สำหรับนั่งชมกลางต่อสู้ที่ฝั่งตรงข้ามเคนจินั้นแวมไพร์โทริและลูกสมุนกำลังนั่งรอการมาของเคนจิ ที่ใจกลางลานต่อสู้นั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าสงบนิ่งและในทันทีที่โทริยืนขึ้นกล่าวต้อนรับกลุ่มของเคนจิ
“ขอต้อนรับสู่ชั้นที่3 ของปราสาทข้า อย่างที่เจ้าเห็นมันคือลานประลองและแน่นอนว่ามันมีกฎของมัน เพราะว่าที่นี่คือ...”
“หนึ่งในสมบัติของข้า!!! ลานประลองสังเวยชีวิตมันจะบังคับให้เข้าไปได้แค่ 2 คนเท่านั้น ลูกแก้วที่มุมแต่ละต้นจะสร้างม่านพลังที่ป้องกันการรุกรานจากด้านนอกเข้าไปด้านในและด้านในจะไม่สามารถออกมาด้านนอกได้ ทางเดียวที่จะออกมาได้คือต้องใช้เลือดของคนที่อยู่ในนั้นชโลมไปที่ลูกแก้วลูกใดลูกหนึ่งให้เปล่งแสงสีเลือดมันถึงจะออกมาได้”
“ฮ่าฮ่าฮ่า! สมบัติของเจ้ามีเยอะจริงๆเจ้าแก่ ข้ายังหาไม่เจออีกมากเลยทีเดียว ก็อย่างที่เจ้าแก่บอกนั่นแหละเมื่อเจ้าชนะประตูบานถัดไปก็จะเปิดออก ใครจะเป็นคนเข้ามาประลองล่ะ ข้ารอนานแล้ว”
“ข้าเอง!!”
ในขณะที่เคนจิกำลังจะพุ่งทะยานเข้าสู่ลานประลองทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากด้านหลังทำให้เขาหยุดชะงักเสียหลักและมีเงาดำพุ่งผ่านร่างเขาไปยืนที่ลานประลอง สายตาของทุกคนเบิกกว้างพร้อมกับโทริและลูกสมุนคนที่พุ่งทะยานสู่ลานประลองคือมังกรดินนั้นเอง
“นายท่าน! ข้าขอประลองเองโทษฐานที่ข้าทำให้ท่านลำบากเมื่อชั้นก่อน”
“ถ้าเจ้าอยากตายข้าก็ไม่ขัดเชิญตามสบายเจ้ากิ้งก่ายักษ์”
มังกรดินไม่สนใจคำพูดของโทริมองหญิงสาวที่นั่งอยู่ใจกลางเวทีอย่างตั้งใจและไม่ประมาททันใดนั้นมีมีดสั้นพุ่งทะยานมาจากมุมของลานประลองมังกรดินใช้ขวานผ่าพิภพป้องกันได้ทันทีเมื่อมองไปยังทิศทางที่มีดสั้นบินมาปรากฏชายแก่ออกมาจากมุมเสาหินอย่างช้าๆท่ามกลางรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของมัน
“บัดซบ! มันมีสองคนไปช่วยมังกรดินเร็วเข้า”
ไรเซ็นตะโกนเสียงดังลั่นพุ่งทะยานไปด้วยความรวดเร็วเมื่อยามที่จะผ่านพ้นขอบเวทีลานประลองก็ปะทะเข้ากับม่านพลังเด้งกลับมาทีเดิม ทำให้มีเลือดปรากฏที่มุมปากพร้อมกับมองโทริด้วยสายตาอันเหยียดหยาม
“เฮ้!! อย่ามองข้าอย่างนั้นซิเจ้าหมาบ้าเจ้าลองดูดีๆ ก่อนว่าหญิงผู้นั้น...ไม่ใช่คน! ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ท่านโทริ! อย่าบอกว่าแมรี่ไม่ใช่คนนะย้าก~!!”
ชายชราตะโกนเสียงดังขยับมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็วหญิงสาวที่นั่งนิ่งเป็นเวลานานพุ่งทะยานเข้าหามังกรดินในพริบตาพร้อมกับมีดสั้นที่อยู่ในมือทั้งสองข้างโจมตีใส่มังกรดินขวานผ่าพิภพในมือโบกสะบัดปะทะกับมีดสั้นดังสนั่น ส่งร่างของหญิงสาวกระเด็นกลับไปสู่อ้อมกอดของชายชรามันบรรจงจูบลงไปที่ริมฝีปากของหญิงสาวทันทีพร้อมกับบ่นพึมพำอะไรบางอย่างออกมา
“ไม่ต้องน้อยใจท่านโทรินะจ๊ะแมรี่ยังไงเธอก็เป็นมนุษย์ เธอคือคนรักของฉัน โอ้~!! แมรี่ที่รักของฉัน เรามาฆ่าเจ้ามังกรดินนี้กันเถอะแล้วเราค่อยไปเล่นกันต่อที่ห้องนะจ๊ะฮ่าฮ่าฮ่า”
“นักเชิดหุ่น!!”
“แมรี่ไม่ใช่หุ่นนะ!!! บังอาจมาเรียกที่รักข้าว่าหุ่นแกต้องตาย!!!”