ตอนที่ 112 แก้ไขปัญหา
หานชีเยวี่ยขมวดคิ้วก่อนเอ่ยว่า
“เรื่องนี้ฉันต้องกลับไปรายงานผู้อำนวยการไช่ที่สหคามก่อนถึงจะได้ค่ะ ถ้าผู้อำนวยการไช่สนับสนุน ฉันก็สามารถรับผิดชอบส่วนหนึ่งของงานนี้ได้”
หากคำนึงถึงเพียงเรื่องนี้ หานชีเยวี่ยค่อนข้างอยากมีส่วนร่วมกับมัน เพราะอย่างไรเสียมันเป็นโอกาสอันดีในการฝึกฝนตัวเอง แม้ว่างานในปัจจุบัน หานชีเยวี่ยไม่ได้ตั้งใจที่จะทำในระยะยาว แต่ในอนาคตหลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย เธอก็ยังต้องหางานทำอยู่ดี การฝึกฝนตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ย่อมมีประโยชน์เสมอ
เพียงแต่เรื่องนี้ หากแค่คิดมันก็ง่าย แต่การลงมือทำจริงๆ นั้น กลับมีส่วนที่ยากลำบากอยู่บ้าง งานไม่ได้เหนื่อยยากอะไร แต่สหคามอยู่ห่างจากตัวเมืองพอสมควร การเดินทางไปกลับด้วยตัวเองนั้น เธอคงจะต้องเดินจนขาหักเป็นแน่
เจียงอวี้หมิงเห็นท่าทีลังเลของหานชีเยวี่ย จึงถามว่า “มีปัญหาอะไรอีกรึเปล่า?”
หานชีเยวี่ยเอ่ยว่า “หัวหน้าเจียง ขอไม่อ้อมค้อมนะคะ ตัวเมืองอยู่ห่างจากสหคามพอสมควร ถ้าฉันต้องเดินทางไปกลับคงเป็นการสิ้นเปลืองเวลามากเกินไปค่ะ! "
ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็ยังไม่ได้วางแผนจะพักที่สหคามแต่ตั้งใจจะกลับบ้านทุกวันด้วย แบบนี้เวลาที่เสียไปกับการเดินทางก็จะยิ่งมากขึ้น เจียงอวี้หมิงลองคิดดู ก็จริงอย่างที่เธอว่า ใช้เวลาเดินทางไปกลับหลายชั่วโมงต่อวัน นับว่าเสียเวลาไปเปล่าๆ จริงๆ
เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้ไข เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สามารถพูดได้ ต้องรายงานผู้จัดการโรงงานก่อน ในโรงงานมีหอพักสำหรับพนักงานอยู่ ถ้าผู้จัดการโรงงานอนุญาต ก็สามารถจัดห้องพักให้หานชีเยวี่ยได้ห้องหนึ่ง
“ชีเยวี่ย เรื่องนี้ฉันจะคิดหาวิธีแก้ไขให้ คงมีทางออกอยู่บ้าง ขอเพียงแค่เธอยินดีช่วยฉันก็พอ ใช่แล้ว วันนี้เธอจะไปสหคามหรือเปล่า? ถ้าไป ก็รายงานเรื่องนี้ให้ผู้อำนวยการไช่ด้วยเลยทีเดียวสิ”
ต้องแจ้งหัวหน้าสหคามไว้ก่อนล่วงหน้า เจียงอวี้หมิงคิดว่า จะปล่อยให้เด็กสาวอย่างหานชีเยวี่ยไปรายงานคนเดียวก็คงไม่ดี เขาเองก็คงต้องโทรหาผู้อำนวยการไช่ล่วงหน้าด้วยเช่นกัน
หานชีเยวี่ยพยักหน้า
“วันนี้ฉันจะไปพบผู้อำนวยการไช่เพื่อรายงานเรื่องนี้ค่ะ เพียงแต่ว่าก่อนกลับสหคาม ฉันต้องไปที่อื่นก่อนค่ะ”
“มีธุระอะไรอีกหรือ? อยากให้ฉันช่วยติดต่อให้ก่อนไหม?”
คนที่ความสามารถย่อมควรค่าแก่การเคารพ เจียงอวี้หมิงชื่นชมหานชีเยวี่ย จึงยินดีช่วยเหลือในขอบเขตที่เขาจะทำได้
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรมากค่ะ ก็แค่ผู้อำนวยการไช่มอบหมายให้ฉันหาวิธีจัดสวัสดิการวันไหว้พระจันทร์ให้กับเจ้าหน้าที่ที่สหคามน่ะค่ะ”
ฟังจากน้ำเสียง เจียงอวี้หมิงเข้าใจความหมายที่หานชีเยวี่ยต้องการจะสื่อ เด็กคนนี้มาทำหน้าที่นักการทูตนี่เอง เพียงแต่เกรงว่าสหคามคงไม่มีคูปองเหลือ อีกทั้งตอนนี้การซื้อของส่วนใหญ่ต้องใช้คูปองด้วย เดี๋ยวก่อน เด็กคนนี้จู่ๆ ก็เสนอจัดให้กิจกรรมใหญ่ขนาดนี้ คงไม่ใช่เพราะเรื่องนี้หรอกกระมัง?
ช่างเป็นเด็กฉลาดเจ้าเล่ห์มากจริงๆ!
“นี่ถือว่าเธอทำเกินหน้าที่ไปแล้วกระมัง? ผู้อำนวยการไช่แค่ให้เธอหาวิธีจัดสวัสดิการวันไหว้พระจันทร์ให้บรรดาเจ้าหน้าที่ของสหคาม แต่ตอนนี้เธอกำลังจะแจกสวัสดิการให้คนทั้งสหคามแล้ว! ”
แม้คำพูดนี้จะดูเกินจริงไปบ้าง ทว่าแท้ที่จริงแล้วก็มีเหตุผลอยู่ ตามแผนของหานชีเยวี่ย ปัญหาของชาวบ้านหลายคนจะสามารถแก้ไขได้ทันที แถมยังไม่ต้องใช้เงินมาก เหมือนกับการแจกสวัสดิการไม่มีผิด
หานชีเยวี่ยยิ้มแหะๆ อย่างเขินอาย
“ฉันคงไม่หน้าหนาพอจะมาขอให้คุณช่วยแก้ปัญหานี้หรอกกระมังคะ? ”
“ในเมื่อปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว เธอก็ยังจะเตรียมสวัสดิการวันไหว้พระจันทร์ให้เจ้าหน้าที่สหคามอีกเหรอ? ”
“ลองดูอีกสักตั้งเถอะค่ะ ไม่แน่ว่าอาจจะมีอะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง! "
“เด็กคนนี้ช่างกล้าคิดกล้าทำจริงๆ เธอวางแผนจะไปที่โรงงานไหน? หรือจะไปที่สหกรณ์โดยตรงเลย? ”
หานชีเยวี่ยส่ายหัว “ฉันเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันค่ะ เดี๋ยวลองทำไปคิดไปก่อนก็คงรู้เอง ฉันจำได้ว่าโรงงานทอฝ้ายของเราอยู่ไม่ไกลจากโรงงานเหล็ก ฉันจะไปดูที่นั่นก่อนค่ะ”
หานชีเยวี่ยรู้ดีว่าผู้จัดการโรงงานจ้าวของโรงงานทอฝ้ายกับผู้จัดการโรงงานเจินของโรงงานเหล็กเป็นศัตรูกัน เจอหน้ากันทีไรก็เหมือนหมากับแมวที่จ้องจะตีกันตลอด
เจียงอวี้หมิงเริ่มรู้สึกประหม่าขึ้นมา ทำไมต้องไปโรงงานเหล็กด้วย?
“โรงงานเหล็กจะมีอะไรให้ใช้กันล่ะ ของใช้ในบ้านยังไงก็ต้องโรงงานทอฝ้ายเราดีกว่า!”
เจียงอวี้หมิงรีบเปิดปากพูดขึ้นทันที เขาไม่มีทางยอมให้หานชีเยวี่ยไปโรงงานเหล็กเด็ดขาด ถ้าเกิดเธอไปทำอะไรดีๆ ให้โรงงานเหล็กขึ้นมา ผู้จัดการโรงงานเขาคงเจ็บใจตายเลย สิ่งที่หานชีเยวี่ยรออยู่ก็คือคำพูดนี้ของเจียงอวี้หมิงนี่แหละ แต่เธอพูดตรงๆ ไม่ได้
“ฉันก็แค่ไปลองดูน่ะค่ะ เขาจะสนใจฉันรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”
ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ตอนนี้เจียงอวี้หมิงก็พอเดาได้แล้วว่าหานชีเยวี่ยต้องมีความสามารถบางอย่างแน่ๆ และไม่แน่ว่าโรงงานเหล็กก็อาจจะกำลังมองหาคนมีความสามารถอยู่ก็ได้
“ฉันว่าเธอไม่ต้องวิ่งไปไหนมาไหนแล้ว ปัญหาแค่นี้ฉันจัดการให้เธอเอง!”
“แต่ฉันเพิ่งรับใบอนุมัติจากคุณมาแล้วครั้งหนึ่งนะคะ”
เจียงอวี้หมิงโบกมือบอกว่า “นั่นมันคนละเรื่องกัน อย่าเอามาเกี่ยวข้องเลย อย่างไรก็ตาม เธอบอกฉันมาก่อนว่าผู้อำนวยการไช่ต้องการอะไร?”
“สวัสดิการให้เจ้าหน้าที่สหคามคนละห้าหยวน เป็นการแจกสิ่งของจำเป็นที่ใช้ได้จริง แต่ไม่มีคูปองค่ะ” หานชีเยวี่ยเปิดตาให้กว้าง พูดด้วยท่าทางสงบนิ่ง
งบประมาณคนละห้าหยวน ถือว่าน้อยมาก เจียงอวี้หมิงโล่งใจ คิดว่าหานชีเยวี่ยจะเรียกร้องอะไรมากมายเสียอีก แต่คิดอีกที สหคามจะให้สวัสดิการมากมายไปได้อย่างไร?
“สหคามมีพนักงานอยู่กี่คน?”
“ยี่สิบกว่าคน ไม่น่าถึงสามสิบคนมั้งคะ?” หานชีเยวี่ยครุ่นคิด ตัวเลขที่แน่นอนเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน
เพียงแต่ว่าตอนที่ผู้อำนวยการไช่มอบหมายงานให้ก็ไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอน คงอยากให้เธอหามาให้ได้มากที่สุด
“เช่นนั้นก็คิดตามจำนวนคนสามสิบคน ฉันจะเตรียมให้สามสิบชุด จะเอาไปวันนี้เลยหรือว่าวันหลังดี? ”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงอวี้หมิง หานชีเยวี่ยดีใจจนแทบทนไม่ไหว
“ขอบคุณหัวหน้าเจียงมากๆ เลยค่ะ ถ้าเอาไปได้วันนี้ก็ยิ่งดีเลย ฉันจะได้มีหน้าไปขอร้องผู้อำนวยการไช่ด้วย! ”
เมื่อเห็นสีหน้าดีใจของเด็กสาว มุมปากของเจียงอวี้หมิงก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา
“งบห้าหยวนจริงๆ แล้วก็ค่อนข้างน้อยทีเดียว ผ้าปูที่นอนเซียร์ซัคเกอร์ [1] ผืนนึงราคาส่งก็สี่หยวนห้าสิบแล้ว ถ้าบวกปลอกหมอนอีกคู่ก็ห้าหยวนห้าสิบ ชีเยวี่ย เธอไม่ลองตรองดูเรื่องการทำงานที่โรงงานทอฝ้ายของเราเสียหน่อยหรือ เราไม่ขี้เหนียวแบบนั้นหรอก”
เจียงอวี้หมิงไม่รีรอที่จะฉวยโอกาสชักชวนหานชีเยวี่ย หานชีเยวี่ยหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เธอไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อไหร่กันที่ตัวเองกลายเป็นที่ต้องการตัวขนาดนี้?
“ชีเยวี่ย ลองคิดดูให้ละเอียดนะ ตอนนี้เธอเป็นเจ้าหน้าที่ เงินเดือนน่าจะอยู่ที่ประมาณยี่สิบสามหยวนต่อเดือนกระมัง? ถึงแม้ปีหน้าจะได้เลื่อนขั้นไปอีกขั้น ก็ได้แค่เงินเดือนยี่สิบห้าหยวนห้าสิบ แต่ถ้าเธอมาทำงานที่โรงงานทอฝ้ายของเรา ตามที่ผู้จัดการโรงงานบอก เธอไม่ต้องเริ่มจากช่างระดับสิบแปดที่ต่ำที่สุด แต่สามารถเริ่มจากระดับสิบหกได้เลย ซึ่งตำแหน่งนี้ เงินเดือนเดือนละสามสิบเจ็ดหยวนเชียวนะ”
ไม่คิดก็ไม่รู้ แต่พอคิดแล้ว หานชีเยวี่ยก็ตกใจ ความแตกต่างของเงินเดือนใหญ่ขนาดนี้เชียว?
งานหนึ่งให้เงินยี่สิบสามหยวน ส่วนอีกงานสามสิบเจ็ดหยวน ต่างกันสิบสี่หยวน ปีหนึ่งก็ตกหนึ่งร้อยหกสิบแปดหยวน เพียงพอที่จะแต่งภรรยาได้คนหนึ่งเลยด้วยซ้ำ
ไอ๊หยา ไม่แปลกใจเลยที่ใครๆ ก็อยากเป็นกรรมกร
จะบอกว่าไม่สนใจก็คงไม่จริง แต่หานชีเยวี่ยก็รู้ดีว่า เธอแค่มองหางานทำชั่วคราว เพื่อหาข้ออ้างในการช่วยเหลือครอบครัว ไม่ใช่เพื่อเงินเดือนพวกนี้
เจียงอวี้หมิงรู้สึกว่าเขาพูดมากพอแล้ว จึงไม่ได้พูดต่อ ความแตกต่างปีละร้อยกว่าหยวนนั้น เขาไม่เชื่อว่าเด็กสาวจะไม่สนใจ!
เชิงอรรถ
[1] เซียร์ซัคเกอร์ 泡泡纱 Seersucker เป็นชื่อเรียกเนื้อผ้า ที่ถูกคิดค้นแรกเริ่มจากประเทศอินเดีย ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1880 ผลิตเพื่อคนงานโดยคนงานในยุคอาณานิคมของทางฝั่งอังกฤษที่ต้องทำงานท่ามกลางความร้อนตลอดทั้งวัน ผลิตจากผ้าฝ้ายแบบ 100% มีน้ำหนักเบา ระบายอากาศได้ดี มีลักษณะการทอเส้นด้ายแบบหลวมๆ และใช้การบิดงอผสมผสานกันจนเกิดลวดลายเอฟเฟคเฉพาะตัว