สืบสู้ผี 82
พวกเราเหม่อมองขึ้นไปข้างบนแล้วก็เห็นว่าน่าจะปีนขึ้นไปกันได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรนัก แม้จะมีม่านหมอกบางอย่างกระจายอยู่รอบๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมองอะไรไม่เห็นเสียเลย
"ในเมื่อไม่มีบันไดให้ขึ้นไปดีๆ ก็คงต้องออกแรงปีนป่ายกันบ้างล่ะ" พี่เมฆหันมามองหน้าผม "คิดว่าไหวไม๊น้องกิตติ มันก็ดูสูงอยู่ไม่ใช่เล่นนะ ?"
ผมหันไปยิ้มให้พี่เมฆ "ดูท่าจะปีนไม่ยากนะครับพี่เมฆ ผนังหินขรุขระ และมีชง่อนต่างๆให้เราพักเท้าได้เป็นระยะๆ ไม่มีบันไดก็เหมือนมีบันไดนะครับผมว่า เพียงแต่เป็นบันไดธรรมชาติ ที่เราต้องปีนต้องป่ายกันบ้างเล็กๆน้อยๆนะครับ แถมในแต่ล่ะช่วงที่ขยับสูงขึ้นไป ก็ยังมีช่องมีโพลงย่อมๆราวกับปากถ้ำอีกด้วย เราจะนั่งพักเป็นระยะๆก็ยังทำได้สบายๆเลยนะครับผมว่า"
ผมบอกพี่เมฆตามลักษณะที่แท้จริงของผนังบ่อยักษ์ที่เราได้เห็นกันในขณะนี้
"แล้วจันล่ะ คิดว่าจะปีนขึ้นไปไหวไม๊เอ่ย... มันก็สูงอยู่นะน้อง ? หึหึ" พี่เมฆถามจัน แถมยังหัวเราะเสียงต่ำๆตามท้ายราวกับจะแกล้งจันเล่นแก้เบื่อสักครั้ง
จันเท้าสะเอวแหงนมองขึ้นไปคอตั้งบ่า "ถ้าสวรรค์ปลายทางอยู่แค่ตรงปลายนั้น ผมก็... ผมก็คงต้องปีนขึ้นไปให้ได้ล่ะครับพี่ อะไรๆก็ผ่านมาหลายอย่างแล้วนี่ครับ ดูซิว่าแค่นี้ มันจะลำบากสำหรับผม สักแค่ไหนเชียว หึหึ"
ผิดคาดสำหรับคำตอบของจัน ที่ปกติจะแสดงความขลาดเขลาให้เราได้เห็นอยู่เสมอๆ ผมกับพี่เมฆต้องเลิกคิ้วทำตาโตขึ้นพร้อมๆกันทันที มันไม่น่าจะเชื่อว่าจันจะตอบแบบนี้ แถมยังหัวเราะเสียงต่ำๆเลียนแบบพี่เมฆซะอีกด้วย
"บร๊ะ...!" พี่เมฆร้องเสียงดัง "ให้มันได้อย่างนี้สิวะจัน นี่ไอ้ตัวขี้ขลาดที่มันเคยสิงอยู่ในร่างจัน ตอนนี้มันคงสูญสลายตายห่าไปตั้งแต่ตอนไหนแล้วแน่ๆ ใช่ไม๊ๆ ?"
จันยิ้มแห้งๆพลางชี้ขึ้นไปตามผนังบ่อยักษ์อันขรุขระ
"ปูดโธ่ พี่คร้าบ ผนังขรุขระแบบนี้ ยังปีนง่ายกว่าหน้าผาแถวบ้านผมอีกนะคร้าบ ถ้ามันไม่มีหนามหินรอเสียบอยู่ข้างล่างเหมือนคราวก่อน ผมก็ไม่กลัวอะไรหรอกนะครับ ดูไปแล้ว ผนังแบบนี้มันเหมือนมีบันไดให้เราค่อยๆไต่ขึ้นไปเลยนะครับ ถ้าแค่นี้ผมมากลัว ผมก็ไม่ขอเป็นไอ้จันคนนี้แล้วล่ะคร้าบ แหะแหะ"
ที่จริงมันก็อย่างที่จันว่า หรืออย่างที่ผมมองดูแล้วว่า มันจะปีนขึ้นไปได้อย่างไม่ยากจริงๆ
"ไม่ต้องห่วงสิ่งใดเลย ท่านอาคันตุกะแห่งท่านจ้าว" ทหารหนุ่มของท่านจ้าวแห่งมิตทราห์พูดขึ้น "ผนังบ่อนี้ปีนง่ายยิ่งกว่าผนังไหนๆในดินแดนแถบนี้ ข้าจะอยู่รั้งท้าย คอยเป็นผู้ดูแลพวกท่าน โดยเฉพาะท่านผู้นี้เอง" เขาชี้นิ้วไปที่จัน "ข้าจะจับตาดูเขาไม่ให้คลาดสายตาของข้าเลย"
พี่เมฆส่งยิ้มให้เขา "ก็ดีทีเดียว เพราะขี้โม้อย่างนายจันคนนี้ อาจจะมีโอกาสพลาดร่วงหล่นลงมาข้างล่างนี้ ก็เพราะความประมาทก็เป็นได้นะท่านทหารหาญ
"ว๊า..." จันยกมือเกาหัวตัวเองยิกทันที "
พี่เมฆพูดแบบนี้ ผมก็ไม่เหลือเกียรติของความกล้าอะไรให้ใครเขาได้เห็นบ้างเลยนะครับนี่ ?"
ทุกคนต่างหัวเราะกับคำพูดของจันพร้อมๆกัน ความเครียดที่ได้เกาะกินพวกเรามาตั้งแต่ลงไปอยู่ก้นเหวในโพลงหินข้างล่าง ขณะนี้ก็หายไปเป็นปลิดทิ้ง
ใช่ล่ะ เราไม่จำเป็นต้องเครียดอีกแล้ว หนทางที่จะผ่านพ้นขึ้นไปสู่ระดับทางเดินเดิมในตอนก่อนที่พวกเราจะถูกน้ำซัดไหลตกลงไปข้างล่างนั้น บัดนี้มันเหมือนอยู่แค่เอื้อมเท่านั้นเอง และข้างบนนั้นมันก็เป็นราวกับสรวงสวรรค์อย่างที่จันว่าไว้นั่นล่ะ เพราะนั่นจะทำให้พวกเราที่อยู่ณ.ที่ตรงนี้ น่าจะได้มีโอกาสพบเจอกับคณะทหารของท่านจ้าวได้อย่างไม่ยากเย็นเท่าไรนัก หากว่าทุกๆคนจะยังไม่มีอันเป็นไปกันซะก่อนล่ะนะ โดยเฉพาะไอริณที่ผมรู้สึกเป็นห่วงค่อนข้างมากอย่างบอกไม่ถูก ก็หวังว่าเธอจะเอาตัวรอดปลอดภัยได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
แต่เชื่อได้เลยอย่างหนึ่งว่า คงจะไม่มีใครในคณะท่านจ้าวอีกแล้ว ที่จะต้องมาซวยมากๆเท่ากับพวกเราทั้งสี่คนนี้
ครู่ใหญ่ต่อมา พวกเราทั้งหมดก็ได้ปีนป่ายไปตามผนังขรุขระของผนังหิน จนมาถึงครึ่งทางได้อย่างไม่ยากเย็นอะไรเลย
พวกเราได้หยุดพักตามชง่อนหินใหญ่ๆเป็นช่วงๆ และบางครั้งพวกเราก็หยุดพักตรงจุดที่เป็นโพลงย่อมๆเหมือนปากถ้ำเล็กๆอยู่สองครั้ง และเลยเข้าไปในโพลงนั้นก็เป็นแค่ช่องที่ไม่ลึกนัก ไม่ได้มีช่องที่เป็นอุโมงค์ให้เราต้องเข้าไปสำรวจแต่อย่างใด
ทว่า ในโพลงที่สามที่เราเพิ่งจะมาหยุดพักกันนั้น กลับมีช่องเป็นอุโมงค์ที่อยู่ลึกเข้าไป จนก็มองไม่เห็นที่ปลายอุโมงค์นั้นแม้แต่น้อย
และหลังจากที่เราทั้งหมดได้ลองลอดเข้าไปเพราะอยากจะสำรวจเล็กๆว่า อุโมงค์นี้จะมีทางที่จะทะลุขึ้นไปสู่ด้านบนได้อีกทางหนึ่งหรือเปล่า พวกเราก็ค่อยค้นพบว่าอุโมงค์นี้ได้นำทางเราไปสู่โถงถ้ำขนาดใหญ่โตอย่างที่เราไม่คาดคิด
แสงไฟอันริบหรี่จากปลายเทียนที่พี่เมฆได้มีติดตัวมาได้เริ่มสะท้อนแสงมาจากวัตถุบางอย่างที่มีเงามันปลาบอยู่ที่ปลายถ้ำนั้น จนพวกเราก็อดที่จะแสบตากันอยู่เล็กน้อยไม่ได้
"นั่น... นั่นมันคืออะไรกันล่ะครับพี่เมฆ ?" ผมส่งเสียงเบาๆถามพี่เมฆที่ยืนอยู่ข้างๆผม ขณะที่จันและทหารหนุ่มของท่านจ้าวตามกระชั้นมาทางเบื้องหลัง
"ไม่รู้สิ..." พี่เมฆตอบมาเบาๆเช่นกัน "เราต้องเข้าไปให้ใกล้กว่านี้ แต่แสงสะท้อนแบบนี้ ที่จริง มันเป็นได้แบบเดียวเท่านั้น..."
หัวคิ้วผมเลิกขึ้นสูงทันที "อะไร... อะไรล่ะครับพี่เมฆ ?"
"มันคือ แสงสะท้อนของ ทองคำ..." พี่เมฆบอกอย่างชัดถ้อยชัดคำ
"อะไรนะครับ...?!" ผมอุทานเสียงค่อนข้างดัง "พี่เมฆว่า... ทองคำ อย่างงั้นเหรอครับ ?"
"ใช่ มันน่าจะเป็นทองคำ หรืออะไรที่มีคุณสมบัติที่จะสะท้อนแสงได้แบบทองคำ"
ทั้งสองคนที่ตามมาข้างหลังต่างก็ได้ยินที่พี่เมฆพูด จันรีบเข้ามาจับแขนผมทันที
"ทอง... เจอทองอย่างงั้นเหรอพี่กิต อย่างงี้พวกเราก็ รวยกันแบบไม่ทันตั้งตัวแล้วน่ะสิ หูย... ตกระกำลำบากมาไม่รู้เท่าไร คราวนี้ก็คง จะได้สบายกันแล้วใช่ไหมครับพี่ ?" พูดแล้วจันก็หันหน้าไปมองพี่เมฆอย่างตื่นเต้น
"จะทองหรือขี้ก็ยังไม่รู้..."
"ว้าย !" จันร้องตกใจกับคำตอบพี่เมฆ"
เราต้องเข้าไปดูกันใกล้ๆนะ มาเร็ว..." พี่เมฆว่าแล้วก็นำหน้าพวกเราเข้าไปดูสิ่งนั้นให้ใกล้กว่าเดิมทันที
เมื่อเราเข้าไปจนใกล้สิ่งนั้นแล้ว พวกเราก็ต้องรีบเบรคตัวเองในระยะสิบเมตรก่อนถึงทันที !
สิ่งนั้น พร่างพรายไปด้วยประกายสะท้อนแบบทองคำอย่างที่พี่เมฆคาด
แต่สิ่งนั้น กลับมีลักษณะรูปร่างเป็นมนุษย์ขนาดเท่าจริง
สิ่งนั้น เป็นดังรูปปั้นหรือรูปหล่อสัมฤทธิ์อันงดงามที่อยู่ในท่านั่งขัดสมาธิ เครื่องแต่งกายนั้นก็ดูคล้ายคลึงกับที่ท่านมหาดาบสสวมใส่ค่อนข้างมาก ใบหน้าของรูปปั้นทองคำนั้น ก็เต็มไปด้วยหนวดเคราดกหนา และดูละม้ายคล้ายคลึงกับท่านมหาดาบสพอควร จะต่างก็ตรงที่ว่า ที่ส่วนศรีษระนั้นกลับมีเขาขนาดใหญ่งอกออกมาคู่หนึ่ง เป็นเขาที่ดูคล้ายกับแพะ และแน่นอน ทั้งหมดนั้นเป็นทองคำ !
ดวงตาทุกคู่ของพวกเราต่างตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า
ทำไมกัน... ทำไมโถงถ้ำอันเร้นลับแห่งนี้ถึงได้มีสิ่งนี้ ?
ทำไมรูปปั้นทองคำนี้ถึงได้ดูสมจริงราวกับมีชีวิตอย่างไรอย่างนั้น ?
ดวงตาทั้งคู่ของรูปปั้นมองนิ่งตรงไปข้างหน้า แต่ก็ราวกับเพ่งพิศดูใบหน้าพวกเราผู้มาเยือนกันถ้วนทั่วทุกคน
ก่อนที่พวกเราจะหันมามองหน้ากันเพื่อพูดอะไรบางอย่างหลังความตะลึงงันที่เห็นตรงหน้า เสียงของอะไรบางอย่างก็ดังครืดคราดๆมาจากที่ใต้ล่างของรูปปั้นทองคำที่เป็นดั่งฐานนั่งหรืออาสนะของรูปปั้นนั้น
และเสียงนั้นก็ไม่ได้ดังมาก่อนหน้านี้ พวกเราจึงไม่ได้สังเกตุเห็น แต่ขณะนี้ รอบๆของฐานนั่งนั้น เริ่มมีการเคลื่อนไหวของอะไรบางอย่างที่ม้วนขดอยู่รอบๆนั้น
เสียง'ฟ่อ'เบาๆดังขึ้นมาในความสลัวมืด และฉับพลัน ส่วนที่เป็นหัวของเจ้าสิ่งนั้นก็ผงกขึ้นกลางอากาศ และเผยให้เห็นแสงสะท้อนที่เป็นสีทองเพลิงจากดวงตาคู่ใหญ่ทันที !
"ถอยยยย.... ถอยเร็วๆโว้ยยยย !!"
เสียงของพี่เมฆร้องสั่งอย่างเร็ว ก่อนที่พวกเราจะได้ทันส่งเสียงเอะอะกันขึ้นมาอย่างเสียขวัญ....!