โจมใช้เวลาซื้อของที่จำเป็ทั้งที่เป็ของตัวเองและของหญิงสาวไม่นานนัก
แต่ใช้เวลาเดินทางกลับไปถึงที่พักกว่าชั่วโมง ซึ่งเขาคิดแล้วว่าน่าจะเป็เวลาที่มากพอให้เธอได้อาบน้ำ ชำระร่างกายจากเหตุร้ายที่ผ่านมา
เสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น เมื่อโจมหยุดยืนหน้าประตู
“ก๊อกๆๆ”
เมื่อเธอมองช่องตาแมวเห็นชัดว่าเป็โจมแน่ๆแล้ว ที่มาเคาะประตู เธอจึงกล้าที่จะเปิดประตูรับให้เขาเข้ามา
โจมทรุดนั่งที่พื้นอย่างง่ายๆ แล้วยื่นถุงสิ่งของที่เขาซื้อหามาให้เธอ
"ผมไม่แน่ใจว่า จะใช้ได้พอดีตัวกับคุณไหม แต่เท่าที่หามาได้ใน่เวลานี้...ก็ได้แค่นี้ครับ ทนใช้ไปก่อนก็แล้วกัน"
"ขอบคุณคะ"
เธอรับถุงนั้นมาเปิดดู และหยิบออกมาทีละชิ้น ...ดูสิ...หาซื้อมาได้หมดแม้กระทั่งอันเดอร์แวร์ ...เธอคิดค่อนขอดอยู่ในใจ ขณะริ้วรอยของเืฉีดพล่านขึ้นเต็มหน้าจนรู้สึกได้
"ขอบใจมากนะ...ที่เลือกซื้อเสื้อผ้ามาให้"
เธอรีบเสพูดกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่างของตัวเอง ก่อนจะฉวยข้าวของเ่าั้เข้าห้องน้ำไปชำระล้างร่างกายด้วยความเหนื่อยล้า
เธอใช้เวลาค่อนข้างนานในห้องน้ำ ซึ่งโจมเข้าใจได้กับหญิงสาวที่เพิ่งพบเจอเหตุร้ายอย่างนี้มาหยกๆ
เมื่อเอมก้าวเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาจึงเอ่ยกับเธอ…
"มานั่งตรงนี้เถอะครับ...เล่าให้ผมฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น"
โจมยังคงนั่งที่พื้น แต่อุปกรณ์ทำแผลดูเกลื่อนกลาดไปหมด หลายจุดบนร่างโจมที่ถอดเสื้อตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อออก
มองเห็นร่องรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ ไม่เว้นบนใบหน้าที่ตอนนี้ตาอีกข้างแทบปิดสนิทไปแล้ว
เธอรีบสาวเท้าเข้าหาพร้อมอาการตกตะลึงกับาแของชายตรงหน้า ...นี่คือผลของการเข้าไปช่วยเธอ
"ให้เอมช่วยทำแผลให้นะคะ”
น้ำเสียงระรัวเต็มไปด้วยความรู้สึกราวกับแผลบนร่างข้างหน้าคือแผลบนร่างตัวเอง
โจมไม่อิดออดปล่อยให้เธอทำแผลให้...แต่อดสังเกตุมือที่สั่นระริกเมื่อยามเทยาล้างแผลและสะดุ้งทุกครั้งที่เขาเ็ปเพราะแผลถูกกระทบ
ความใกล้ชิดขณะทำแผล ทำให้โจมมีโอกาสสำรวจเธอในระยะใกล้..กลิ่นอบอวลของกายสาวรุ่นระเหยออกจากร่างพร้อมกลิ่นสบู่เหลวอาบน้ำที่เขาเลือกได้เท่าที่จะหาซื้อมาได้จากร้านสะดวกซื้อ สปะปนออกมาจากความใกล้จนอดเคลิบเคลิ้มไปไม่ได้…
…เมื่อมองเหม่อไปที่เธอ…ที่เห็นนอกจากใบหน้าอ่อนเยาว์สดสวยแล้ว ก็คือผิวกายที่ขาวละเอียด ขาวจนเขาเห็นผิวกายนอกเสื้อตามแขนและขามีรอยผื่นแดงจากทรชนคนโฉดที่ผ่านมา
"คุณชื่อเอม? ทำไมจึงมาเจอพวกสารเลวเหล่านี้?"
"เอมทะเลาะกับพ่อ จึงหนีออกมา เอมไม่ใช่คนแถวนี้...แต่ตั้งใจใช้ทะเลตรงนี้..ไม่พบกับพ่ออีกเลย"
น้ำเสียงตอนท้ายเจือปนกับเสียงสะอื้น มือที่กำลังทำแผลด้วยความแ่เบา ระมัดระวังก็หยุดชะงัก
ไม่มีเสียงร้องไห้ฟูมฟาย แต่น้ำตาที่หยดลงบนพื้นก็เพียงพอที่โจมจะรับรู้ได้ว่าความทุกข์ใจที่เธอได้รับมากมายแค่ไหน…
"พ่อบังคับเอมให้แต่งงานกับลูกชายเ้าของโรงแรมใหญ่ที่นี่...แต่เอมอายุเท่าไหร่กัน? เอมยังไม่อยากแต่งงาน"
"ั้แ่แม่ตายไป พ่อก็ไม่เหมือนเดิม ส่งเอมไปอังกฤษ..ั้แ่3-4 ขวบ พอถึงวันนี้พ่อจะให้เอมแต่งงานโดยไม่สนใจว่าเอมยังเรียนไม่จบ เอมยังเด็ก...
……เขาไม่เคยสนใจว่าเอมมีความฝันอยากทำอะไรบ้าง"
"เมื่อวานนี้...พ่อพาเอมมาที่โรงแรมใหญ่ของเขา เพื่อนัดวันโดยไม่บอกให้เอมรู้...พอมาถึงจนแนะนำตัวอะไรมากมาย เอมจึงเอะใจว่าพ่อกำลังทำอะไรบางอย่างแน่ๆ ...เราทะเลาะกันรุนแรง...เอมคิดว่าแม้นแต่พ่อยังไม่แคร์ว่าเอมจะคิดยังไง เอมก็ไม่มีใครอีกแล้ว เอมจึงหนีออกมาจากตรงนั้น จนมาถึงทะเล่ตรงนี้...เอมเดินลงชายหาดและตัดสินใจจะไม่กลับไปหาพ่ออีก"
"...สุดท้าย...เอมก็เจอพวกนี้...จนคุณมาพบและช่วย..."
เอมเงยหน้าขึ้นมองโจม ในขณะที่สองตาเต็มไปด้วยหยาดน้ำแห่งความทุกข์ระทม
โจมจ้องเข้าไปในดวงตาของเธอด้วยความเห็นใจ...ด้วยสภาพเช่นนี้โจมก็ไม่รู้ว่าจะปลอบเธออย่างไร....มีเพียงสายตาที่จริงใจและเห็นใจเท่านั้นที่โจมจะให้กับเธอได้
"เออ....แล้วคุณจะเอายังไงต่อครับ?"
"เอมก็คิดอะไรไม่ออกคะ....แต่เอมอยากพัก...และอยากให้คุณพักด้วย แผลของคุณโดยเฉพาะตรงเปลือกตาอาจอักเสบได้ ถึงจะกินยาก็เถอะ..."
”เอ้อ…ตรงนี้ก็ปูดบวมขึ้นมาด้วยสิ…”
หญิงสาวเลื่อนตัวขยับดู้าที่มีเส้นผมดกดำหนาแต่มีรอยปูดบวมดันไรผมออกมาจนเห็นได้ชัด โจมนึกขึ้นได้ว่ารู้สึกขัดๆอยู่ตรงนั้นอยู่บ้าง เพราะอาจโดนไม้ท่อนจากกลุ่มทรชนใน่ตะลุมบอนกัน่แรก
”แต่…เอ ไม่แตกนะคะ…มีแต่บวมสะน่ากลัวเลย เอมขอล้างแอลกอฮอล์ทำความสะอาดหน่อยนะคะ”
หญิงสาวเลื่อนตัวไปด้านข้างเพื่อให้ถนัดกับการทำแผลให้เขา สายตาก็แฉลบไปเห็นแผ่นหลังเปลือยของเขาที่ตอนนี้ขึ้นผื่นแดงเข้มทะลุผิวสีแทนของเขาออกมา
”อุ้ย!!!! ทำไมหลังของคุณจึงแดงน่ากลัวอย่างนั้นคะ?”
เอมอุทานออกมาด้วยความใ ก่อนจะหมุนตัวไปด้านหลังของเขาเพื่อดูให้ชัดๆ
มือขาวเพรียวงามของเธอไล้ลูบผ่านแผ่นหลัง ััได้ถึงความร้อนระอุที่พวยพุ่งขึ้นมาจนอดสะดุ้งและชักมือถอยออกมา
”อุ้ย!!! ทำไมร้อนอย่างนี้คะ?
แล้วลายสักเสือบนหลังของคุณทำไมเหมือนมีแสงสีแดงพุ่งออกมาด้วย!!!”
หญิงสาวตื่นตะลึงและร้องถามด้วยความประหลาดใจ
โจมที่เพิ่งกลับมานึกถึงเื่ประหลาดๆที่เกิดขึ้นใน่ที่ผ่านมาของเขา และต้นเหตุเริ่มแรกจากความร้อนจากกลางหลังของเขาจนมาถึง่เวลาตอนนี้ …ก็นึกขึ้นได้ถึงลายสักยันต์เสือเผ่นกลางหลัง!!!
”ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ…แต่ตอนนี้ก็รู้สึกร้อนๆตรงนั้นนิดหน่อยเท่านั้นเอง…
ผมว่าเรากินข้าวกันก่อนดีกว่านะครับ...."
โจมที่ยังงงๆกับเื่ที่แปลกๆที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และยังหาคำตอบไม่ได้ รีบเปลี่ยนเื่ที่ยังไม่อยากใช้สมองไปหาคำตอบที่ไม่รู้ในเวลานี้ รีบแกะกล่องข้าวสำเร็จรูปที่ผ่านการเวฟมาเรียบร้อยแล้วยื่นให้เธอและของตัวเอง
"คืนนี้...คุณนอนบนเตียงนะครับ ผมจะไปขอชุดเครื่องนอนเพิ่มจากรีสอร์ทแล้วนอนที่โซฟา หรือถ้าคุณไม่สะดวกผมก็จะไปเปิดห้องใหม่ก็ได้ครับ...."
"โอ๊ะ....ไม่ต้องคะ บอกตรงๆเอมยังกลัวพวกมันอยู่เลย มีคุณอยู่ด้วย...เอมก็...อุ่นใจกว่าคะ"
คำพูดท้ายๆหลุดออกมาด้วยเสียงแ่เบาพร้อมท่าทีที่เอียงอายของสาวแรกรุ่น
เอมก้มหน้าตักกินข้าวในกล่องนั้นเพื่อหลบเลี่ยงไม่ให้โจมสังเกตเห็นว่าตนเองกำลังคิดอะไร โดยไม่นึกว่า่ที่คิดเื่นี้ทั้งขาและแขนของเธอบิดเกร็งโดยไม่รู้ตัว
เหตุร้ายที่ผ่านมาทั้งน่ากลัว และน่าอดสูใจ แล้วสุดท้ายต้องมาหลบอยู่ในห้องสองต่อสองกับชายหนุ่มหน้าเข้มคนหนึ่งที่ไม่รู้จักมาก่อน จะให้เธอทำใจให้นิ่งๆได้อย่างไร…
โจมดูจะไม่สนใจ นอกเหนือจากจัดการกับอาหารตรงหน้าด้วยความเอร็ดอร่อย โดยไม่ได้คิดอะไรมากมาย
ถึงจะมีสาวน้อยรูปร่างหน้าตาสดสวย นั่งอยู่ใกล้ๆในเวลานี้ก็ตาม
เหตุร้ายที่เกิดขึ้นต่อหน้า ไม่มีอะไรที่ต้องคิด การออกแรงและเสี่ยงตัวเองเข้าไปช่วยเป็อะไรที่เขาทำด้วยสัญชาตญาณของตัวเอง ส่วนเื่ที่ตามมาจะเป็อย่างไรค่อยว่ากันทีหลัง
เื่ที่ไม่เกิดกับตัวเองก็คงไม่มีใครรู้ว่าจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ชีวิตปากกัดตีนถีบของเขาที่ผ่านมาจึงดูเป็ผู้ใหญ่กว่าอายุจริง ความยากลำบากที่เขาได้รับมาจึงเป็แรงใจบางอย่างที่เขาจะทำหรือช่วยคนอื่นทันทีได้อย่างไม่ต้องคิด เพราะมีแต่การออกแรงช่วยใครเท่าที่เขาทำได้จึงจะเป็สิ่งหล่อเลี้ยงในใจตัวเอง ชดเชยตัวเองใน่ชีวิตที่ผ่านมา
โจมจัดการอาหารข้างหน้าของตัวเองเสร็จก็รีบผลุนผลันออกไปจากห้อง เพื่อไปขอชุดเครื่องนอนเพิ่มจากรีสอร์ต ขณะที่เอมยังคงละเลียดอาหารในกล่องอย่างช้าๆ เหตุร้ายที่ผ่านมายังก่อกวนในใจจนทำให้ไม่รู้สึกหิวแม้แต่น้อย ทั้งภาพแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยชีวิตเธอไว้ทั้งแปลกประหลาดและน่าตื่นตะลึง ลายสักนั้นส่งแสงที่มีพลังจนเธอรู้สึกสั่นสะท้าน ปลายนิ้วที่ัั่แรกทั้งร้อนและเปล่งประกายบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ ในสติบางอย่างส่วนลึกเหมือนเธอจะได้ยินเสียงคำรามของเสือดังกระโชกเรียกประสาททุกส่วนชาดิก จวบจนเขาเอ่ยตอบและชักชวนเธอกินข้าวจึงเสมือนกระชากสติที่กำลังหลุดรอยให้กลับมาคืน
เอมเหม่อลอยคิดโน่นนั่นนี่ ขณะที่มือใช้ช้อนเขี่ยอาหารในกล่องไปมา จนกระทั่งโจมเข้ามาพร้อมเครื่องนอนครบชุด และจัดแจงปูที่หน้าโซฟาอย่างรวดเร็ว
“อ้าว…ยังกินข้าวไม่เสร็จอีกเหรอครับ…
ผมก็ไม่รู้จะสั่งซื้ออะไรให้คุณดี ก็ได้แต่สั่งอาหารสิ้นคิดที่นึกออกแบบนี้…เดี๋ยวมื้อต่อไปค่อยว่ากันใหม่นะครับ”
เขารู้ดีว่าหญิงสาวที่เจอเหตุร้ายมาหยกๆ จะให้เจริญอาหารทันทีในมื้อแรกคงเป็ไปไม่ได้ ก็ไม่ไปใส่ใจตรงนั้นอีก
แต่รีบรื้อข้าวของในเป้ออกพร้อมฉวยข้าวของส่วนตัวนั้นเข้าห้องน้ำ
มัวแต่ยุ่งตรงอื่นจนกระทั่งตอนนี้น่าจะเสร็จทุกอย่างแล้ว ก็อยากจะอาบน้ำชำระคราบไคลสกปรก และตรวจร่องรอยทั่วร่างจากการห้ำหั่นกับเหล่าทรชน
ด้วยกระจกเงาในห้องน้ำหลังปิดประตูห้องน้ำเสร็จ เขารีบหันหลังใส่กระจกพร้อมยกมือถือกดกล้องส่องด้านหน้า เมื่อเห็นภาพในกระจกผ่านมือถือเขาก็ประหลาดใจกับแผ่นหลังที่ยังแดงเรื่อๆออกประกายตามเส้นสายรอยสัก
ความร้อนไม่ได้มากจนเขาทนไม่ได้เหมือนตอนลุยกับพวกทรชนริมหาด เขาเหม่อมองรอยสักเสือเผ่นที่ร้อยวันพันปีไม่มีอาการแสดงอะไรออกมา แต่เหตุร้ายครั้งนี้กลับส่องแสงพร้อมมีพลังความร้อนจนส่งผลต่อพลังและการเคลื่อนไหวของเขา
โจมยอมรับว่าการจู่โจมเฮดล็อคด้วยมือเปล่ากับเหล่าสมุนเพื่อช่วยหญิงสาวนั้น มีพลังอย่างบอกไม่ถูก มันง่ายดายเหมือนไม่ได้ออกแรงอะไรมากมาย โดยเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแรงเค้นจากท่าสังหารนั้นปลิดชีวิตคนงานต่างชาติเ่าั้ไปแล้ว
แม้แต่สันมือที่กระโจนสับลงตรงต้นคอเ้าหมีควายเพียงเพื่อให้มันแค่สลบ แต่กลายเป็บั่นกระดูกต้นคอเ้าหมอนั่นจนหัก ความแข็งแกร่งและอึดของเ้าหมีควายหัวหน้ากลุ่มทรชนนี้ไม่สามารถทานทนกับพลังประหลาดของเขา
ในห้วงความคิด เขาแน่ใจว่าพลังทุกอย่างมาจากเหตุเปลี่ยนแปลงของลายสักเสือเผ่นด้านหลัง เพราะแม้แต่การกระโจนขึ้นบนกิ่งไม้ได้อย่างสบายๆ มันบ่งบอกถึงพลังแฝงที่เพิ่มขึ้นมา
เพียงแต่มันเกิดขึ้นได้อย่างไร นั่นเป็เื่ที่เขาหาคำตอบไม่ได้
โจมจ้องมองแผ่นหลังผ่านกระจกเงาด้วยอาการครุ่นคิดอยู่นานพอควร ก่อนจะสำรวจทั่วร่างอีกครั้ง
เมื่อไม่พบร่องรอยาแอะไรมากอีก นอกจากรอยฟกช้ำ ดำเขียวแต่อาการปวดเจ็บกลับมีน้อยจนน่าแปลกใจ
เขาละเลงครีมโกนหนวดลงบนหนวดเคราที่ไม่ได้สะสางมานาน พร้อมถากถางด้วยมีดโกนหนวดที่เพิ่งซื้อมา
ใน่ชีวิตที่ดิ้นรนเขาพบเื่ที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่เห็นจนชาชิน ทำให้การตื่นตัวและระแวดระวังต่อภัยของสิ่งแวดล้อมรอบตัวมีอยู่ทุก่หายใจ
การลบคราบเคราหนวดรกครึ้มบนหน้าจะทำให้เปลี่ยนรูปลักษณ์ง่ายๆ ป้องกันเหตุร้ายจากที่ผ่านมาที่อาจมีต่อเนื่องให้จางหายไปได้ เมื่อหมุนตัวดูใบหน้าที่จัดการเสร็จเรียบร้อยด้วยความพอใจ
เขาก็หมุนตัวไปอาบน้ำชำระร่างกาย ก่อนจะออกจากห้องน้ำในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อชายเลลายพร้อยที่เพิ่งซื้อมาใหม่
เอมรู้สึกกระจ่างจ้าในสายตากับชายหนุ่มอ่อนเยาว์ที่กำลังก้าวเดินออกจากห้องน้ำ
ใบหน้าที่กระเดียดไปทางแขกอาหรับรับกับจมูกที่โด่ง ทำให้ดูคมสันเกินกว่าชายหนุ่มหลายๆคนที่เอมเคยเห็น
ด้วยความตื่นใกับเหตุร้ายที่ผ่านมา ทำให้เธอไม่ได้ใส่ใจกับชายหนุ่มที่เข้ามาช่วยสักเท่าไหร่นัก แม้จะเห็นว่าเขาไว้หนวดเครารกรุงรัง แต่ไม่ได้เพ่งพิศใบหน้าจริงๆจังๆสักเท่าไร
ยามนี้…สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เธอตื่นตะลึง!!
โจมไม่ได้สนใจมองว่าถูกจ้องมองจากหญิงสาววัยเยาว์ที่เขาเพิ่งช่วยเหลือ จวบจนกระทั่งก้าวเดินออกมาจึงพบเจอสายตาแวววาวจ้องมองอยู่ก่อนจึงออกจะขัดเขินอยู่ไม่น้อย
”ผมลืมรูดซิปไว้ที่หน้าหรือครับ?“
”อีตาบ้า!!! เค้าแปลกใจกับหน้าใหม่ที่เพิ่งถางหญ้าออกต่างหากละ”
เอมขว้างค้อนวงใหญ่ ก่อนเสก้มลงเขี่ยช้อนในกล่องข้าวข้างหน้าเล่น ขณะใบหน้าแดงระเรื่อด้วยความอายที่เผลอจ้องมองหนุ่มแปลกหน้าอย่างลืมตัว
”คุณอยู่ในห้องพักนี้ก่อนนะครับ ผมอยากออกไปดูข่าวข้างนอกสักหน่อย
ถึงเราจะหนีออกมาไกลกว่าตรงนั้นพอสมควร แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจอยากออกไปดูว่ามีข่าวอะไรไหม…”
โจมไม่ต่อความให้ยืดยาว ไม่ใช่เื่แปลกอะไรมากมาย และหล่อนก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายๆว่าเขาทำไมต้องถางหนวดเคราทิ้งไปหมดอย่างนี้
“ค่ะ” เอมรับคำง่ายๆ ก่อนจะรวบช้อน เป็เชิงยุติมื้ออาหารอย่างง่ายๆ
เธอเดินตามร่างของโจม และกดล็อคห้องอีกชั้นหนึ่งเมื่อเขาออกจากประตูห้องไปแล้ว
คำพูดของเขายังค้างคาในความรู้สึก เอมจึงเดินไปหยิบรีโมททีวีกดปุ่มเปิด แล้วเลื่อนเลือกหาช่องที่กำลังเสนอข่าว
ด้วยความไวในยุคดิจิตอล การรายงานข่าวด่วนจากนักข่าวกิตติมศักดิ์จะเกิดขึ้นได้ง่าย การซื้อข่าวจากช่องทีวีก็ทำได้ง่ายเพราะเป็อีกช่องทางที่ประหยัดเงินจ้างผู้สื่อข่าวในท้องถิ่น ข่าวด่วนประเด็นร้อนจึงถูกส่งผ่านได้เร็ว
แต่ละช่องที่เลือกผ่าน ไม่มีรายการข่าวอย่างที่้า จนกระทั่งถึงช่องที่เป็ทีวีท้องถิ่น
ฮอตนิวส์ที่พาดตัวอักษรสีแดงวิ่งวาบบนจอ ทำให้เอมหยุดไว้ที่ช่องนี้และเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น
ใจที่เต้นระทึกเพราะรู้ว่าช่องทีวีนั้นเป็ช่องทีวีภาคใต้ในพื้นที่ที่เธออยู่ตอนนี้ และเป็พื้นที่ที่เธอเพิ่งเกิดเหตุร้ายมาหยกๆ
แต่เธอไม่รู้เลยว่า ข่าวที่เธอจะได้ยินได้เห็นในวินาทีข้างหน้านี้ จะไม่ใช่เื่เหตุร้ายที่เธอเพิ่งประสบมา
แต่กลับกลายเป็เื่ร้ายแรงที่ยิ่งกว่า และมีผลต่อชีวิตของเธออย่างคาดไม่ถึง!!!!!