“จำเป็ต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือขอรับ” คนสนิทรินชาให้กับท่านเทพที่ตอนนี้กำลังนั่งมองปลาสีสวยที่แหวกว่ายอยู่ในบ่อเซียวหนิงเฉิงโยนอาหารให้มันก่อนจะยกชาขึ้นจิบ
“หว่านเมล็ดย่อมต้องหวังผลเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้จะเป็ชัยชนะในวันหน้า” เพื่อการกำจัดตระกูลหวงแล้วเื่ในวันนี้นับว่าเป็การวางหมากชั้นดีอีกอย่างที่จะนำชัยชนะมาสู่มือ
“หากนายเหนือรู้เข้าจะต้องเป็ห่วงมากแน่ๆขอรับ”ท่านเทพชะงักหลังจากนี้ต้องบอกทุกคนเก็บเื่วันนี้ให้เป็ความลับเสียแล้ว
“สั่งทุกคนที่รู้เื่นี้เก็บเป็ความลับเสีย”
“ท่านกลัวนายเหนือโกรธหรือขอรับ?” คนสนิทยิ้มขำ คนสนิทของเซียวหนิงเฉิงนั้นอยู่กับเซียวหนิงเฉิงมานานย่อมต้องรู้นิสัยใจคอของเขาเป็อย่างดี ที่อยากให้เก็บเป็ความลับมิใช่เพราะว่าจะกระทบกับการวางหมากกำจัดตระกูลหวงแต่เป็เพราะกลัวสามีโกรธ
“ข้าไม่อยากให้เขาโกรธ”
“เขาไม่โกรธท่านหรอกขอรับ”
“ใครจะรู้ เขาอาจจะโกรธที่ข้าทำอะไรไม่ปรึกษาเขาก็ได้”ใครจะอยากให้สามีโกรธกัน เซียวหนิงเฉิงไม่อยากให้สามีโกรธเสียหน่อย
“ทราบแล้วขอรับ ข้าจะสั่งทุกคนที่รู้เื่นี้ให้เก็บเป็ความลับขอรับ”
“แล้วที่เรือนของหวงเหมยกุ้ยเป็อย่างไร”
“ตอนนี้ฮูหยินใหญ่กำลังโกรธเป็ฟืนเป็ไฟทว่าหวงเหมยกุ้ยไม่มีปฏิกิริยาอันใดขอรับ”จะบอกว่านางยอมรับในสิ่งที่เซียวหนิงเฉิงพูดอย่างนั้นรึด้วยนิสัยของนางตอนนี้เพียงแค่สงบนิ่งเพื่อตั้งหลักเท่านั้น
ข้ารอการพัฒนาของเ้าอยู่ หวงเหมยกุ้ย
“แล้วสถานการณ์ที่ฉางเอี๋ยนเป็อย่างไร”
“เื่นั้นหน่วยลับรายงานมาว่าที่ฉางเอี๋ยนมีคนถูกลอบทำร้ายจนได้รับาเ็สาหัสสภาพร่างกายตอนนี้ท่านหมอเทพกำลังเร่งรักษาอาการแต่เกรงว่าแม้จะรักษาได้ร่างกายก็ไม่สามารถกลับมาเป็ปกติได้อีกแล้ว” ที่ผ่านมาอีกฝ่ายลงมือเพียงแค่เล็กน้อยให้พอเสียขวัญแต่หนนี้กลับทำร้ายกันจนร่างกายไม่อาจรักษาให้ฟื้นกลับมาเป็ดังเดิมเป็การลงมือที่เกินเลยหรือเป็เพราะอีกฝ่ายจัดเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้วกันแน่
สงสัยหลังจากนี้เซียวหนิงเฉิงจะต้องลงมือกระตุ้นเพิ่มเสียแล้ว
“สั่งสาวใช้เตรียมครัวให้ข้า ข้าจะเข้าครัวสักหน่อย”
“เบื่ออาหารแบบเสฉวนแล้วหรือขอรับ” คนสนิททำตาลุกวาว หรือว่าท่านเทพจะกลับมากินอาหารบำรุงสุขภาพแล้ว!
“ไม่มีทาง แค่วันนี้มีธุระข้างนอกจึงจะทำสำรับอาหารไปด้วยก็เท่านั้น” ท่านเทพบอกปัดจะให้เขาเบื่ออาหารเสฉวนรึ ไม่มีทางเสียหรอก
คนสนิททำคอตก เดินไปบอกสาวใช้ให้เตรียมครัวให้ท่านเทพ อะไรกันคิดว่าพอสามีไม่อยู่แล้วจะกลับมากินอาหารบำรุงสุขภาพเหมือนเดิมเสียอีกแบบนี้คนสนิทก็ไม่มีโอกาสได้เข้าครัวมิใช่หรอกรึ เฮ้อ
“จริงสิ ข้ามีเื่อยากให้เ้าไปทำให้ข้าหน่อย”ท่านเทพเรียกคนสนิทมากระซิบสองสามคำ และบอกว่าให้จัดการตามนี้คนสนิทชั่งใจอยู่เล็กน้อย หากนี่คือการตัดสินใจของท่านเทพคนสนิทย่อมปฏิบัติตามเซียวหนิงเฉิงเดินไปที่ห้องครัวสาวใช้ที่เรือนของประมุขนั้นสมแล้วที่ได้รับการคัดเลือกมาเป็อย่างดีตอนนี้ที่ห้องครัวจัดเตรียมวัตถุดิบเอาไว้พร้อมทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็ของดีที่เลือกมาเป็พิเศษสำหรับเรือนของประมุข
เซียวหนิงเฉิงใช้เวลาอยู่ภายในครัวประมาณหนึ่งชั่วยามจัดเรียงสำรับลงกล่องไม้ที่แกะสลักเป็ลวดลายสวยงาม ตกแต่งเล็กน้อยเพื่อให้อาหารมีสีสันจากนั้นก็หันไปบอกคนสนิทที่มาเป็ลูกมือช่วยทำอาหารว่าจะไปที่ค่ายองครักษ์เสียหน่อยแล้วจะรีบกลับมา
ท่านเทพไม่ได้เดินทางไปที่ค่ายองครักษ์โดยการใช้ม้าอย่างที่สามีทำเขาเดินไปที่หลังเรือน เดินผ่านน้ำตกที่ตกแต่งอย่างสวยงามไปที่ด้านหลังน้ำตกประตูลับบานหนึ่งถูกซ่อนอยู่ภายในนั้นท่านเทพปลดสลักลงกลอนออกเผยให้เห็นทางเดินที่ทอดยาวออกไปไกลคบไฟค่อยๆถูกจุดขึ้นทีละนิดยามที่ท่านเทพก้าวเดินผ่านเส้นทางนี้เป็เส้นทางลับที่เชื่อมต่อกับวังหลวงโดยตรง ระยะทางก็สั้นกว่ามากเส้นทางนี้สร้างเอาไว้เพื่อให้ฝ่าาและเหล่าเชื้อพระวงศ์ได้หลบหนียามที่เกิดเื่อันตรายภายในเส้นทางลับนี้แบ่งออกเป็เส้นทางมากมายป้องกันศัตรูบุกเข้ามา เส้นทางบางสายก็พาไปเจอทางตันบางสายก็พาไปเจอกับดักอันน่ากลัว บางสายก็ทิ้งตัวทอดยาวลงไปลึกจนมองไม่เห็นแสงไฟหากเลือกเส้นทางผิดแม้แต่ครั้งเดียวนั่นหมายถึงไม่อาจไปสู่ปลายทางได้อีกเลย
แต่เส้นทางที่คดเคี้ยวพวกนั้นย่อมไม่ได้ผลสำหรับเซียวหนิงเฉิง
ท่านเทพใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามในการเดินมาที่ค่ายองครักษ์ เส้นทางที่เขาเลือกเดินมานั้นเชื่อมต่อกับค่ายองครักษ์โดยตรงเพราะตอนนี้ยังเป็ยามเย็นอยู่ การที่จะออกไปปรากฏตัวโต้งๆจะทำให้องครักษ์สงสัยท่านเทพจึงเลือกประตูที่ห่างออกไปจากค่ายองครักษ์เล็กน้อยแล้วค่อยเดินย้อนกลับมาที่ค่ายองครักษ์เสมือนว่าเขาเดินเข้ามาทางประตูหน้าของวังหลวงจริงๆ
“คารวะฮูหยินเซียว” เมื่อองครักษ์เห็นว่าใครมาเยี่ยมเยือนถึงที่ค่ายองครักษ์ก็รีบคำนับทันทีจริงๆแล้วยังมีบางคนที่ยังไม่รู้ว่าควรเรียกเซียวหนิงเฉิงอย่างไรบางคนก็เรียกท่านเทพ บ้างคนก็เรียกฮูหยินเซียวเพราะสถานะของเซียวหนิงเฉิงนั้นเป็ทั้งท่านเทพของเผิงหลายเป็ทั้งฮูหยินของป้าเตาบางครั้งจึงมีคนที่สับสนอยู่บ้างว่าควรเรียกเช่นไร แต่ท่านเทพก็ขานรับหมดไม่ว่าใครจะเรียกอย่างไร
“หัวหน้าองครักษ์ไม่อยู่ใช่หรือไม่” ท่านเทพเอ่ยถาม องครักษ์พยักหน้าหัวหน้าองครักษ์ไม่ได้กลับบ้านมาสามวันแล้วหรือว่าท่านเทพจะมาตามหัวหน้าองครักษ์กลับบ้าน?
“ขอรับ ตอนนี้หัวหน้าองครักษ์อยู่ที่ฉางเอี๋ยนขอรับ”ท่านเทพพยักหน้า ยื่นกล่องสำรับที่ทำมาอย่างดีให้องครักษ์
“หากเขากลับมาช่วยนำกล่องสำรับนี้ให้เขาด้วยทำงานยุ่งมาหลายวัน คงไม่ได้กินอะไรเป็เื่เป็ราวนักรบกวนพวกเ้าช่วยดูแลเขาด้วย”
“ขอรับฮูหยิน” องครักษ์รับกล่องสำรับมาถือเอาไว้อย่างนอบน้อมหรือว่าที่ท่านเทพมาถึงที่นี่ก็เพื่อนำกล่องสำรับนี้มาให้หัวหน้าองครักษ์ช่างเป็ภรรยาที่ห่วงใยสามีอะไรเช่นนี้
“ทันทีที่หัวหน้าองครักษ์กลับมาข้าจะนำสำรับส่งถึงมือหัวหน้าองครักษ์อย่างแน่นอนขอรับ”ท่านเทพยิ้มรับกับการรับคำอันแข็งขันขององครักษ์สามีของเขาทำงานหนักเช่นนี้มีลูกน้องที่เป็ห่วงเป็ใยเช่นนี้คงจะทำงานได้อย่างราบรื่นกระมัง
“รบกวนเ้าด้วย” เมื่อเสร็จธุระแล้วท่านเทพก็กลับไปที่ป้าเตาฟังรายงานจากคนสนิทเื่ที่เขาบอกให้ไปทำว่าเรียบร้อยแล้วจากนั้นก็ไปจัดการธุระปะปังต่างๆภายในป้าเตาแทนนายเหนือที่ไม่อยู่
จนกระทั่งถึงเที่ยงคืน ที่ค่ายองครักษ์ เซียวเฟิงเหยียนไหวกายลงจากม้านวดไหล่เล็กน้อยด้วยความปวดเมื่อย เดินเข้ามาภายในค่ายองครักษ์ที่จุดคบไฟให้ความสว่างอยู่
ตอนนี้สถานการณ์ภายในฉางเอี๋ยนไม่ค่อยสงบนักมีคนลักลอบเข้ามาภายในฉางเอี๋ยนและทำร้ายผู้ที่อยู่ในฉางเอี๋ยนไปถึงสามคนล้วนาเ็สาหัสกันทั้งหมดท่านหมอเทพคาดการณ์ไว้คร่าวๆว่าสามคนนี้คงไม่อาจฟื้นคืนร่างกายจนกลับมาฝึกวิชาได้อีกหลังจากการพักรักษาตัวจะต้องอยู่เฉยๆเท่านั้นเพื่อให้ชีวิตไม่อยู่ในขั้นวิกฤต โอรสเทพกำลังสืบหาร่องรอยว่าคนร้ายที่ลักลอบเข้ามาลักลอบเข้ามาจากทางใดที่ฉางเอี๋ยนมีการป้องกันแ่า ยากที่ใครจะลักลอบเข้ามาได้ดังนั้นตอนนี้โอรสเทพจึงพุ่งเป้าไปที่คนในพรรคว่าอาจจะมีใครรู้เห็นเป็ใจกับคนร้ายแล้วเปิดทางให้เข้ามา
เซียวเฟิงเหยียนถอนหายใจ ตอนนี้สถานการณ์หลายอย่างเริ่มไม่สงบขึ้นทุกทีเห็นทีว่าพวกเขาจะต้องเร่งมือในการสืบหาคนร้ายแม้ว่าพวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่าใครที่อยู่เื้ักระนั้นก็ยังลงมืออะไรไม่ได้จนกว่าจะมีหลักฐานที่ชัดเจน
ทั้งๆที่ทำร้ายคนจนาเ็สาหัสไปถึงสามคน แต่กลับปกปิดร่องรอยเอาไว้อย่างหมดจดจนตามสืบต่อไม่ได้อีกฝ่ายวางแผนมาดีมากจริงๆ
“หัวหน้าองครักษ์ขอรับ” เซียวเฟิงเหยียนเงยหน้าขึ้นองครักษ์คนหนึ่งนำกล่องไม้บางอย่างเดินเข้ามาก่อนจะรายงาน
“สำรับยามดึกขอรับ” จะไปแล้ววันนี้ทั้งวันเซียวเฟิงเหยียนก็ไม่ได้กินอะไรเลยเพราะมัวแต่สืบหาว่าใครที่ลักลอบเข้ามาในฉางเอี๋ยนแต่ทว่าตอนนี้เขาก็ไม่ได้รู้สึกหิวแล้วยังอ่อนล้าเล็กน้อยจนกินอะไรไม่ลง
“ขอบใจเ้ามาก แต่ข้ายังไม่หิว”
“แต่ฮูหยินเป็ผู้นำสำรับมาให้ กินสักหน่อยเถอะขอรับ”เมื่อได้ยินว่าภรรยาเอากล่องสำรับมาให้ร่างสูงก็หันไปมองยังกล่องสำรับที่องครักษ์ถืออยู่ในทันทีเซียวหนิงเฉิงมาที่นี่หรอกรึ
“เขามาั้แ่เมื่อไหร่”
“่เย็นขอรับ บอกว่าหัวหน้าองครักษ์ทำงานหนักคงจะไม่ได้กินอะไรเป็เื่เป็ราว จึงทำสำรับมาให้ขอรับ” เซียวเฟิงเหยียนรับกล่องสำรับนั้นมายังอุ่นอยู่เลย
“ยังอุ่นอยู่เลย....”
“คงจะเป็เพราะใช้ลมปราณห่อหุ้มเอาไว้อาหารจึงยังไม่เย็นชืดไปเสียก่อนขอรับ” มือหนาเปิดกล่องสำรับกลิ่นหอมๆของอาหารที่ยังอุ่นอยู่ปะทะเข้ากับจมูกกลิ่นหอมแบบนี้เป็ฝีมือของภรรยาเขาไม่ผิดแน่ เพราะเขาไม่ได้กลับบ้านมาหลายวัน จึงเป็ห่วงแล้วทำสำรับฟื้นแรงมาให้มีภรรยาดีเช่นนี้เขาชักรู้สึกผิดที่หลายวันนี้ไม่ได้กลับบ้านเสียจริง
คิดถึงใบหน้าอันงดงามที่กำลังส่งยิ้มให้กับเขา
“หัวหน้าองครักษ์ หลังทานสำรับแล้วกลับบ้านดีหรือไม่ขอรับฮูหยินคงกำลังเป็ห่วงแย่แล้ว” องครักษ์หนุ่มเอ่ย ดูๆแล้วหัวหน้าองครักษ์ก็คงกำลังคิดถึงภรรยามากเช่นกันอีกอย่างภาระงานตอนนี้ก็ไม่อาจเร่งรีบได้กลับไปเจอหน้าภรรยาสักหน่อยคงไม่นับว่าเสียเวลามากนัก
“เ้าพูดถูกกลับไปเจอหน้าภรรยาฟื้นกำลังใจเสียหน่อยจะได้มีแรงทำงานต่อ” ร่างสูงจับตะเกียบขึ้นมาคีบของกินที่อยู่ในสำรับเซียวหนิงเฉิงพูดถูกเพราะเขาเอาแต่ทำงานจึงไม่ได้กินอะไรเป็เื่เป็ราวมาหลายวันพอได้ััรสชาติอาหารที่ภรรยาเป็คนทำแบบนี้แล้วทำให้เขาโหยหามืออันอบอุ่นที่มักจะลูบแก้มเขาอยู่เสมอคู่นั้น
ถึงตอนนี้จะดึกแล้ว แต่กลับไปเจอใบหน้ายามหลับนั้นให้หายคิดถึงเสียหน่อยก็เป็ความคิดที่ดีเหมือนกัน
หลังจากที่ละเมียดละไมดื่มด่ำกับอาหารรสมือภรรยาแล้วเซียวเฟิงเหยียนจึงเก็บกล่องสำรับให้เรียบร้อยแล้วบอกองครักษ์ว่าเขาจะกลับมาในยามรุ่งสาง จากนั้นก็ใช้ทางลับที่อยู่ในค่ายองครักษ์กลับมาที่ป้าเตาด้วยความเร่งรีบ
ประตูลับหลังน้ำตกค่อยๆเปิดออกเมื่อนายเหนือปลดสลักกลอนประตู ร่างสูงไหวกายอย่างเงียบเชียบไปตามเรือนที่ดับเทียนจนมืดบ่งบอกว่าเ้าของเรือนนั้นได้หลับพักผ่อนแล้วเขาไม่อยู่หลายวันแบบนี้ไม่รู้ว่าเซียวหนิงเฉิงจะเหงาหรือไม่ วันๆได้แต่ให้องครักษ์มารายงานว่าเขาไม่ได้กลับบ้านหากมีอะไรให้ทำแก้เบื่อคงจะดี
ฝีเท้าที่เบายิ่งกว่าแมวเดินเข้ามาภายในห้องนอน ดวงตาสีดำสนิทเรืองรองขึ้นเล็กน้อยเมื่อมองไปยังบนเตียง
เซียวหนิงเฉิงไม่ได้อยู่บนเตียง
นายเหนือมองซ้ายมองขวาเขารู้สึกใจไม่ดีขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าภรรยาไม่อยู่ แต่ไม่นานก็ตั้งสติได้ภรรยาของเขาเป็ถึงประมุขของเผิงหลาย จะหายตัวไปง่ายๆได้อย่างไร
หลังจากที่ตั้งสมาธิได้เซียวเฟิงเหยียนก็ััได้ถึงภรรยาที่อยู่ชั้นล่างของเรือนคงจะเพราะเขารีบร้อนมากเกินไปจึงััไม่ได้ว่าเซียวหนิงเฉิงอยู่ในห้องห้องนั้นห้องนั้นเป็บ่อหินกว้างเปิดหลังคาโล่งมองเห็นดวงดาวยามค่ำคืน ที่เซียวเฟิงเหยียนให้คนมาสร้างเป็บ่อน้ำอุ่นไว้ให้เซียวหนิงเฉิงได้แช่ตัวคลายเมื่อยก่อนหน้านี้ภรรยาของเขาไม่ได้ใช้มันเลยสักครั้งมีเื่อะไรเกิดขึ้นอย่างนั้นรึถึงได้ลงมาแช่น้ำคลายเมื่อยแบบนี้
“หนิงเฉิง?” ร่างสูงเดินเข้ามาในบ่อหินที่มีเพียงแสงจันทร์ให้ความสว่างสายตาของเขามองเห็นร่างโปร่งของภรรยากำลังแช่น้ำอยู่แสงจันทร์สีเงินขับเน้นเรือนผมสีขาวให้สะท้อนแสงจันทร์ยามค่ำคืนจนกลายเป็สีเงินโดยไม่รู้ตัว เซียวเฟิงเหยียนลอบกลืนน้ำลาย แม้ที่นี่จะเป็บ่อน้ำอุ่นทว่ามันก็ไม่ได้มีไอร้อนพวยพุ่งเหมือนกับบ่อน้ำร้อนทั่วไปดังนั้นจึงไม่มีอะไรปกปิดร่างเปลือยเปล่าที่กำลังเท้าศีรษะหลับอยู่
เซียวหนิงเฉิงนั่งอยู่บนบริเวณขอบบ่อที่มีหินเรียบวางซ้อนเป็ชั้นลดหลั่นลงมาระดับน้ำที่อยู่บริเวณหน้าอกไม่ได้ทำให้เขาเสี่ยงที่จะจมน้ำระหว่างที่ไม่รู้สึกตัวก็จริงแต่ก็ไม่ควรที่จะให้เขาแช่น้ำทั้งๆที่หลับอยู่แบบนี้แม้ว่าคนของเผิงหลายจะหายใจในน้ำได้ตามที่ได้ยินมาแต่ถึงอย่างนั้นพาไปนอนบนเตียงนุ่มๆย่อมต้องดีกว่ามานั่งหลับอยู่แบบนี้
มือหนาคว้าเสื้อคลุมที่อยู่ไม่ไกลก่อนจะค่อยๆประคองคนที่หลับอยู่ขึ้นจากน้ำนายเหนือแห่งป้าเตาสูดหายใจเข้าลึกๆพยายามที่จะไม่สนใจัันุ่มๆกับตัวหอมๆของคนที่ตัวเองกำลังอุ้มอยู่ พยายามคิดถึงเื่ต่างๆมากมายภายในหัวดึงความสนใจออกจากร่างกายของภรรยาอย่างเต็มความสามารถ
เขาหลับอยู่ ห้ามคิด ห้ามนึกถึงอะไรทั้งนั้น
แม้ว่าจะพยายามคิดแบบนั้นแต่จนใจที่ร่างกายทรยศคงจะเพราะตลอดหนึ่งเดือนมานี้เขาพยายามอดทนที่จะไม่แตะต้องภรรยาจนร่างกายเริ่มประท้วงขึ้นมานายเหนือสูดหายใจ ตอนนี้ไม่ได้ ตอนนี้เขาต้องอดทนไปก่อนตราบเท่าที่ภรรยาของเขาไม่อนุญาตเขาจะไม่ทำอะไรหรือฉวยโอกาสอะไรอย่างเด็ดขาด
แต่ถ้านิดหน่อย....
ดวงตาคมจับจ้องไปยังริมฝีปากของคนที่หลับอยู่ นายเหนือเม้มปากเล็กน้อยถ้าแค่นิดหน่อยเซียวหนิงเฉิงคงไม่ว่าอะไร.....
ใบหน้าหล่อจัดค่อยๆโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากกับกลีบปากนุ่มัันั้นเบาบางราวกับขนนกที่ปลิวผ่านทว่าเนิ่นนานราวกับนิรันดร์ัันั้นนุ่มละมุนราวกับอยู่ในความฝันอันยาวนานจนไม่อยากที่จะตื่นขึ้นมาพบพานกับความจริง
นายหนือถอนริมฝีปากออกแนบหน้าผากกับคนหลับเพื่อควบคุมอารมณ์ที่กำลังพลุกพล่านให้สงบสูดกลิ่นหอมจากเรือนร่างอันเย้ายวนก่อนจะรีบเร่งพาคนหลับไปนอนบนเตียงดีๆแล้วรีบออกมาจากห้องนอน
ขืนยังอยู่นานกว่านี้เซียวเฟิงเหยียนคงได้กระอักเืตายลงตรงนั้น
ดวงตาสีฟ้าอ่อนกะพริบอยู่ในความมืด มือเรียวเท้าศีรษะตัวเองขึ้นมามองไปยังประตูที่ปิดสนิท จากนั้นก็ถอนหายใจ
ทั้งๆที่เขาพยายามเชิญชวนอีกฝ่ายถึงขนาดนี้แต่เซียวเฟิงเหยียนกลับทำแค่จูบปากเขาเบาๆแล้วรีบชิ่งหนีอย่างนั้นรึ
เซียวหนิงเฉิงรู้ตัวตลอดั้แ่ที่เซียวเฟิงเหยียนออกมาจากประตูลับหลังน้ำตกแล้วตอนนี้สามีของเขาก็กลับเข้าไปในประตูลับเสียแล้วคนที่อยู่บนเตียงทำหน้ามุ่ย ทำไมต้องอดทนถึงขนาดนั้นกันหากเซียวเฟิงเหยียน้าใช่ว่าเขาจะไม่ยินยอมเสียหน่อยเพราะอะไรถึงได้อดทนถึงเพียงนั้น ในเมื่อกล้าจูบเขาทำไมจึงไม่กล้าที่จะข้ามขั้นไปมากกว่านั้น?
หรือว่าสามีของเขากำลังรอให้เขาเป็ฝ่ายเอ่ยปากก่อน?
หากเป็เช่นนั้นจริงก็ใช่ว่าเซียวหนิงเฉิงจะเอ่ยปากให้ไม่ได้แต่ถึงอย่างไรเขาก็เป็ภรรยาจะให้เอ่ยปากร้องขอจากสามีก่อนคงไม่ใช่ภาพที่น่าตราตรึงใจเซียวเฟิงเหยียนสักเท่าไหร่นักสามีเขาอาจจะทำหน้าเหวอใส่เขาก็ได้หากเขาเอ่ยปากร้องขอเช่นนั้น
ท่านเทพทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งในหัวก็คิดว่าทำไมสามีของเขาถึงได้ทำเช่นนี้ไยไม่เอ่ยออกมาตรงๆว่า้าให้เขาทำอะไรเขาจะได้ทำให้อดทนอยู่แบบนี้มันน่าสงสัยนักไม่รู้หรอกรึ
รุ่งเช้ามาเยือน ท่านเทพเปิดกระจกวารีเพื่อตรวจดูความเรียบร้อยภายในเผิงหลายดั่งเช่นทุกวันแต่วันนี้พิเศษตรงที่เซียวหนิงเฉิงเปิดกระจกวารีไปที่ค่ายองครักษ์ด้วยเพื่อดูว่าสามีกำลังทำอะไรอยู่
หน้าตาค่อนข้างอิดโรยมากทีเดียว
มือเรียวยกขึ้นแตะคาง ด้วยท่าทางที่รีบร้อนเมื่อวานผนวกกับสภาพในตอนนี้เห็นได้ชัดว่าสามีของเขากำลังพยายามอดทนต่อบางอย่างมากเกินไปจริงๆ สีหน้านั้นอิดโรยมากทีเดียวแต่เพราะสามีเขาไม่พูดเขาก็ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองต่อความ้านั้นอย่างไรเช่นนั้นเช้านี้ก็ให้คนเอาสำรับที่เซียวหนิงเฉิงทำไปส่งให้ที่ค่ายองครักษ์ก็แล้วกัน
ที่เขาไม่ไปเองเพราะกลัวว่าสามีของเขาจะตื่นใไปเสียก่อนเพราะเมื่อวานแอบฉกฉวยริมฝีปากของท่านเทพไป ตอนนี้อาจจะไม่กล้าสู้หน้าอยู่ก็ได้กระมังถึงอย่างไรก็ไม่ควรแกล้งสามีมาก ให้เวลาสามีคนดีได้เตรียมตัวเสียหน่อยยามที่ต้องกลับมาที่เรือน
แต่ไม่รู้ว่าวันนี้จะได้กลับมาที่เรือนหรือเปล่า
“ฮูหยินเ้าคะ!” ระหว่างที่เซียวหนิงเฉิงกำลังทานอาหารเช้าอยู่สาวใช้ก็พุ่งตัวมาอย่างรวดเร็วแล้วร้องเสียงหลงท่านเทพบอกให้นางใจเย็นๆแล้วถามว่ามีเื่อะไร
“ค่อยๆพูด มีเื่อะไรรึ” หรือว่าสองป้าหลานคืนชีพหลังจากที่ถูกเซียวหนิงเฉิงเล่นงานไปเมื่อวานแล้วคืนชีพเร็วเสียจริง
“กะ เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ!”
“เื่ใหญ่อะไรหรือฮูหยินใหญ่กับหลานสาวทำอะไรอีกแล้ว?” หรือว่านี่จะนับว่าเป็การพัฒนาของหวงเหมยกุ้ยที่สามารถยืนหยัดขึ้นมาได้ภายในวันเดียวนับว่ามีการพัฒนาที่รวดเร็วดีเสียจริง
“ไม่ใช่เ้าค่ะ ไม่ใช่ฮูหยินใหญ่กับคุณหนูหวงเ้าค่ะ”
“แล้วเป็อะไรนอกจากสองคนนั้นแล้วจะยังมีคนที่ทำให้เกิดเื่ใหญ่ได้อีกรึ” หรือว่าพวกนางจะใช้คนอื่นไปก่อเื่อะไร?
การที่จะโยนเื่ทุกอย่างไปให้สองป้าหลานนั้นไม่ใช่ความคิดที่ควรทำแต่เพราะพวกนางทำตัวเช่นนี้มาตลอดไม่ว่าใครย่อมต้องคิดเช่นนี้เมื่อถึงคราวที่เกิดเื่ใหญ่แล้วยามที่หาหลักฐานมาพิสูจน์ทุกอย่างก็บ่งชี้ว่าพวกนางเป็คนทำเสียด้วย
“คือ....” สาวใช้อ้ำอึ้งเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่างคนสนิทของท่านเทพเห็นว่าสาวใช้ไม่กล้าพูดเขาจึงอาสาที่จะฟังนางเล่าเื่ก่อนแล้วจะบอกกับท่านเทพในภายหลัง
“แล้วตกลงว่ามีอะไรเกิดขึ้น” คนสนิทกระแอมเล็กน้อยเพื่อให้การรายงานนั้นราบรื่นจากนั้นก็ค่อยๆเอ่ยออกมา
“มีข่าวลือระหว่างท่านเทพกับนายเหนือหลุดรอดออกไปที่ภายนอกขอรับ”
“ข่าวลือ?” ระหว่างเขากับเซียวเฟิงเหยียนมีเื่ที่น่าจะเป็ข่าวลือด้วยรึ
“ขอรับ มีข่าวลือว่าท่านกับสามีแยกห้องกันนอน จนบัดนี้ยังไม่ได้ร่วมหอกันเลยสักครั้งขอรับ”ท่านเทพยกชาขึ้นจิบ ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอันใดเกี่ยวกับข่าวลือนั้นเื่นี้เองหรอกรึ
ในที่สุดเื่ภายในเรือนของเขาก็ถูกแพร่ออกไป
“แล้วอย่างไรต่อ”
“ข่าวลือนั้นบอกว่าเพราะท่านเทพอายุมากแล้วนายเหนือจึงไม่อาจทำใจร่วมหอหรือนอนร่วมเตียงเคียงหมอนกับท่านเทพได้หรืออย่างน้อยก็เป็เพราะท่านเทพไร้อารมณ์ดึงดูดขอรับ”ข่าวลือแม้จะมีความจริงอยู่บ้างแต่ทว่าก็ลือกันรุนแรงทีเดียวโดยเฉพาะเื่ที่ว่าเซียวหนิงเฉิงนั้นไร้อารมณ์ดึงดูด
เซียวหนิงเฉิงน่ะรึไร้แรงดึงดูด?
“ต้นตอของข่าวลือนั้นมาจากที่ไหน”
“ไม่ทราบเ้าค่ะ ข้าได้ยินตอนที่กำลังนำผ้าไปซักจึงไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วต้นตอของข่าวลือนั้นมาจากที่ใด” สาวใช้รายงานตอนที่นางได้ยินข่าวลือนี้นางก็ใเป็อย่างมากพวกนางไม่มีทางเอาเื่ภายในเรือนของผู้เป็นายออกไปพูดข้างนอกอย่างเด็ดขาดพวกนางเป็สาวใช้ในเรือนของประมุขไม่คิดที่จะนำเื่ภายในออกไปพูดข้างนอกอย่างแน่นอน
“อย่าได้กังวลไปเลย” มือเรียวที่มีกลิ่นหอมละมุนแตะลงบนศีรษะของสาวใช้เพราะรับรู้ได้ว่านางกำลังกระวนกระวายคิดว่าเป็ความผิดของตัวเองที่ทำให้มีข่าวลือออกมาพวกนางเป็สาวใช้ในเรือนของประมุขย่อมต้องรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในเรือนแห่งนี้ ดังนั้นหากจะมีใครน่าสงสัยว่าเป็คนพูดเื่ในเรือนของประมุขย่อมต้องเป็พวกนาง
“ข้ารู้ว่าใครเป็คนพูดถึงเื่นี้หาใช่ความผิดของพวกเ้า พวกเ้าเป็สาวใช้ที่ทั้งข้าและสามีไว้วางใจจะทำเื่เช่นนี้ได้อย่างไร” ท่านเทพเอ่ยนับว่าเขาภูมิใจในตัวสาวใช้มากจริงๆทั้งๆที่พวกนางไม่ได้ทำอะไรผิดแต่ก็ยังกังวลว่าตัวเองจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีนับว่าเหมาะสมกับการเป็ผู้ดูแลเรือนของเขากับสามีจริงๆ
“มีคนรักย่อมมีคนชังคิดว่าพวกเ้าคงจะรู้ว่าใครที่เป็คนพูดถึงข่าวลือนี้ออกไป” ท่านเทพเอ่ยกลับไปนั่งจิบชาอย่างไม่ทุกข์ร้อน อากาศวันนี้นับว่าดีมาก เหมาะที่จะนั่งกินข้าวเช้ารับลมแล้วจิบชาท่องบทกลอนยิ่งนัก
“หรือว่าจะเป็ฮูหยินใหญ่กับคุณหนูหวงหรือเ้าคะ?”แต่พวกนางไม่ได้มาที่นี่เลยสักครั้งมิใช่หรอกรึถึงจะมาพวกนางก็ไม่เคยได้มาที่ชั้นสองของเรือนไม่รู้ว่าท่านเทพกับสามีแยกเตียงกันนอน เหตุใดจึงทำให้เกิดข่าวลือขึ้นมาได้
“การสร้างข่าวลือเป็เื่ที่เกิดขึ้นได้ง่ายแม้ว่าจะไม่มีมูลยิ่งเราวิ่งเต้นไปกับข่าวลือนั้นมากเท่าไหร่นั่นหมายถึงข่าวลือนั้นเป็ความจริงแม้ว่ามันจะมีความจริงอยู่หลายส่วนก็เถอะ”
“ความจริงอะไรกันเ้าคะข่าวลือพวกนั้นสร้างขึ้นมาทั้งเพ”
“แต่เื่ที่ข้ากับเฟิงเหยียนแยกเตียงกันนอนก็เป็เื่จริงถึงจะนอนห้องเดียวกันแต่ก็ยังแยกเตียงกันนอน แม้แต่กอดกันยังไม่เคย เื่นี้จึงไม่ได้ผิดไปจากข่าวลือเท่าไหร่”ถึงจะมีโอบเอวจับมือถือแขนกันบ้าง กระนั้นคงจะยังไม่พอสำหรับคนนอกที่คิดว่าพวกเขาเป็คู่ที่เหมาะสมในการแต่งงาน
“แต่ว่า....”
“เื่ที่ข้าอายุมากก็จริงเสียด้วยเื่นี้ทำเอาข้าเถียงไม่ออกเลย” คนอายุเกินร้อยร่างกายคงจะไม่มีแรงพอที่จะรับศึกบนเตียงกับสามีคนที่ลือคงจะคิดเช่นนี้อยู่กระมัง
“แต่เื่ที่ว่าท่านไร้แรงดึงดูดไม่เป็ความจริงแม้สักนิดเ้าค่ะ”สาวใช้เอ่ยบนดินแดนชิงหลงแห่งนี้ยังจะมีผู้ใดที่งดงามและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้เช่นเดียวกับท่านเทพได้อีกรึ
“ได้ยินเช่นนี้ข้าก็สบายใจอย่างน้อยข้าก็ยังไม่ได้แก่เกินกว่าที่จะล่อลวงสามี” ท่านเทพหัวเราะแววตานั้นอบอุ่นเป็อย่างมาก ราวกับคลื่นทะเลที่กำลังพัดพาความอบอุ่นนั้นมาเยือนผู้ที่กำลังโศกเศร้าอยู่
“มารอดูกันเถอะว่าหลังจากที่นายเหนือของพวกเ้าได้ยินข่าวลือนี้ เขาจะใช้เวลานานแค่ไหนในการกลับมาหาข้า”