ขณะที่อีกด้านนึง ภายในห้องประชุมลับอันมืดมิด เสียงกระซิบเบาๆดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ขณะที่ภาพโฮโลแกรมก่อตัวขึ้นเป็นร่างชุดคลุมนับสิบที่ปรากฏรายล้อมรอบโต๊ะโลหะวงกลม
แต่ละคนปิดบังใบหน้าภายใต้เงาอันลึกลับ จ้องมองไปยังจอภาพเบื้องหน้าที่แสดงภาพเหตุการณ์ครั้งล่าสุด
ภาพบันทึกจากกล้องที่ติดไว้บนตัวของกลุ่มนักฆ่าเงามืดที่ถูกส่งไปจัดการกับทันย่าเริ่มถูกฉายขึ้น สะท้อนออกมาอย่างต่อเนื่อง
แสงจ้าของการต่อสู้แวบขึ้นบนจอ ฉายให้เห็นช่วงเวลาที่นักฆ่าพยายามลอบโจมตีทันย่า ทว่ากลับถูกตอบโต้กลับอย่างรวดเร็วและรุนแรง
มีดบินพลังจิตของทันย่าพุ่งแหวกอากาศอย่างเฉียบคม เสียงปะทะดังสะท้อนออกมาจากภาพโฮโลแกรม ทุกคมมีดที่เข้าปะทะนักฆ่าถูกบันทึกไว้ทุกฉากจนถึงจุดที่กลุ่มนักฆ่าทั้งหมดล้มลงทีละคน ร่างไร้วิญญาณของพวกเขากระจัดกระจายไปทั่วสนามรบ
ในตอนนั้นเสียงหนึ่งดังขึ้นในห้องประชุม
“พวกเขาทั้งหมดถูกกำจัด…”
“ไม่มีใครรอดกลับมา!”
น้ำเสียงนั้นเยือกเย็นและเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
“เหลือเชื่อจริงๆ นักฆ่าของเราถูกกำจัดหมดสิ้นในเวลาอันสั้น แค่คนเดียว.. เขาจัดการพวกเราเหมือนพวกมันไม่มีค่าอะไรเลย?”
ร่างชุดคลุมอีกคนหนึ่งตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหวด้วยความไม่พอใจ
“ไม่ใช่เพราะพวกมันอ่อนแอ แต่เป็นเพราะทันย่าเหนือกว่า จักรพรรดิสงครามคนนี้แข็งแกร่งเกินกว่าที่เราประเมินไว้ มีพลังที่ไม่เหมือนกับมนุษย์ทั่วไป มันชัดเจนว่าเขามีบางอย่างที่เราไม่รู้”
“พวกคุณสังเกตเห็นลักษณะท่าทางของเขาไหม? มันเหมือนเป็นมอนเตอร์!”
อีกเสียงหนึ่งพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก จ้องมองไปยังภาพที่เกิดขึ้นด้วยท่าทางที่จริงจัง
ภาพบนจอยังคงฉายให้เห็นช่วงสุดท้ายของการต่อสู้ นักฆ่าคนสุดท้ายล้มลงต่อหน้าทันย่า ทิ้งให้เขายืนอยู่เพียงคนเดียวในลานหญ้า
หลังจากนั้น จอภาพก็ได้ตัดไปที่ใบหน้าของทันย่า ซึ่งปรากฏออกมาอย่างชัดเจนในช่วงเวลาสุดท้ายของบันทึก ดวงตาของทันย่ามองตรงมายังกล้องด้วยรอยยิ้มเย็นชา ราวกับรู้ตัวว่ากำลังถูกจับตามอง แน่นอนว่าดาวาลทราบถึงข้อนี้เป็นอย่างดี
“เราประเมินผิดอย่างมหันต์ ทันย่าไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา เขาอาจจะเป็นศัตรูที่น่ากลัวกว่าที่พวกเราคิดไว้”
ผู้นำของกลุ่มได้ยินแบบนั้นก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“มันยังไม่จบ ทันย่าอาจมีพลังที่เหนือกว่านักสู้พันธุกรรมทั่วไป แต่เขายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะหยุดเราได้ทุกทาง พวกเราองค์กรแห่งเหล่ามอนเตอร์จะต้องปรับเปลี่ยนแผนการ และเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับเขาให้ดีกว่านี้”
น้ำเสียงของเขาแข็งกร้าวไปด้วยอำนาจที่น่าสะพรึงกลัง ทำให้ทุกคนต่างเคร่งขรึมขึ้นในทันที
“แล้วพวกเราจะจัดการกับเขาอย่างไร?”
หนึ่งในร่างเงาถามด้วยความกังวล
ผู้นำจ้องมองภาพโฮโลแกรมที่หยุดอยู่ตรงใบหน้าของทันย่า ดวงตาของทันย่าเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและความท้าทายอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่ผู้นำจะตอบด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“เราจะไม่ส่งนักฆ่าไปอีกแล้ว”
“แต่จะทำลายเขาจากภายใน! เราจะทำให้เขาพังทลายโดยที่ไม่รู้ตัว จนกระทั่งถึงเวลาที่เขาไม่สามารถต่อต้านพวกเราได้อีกต่อไป!”
เสียงพูดคุยในห้องประชุมค่อยๆเงียบลง ทุกคนต่างรู้ดีว่าเกมนี้ยังคงดำเนินต่อไป
การโจมตีครั้งแรกอาจล้มเหลว ทว่าพวกเขาจะไม่หยุดเพียงเท่านี้ ทันย่ากลายเป็นศัตรูที่พวกเขาต้องกำจัด และเมื่อมาถึงจุดนั้น พวกเขาจะไม่ปล่อยให้พลาดโอกาสในครานี้ไปอีกครั้ง
ในขณะที่การประชุมในห้องมืดดำเนินไป เงามืดหลายร่างต่างเฝ้าสังเกตภาพโฮโลแกรมที่แสดงใบหน้าของทันย่าช่วงท้ายของการต่อสู้
ภาพนั้นทำให้ทุกคนรู้สึกถึงบางสิ่งที่ผิดปกติ แต่ในตอนแรกไม่มีใครพูดอะไร จนกระทั่งร่างเงาคนหนึ่งเริ่มเพ่งมองไปยังดวงตาของทันย่าอย่างละเอียด เขาสังเกตเห็นแสงสีแดงที่วูบวาบอยู่ในดวงตาคู่นั้น มันสะท้อนให้เห็นถึงสัญลักษณ์เหมือนดั่งดวงดาว
“เดี๋ยวก่อน.. อย่าเพิ่งปิดภาพ! ลอยย้อนไปในช่วงแรกที่เขาปลดปล่อยแรงกดดันดูหน่อยซิ?”
ทันใดนั้นร่างเงานั้นพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาแฝงด้วยความสงสัย ทำให้หลายคนต่างหันมามองหน้าเขาอย่างประหลาดใจ
“ดวงตาของทันย่า… ข้าเคยเห็นมันที่ไหนมาก่อน ดูเหมือนกับบางสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์?”
ได้ยินแบบนั้น เสียงในห้องโถงประชุมก็เงียบลงทันที ทุกสายตาหันไปที่ภาพโฮโลแกรมอีกครั้ง พวกเขาทุกคนเริ่มจับตามองอย่างละเอียด
เมื่อดวงตาสีแดงของทันย่าที่เปล่งแสงในช่วงแรกๆของการบันทึกเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น บรรยากาศในห้องก็เต็มไปด้วยความตึงเครียด
“ใช่ ข้ารู้สึกแบบเดียวกัน... ดวงตาสีแดงแบบนี้ ข้าเคยเห็นมาก่อนในมอนสเตอร์ระดับสูง ไม่ใช่ซิ มันเป็นมอนเตอร์ที่อยู่เหนือมากกว่านั้น มันเหมือนกับมอนเตอร์ชนชั้นจักรพรรดิ เบฮีมอท!”
ร่างเงาอีกคนหนึ่งพูดขึ้น น้ำเสียงของเขาหนักแน่นและแฝงไว้ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ประหนึ่งได้พบเจอภูติผี
“——?!!”
ทันทีที่คำว่า "เบฮีมอท" ถูกกล่าวขึ้น
ความเงียบก็ปกคลุมไปทั่วห้อง ร่างชุดคลุมทุกคนต่างหันไปมองหน้ากัน ความเข้าใจเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของพวกเขา หากทันย่าเป็นเพียงจักรพรรดิสงครามธรรมดา การเผชิญหน้ากับเขาอาจไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัวนัก
แต่ถ้าทันย่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเบฮีมอท มอนสเตอร์ในตำนานที่เป็นที่รู้จักในหมู่ชนชั้นจักรพรรดิ—เรื่องนี้อาจเป็นมากกว่าที่พวกเขาคาดคิด
“ดะ..เดี๋ยวๆ นายกำลังพูดอะไร—?!!”
เมื่อความคิดเรื่องนัยน์ตาของทันย่าคล้ายคลึงกับเบฮีมอทปรากฏขึ้นในห้องโถง ความเงียบที่ปกคลุมก่อนหน้านี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาของเหล่าร่างชุดคลุมในห้องโถงเริ่มส่องประกายด้วยความคาดหวัง หลายคนในหมู่พวกเขามองหน้ากันด้วยความตื่นเต้น
และในบางคนมีท่าทีที่เหมือนกับเคารพเชิดชูอย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะผู้นำลึกลับของพวกเขา ที่มีความหวังยิ่งใหญ่ต่อการค้นพบนี้
“เบฮีมอท... ”
ผู้นำลึกลับเอ่ยเบาๆ ขณะจ้องมองภาพของทันย่าที่ปรากฏบนโฮโลแกรม
“ถ้าทันย่าคือเบฮีมอทที่เราตามหา หรือเป็นผู้สืบทอดสายเลือดของท่านจริง ๆ เราอาจพบผู้นำที่แท้จริงของพวกเราแล้ว”
เหล่าร่างเงาในชุดคลุมต่างพยักหน้าเห็นด้วยด้วยความกระตือรือร้น เบฮีมอทในตำนานเป็นที่เคารพยกย่องในหมู่พวกมันเหล่าองค์กรแห่งมอนเตอร์ ในฐานะราชันที่แท้จริงแห่งมอนสเตอร์ ผู้ซึ่งมีพลังอำนาจที่จะกวาดล้างและครอบครองทุกสิ่ง
หากทันย่ามีสายเลือดของเบฮีมอทหรือมีอะไรเกี่ยวข้อง พวกเขาก็ไม่เพียงแค่เจอศัตรูเท่านั้น แต่ยังเจอผู้นำที่พวกเขาจะติดตามและรับใช้
“ข้าเห็นด้วย! ดวงตาแบบนี้ไม่มีอยู่ในมนุษย์อย่างแน่นอน! มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มนุษย์คนนึงจะมีดวงตาเช่นนี้อยู่”
หนึ่งในสมาชิกพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยความศรัทธา จากนั้นเขาก็ได้อธิบายออกมาต่อ
“ถ้าทันย่าเป็นท่านเบฮีมอทที่แท้จริง หรือมีความเกี่ยวข้องอะไรกับท่านเบฮีมอท”
“พวกเราควรหยุดแผนการทำลายเขา แต่จะช่วยให้เขาเติบโตและกลายเป็นผู้นำ พวกเราเองก็ตามหาผู้นำที่แท้จริงมาเป็นเวลานานแล้ว”
ผู้นำลึกลับขององค์กรลับได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาเบาๆใต้เงาคลุมของเขา
“ถูกต้องแล้ว พวกเราตามหาเบฮีมอทมานานนับเดือน แต่เจ้าพวกนั้นก็ยังหาตัวของท่านไม่เจอ หมายความว่าท่านไม่อยู่ที่ทวีปมืด”
“ทันย่าอาจเป็นคำตอบที่พวกเรารอคอยมาทั้งชีวิต หากเราสามารถสนับสนุนเขาให้เติบโต เขาจะกลายเป็นจักรพรรดิที่แท้จริงของเหล่ามอนสเตอร์ และโลกนี้จะต้องอยู่ใต้อำนาจของพวกเราและตัวของท่านเบฮีมอท”
การประชุมเต็มไปด้วยความตื่นเต้น บางคนแทบอดใจไม่ไหวที่อยากจะเข้าใกล้ทันย่า เพื่อนำเสนอความจงรักภักดีของพวกเขา
“แต่ในขณะเดียวกัน พวกเราก็ต้องระมัดระวัง ทันย่าในขณะนี้ยังคงถูกมองว่าเป็นจักรพรรดิสงครามที่อยู่ในสังคมของพวกมนุษย์ พวกเราต้องหาวิธีที่จะทำให้ทันย่าเข้าข้างพวกเราโดยไม่เปิดเผยแผนการเร็วเกินไป”
“ส่งคนของเราไปตรวจสอบและจับตาดูเขา แต่เราจะไม่โจมตีอีกต่อไป ตอนนี้เราต้องใช้ความฉลาดในการดึงตัวเขามาเป็นพันธมิตร”
“และเมื่อนั้น พวกมนุษย์จะรู้สึกถึงความหวาดกลัวที่แท้จริง พวกมันจะไม่มีที่หลบหนีเมื่อเบฮีมอทและพวกเราได้เริ่มแผนการคืนชีพขึ้น”
ทุกคนในห้องต่างพยักหน้าและเตรียมตัวสำหรับแผนการใหม่ที่จะเปลี่ยนทันย่าจากศัตรูให้กลายเป็นผู้นำของพวกเขาอย่างแท้จริง
เวลานั้นเอง ท่ามกลางความเงียบของห้องประชุม หญิงสาวภายใต้ชุดคลุมหนึ่งในสมาชิกขององค์กรลับก้าวออกมาข้างหน้า เธอแฝงตัวในเงามืดเช่นเดียวกับคนอื่นๆ แต่ภายในแววตาของเธอมีประกายที่แตกต่างออกไป เต็มไปด้วยความเย้ายวนที่ส่องประกาย ประหนึ่งเป็นนางมารร้าย
“เราขออาสา... ”
หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าทรงพลัง ทุกคนหันมามองเธอด้วยความสงสัยเล็กน้อย แต่เธอไม่สะทกสะท้าน
“เราจะเป็นคนที่เข้าหาท่านทันย่าด้วยตัวเอง เราสามารถทำให้เขาเชื่อใจ และเราจะเป็นผู้ที่นำพาเขามาสู่พวกเรา”
ผู้นำลึกลับขององค์กรลับเงยหน้าขึ้นมองเธอ เขานิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ
“เจ้ามั่นใจหรือว่าจะสามารถทำได้? ทันย่าไม่ใช่คนที่เจ้าเข้าใกล้ได้ง่าย และการทำให้เขาเชื่อใจไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างแน่วแน่
ทำให้ผู้นำองค์กรต้องมองดูเธออย่างพิจารณา ก่อนที่จะยิ้มเบาๆใต้ชุดคลุม
“ถ้าเจ้าเชื่อมั่นขนาดนั้น...”
“ข้าจะให้เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบภารกิจนี้ แต่จำไว้ว่าความล้มเหลวไม่ใช่ตัวเลือก ทันย่าไม่ใช่แค่ศัตรูคนหนึ่ง เขาอาจเป็นอนาคตของพวกเรา!”
หลังจากที่หญิงสาวได้อาสาด้วยตนเอง แววตาสีเงินภายใต้ชุดคลุมก็ส่องประกาย
“ไม่ต้องห่วง นี่พวกคุณไม่เชื่อมั่นในตัวของเราเลยหรือยังไง?”
เมื่อคำพูดสุดท้ายของเธอสิ้นสุดลง การประชุมในห้องโถงก็เริ่มคลายความตึงเครียดลง
ทุกคนต่างเฝ้ารอการเคลื่อนไหวต่อไปของหญิงสาวผู้ที่อาสาในการทำภารกิจสำคัญนี้
และทุกคนก็รู้ดีว่าเธอนั้นเป็นใคร แม้แต่ผู้นำองค์กรมอนเตอร์เองก็ยังไม่อาจสั่งการเธอได้
เพราะเธอคนนี้คือสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ เป็นสัตว์ประหลาดที่มีชื่อเสียงและแข็งแกร่งมากที่สุด
...
คนนี้คือว่าที่เมียทันย่า? หรือไม่ใช่