ดวงตามัจจุราช

    ตอนที่ 68 พินัยกรรม

    อัสนีไม่ตอบหมอรงค์แต่กลับเอ่ยกับพยาบาลว่า

    “เตรียมเหล็กต่อกระดูก” อัสนีบอกพยาบาลที่สงสัยแต่แรกแล้วว่าทำหมออัสนีถึงให้เตรียมเหล็กต่อกระดูก ทุกๆ คนพอเห็น กระดูกที่หักเคลื่อนไปก็ถึงกับตกใจ อัสนีใช้เวลาเพียงสักครู่เขาก็ทำการยึดเหล็กกับกระดูกต้นคอที่หักไปด้วยความเรียบร้อย

    จากนั้นก็ทำการเย็บเส้นเลือดที่ขาดให้ทุกๆ คนเห็น ทุกๆ คนได้อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าอัสนีจะมีวิธีเย็บที่เนียนที่สุดแบบนี้ เลือดที่ไหลออกมาก็มีเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

    คนไข้แม้นจะมีสติรับรู้อยู่บ้างแต่ก็หาได้เจ็บปวด หมอวิสัญญี ก็ถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่าอัสนีจะทำได้ถึงเพียงนี้ พออัสนี เย็บแผลที่คอเสร็จก็ให้พยาบาลทำความสะอาดบาดแผลภายนอก แล้วปิดผ้าให้เรียบร้อย

    อัสนียังใช้หยกสายฟ้า  ปล่อยเข้าไปที่หัวใจเพื่อปรับการเต้นหัวใจให้คงที่

    “ ความดัน 80/40เริ่มขึ้นมาแล้ว” พยาบาลเอ่ยอย่างตื่นเต้น

    อัสนีใช้พลังปราณบริสุทธิ์ถ่ายเข้าไปในร่างของคนไข้เพื่อปรับความสมดุลในร่างกาย บาดแผลที่เคยเจ็บปวด ก็ทุเลาลงแทบจะไม่เจ็บปวดอีกเลย

    คนไข้ถูกจับให้เอนหลังมีหมอนรองหัว และหลังเอาไว้

    “ คนไข้ปลอดภัยแล้วครับ”อัสนีเอ่ยออกมาท่ามกลางความเงียบ ทุกๆ คนมองหน้าหมออัสนี ราวกับเป็นตัวประหลาดนี่เขาทำได้ยังไง ผ่าตัดเชื่อมต่อกระดูก และ เย็บเส้นเลือดที่ขาด ใช้เวลาไม่ถึง 1ชั่วโมงเท่านั้น

    “  เกิดมาฉันไม่เคยเห็นใครผ่าตัดได้ราวกับพระเจ้าแบบนี้”หมออีริคเอ่ยอย่างตื่นเต้น รองผอ.เกรียง ก็ได้แต่พยักหน้า ไม่รู้จะเอ่ยอะไร

    ฝ่ายอัสนีมองผ่านไปที่ประวัติคนไข้เขาก็ถึงกับตกใจออกมา

    “ ลุงเข้ม”อัสนีที่กำลังจะออกจากห้อง เดินกลับมาเปิดผ้าที่หน้าออก คนไข้ชายเห็นถึงกับร้องไห้ออกมาทันที

    “ คุณหมออัสนีในที่สุดผมก็เจอคุณหมอแล้ว”

    ลุงเข้ม คนขับรถของผอ.วิชัย เจ้าของรพ.เทพพิทักษ์นั่นเอง

    “ ผมไปหาลุงที่เผ่าลัวะ แต่พวกเขาบอกว่า ทุกคนตายหมดแล้ว”

    ลุงเข้ม ขบกรามแน่น

    “วันนั้นพวกมันมากันหลายสิบคน มันเป็นทหารรับจ้างทั้งนั้น พวกมันจับผมได้ก็บังคับให้ผมเอาพินัยกรรมตัวจริงให้กับมัน ผมไม่อาจปฏิเสธพวกมันได้จึงได้มอบพินัยกรรมฉบับจริงและคลิปที่พวกมันร่วมมือกันผ่าตัดขายอวัยวะให้กับพวกมันไป

    แต่นึกไม่ถึงพวกมันกลับฆ่าคนในเผ่าของผม และแทงเข็มที่คอของผม แล้วก็เผาบ้านของผมแต่พวกมันคงไม่รู้ ว่าในชั้นใต้ดินนั้น ผมได้ให้ลูกชายบุญธรรมของผม หลบซ่อนอยู่พอพวกมันไป ลูกชายผมก็พาผมออกมาที่โรงพยาบาล แต่โรงพยาบาลที่เชียงฟ้าไม่สามารถรักษาผมได้  แต่พวกเราโชคดีที่ได้เจอกับคนของเจ้าหญิงเมธิกา ท่านเลยส่งผมมาที่โรงพยาบาลแห่งนี้”

    อัสนีถึงกับมองไปที่มือถือของตนมีข้อความจากเจ้าหญิงเมธิกา ที่บอกว่า เจอลุงเข้มแล้ว  แต่เขากลับไม่กล้าอ่านข้อความของเธอในตอนนั้นตอนนี้ เขาได้แต่รีบส่งข้อความขอบคุณไป และตอนนี้เขาได้พบกับลุงเข้มแล้วแม้นว่าจะไม่มีหลักฐานแล้วก็ตาม

    “ ไม่เป็นไรก็ดีแล้วแม้นว่ากฏหมายจะทำอะไรมันไม่ได้ แต่ผมเชื่อว่ากฏแห่งกรรมจะต้องพาพวกมันไปสู่นรกอย่างแน่นอน”

    “ คุณหมอครับ  พินัยกรรมนายท่านได้มอบโรงพยาบาลและทรัพย์สินทั้งหมดให้กับคุณหมออัสนีแต่เพียงผู้เดียวหากพวกมันเอาไป ก็ไม่สามารถแก้ไขได้”

    “แต่พวกมันก็อ้างสิทธิการเป็นทายาทโดยชอบธรรมได้”

    “ ไม่ใช่ครับพินัยกรรมไม่ได้มีแค่ใบเดียว ยังอยู่ที่ผมอีกฉบับหนึ่ง”

    “ จริงหรือ?”

    “ ใช่ครับ ผมเก็บเอารวมที่สุสานของนายท่านในนั้นมีคลิปการกระทำความผิดของพวกมันด้วย”

    “ ดีมากคราวนี้พวกมันได้ชดใช้กรรมที่พวกมันก่อแล้ว”

    อัสนีให้ลุงเข้มพักผ่อนเขาก็ขอลาทุกๆ คน เพื่อไปที่สุสานจังหวัดชลบุรีต่อ

    “ โอ้ย เกือบลืมพรุ่งนี้ค่อยไปก็ได้ กลับไปหาหมวยเล็กกับเจเจก่อนดีกว่า”

    อัสนีขับรถกลับไปที่บ้านพ่อกับแม่ทันทีแต่ๆไม่ทันถึง ก็มีเสียงของกุมารทองเข้ามาในหัวของเขา

    “ นายท่านมีคนร้ายยี่สิบคน กำลังบุกเข้ามาในบ้าน ตอนนี้พวกมันอยู่หน้าบ้าน หลังบ้านและบนหลังคาตึก พวกมันมีอาวุธปืนกลหนักขอรับ จะให้ผมฆ่าพวกมันทิ้งเลยไหมขอรับ”

    “ฆ่ามันทิ้งให้หมดเลย”

    “แต่มีปัญหาอย่างหนึ่งต้องบอกกับนายท่าน”

    “ อะไร”

    “ นายหญิง พานายน้อยออกไปเซเว่นปากซอยครับ กระผมเกรงว่า จะไม่สามารถคุ้มครองพวกเขาได้”

    “ ฉันจะรีบไปคุ้มครองพ่อกับแม่ของฉันก็พอ”

    อัสนีเหยียบคันเร่งพุ่งไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเจอรถติด เขาไม่อยากเสียเวลาลงจากรถ แล้วพุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศบินไปราวกับนกในทันที

    พอเขาไปถึงซอยเข้าบ้านก็ไม่พบคนร้ายระหว่างทาง มีเพียงศพคนร้ายสิบห้าคนที่ตายเกลื่อนรอบๆ ตึกแถวของเขา  

    “หมวยเล็กและเจเจอยู่ไหน”

    “ ถูกพวกมันจับไปแล้ว กระผมไม่สามารถออกไปช่วยได้ทัน”กุมารทองเอ่ยรายงาน

    สภาพภายในบ้านมีแต่ซากศพ พ่อกับแม่ ถูกกุมารทองขังเอาไว้ในห้อง ไม่เห็นเหตุการณ์ใดใดทั้งสิ้น

    อัสนีใช้พลังตรวจสอบเบื้องหลังของพวกคนร้ายทั้งหมดพบว่า เป็นทหารรับจ้างของตระกูลกิเลนทอง ทันใดนั้นเอง มีเสียงมือถือของเขาดัง  เป็นสายจากมือถือของหมวยเล็กแต่เสียงนั้นไม่ใช่

    “ แกฆ่าครอบครัวฉันวันนี้แกต้องชดใช้ รีบมาที่สมาคมตระกูลกิเลนทอง เพียงคนเดียว ไม่อย่างนั้นครอบครัวของแกตายแน่”

    คุณชายใหญ่เวหาแห่งตระกูลกิเลนทองนั่นเอง อัสนีจะเอ่ยถามหมวยเล็กกับลูกว่าเป็นอย่างไร มันก็วางสายไปแล้ว

    ดวงตามัจจุราชส่งข้อความเข้ามาว่าบังอาจกล้าท้าทายผู้เป็นเจ้าของดวงตามัจจุราช สังหารพวกมันให้สิ้นพาครอบครัวกลับมาอย่างปลอดภัย ได้หุ่นพิทักษ์เพิ่มอีก 1 ตน

    อัสนีไม่สนรางวัลใดใดอยู่แล้วตอนนี้เขาอยากจะถลกหนังคุณชายเวหาออกมาแล้ว

    “ ในเมื่อแกอยากตายตามครอบครัวของแกฉันก็จะสงเคราะห์ให้ กุมารทองจัดการศพเหล่านี้ แล้วดูแลความปลอดภัยที่นี่ไม่ต้องไม่ไหน”

    “ ขอรับ”กุมารทองรับคำสั่งมันก็อ้าปาก ซากศพ 15 คน ถูกมันกลืนเข้าไปในปากจนหมดไม่มีเหลือ

    อัสนี  สวมชุดหน้ากากมัจจุราชแล้วพุ่งตัวขึ้นไปในอากาศ บินไปที่ สมาคมตระกูลกิเลนทองทันที

    ณ สมาคมกิเลนทอง

    คุณชายเวหาตอนนี้ถือดาบสีทอง มีอักษรว่า ดาบเทพเจ้าซวนหยวน กำลังลูบไล้ไปมา อย่างพึงพอใจทำให้นึกไปถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะกลับไปที่เขาไท่ซาน ซึ่ง

    นักพรตไคจินนั้นกำลังเตือนคุณชายเวหาว่า

    “ ฝีมือมันสูงเกินไปเจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมันเรื่องที่เจ้าต้องสูญเสียครอบครัวนั้นอาจารย์เองก็เสียใจ อยากให้เจ้าทำใจซะเลิกยุ่งเกี่ยวกับทางโลก มุ่งบำเพ็ญเพียรฝึกฝนตนเองเพื่อกลายเป็นเซียนจะดีกว่าเพราะ  บรรพบุรุษอาวุโสไม่ยอมให้อาจารย์นำดาบวิเศษประจำสำนักมาช่วยเจ้า เพื่อล้างแค้นส่วนตัว อย่างแน่นอนข้าเองกลับไปครั้งนี้ ก็ต้องกักตนบำเพ็ญเพียรอย่างน้อย 10 ปีเพราะพลังปราณของข้าถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ”

    “แต่มันฆ่าพ่อและน้องชายของผม จนหมดสิ้น จะให้ปล่อยมันไปอย่างนั้นหรือครับ”

    “ 10 ปีอาจารย์รับประกัน หากอาจารย์ฝึกฝนขั้นราชันเซียนได้แล้ว รับปากจะช่วยเจ้าแก้แค้นอย่างแน่นอน”

    “ 10 ปี อย่างนั้นรึผม ..ไม่อาจรอได้จริงๆ ท่านอาจารย์ ผมขอโทษ”

    เปรี้ยง เปรี้ยงเปรี้ยง เปรี้ยง !!!!

    คุณชายเวหาถึงกับคว้าปืนสั้นเก็บเสียง กระหน่ำยิงใส่ร่างของ นักพรตไคจินจนสะดุ้งตาค้าง

    “ เจ้า เจ้าศิษย์ทรยศ”

    “อาจารย์แค้นที่ฆ่าบิดา ผมไม่อาจรอได้ขอให้ร่างอาจารย์เป็นสะพานให้ผมประสบผลสำเร็จด้วย”

    คุณชายเวหาเอ่ยจบก็ใช้ฝ่ามือตบไปที่หัวของ นักพรตไคจิน พลังปราณเซียนในร่างนักพรตไหลเข้าสู่ร่างคุณชายเวหาทันที

    “เจ้า...เจ้า....ฝึกฝนวิชามาร....” นักพรตไคจินเอ่ยได้แค่นี้ร่างก็ถูกสูบพลังจนกลายเป็น ซากศพที่มีเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น

    “ นี่คือวิชาอสูรกลืนวิญญาณวิชาต้องห้ามของสำนักไท่ซาน อาจารย์ขอให้ท่านไปสู่สุขคติ ศิษย์ไม่อยากทำแต่ความแค้นของบิดาและน้องๆ ไม่อาจไม่แก้แค้นไม่ได้”

    คุณชายเวหาประสานมือคำนับ ต่อซากศพอาจารย์ แล้วไปที่สำนักไท่ซาน

    ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็กลับมาพร้อมกับ ดาบเทพเจ้าซวนหยวน โดยที่ทิ้งซากศพของบรรพบุรุษผู้อาวุโสที่กลายเป็นซากศพเช่นเดียวกันกับ นักพรตไคจิน ส่วนศิษย์คนอื่นๆ ก็ถูกนักรบรับจ้างที่มีอยู่เกือบร้อยคน ฆ่าทิ้งไม่มีใครเหลือรอดแม้แต่คนเดียว

    กลับมาในภาพปัจจุบันคุณชายเวหา ยืนอยู่ต่อหน้าหมวยเล็ก และ เจเจ พร้อมกับกล่าวว่า

    “ เซี่ยอิงอย่าได้กลัวไป ฉันไม่ทำอะไรเธอกับลูกอย่างแน่นอน”  เอ่ยจบก็ก้มตัวลงมาเพื่อจะจูบปากเซี่ยอิงแต่ว่าถูกเซี่ยอิง ถึงกับถ่มน้ำลายใส่หน้าเสียก่อน

    คุณชายเวหาถึงกับตบหน้าเซี่ยอิงจนเลือดไหลซึมออกมาจากริมฝีปาก

    “เห็นแก่เธอเป็นสตรีแห่งโชคชะตา ไม่อย่างนั้นฉันฆ่าเธอไปแล้ว”

    “แน่จริงก็ฆ่าฉันเลยซิ รออะไรอยู่เล่า หากว่าอัสนีมา แกตายแน่”

    “ไม่ต้องห่วงมันกำลังจะมา ฉันจะให้เธอเห็น ว่ามันจะตายอย่างไร”

    เซี่ยอิงถึงกับขมวดคิ้วเพราะแม้แต่อาจารย์ของมัน ยังถูกอัสนีอัดเสียเละเทะ

    ไม่รู้ว่ามันเอาความมั่นใจมากจากไหน

    “ มาช้าเกินไปแล้วก็ดี ฉันจะจัดการกับเธอก่อน เป็นการแก้แค้นที่ไอ้อัสนีมันฆ่าพ่อกับน้องๆ ของฉัน”

    คุณชายเวหาเดินเข้ามาด้วยสายตาที่หื่นกระหาย กระชากเสื้อของหมวยเล็กจนขาดติดมือเหลือเพียงชุดชั้นใน เท่านั้น

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่าเซี่ยอิง เจ้านี่ขาวชมพูเหลือเกิน”

    “ อย่า อย่าทำแม่นะ”

    เจเจ ร้องออกมาลั่นเซี่ยอิง น้ำตาไหล หันมาบอกกับเจเจว่า

    “ แม่ขอโทษนะฝากบอกพ่อด้วย แม่รักพ่อกับเจเจที่สุด” เซี่ยอิงกำลังจะกัดลิ้นเพื่อฆ่าตัวตายคุณชายเวหาก็กำลังจะเข้ามาเพื่อย่ำยีเธอ แต่ทันใดนั้นเอง ร่างของคุณชายเวหาก็ถูกเตะเข้าสีข้าง จนตัวปลิวกระเด็นไปหลายสิบเมตร

    เป็นอัสนีที่สวมหน้ากากมัจจุราช

    “ ขอโทษ ที่พี่มาช้า”อัสนีถอดผ้าคลุม แล้วห่มร่างของหมวยเล็ก และ พาเจเจเข้ามาอยู่ด้วยกัน ทหารรับจ้างร้อยคนกระจายตัวเข้าล้อม อัสนีและครอบครัว

    คุณชายเวหาบิดเอวเล็กน้อย แล้วเอ่ยออกมาว่า

    “วันนี้เป็นวันตายของแกแล้ว ไอ้อัสนี”

    “ ฉันจะคอยดูใครกันแน่ที่จะตาย”  ............

    คล้ายกับเรื่องดวงตามัจจุราช ที่คุณอ่าน