You Are My Light 9
“ไม่เป็ไรเดี๋ยวถือให้ อยากดูแล” เอ่อ ไปไม่ถูกเลยแฮะ เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็เงียบเดินตามหลังเขาไปเรื่อยๆ กระทั่งลงบันไดมาจนถึงชั้นหนึ่งบอสจูงมือไชน์เดินไปที่ประตูโดยที่ไม่สนใจหรือคิดจะหยุดใส่ใจเสียงซุงซับที่เกิดขึ้นเลย ฉันเดินก้มหน้าไม่กล้าสบตาใครเลย กระทั่งออกจากตัวอาคารบอสปลดล็อครถก่อนจะส่งกระเป๋าไว้ที่เบาะหลังและเปิดประตูรอกระทั่งฉันเข้าไปใกล้ ฉันขึ้นไปนั่งรัดเข็มขัดเรียบร้อยบอสถึงส่งซันไชน์มานั่งบนตักฉัน
“ขอบคุณค่ะ” ฉันบอกเขา บอสมองหน้าฉันก่อนจะยิ้มให้บางๆ ยิ้มแบบที่ยิ้มไปจนถึงดวงตา
“ด้วยความยินดีครับ” บอสปิดประตูรถก่อนที่เขาจะเดินอ้อมมาฝั่งคนขับ เมื่อขึ้นรถมาได้สำเร็จเขาก็พาออกจากที่จอดรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนหลักทันที บอสเปิดเพลงคลอเบาๆ ในรถ ระหว่างทางไชน์ก็ถามนั่นถามนี่เสียงเจื้อยแจ้วมีบางครั้งที่บอสเองก็เอ่ยถามไชน์กลับ
“คืนนี้ค้างด้วยกันนะ”
“คะ!? คงไม่เหมาะมั้งคะ”
“ค้างที่บ้านด้วยกันนะ คนละห้องก็ได้” เขายังคงต่อลอง แต่ขอร้องล่ะเรารู้จักกันดีแค่ไหนที่จู่ๆ เขาก็ชวนให้ค้างที่บ้านด้วยอ่ะ บ้านที่มีทั้งแม่และน้องของเขา บ้าไปแล้วเหรอ
“ไม่ค่ะ ไม่ค้าง”
“เดี๋ยวแม่ก็ให้ค้าง มันดึกไงเดี๋ยวพรุ่งนี้ตอนเย็นไปส่ง พรุ่งนี้ไปทำบุญวันเกิดให้รอนด้วย ไปด้วยกันนะครับ”
“...”
“นะครับ” เขายังอ้อนเสียงนุ่ม มือร้อนเอื้อมมาจับมือฉันไว้ก่อนจะบีบเบาๆ ฉันเงียบใจนพูดอะไรไม่ออกและยิ่งเขินหน้าร้อนไปหมดกับคำพูดลูกชาย
“ม้า ม้าหัวใจเต้นแรงตึกตักเลย” รู้ลูกม้ารู้ แต่หนูไม่ต้องพูดออกมาก็ได้ครับ ม้าอาย!
“หึหึ ของพี่ก็เต้นแรง” เขาว่าแค่นั้นก่อนจะดึงมือข้างที่จับมือฉันไปวางที่หน้าอกเขาและััได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นแรงและรัวไม่ต่างจากฉัน
“พี่เองก็เขินเหมือนกัน ได้จับมือแบบนี้ครั้งแรก”
พี่...เขาแทนตัวเองว่าพี่อย่างงั้นเหรอ บ้าไปแล้ว!! ฉันนี่แหละท่าจะบ้าไปแล้ว
มื้อเย็นของบ้านบอสมีอาหารขึ้นโต๊ะหลายอย่างน่าทานทั้งนั้นเลยส่วนคนที่ร่วมมีคุณหญิงแม่ของบอส คุณรินน้องสาวของบอส คุณรอนน้องชายของบอส คุณรอนที่ว่าพรุ่งนี้เป็วันเกิดเขานั่นแหละ คุณรอนเดินไม่ได้เนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เขาเป็คนเล่าให้ฉันฟังเองนะไม่ได้ถามเลย พอเห็นเขาน้ำตาคลอเ้าลูกหมูก็เข้าไปกอดปลอบบอกพร้อมกับพูดว่า โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับเดี๋ยวไชน์แบ่งขนมให้ ทำให้คนที่ร้องไห้อยู่ชะงักไปก่อนจะหัวเราะเบาๆ แทน แต่คนที่ไม่พอใจกลับกลายเป็บอสที่ยังคงงอนเื่ขนมที่ไชน์ไม่ยอมแบ่งให้ เขาดูสนิทกับไชน์มากขึ้นนะแต่ไชน์ยังไม่ยอมแบ่งขนมให้เขาเลยนี่สิ
“คุณอาทานเยอะๆ น้า” ไชน์ตักกุ้งที่ฉันเพิ่งตักใส่จานให้ไปให้คุณรอนที่ยังมีสีหน้าเศร้าๆ แม้จะยิ้มแย้มแต่ดวงตาเขาเศร้ามากเกินไป ไม่รู้ว่าคนอื่นสังเกตไหมแต่สำหรับฉันเขาเหมือนมีอะไรในใจที่ยังไม่ได้พูด
“ขอบใจนะ อามีของเล่นเยอะเลยอยากไปดูไหม” คุณรอนถามเ้าลูกหมู แต่พอได้ยินคำว่าของเล่นไชน์ก็หันมามองฉันอ้อนๆ สกิลการอ้อนบางทีก็มีเยอะเกินไปนะลูกม้าต้านไม่เคยได้เลย
“เอาน่า ให้หลานไปเถอะ พี่อยากมีเพื่อนเล่น” คุณรอนเอ่ยบอกกับฉันพร้อมกับรอยยิ้มเอ็นดู
“กลัวว่าจะรบกวนน่ะค่ะ”
“ไม่หรอกเดี๋ยวพี่ดูลูกเอง” คนที่นั่งอยู่โต๊ะอาสาอย่างใจดี แล้วก็ยังคงโมเมเรียกลูกฉันว่าลูกอีกด้วย คุณหญิงแม่บอสพอได้ยินสิ่งที่บอสพูดก็ยิ้มกริ่มอย่างถูกใจ อ้อ ลำดับการนั่งทานข้าวคือบอสนั่งหัวโต๊ะ ฝั่งฉันมีฉันเ้าลูกหมูแล้วก็คุณรอนส่วนฝั่งตรงข้ามเป็คุณหญิงและคุณริน ที่ตอนนี้กำลังหัวเราะคิกๆ อยู่อย่างถูกอกถูกใจ
“โมเม” ฉันพึมพำเบาๆ แต่ไม่คิดว่าคนขี้โมเมจะได้ยิน เขายื่นมือมาบีบปากฉันเบาๆ อย่างอยอกล้อ
“ได้ยินครับ” เขาว่าแบบนั้น ฉันเองพอถูกจับได้ก็ไม่กล้าสบตาเขาเลย
“ทานข้าวเสร็จก็พาหลานแม่ไปดูของเล่นนะ แล้วก็ตารอนไม่ต้องมาห้องครัวนะแม่ห้าม”
“อ้าว ทำไมครับเผื่อผมหิวน้ำล่ะครับแม่” คุณรอนทำหน้าตาสงสัย
“ก็โทรมาเดี๋ยวแม่ให้คนเอาไปให้ วันนี้ต้องรีบนอนนะพรุ่งนี้ต้องไปวัดแต่เช้า”
“รู้แล้วครับ อ้อ พี่สะใภ้พรุ่งนี้ไปด้วยกันนะครับ ไปวัดตอนเช้า” เสียงคุณรอนเอ่ยขึ้น แต่เมื่อกี้เขาเรียกใครพี่สะใภ้นะ ฉันเงยหน้าจากจานข้าวมองคุณรอนก็เห็นว่าเขากำลังมองอยู่ ขะ เขาเรียกฉันว่าพี่สะใภ้เหรอเมื่อกี้
“พอเลย น้องเขินหมดแล้ว ทานข้าวต่อเถอะ” บอสหัวเราะเบาๆ ก่อนจะตักอาหารใส่จานให้ฉัน
“ไชน์เอาไข่ตุ๋นอีกไหมลูก” คุณหญิงเอ่ยถามไชน์อย่างใส่ใจ ท่านยิ้มแย้มจนโลกสดใสตามไปด้วย
“ไม่ครับ ท้องน้อยๆ ของไชน์เต็มแล้วครับ” นั่นหมายถึงอิ่มค่ะ ซันไชน์ลูบท้องตัวเองไปมาพร้อมกับหัวเราะคิกๆ
“อร่อยไหมลูก” คุณหญิงยังถามต่อ
“อร่อยมากๆ เลยครับ” ไชน์ตอบฉันรู้ว่าไม่ใช่การตอบเอาใจเพราะลูกฉันไม่เคยทำแบบนั้น แต่มันอร่อยจริงๆ ไชน์ถึงได้พูดแบบนั้น
“แม่! หนูจะร้องไห้หลานบอกไข่ตุ๋นหนูอร่อย” คุณรินร้องออกมาทำเอาคนเป็แม่และพี่ชายหัวเราะออกมาทันที ไม่ยักรู้ว่าบอสหัวเราะเป็ด้วย ฉันเงียบความสงสัยในใจเงียบๆ แต่จะว่าไปจันทร์เ้าไปไหนทำไมไม่เห็น หรือว่าเข้ามาไม่ได้นะ ทานข้าวเสร็จต้องขอออกไปเดินดูข้างนอกแล้วล่ะไม่รู้ติดอยู่กิ่งไม้ตรงไหนหรือเปล่า
หลังจากทานข้าวเสร็จบอสอุ้มซันไชน์นั่งบนตักคุณรอนก่อนจะเข็นไปห้องๆ หนึ่งส่วนฉันก็ขอเดินไปดูข้างนอกเพื่อดูว่าจันทร์เข้ามาได้ไหม มีพี่เป็ผีนี่ไม่สนุกเลย
‘ตามหาเค้าเหรอ’ จันทร์โผล่มาแค่เสียง
‘ใช่ หายไปไหนมา เป็ห่วงรู้ไหม’ ฉันตอบกลับในใจ
‘ติดอยู่หน้าประตูเ้าที่ไม่ให้เข้ามา กว่าจะเข้ามาได้แทบแย่’ น้ำเสียงงอนๆ ของจันทร์เ้าทำให้ฉันหลุดยิ้ม นึกหน้าออกเลยว่าจะทำหน้ายังไงอยู่ เวลาน้ำเสียงเป็แบบนี้ คิดถึงพี่จังอยากกอดพี่จันทร์จังเลย
‘อย่าร้องไห้เลยนะ พี่กอดตัวไม่ได้ เช็ดน้ำตาให้ไม่ได้ อย่าร้องไห้นะ’ เสียงพี่จันทร์แ่ลงเรื่อยๆ ฉันยกมือเช็ดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างก่อนจะตอบกลับ
‘อื้อ จะไม่ร้องเพราะตัวมากอดเค้าไม่ได้ เอาละเข้ามาได้ก็ไปดูไชน์ให้หน่อยนะเดี๋ยวต้องช่วยคุณหญิงกับคุณรินทำเค้ก’
‘ได้เลย’ ฉันยืนเช็ดน้ำตาอยู่ไม่นานก็หันหลังกลับเข้ามาในตัวบ้านหลังใหญ่ของบอส ฉันถามทางคนงานในบ้านว่าห้องครัวที่จะทำเค้กอยู่ไหน ป้าแกใจดีเดินนำไปส่งถึงห้อง ฉันแอบใกับความสะดวกสบายของบ้านหลังนี้ไม่น้อย วัตถุดิบและอุปกรณ์ทำเค้กถูกจักวางที่เคาน์เตอร์กลางห้องครัว ข้างๆ กันนั้นมีคุณหญิงและคุณรินยืนรออยู่ทั้งสองกำลังพินิจของอยู่บนเคาน์เตอร์ด้วยใบหน้าที่แปลกประหลาด
“มาแล้วๆ แม่ล้างมือแล้วนะลูก” คุณหญิงชูมือทั้งสองข้างให้ฉันดู ฉันยิ้มให้ท่านเช่นเดียวกับที่ท่านส่งยิ้มมาให้
“พี่ก็ล้างแล้วนะ” คุณรินบอกตามมา
“งั้นหนูขอล้างมือก่อนนะคะ”
หลังจากล้างมือฉันก็เริ่มเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ วันนี้ทั้งสองอยากทำเค้กเนยสดให้คุณรอน ทั้งสองอาสาช่วยอย่างแข็งขันั้แ่ตวงแป้งตีไข่ไปจนถึงขึ้นตอนอบแป้ง ฉันผสมครีมรอให้คุณหญิงและคุณรินแต่งหน้าเค้กเองโดยมีกลุ่มแม่บ้านยืนให้กำลังใจอยู่ห่างๆ
“ตะวันสอนแม่ลายง่ายๆ นะลูก” คุณหญิงของบ้านเอ่ยบอกฉันพร้อมกับใบหน้ากังวล
“ได้ค่ะ แต่รับรองว่าสวยแน่นอนค่ะ” ฉันส่งยิ้มกำลังใจให้คุณหญิงเค้กเราอบสองก้อน ก้อนละสองปอนด์ให้คุณหญิงและคุณรินแต่งคนละก้อนพวกครีมอะไรพวกนั้นฉันปาดลงบนตัวเค้กแล้วล่ะเหลือแค่ตกแต่งซึ่งฉันเองก็เตรียมครีมใส่ซองหัวบีบให้แล้วเหมือนกัน
“ถึงไหนกันแล้วครับสาวๆ” เสียงบอสดังขึ้นที่หน้าประตูฉันหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อลูกชายวิ่งเขามากอดขาไว้แน่น
“ซนไหมครับ”
“ไม่ซนครับ ไปดูการ์ตูนมาอารอนหลับเลย” ไชน์เล่าอย่างเด็กอารมณ์ดี
“ครับ ไชน์ง่วงหรือยังลูก” ฉันถามมองสำรวจตามกรอบหน้าลูกชาย ไม่พบาแก็โล่งใจว่าลูกชายไม่ได้วิ่งซนชนข้าวของที่บ้านบอส
“ยังครับ”
“มาลูก มาช่วยย่าแต่งหน้าเค้กให้อารอนกัน” คุณหญิงเอ่ยชวนซันไชน์
“ไชน์จะทำพัง” เ้าลูกหมูบอกทั้งยังกอดขาฉันแน่เป็ลูกลิง
“ฮาๆ ๆ งั้นย่าพยายามทำเองดีกว่าเนอะ” คุณหญิงยิ้มก่อนจะเริ่มแต่งหน้าเค้กต่อ ฉันลอบมองคนทั้งสองที่แต่งหน้าเค้กอย่างให้กำลังใจ คุณรินแต่งตามที่ใจชอบเลยล่ะเพราะคุณรินเอาผลไม้จัดวางอย่างน่ารัก ส่วนคุณหญิงก็ใช้ผลไม้ตกแต่งเหมือนกันแต่งยังเว้นพื้นที่ว่างไว้เขียนข้อความด้วย
“เหนื่อยไหม” บอสเดินเข้ามายืนซ้อนหลังกระซิบถาม
“นิดหน่อยค่ะ” แต่อยากกลับบ้านมากกว่า
“ขึ้นไปพักไหมครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เดี๋ยวอยู่ช่วยก่อนก็ได้ไม่เป็ไรค่ะ” ฉันตอบกลับเสียงเบา เรามองดูคุณหญิงและคุณรินแต่งหน้าเค้กจนใกล้เสร็จกระทั่งถึงเวลาเขียนหน้าเค้ก
“ตะวันช่วยแม่เขียนหน่อยได้ไหมลูก”
“ได้ค่ะ” ฉันเดินเข้าไปใกล้และเขียนตามที่คุณหญิงบอกซึ่งก็มีแค่วันเดือนปีเกิดเท่านั้นส่วนชื่อฉันให้คุณหญิงลองเขียนเอง ด้านคุณรินก็เหมือนกันรายนั้นเก่งมากเลยเขียนอวยพรเองจนตอนนี้หน้าเค้กแทบไม่เหลือที่ว่าง ครอบครัวพวกเขาอบอุ่นดีจัง ถ้าคุณรอนรู้ว่าทั้งแม่และพี่สาวเขาทุ่มเททำเค้กให้แบบนี้เขาจะมีความสุขมากขนาดไหน
“โรมมาเขียนด้วยกันสิ”
“แม่เขียนเลยครับ ผมกลัวเค้กเละ” คนที่ยังดื้อดึงเดินขยับมายืนซ้อนหลังเอ่ยตอบแม่เขา
“ให้น้องสอนไง เร็วจะได้พาน้องไปนอน”
“ตะวันครับ” ไม่ต้องมาเอ่ยเรียกเสียงหวานแบบนี้ก็ได้!
“เดี๋ยวช่วยค่ะ” เขายื่นมือไปรับครีมมาจากแม่ของเขาโดยกักฉันไว้ในวงแขนของเขา
“ขยับออกก่อนได้ไหมคะ”
“แบบนี้แหละจะได้สอนง่ายๆ” เขาเถียงกลับ ฉันเลยเงียบประคองมือหนาที่ถือครีมอย่างเก้ๆ กังๆ เพื่อจะออกแรงบีบช่วยเขาเบาๆ
“อยากเขียนคำว่าอะไรคะ” ฉันถาม
“ชอบตะวันนะครับ” กรี๊ด! เขาจะมาพูดแบบนี้ไม่ได้นะ เขินเหมือนกันนะ
“ไม่เล่นสิคะ”
“อือ เอาแค่รูปหัวใจก็ได้ครับ” ถ้าจะทำแค่นั้นไม่ต้องให้สอนก็ได้ไหมล่ะ แค่รูปหัวใจเนี่ยนะ
“ทำเองก็ได้ไหมคะ รูปหัวใจน่ะ” ฉันอดที่จะแซะกลับไม่ได้จริงๆ วันนี้ดาเมจเขารุนแรงเกินไปฉันทำตัวไม่ถูก
“หัวใจมันก็เหมือนกับความรักนะ ต้องช่วยกันสร้างสิถึงจะสมบูรณ์”
=======================
หัวใจเต้นแรงมาก เขินบอสมากจริงๆ สกิลการเต๊าะน้องเริ่มพัฒนาแล้วใช่ไหมคะ!!
น้องก็เขินเก่งจริงๆ แบบนี้จะไม่ให้หลงรักได้ไงลูก