วันรุ่งขึ้น
ไร่แสงดาว
วันนี้ออสแวะมาที่นี่แต่เช้าแต่เขาไม่ได้มาหาฟ้า
วันนี้เขามาหาแม่ของเธอ
อีก3วันกว่าจะตัดสินเรื่องของเด็กที่ยิงลม พ่อของฟ้าก็ยังไม่ได้พูดอะไรเพราะงั้นออสเลยคิดว่าจะจัดการเรื่องของครอบครัวเคนให้จบใน3วันนี้เลย
หลังจากที่จบเรื่องนี้เขาคิดว่าแม่ของฟ้าคงจะไม่ขัดเรื่องของเขากับฟ้าอีกแล้ว เพราะถ้าไม่นับเรื่องที่ร่างทรงทักไว้ ตอนนี้เธอก็ถือว่าอ่อนลงมากแล้ว
ส่วนเรื่องที่ออสมีผู้หญิงหลายคน การที่จูนอยู่ด้วยตลอดและการที่ฟ้ายืนกรานว่าเธอรับได้และจะคบกับออสก็น่าจะทำให้นางสายหมอกรู้แล้วว่าไม่มีประโยชน์ที่จะขัดเรื่องนี้
“สวัสดีค่าพี่ออส พี่จูน”
คนที่มาเปิดประตูให้เขาคือรุ้งนั่นเองเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด
“ไงรุ้ง พ่อแม่อยู่บ้านมั้ย”ออสถามด้ววรอยยิ้ม
“อยู่นะให้ไปเรียกให้มั้ย”
“เอาสิ ช่วยทีนะบอกพวกเขาว่าพี่มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยหนะ”ออสตอบกลับ
…
ห้องนั่งเล่น
“หืมมม ไปทำอะไรมา สารภาพกับฟ้ามาเลยนะ”ระหว่างที่รุ้งไปเรียกพ่อกับแม่ของเธอให้ฟ้าก็ยิ้มแล้วพูดกับออสด้วยท่าทีหยอกล้อ
“โธ่อย่าแซวสิ ฉันไม่ได้มีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นครั้งแรกสักหน่อย”ออสตอบกลับหน้าแดงเล็กน้อย เขารู้ทันทีว่าฟ้าพูดเรื่องอะไร
และถ้าฟ้ารู้เขาก็มั่นใจเลยว่าสาวๆที่อยู่ในเมืองหลวงรู้แล้ว
แน่นอนว่าออสรู้ว่าเธอไม่ได้โกรธหรือหึงอะไรทั้งนั้น
ก่อนมาที่นี่ฟ้าย้ายมาอยู่กับเขาร่วมเดือนได้แล้วหลังจากคบกัน เธอรับรู้เรื่องที่เขามีอะไรกับสาวใช้มาโดยตลอด ถ้ารับไม่ได้ก็คงอยู่ไม่ได้ตั้งแต่แรกๆแล้ว
“ฮะๆ แต่ฟ้าพึ่งเคยได้ยินว่าออสใช้วิธีบังคับผู้หญิงนี่ อ้ะไม่นับตอนอิงค์นะ”ฟ้าพูดยิ้มๆ
“มานี่เลยมา”ออสไม่ได้พูดอะไรต่อแต่เขาดึงฟ้าเข้ามาจูบแทน
“อือ”ฟ้าครางออกมาเบาๆเนื่องจากรู้สึกดี
“นี่..พอๆ พ่อแม่มาโน่นแล้ว”จูนสะกิดทั้ง2คนเมื่อเห็นว่าพ่อกับแม่ของฟ้าเดินเข้ามาจากทางด้านหลัง
ทั้ง2คนลงไปดูงานในไร่ พอรุ้งไปตามก็เดินกลับกันมา
"ไง นึกว่าจะมาคุยกันอีกทีวันที่เด็กนั่นโดนปล่อยตัวเสียอีก"นายศิวกรทัก
“วันนี้ผมจะมาคุยกับคุณแม่หนะแต่คิดว่าคุณพ่ออยู่ด้วยจะดีกว่า”ออสตอบ
นายศิวกรได้ยินก็แสดงสีหน้าเจื่อนๆออกมา เพราะเดาได้ว่าถ้าออสบอกว่าจะคุยกับนางสายหมอกก็น่าจะเป็นเรื่องฟ้าแน่นอนแล้วก็คงจะไม่คุยกันดีๆแน่
“มีอะไร”นางสายหมอกแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ทันทีเพราะเธอก็เดาได้เหมือนกัน ออสจะมาคุยกับเธอเรื่องอะไรได้อีกหละ
ถึงเธอจะมองออสต่างออกไปจากเดิมเพราะเรื่องของลมและเรื่องที่ออสช่วยไล่นักเลงที่มากวนรุ้ง แต่กับเรื่องนี้มันคนละเรื่อง
“มีคนที่คุณแม่น่าจะอยากเจอหนะ”ออสตอบ
เขารู้อยู่แล้วว่าพูดเองมีแต่จะทะเลาะกันก็เลยให้คนไปรับร่างทรงนั่นมาแล้ว
“ใครหรอ”นางสายหมอกมองแบบงงๆนึกว่าจะมาคุยเรื่องที่จะคบกับฟ้าเสียอีก
“เดี๋ยวก็มาครับ ผมกะเวลาผิดไปหน่อยก็เลยมาเร็วกว่าเขา ยังไงรอสักครู่นะครับ”ออสอธิบายอย่างสุภาพ
ทั้งพ่อและแม่ของฟ้ามองหน้ากันแล้วก็นั่งลง
ส่วนรุ้งเธอเห็นว่าน่าจะคุยกันจริงจัง เธอเลยหนีขึ้นไปนั่งดูหนังเรียบร้อยแล้ว
“เหมือนจะมาแล้วนะ”ออสทักเมื่อเสียงกริ่งหน้าบ้านดัง
“ฟ้าไปเอง”ตอนนี้รุ้งขึ้นไปข้างบนแล้วฟ้าจึงอาสาไปเปิดประตูให้
ไม่นานเธอก็กลับมาพร้อมกับสาวผมทองซึ่งก็คืออีฟนั่นเอง
“เอ๊ะ เธอหรอที่ฉันอยากเจอ”แม่ฟ้ามองแบบงงๆ เธอก้รู้สึกขอบคุณที่ช่วยลมไว้อยู่หรอก แต่สถานการณ์มันแปลกๆยังไงก็ไม่รู้
“เข้าไป”
อีฟไม่ได้ตอบคำถามแต่เธอลากคนอีกคนที่หลบอยู่หลังประตูให้เข้าไปในห้องแทน
“ท่านอาจารย์สมศักดิ์”แม่ของลุกขึ้นพรวดทันทีที่เห็น
คนที่อีฟลากมาก็คือร่างทรงของผู้เฒ่าตาแดงนั่นเอง
“นี่มันอะไรกันออส”พ่อของฟ้าขมวดคิ้วมองร่างทรงตรงหน้า เขาไม่ชอบคนๆนี้ถึงแม้จะห้ามภรรยาไม่ได้ แต่เขาเคยบอกไปแล้วว่าห้ามให้มันมาเหยียบบ้านนี้เด็ดขาด
แต่วันนี้ออสกลับลากมันมา
“ผมคิดว่าพูดเองมันก็ทะเลาะกันเปล่าๆก็เลยลากตัวต้นเรื่องมาสารภาพเองเลย พูดไปได้แล้ว”ออสยิ้มพูดกับนายศิวกร ก่อนจะหันไปพูดกับร่างทรงต่อ
“เอ่อ”ร่างทรงแสดงสีหน้าไม่สบายใจออกมา
นางสายหมอกเสียเงินไปกับเขาเยอะมากตลอด10กว่าปีที่ผ่านมา ตอนนี้เขาเลยเกิดอาหารพูดไม่ออก
เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมพูดได้แต่ยืนอ้ำๆอึ้งๆอยู่ ออสเลยขยับเข้าไปใกล้
“นายรู้เรื่องอิกดราซิลแล้วนะ แน่ใจใช่มั้ยว่าจะไม่ยอมทำตามดีๆ”เขากระซิบถามเบาๆ
หลายวันมานี้จูนส่งคนไปอยู่ด้วยตอนที่เขาเปิดสำนักตลอดเพื่อเก็บข้อมูลในการดึงคนให้เข้าร่วมกับอิกดราซิล แน่นอนว่าตัวร่างทรงก็ได้รับรู้เรื่องขององค์กรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้เขารู้ว่าตอนนี้เขาโดนใครควบคุมอยู่และก็รู้ว่าถ้าทำตัวมีปัญหาเขาอาจจะซวยยิ่งว่าการได้เจอสิ่งลี้ลับที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงรึเปล่าเสียอีก
“คะคือความจริงแล้ว ฉัน ไม่ได้เป็นร่างทรงจริง ก็แค่ทำไปเพื่อหาเงิน แต่ทุกครั้งที่ทำพิธีฉันก็ทำตามตำรานะ แล้ว…"
“พอดี”นางสายหมอกตวาด
"เฮ้ออ"นายศิวกรเองก็ถอนหายใจออกมา แน่นอนหละว่าเขาคิดอยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้ ร่างทรงอะไรนั่นจะมีจริงได้ไง
“อย่ามาโกหก ต้องทำขนาดนี้เลยหรือไง ดูจากที่ผ่านๆมาแกใช้กำลังบังคับอาจารย์ใช่มั้ยหละ มันจะไม่เกินไปหน่อยรึไง”แม่ของฟ้าแสดงท่าทางหงุดหงิดใส่ออส
“เปล่าไม่ใช่แบบนั้นนะครับ”ออสแย้ง ถึงแม้ว่ามันจะมีส่วนจริงก็เถอะ
เป็นงั้นไป
กลายเป็นว่าที่ออสใช้คนจัดการไอ้เด็ก3ตัวนั่นทำให้นางสายหมอกมองเขาแบบนั้นงั้นหรือ
แต่เขาก็คิดไว้แล้วเหมือนกันว่าเธออาจจะไม่เชื่อก็ได้เพราะงั้นออสก็เลยเตรียมอีกแผนไว้แล้วแต่ก่อนหน้าที่จะพูดออกไปร่างทรงปลอมก็พยายามจะอธิบายอีกครั้ง
“จริงๆแล้วถ้าเอาตามตำรา วันเกิดของหนูฟ้าก็ไม่ค่อยจะดีจริงๆ แต่เรื่องที่ต้องแต่งกับเด็กเคนนั่น อันนั้นคือสิ่งที่ฉันโกหกเพราะทางนั้นอยากให้ฉันพูดแบบนั้น”ร่างทรงอธิบาย
เขาทำงานนี้มานานดูออกว่าใครต้องการอะไรแล้วใครต้องพูดแบบไหนถึงจะเชื่อ เขารู้ว่าออสยังไงก็ต้องหาทางทำให้นางสายหมอกเชื่อและเขารู้ว่าต้องพูดยังไงให้นางสายหมอกยอมฟัง
สุดท้ายแล้วความจริงก็ต้องเปิดเผยงั้นสู้ให้ความร่วมมือย่อมดีกว่า
นางสายหมอกชะงักไปมองร่างทรงด้วยสายตาแปลกประหลาด
“ทางนั้นหมายถึง พิมอร หรอ เธอเป็นเพื่อนฉันนะ ทำไมเธอต้องทำแบบนั้นหละ”นางสายหมอกขมวดคิ้วถาม
“ก็เงินไง”ร่างทรงตอบเสียงเครียด
“ยัย พิมอร นั่นมันยัดเงินผมเพราะอยากให้ลูกมันได้กับลูกของคุณเพราะครอบครัวคุณรวย แต่พอคุณจ่ายเงินใส่ซองให้มันตอนหมั้นแถมยังจ่ายค่าพิธีให้ฉัน มันก็เลยโลภมาบังคับให้ฉันทำพิธีบ่อยๆอ้างเสริมดวงบ้างหละ ผูกดวงเพราะว่าทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งกันจริงๆเลยต้องทำแก้เคล็ดบ้างหละ ทุกครั้งมันก็ขอแบ่งค่าครูไปครึ่งหนึ่งตลอดนั่นแหละ ฉันไม่อยากทำให้ มันก็จะขู่แบล็คเมล์ฉันเรื่องที่รับเงินมาจากมัน”
ร่างทรงอธิบายยาวเหมือนจริงๆแล้วเขาเองก็อัดอั้นเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน
ฟ้าได้ฟังก็กำหมัดแน่นด้วยความแค้นใจตลอดหลายปีเธอต้องอึดอัด รำคาญ แถมยังต้องทะเลาะกับแม่เพราะเรื่องนี้
“ทีนี้จะเชื่อหรือยังหรือจะบอกว่าออสมันเตี้ยมให้หมอนี่พูดอีกหละ”นายศิวกรหันไปถามประชดภรรยาด้วยความหงุดหงิด
“ไม่จริงหนะ..”นางสายหมอกได้ยินก็ช็อค
แต่ร่างทรงยังตอกย้ำเข้าไปอีก
“นี่ไงหลักฐาน คิดว่าฉันจะยอมให้มันแบล็คเมล์ฝ่ายเดียวหรอ”ร่างทรงยื่นมือถือให้ทุกคนดู
ภาพจากกล้องที่ด้านหลังสำนักทรงเขาแอบไปติดเอาไว้หลังจากที่โดนพิมอรขู่ขอแบ่งค่าครูไปพักใหญ่ๆ ถึงจะไม่มีเสียงแต่มันก็ชัดเจนว่าทางนั้นเอาเงินไปจริง
เขาเตรียมเอาไว้เผื่อว่าถ้าฟ้าแต่งกับเคนไปแล้วนางพิมอรบังคับให้เขาทำอะไรอีกเขาก็จะใช้คลิปนี่ขู่กลับไป
“ฉันคิดว่าอาจจะได้ใช้ถ้าทางนั้นแฉหรือไม่ยอมจบ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้งั้นก็ใช้มันตอนนี้แหละ หึหึ ฮ่าๆๆ”เขาพูดแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจเหมือนกับว่าเรื่องที่ค้างคาออกไปจากใจเขาได้เสียที