"ไอ้ขยะ! การแสดงของเจ้ามันจบลงแล้ว!"
เสียงคำรามของ หวังเฉิน ดังสนั่นไปทั่วทั้งเวทีประลอง! เขาทะยานร่างลงมาจากแท่นหินราวกับวิหคเพลิงที่กางปีก รังสีแห่งพลังปราณปฐพีขั้นที่สามระเบิดออกจากร่างของเขาอย่างบ้าคลั่ง! อากาศรอบตัวของเขาร้อนระอุขึ้นจนบิดเบี้ยว!
"เพลงหมัดวิหคเพลิงผลาญทุ่ง!"
นี่คือเคล็ดวิชาประจำตระกูลหวัง! หมัดขวาของเขาถูกห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟสีทองอร่าม ก่อตัวเป็นรูปของหัววิหคเพลิงที่กำลังอ้าปากกรีดร้อง! มันคือกระบวนท่าที่รุนแรงและเต็มไปด้วยพลังทำลายล้างที่สามารถหลอมละลายเหล็กกล้าได้ในพริบตา!
เฟิงหลงหันไปเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตคนแรกของเขาบนเวทีแห่งนี้... ดวงตาของเขาสงบนิ่งและเยือกเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก
"การแสดงของข้ารึ?" เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "เจ้าคิดผิดแล้ว... หวังเฉิน"
"...การแสดงที่แท้จริง... มันเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นต่างหาก"
เขาไม่ได้ถอย... แต่กลับพุ่งเข้าใส่! ร่างของเขาเคลื่อนที่ด้วย "มายาอสูร" หลบหลีกหมัดเพลิงที่พุ่งเข้ามาอย่างฉิวเฉียดราวกับเป็นเพียงสายลมที่พัดผ่าน!
"อะไรกัน!?" หวังเฉินเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง!
ในจังหวะที่หมัดของมันพลาดเป้านั้นเอง... เฟิงหลงก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ที่ด้านข้างของมันแล้ว! กริช "เงาอสูรพิฆาต" ในมือของเขาตวัดออกไปราวกับเขี้ยวของอสรพิษร้าย!
หวังเฉินแม้จะตกใจแต่ก็ยังมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วสมกับเป็นนายน้อยตระกูลใหญ่ เขาระเบิดพลังปราณออกมาสร้างเป็นเกราะป้องกันเพลิงขึ้นมาป้องกันตัวเอง!
เคร้ง!
กริชของเฟิงหลงปะทะเข้ากับเกราะป้องกันจนเกิดประกายไฟ! แม้จะไม่อาจทะลวงเข้าไปได้ แต่แรงปะทะนั้นก็ทำให้หวังเฉินต้องเสียหลักถอยหลังไปหลายก้าว!
"เจ้า!" หวังเฉินโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ! เขาเตรียมจะเข้าโจมตีอีกครั้ง...
แต่แล้ว... ก็มีเสียงทอดถอนใจอันแผ่วเบา... แต่กลับชัดเจนและทรงพลังจนทำให้ทุกคนในสนามต้องหยุดชะงัก... ดังขึ้น
"น่าเบื่อเสียจริง..."
ทุกสายตาหันไปมองยังต้นเสียง... และก็ได้เห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็นมาก่อน เขายืนพิงเสาหินอยู่มุมหนึ่งของเวทีตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครทราบ เขาสวมเพียงอาภรณ์สีเทาเรียบง่ายที่ดูธรรมดา แต่กลับสะอาดสะอ้านหมดจด บนหลังของเขาสะพายกระบี่เล่มหนึ่งที่ห่อหุ้มไว้ด้วยผ้าสีดำ ใบหน้าของเขาเรียบเฉยและดูราวกับกำลังง่วงนอน... แต่ดวงตาของเขานั้น... กลับคมกริบและส่องประกายแสงเจิดจ้าราวกับดวงดาวที่สว่างที่สุดบนท้องฟ้ายามค่ำคืน!
"เจี้ยน...เจี้ยนอู๋ซาง!" หวังเฉินอุทานออกมาด้วยความตกใจ!
ชื่อนั้น... ทำให้เหล่าอัจฉริยะจากเมืองใหญ่หลายคนต้องสูดลมหายใจเย็นเยียบ! เจี้ยนอู๋ซาง (ดาบไร้แผล)... อัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งนครกระบี่! ผู้ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะด้านกระบี่ที่ปรากฏตัวขึ้นเพียงหนึ่งครั้งในรอบร้อยปี! พลังของเขาบรรลุถึงขั้น ปราณปฐพีระดับที่เก้า ตั้งแต่อายุเพียงสิบเก้าปี! เขาคือหนึ่งในตัวเต็งที่จะคว้าอันดับหนึ่งในการทดสอบครั้งนี้!
เจี้ยนอู๋ซางค่อยๆ เดินออกมาจากเงามืดอย่างเชื่องช้า เขาไม่ได้มองไปที่หวังเฉิน... แต่กลับจ้องมองมาที่เฟิงหลงด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสนใจ
"วิธีการของเจ้ารุนแรง... เคล็ดวิชาของเจ้าแปลกประหลาด... แต่เจ้าแข็งแกร่ง" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ "แข็งแกร่งกว่าไอ้ขยะที่เอาแต่เห่าเสียงดังนี่หลายเท่านัก" เขากล่าวพลางเหลือบมองไปยังหวังเฉินแวบหนึ่ง
คำพูดนั้น... ทำให้ใบหน้าของหวังเฉินกลายเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความอัปยศ!
"ข้าไม่สนใจเรื่องงี่เง่าของพวกเจ้า" เจี้ยนอู๋ซางกล่าวต่อพลางหันกลับมามองเฟิงหลง "แต่ข้าสนใจในตัวเจ้า... สู้กับข้า"
เขาไม่ได้ถาม... แต่มันคือคำสั่ง!
ก่อนที่เฟิงหลงจะได้ทันได้ตอบ... ร่างของเจี้ยนอู๋ซางก็พลันหายไป!
เร็ว! เร็วเกินไป!
เฟิงหลงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณของเขากรีดร้องเตือนภัยอย่างบ้าคลั่ง! เขาใช้มายาอสูรเพื่อถอยหลังในทันที!
ประกายแสงสีเงินวาบขึ้นตรงหน้าของเขา! กระบี่ที่อยู่ในฝักผ้าสีดำได้ถูกชักออกมาตั้งแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้! ปลายกระบี่ของเจี้ยนอู๋ซางหยุดอยู่ห่างจากลำคอของเฟิงหลงเพียงแค่หนึ่งนิ้วเท่านั้น!
เหงื่อเย็นๆ ไหลซึมออกมาจากหน้าผากของเฟิงหลง... หากเมื่อครู่เขาถอยช้าไปเพียงเสี้ยววินาที... ศีรษะของเขาคงจะหลุดออกจากบ่าไปแล้ว!
"ปฏิกิริยาไม่เลว" เจี้ยนอู๋ซางกล่าวชมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "แต่เพียงเท่านี้ยังไม่พอ... เอาจริงได้แล้ว"
สิ้นเสียงพูด... เจตจำนงแห่งกระบี่ (Sword Intent) ที่คมกริบและเย็นเยียบจนน่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกจากร่างของเขา! มันคือแรงกดดันที่แตกต่างจากแรงกดดันของสัตว์อสูร... มันคือแรงกดดันที่บริสุทธิ์และพร้อมที่จะตัดทุกสิ่งทุกอย่างให้ขาดสะบั้น!
เจี้ยนอู๋ซางเริ่มรุก! กระบี่ในมือของเขาร่ายรำเป็นเพลงกระบี่ที่ดูเรียบง่าย... ไม่มีท่วงท่าที่งดงาม... ไม่มีพลังที่อลังการ... มีเพียงความเร็ว, ความแม่นยำ, และความเฉียบขาดที่ถึงขีดสุด!
"เพลงกระบี่ไร้ใจ!"
ทุกการแทง... ทุกการฟัน... ล้วนมุ่งตรงไปยังจุดตายของเฟิงหลง!
เฟิงหลงตกเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างสมบูรณ์แบบเป็นครั้งแรก! เขาต้องใช้ทั้ง "มายาอสูร" และสัญชาตญาณการต่อสู้ทั้งหมดที่เขามีเพื่อหลบหลีกคมกระบี่ที่พุ่งเข้ามาจากทุกทิศทาง!
'แข็งแกร่ง! นี่คือความแข็งแกร่งที่แท้จริง!' เฟิงหลงคิดในใจอย่างตื่นตระหนก เขารู้สึกราวกับกำลังเต้นรำอยู่บนคมมีด!
เขาหาจังหวะที่เหมาะสม... และดีด "เข็มพิฆาตวิญญาณ" ออกไปอย่างเงียบงัน!
แต่เจี้ยนอู๋ซางกลับเพียงแค่แค่นเสียงเย็นชา! เขาไม่ได้หลบ... แต่กลับใช้เจตจำนงแห่งกระบี่ที่ห่อหุ้มร่างของเขาอยู่เบี่ยงเบนทิศทางของเข็มพลังงานนั้นไปได้อย่างง่ายดาย!
"การลอบโจมตีที่น่าสมเพช"
เฟิงหลงรู้ดีว่าเขาไม่อาจเอาชนะได้ด้วยวิธีการเดิมๆ อีกต่อไป! เขาต้องเดิมพัน!
เขาแสร้งทำเป็นพลาดท่าและเปิดช่องว่างที่หน้าอก!
เจี้ยนอู๋ซางไม่ลังเล! เขารวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่ปลายกระบี่และแทงเข้ามาที่หัวใจของเฟิงหลง!
แต่ในจังหวะที่คมกระบี่กำลังจะเสียบทะลุร่างของเขานั้นเอง... เฟิงหลงก็แสยะยิ้มออกมา!
เขาไม่ได้หลบ... แต่กลับเอียงตัวเล็กน้อย... ยอมให้กระบี่แทงทะลุหัวไหล่ของตนเอง... และในขณะเดียวกันนั้นเอง... เขาก็ใช้โอกาสที่ระยะห่างระหว่างพวกเขากลายเป็นศูนย์... รวบรวมปราณอสูรทั้งหมด... และระเบิด "อัสนีบาตอสูร" ออกไปในระยะประชิด!
มันคือการแลกชีวิต! คือการเดิมพันที่บ้าคลั่งที่สุด!
เจี้ยนอู๋ซางเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง! เขาไม่คาดคิดว่าเฟิงหลงจะบ้าบิ่นถึงเพียงนี้! เขาพยายามจะถอยแต่ก็สายเกินไปแล้ว!
ตูมมมมม!
หมัดของเฟิงหลงกระแทกเข้าที่หน้าอกของเจี้ยนอู๋ซางอย่างจัง! ร่างของทั้งสองกระเด็นถอยหลังไปพร้อมกัน!
เฟิงหลงกระอักเลือดคำโตออกมา บาดแผลที่หัวไหล่ของเขาน่ากลัวอย่างยิ่ง... แต่เจี้ยนอู๋ซางก็อยู่ในสภาพที่ไม่ดีไปกว่ากัน! แม้จะไม่บาดเจ็บสาหัส แต่เขาก็กระอักเลือดออกมาเช่นกัน และเกราะป้องกันพลังปราณของเขาก็แตกร้าว!
ทั้งสองยืนจ้องหน้ากัน... หอบหายใจอย่างหนักหน่วง...
เวทีทั้งใบตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง! ไม่มีผู้ใดคาดคิดว่า... เด็กหนุ่มบ้านนอกคนนั้น... จะสามารถทำให้เจี้ยนอู๋ซางต้องบาดเจ็บได้!
เจี้ยนอู๋ซางเช็ดเลือดที่มุมปาก... ก่อนที่รอยยิ้ม... รอยยิ้มที่แท้จริงรอยแรก... จะปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขา
"ยอดเยี่ยม... ยอดเยี่ยมมาก!" เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "ในที่สุด... ข้าก็ได้พบคู่ต่อสู้ที่คู่ควรแล้ว! เอาล่ะ... การอุ่นเครื่องจบลงแล้ว!"
แต่ก่อนที่การต่อสู้ที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น...
ก๊องงงงง!
เสียงระฆังดังขึ้น เป็นสัญญาณว่า... เวลาสองชั่วยาม... ได้สิ้นสุดลงแล้ว!