[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 41 เขานั่นเอง! (2)

            แต่นั่นคือครูในโรงเรียน!

            แล้วเซียวอวี้เหอเป็นใคร?

            หัวหน้าสมาคมนักสู้เมืองไป๋เหอ หนึ่งในบุคคลสำคัญอันดับต้นๆ ของเมืองไป๋เหอ

            คนสองคนนี้ไม่อาจเทียบกันได้เลย

            ลู่ชิงเหอมองเหรียญตราสีทองแดงที่พ่อแม่ของเธอถือพลางพลิกดูซ้ำไปซ้ำมา แทบจะกัดเข้าไปทั้งอัน

            ครั้งหนึ่งเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งแอบเอาเหรียญตราของพ่อมาอวดที่โรงเรียน เธอเคยเห็น

            แต่เหรียญตรานั้นเป็นเพียงเหรียญตรานักสู้ระดับหนึ่งเท่านั้น

            ระดับสอง ลู่ชิงเหอเพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก

            แถมยังมีเงินโบนัสอีกด้วย

            เงินโบนัสตั้งหนึ่งล้าน!

            นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่ชิงเหอได้รู้ว่า “ทุนการศึกษา” นั้นสามารถมากมายได้ขนาดนี้!

            ความตกตะลึงมากมายเกินไป ลู่ชิงเหอแทบจะกลายเป็นคนโง่ไปแล้ว

            เธอนั่งอยู่บนโซฟาเป็นเวลานาน

            รอจนกระทั่งอารมณ์สงบลงเล็กน้อยแล้วจึงลุกขึ้นยืน

            “พ่อคะ แม่คะ หนูขอตัวกลับห้องก่อนนะคะ”

            ลู่ชิงเหอกล่าว

            ไม่มีใครสนใจเธอ

            ลู่ต้าไห่และเจิ้งอวี้เฟินยังคงจ้องมองสิ่งที่อยู่ในมือพลางถกเถียงกันอย่างไม่หยุดหย่อน

            ลู่ชิงเหอรู้สึกเจ็บแปลบในใจอย่างบอกไม่ถูก

            นี่อาจเป็นครั้งแรกตั้งแต่เธอจำความได้ที่พ่อแม่ละเลยเธอ และเป็นเพราะพี่ชายของเธอลู่เซิ่ง

            ช่างเจ็บปวดเหลือเกิน...

            ...

            “ยังไม่ได้เรื่องอีกเหรอ?”

            เหอหลิงซู่เดินไปมาอย่างกระวนกระวายในร้าน

            หม่าเฟยตอบอย่างระมัดระวังว่า “ติดต่อได้เป็นครั้งคราว แต่ทุกครั้งที่ติดต่อได้ คุยกันได้ไม่กี่คำก็วางสายไป”

            “ไม่ได้เรื่องเลย! ก่อนหน้านี้นายไม่ได้ตบอกรับประกันกับฉันเหรอว่าไม่มีปัญหาแน่นอนน่ะ? เสียแรงที่ฉันเชื่อใจนาย...”

            เหอหลิงซู่กระทืบเท้า ชี้หน้าด่าหม่าเฟยชุดใหญ่

            หม่าเฟยหน้าเสีย แต่ไม่กล้าโต้แย้งแม้แต่คำเดียว

            ใครใช้ให้เขารับปากเรื่องนี้เสียดิบดีตั้งแต่แรก ตอนนี้เลยอับอายขายหน้าไปหมดแล้ว

            เหอหลิงซู่หงุดหงิดมาก

            หนึ่งสัปดาห์แล้ว

            นานถึงหนึ่งสัปดาห์ เธอก็ยังไม่ได้พบกับนักปรุงยาที่ลึกลับคนนั้นเลย

            กระทั่งไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหน้าตาเป็นอย่างไร ชื่ออะไร

            เมื่อไม่ได้เจอตัว ก็ไม่ได้ยาใหม่

            เมื่อไม่มียาใหม่ ตระกูลเหอก็ไม่มีทางหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ได้

            ดังนั้นเหอหลิงซู่จึงกระวนกระวายใจมาก ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เธอแทบจะไม่ได้นอนเลย ผิวพรรณก็หมองคล้ำลงไปมาก

            เวลาและพลังงานทั้งหมดถูกทุ่มเทให้กับยาใหม่นี้ ระหว่างนั้นก็ได้รับข่าวเกี่ยวกับยาใหม่อื่นๆ อีกหลายข่าว เธอก็ไม่ได้สนใจ

            กลัวว่าพอละสายตาไปจะพลาดโอกาสนี้

            ตามหลักการแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนี้เลย หว่านแหให้กว้างถึงจะได้ปลาเยอะ

            แต่สถานการณ์ในครั้งนี้ไม่สามารถตัดสินด้วยสามัญสำนึกได้

            ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เหอหลิงซู่วิเคราะห์เภสัชวิทยาและส่วนประกอบของยาบำรุงลึกลับอย่างต่อเนื่อง

            ยิ่งเจาะลึกมากเท่าไร สิ่งที่ได้รับก็ยิ่งน่าตกใจมากขึ้นเท่านั้น

            ยาบำรุงชนิดนี้ที่ไม่รู้ว่าเป็นอะไร มีประสิทธิภาพในการบำรุงเลือดมากกว่ายาทุกชนิดในท้องตลาด ถึงระดับหนึ่งและสองตามมาตรฐานที่สมาคมนักปรุงยากำหนดไว้ กระทั่งสูงกว่ายาบำรุงระดับสามบางชนิดด้วยซ้ำ

            ไม่เพียงแค่นั้น สรรพคุณเพิ่มเติมต่างๆ ก็มีมากถึงสิบกว่าชนิด

            แทบไม่มีผลข้างเคียง ระยะต่อต้านยาที่ยาวนานจนน่าตกใจ

            และภายใต้สภาวะที่มีสรรพคุณยาที่ดีเยี่ยมเช่นนี้ ต้นทุนโดยประมาณของยาบำรุงชนิดนี้....

            กลับสูงกว่ายาบำรุงเลือดเพียงเท่าเดียว!

            สวรรค์ ยาบำรุงเลือดนั่นไม่ถือว่าเป็นยาบำรุงอย่างแท้จริงได้หรอกนะ

            ในรายการยาบำรุงระดับหนึ่งอย่างเป็นทางการไม่มีชื่อของยาบำรุงเลือด

            ยาบำรุงเลือดในปัจจุบันอย่างดีที่สุดก็ถือได้ว่าเป็นเพียงผลิตภัณฑ์บำรุงสุขภาพเท่านั้น มีเพียงครอบครัวที่ไม่มีเงินมากพอเท่านั้นที่จะซื้อสิ่งนี้มาใช้เป็นยาบำรุงในการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้

            ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ

            เหอหลิงซู่ค้นหาฐานข้อมูลของสมาคมนักปรุงยาจนทั่ว ก็ไม่พบข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับมัน

            ไม่มีสิ่งที่คล้ายกันเลย

            สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร?

            สิ่งนี้หมายความว่า นี่อาจเป็นยาบำรุงชนิดใหม่ที่เพิ่งได้รับการพัฒนาขึ้น

            ยาใหม่ที่ยอดเยี่ยมซึ่งมีความหมายต่อยุคสมัย!

            นี่คือเหตุผลที่เหอหลิงซู่ดื้อรั้น ยึดมั่น ทุ่มสุดตัว และต้องใส่ไข่ทั้งหมดไว้ในตะกร้าใบเดียว

            นี่ไม่ใช่ตะกร้าธรรมดา แต่นี่คือขุมทองที่สามารถชุบชีวิตตระกูลเหอได้!

            เพียงแต่ว่า...

            ตอนนี้ขุมทองนี้มองเห็นได้แต่จับต้องไม่ได้ หนทางไปสู่เชิงขุมทองยังไม่ถูกเธอค้นพบ

            เหอหลิงซู่ถอนหายใจเบาๆ เอามือนวดขมับอย่างเหนื่อยล้า

            “คุณ...คุณเหอครับ...”

            ในขณะนั้น เสียงเรียกของหม่าเฟยดังขึ้นข้างหู

            “อะไร?!”

            เหอหลิงซู่ตอบอย่างไม่สบอารมณ์

            หม่าเฟยคนนี้นอกจากจะโม้เก่งแล้วก็ไม่มีอะไรดีเลย ตอนนี้เธอเห็นหน้าหม่าเฟยก็รู้สึกเกลียดแล้ว

            “ผม...ผมหาตัวปรมาจารย์ท่านนั้นเจอแล้วครับ”

            “อะไรนะ?!”

            เหอหลิงซู่ชะงักไป จากนั้นก็กระโดดขึ้นทันที

            “อยู่ที่ไหน? ปรมาจารย์อยู่ที่ไหน?!”

            เห็นเพียงใบหน้าของหม่าเฟยเต็มไปด้วยสีหน้าที่แปลกประหลาดอย่างยิ่ง ดวงตาจ้องเขม็งไปยังทิศทางหนึ่ง ชี้มือออกไป

            “อยู่นั่นครับ”

            เหอหลิงซู่รีบหันไป แต่สิ่งที่เห็นคือโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ในห้องโถงของร้านขายยา

            ในขณะนั้นโทรทัศน์กำลังออกอากาศข่าวอยู่

            “...เมื่อวานนี้ ในเมืองของเราปรากฏอัจฉริยะด้านศิลปะการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยม อายุเพียงสิบเจ็ดปี แต่สอบผ่านการประเมินนักสู้ระดับสองอย่างเป็นทางการได้แล้ว ยิ่งกว่านั้นค่าพลังการต่อสู้ยังสูงถึงมาตรฐานนักสู้ระดับสามอีกด้วย

            ผลงานนี้ได้ทำลายสถิติคนรุ่นเดียวกันของสมาคมนักสู้ในเมืองของเราไปอย่างมาก แม้แต่หัวหน้าสมาคมนักสู้เซียวอวี้เหอ ก็ยังแสดงความชื่นชมและให้กำลังใจอัจฉริยะศิลปะการต่อสู้หนุ่มคนนี้

            และอัจฉริยะศิลปะการต่อสู้ท่านนี้ก็คือลู่เซิ่ง นักเรียนชั้นม.6 ห้อง 5 โรงเรียนมัธยมไป๋เหอสาขาสาม

            จากการสอบถาม ทราบว่าลู่เซิ่ง...”

            เหอหลิงซู่จ้องมองหน้าจอโทรทัศน์ด้วยความงุนงง ในขณะนั้นได้ยินเสียงแผ่วเบาของหม่าเฟยดังขึ้นข้างหู

            “คุณเหอครับ ก่อนหน้านี้ที่เขายืมห้องปรุงยาของร้านสิงซ่านของเราไปใช้ ช่วงนี้ที่เราพยายามติดต่อมาตลอด...ก็คือลู่เซิ่งคนนี้นี่แหละครับ”

            “อะไรนะ?!”

            ดวงตาของเหอหลิงซู่เบิกกว้าง

            ลู่เซิ่ง...อัจฉริยะศิลปะการต่อสู้...ปรมาจารย์ปรุงยา...

            เหอหลิงซู่มองใบหน้าที่อ่อนเยาว์เกือบไร้เดียงสา ใบหน้าหล่อเหลาที่ปรากฏในข่าว สมองของเธอส่งเสียงดังอื้ออึง เหมือนมีเครื่องบินร้อยลำบินผ่านศีรษะของเธอในเวลาเดียวกัน...

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน