ธรณีคลั่ง(ใหม่)

    ตอนที่76 ดันเจี้ยนลับ4

        ภูมิได้เอาขวานหอกออกมาจากช่องเก็บของ และแล้วการต่อสู้ก็ได้เริ่มขึ้น ทั้งสองพุ่งเข้าหากันอย่างไม่มีใครเกรงกลัวใคร ภูมิได้สับขวานสองมือของเขาเข้าหาเข้าสิงโตช้าง โดยเล็งไปที่กลางหน้าผากของมัน เจ้าสิงโตงาที่เป็นเหมือนสิงโตผสมกับช้างก็ไม่ยอมน้อยหน้ามันได้กระโจนพุ่งเข้าหาเขา นั้นจึงทำให้ภูมิต้องยกขาขึ้นมาถีบสะกัดมันเอาไว้ เพราะขวานของเขายังลอยอยู่ในอากาศ เท้าที่มีกีบเท้าและถูกเคลือบไว้ด้วยมิเนอร่าได้กระแทกเข้าที่หน้าของมันอย่างจังจนปรากฏรอยไหม้สีดำขึ้น และด้วยแรงถีบของเขานั้นได้ส่งร่างของมันลอยกลับไป ขวานที่พลาดสับลงบนพื้นดินจนแตกเป็นทางยาวก็ได้ถูกยกขึ้น ภูมิได้ออกแรงดึงจนแขนของเขาปรากฏเส้นเลือดจึงจะดึงมันขึ้นจากพื้นดินได้

        แต่เจ้าสิงโตช้างตัวนั้นกลับเร็วกว่ามันได้พุ่งเขาหาเขาราวกับสายลมพัดโบกมันได้ใช้งาทั้งสองของมันแทงเข้าที่ไหล่ทั้งสองของเขาที่กำลังจับขวานหอกจนเกือบทะลุแต่ยังดีที่เข้าใช้มิเนอร่าห่อหุ้มร่างกายเอาไว้ แต่ทันใดนั้นท้องฟ้าที่กระจ่างใสก็ได้มีสายฟ้าสีเหลืองทองฟาดลงมาที่ร่างกายของภูมิจนเขานั้นต้องกรีดร้องออกมา

        หลังจากนั้นภูมิได้กันฟันจนแทบแตกเป็นชิ้นๆ เขาได้เตะเข้าไปที่คางของมันด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่จะทำได้จนหน้าของมันแหงนมองท้องฟ้าสีใส แต่กลับเป็นการทำให้งาของมันได้แทงเข้าลึกกว่าเดิมจนทะลุเพราะน้ำหนักตัวของเขาที่อยู่แนวเดียวกับพื้นดินและมีงาเสียบเอาไว้เหมือนเสียบลูกชิ้นแล้วตั้งบนพื้น

       ภูมิพยายามจะใช้มิเนอร่าของเขาหลอมละลายงาของมันแต่กลับไม่สำเร็จเขาจึงได้ออกแรงแทงเข่าเข้าที่งาของมันซ้ำๆ เพื่อจะหักมัน แต่มันก็ไม่ง่ายดายนักเมื่อเข้าสิงโตได้ใช่ขาหน้าของมันหวังจะตะกุยเข้าที่แผ่นออกที่ตอนนี้มีกล้ามเป็นมัดของเขา

        ภูมิเมื่อเห็นว่ามันกำลังชักขากลับเพื่อจะยืนให้มั่นคงเขาก็ได้ใช้เท้าทั้งสองนั้นยันไปที่ลาวาทรงกระบอกที่เขาได้สร้างขึ้นตรงหน้าของมันอย่างแรง จนร่างกายของเขาได้หลุดออกเราตัวของเขาก็ได้กระเด็นออกไปหลายเมตรพร้อมกลับที่ลาวานั้นให้กลายเป็นของเหลวเคลือบหน้ามันที่กำลังลอยห่างออกไปเช่นกัน

        เมื่อหลุดออกมาได้เขาก็ได้รีบลึกขึ้นแล้ววิ่งเข้าไปหยิบขวานที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นขึ้นพาดบ่าพร้อมกลับบาดแผลของเขาที่ถูกรักษาอย่างรวดเร็วแล้วออกวิ่งเข้าหามันอีกครั้ง จากนั้นเขาก็ได้เหวี่ยงขวานในแนวนอนขวานที่มีน้ำหนักมหาศาลได้สับเข้าที่ขาข้างซ้ายหน้าของมันจนขาดออกจากกันแต่มันยังไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้นด้วยวิถีของการเหวี่ยงและด้วยเรี่ยวแรงทั้งตัวของภูมินั้นมันได้ไปสับเข้าที่ขาอีกข้างของมันจนจมลึก ขนร่างของมันได้ล้มลงกระแทกพื้นดั่งสนั้นหวั่นไหว

        ภูมิอาศัยจังหวะนี้ดึกขวานหอกออกจากขาอันใหญ่โตของมัน แล้วก็ได้เสียบเข้าที่คอของร่างที่กำลังนอนอยู่อย่างไร้ปรานีเลือดอุ่นๆ ได้สาดกระจายไปทั่วร่างของเขาที่กำลังหอบหายใจจนแทบจะไม่ทัน ภูมิจ้องมองร่างที่กำลังชักกระตุกอยู่ตรงหน้าเมื่อมันแน่นิ่งไม่ไหวติงแล้วนั้นเขาก็ได้รีบหลบออกจากสถานที่ต่อสู้อย่างเร่งรีบเพราะในตอนนี้ตรงหน้าของเขาห่างไปหลายกิโลเมตรนั้นได้มีเสียงของต้นไม้เหมือนจะหักโค่นลงเรื่อยๆ ดังขึ้นเป็นระยะๆ

        ตอนนี้เขาจะเหนื่อยจนแทบขาดใจเพราะเขาต้องใช้สมาธิในการต่อสู้และเขาต้องใช้มิเนอร่าเคลือบร่างกายของเขาเอาไว้ตลอดเวลา แม้ร่างกายที่เปิดซิงโครไนซ์จะทนทานแต่ในตอนนี้มันก็ไม่มีข้อได้เปรียบใดๆ และดูเหมือนว่าค่าสถานะก็ใกล้เคียงกันมากแม้จะใช้ซิงโครไนซ์ ภูมิได้บินขึ้นไปบนกิ่งไม้เพื่อใช้มันพรางตาจากมอนเตอร์พร้อมๆ กับหลบหนีออกจากจุดเกิดเหตุ ภูมิได้บินไปเรื่อยๆ หลายกิโลเมตรโดยมีเป้าหมายเพียงหลบหนีจากตัวอะไรก็ตามที่กำลังล้มต้นไม้เข้ามาหาเขา จนเมื่อเสียงนั้นหายไปเขาก็ได้หาที่หลบซ่อนตัวเพื่อพักเหนื่อยแหละเพื่อฟื้นฟู Mp ที่เสียไป เขาได้สร้างรูใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เหมือนต้นมะพร้าวต้นหนึ่งแล้วเขาก็ได้ปิดรูจนเกลือบสนิทเมื่อแน่ใจว่าปลอดภัยแล้ว เขาก็รู้สึกเหนื่อยมากจนเขาหลับไปโดยไม่รู้ตัว

        หนึ่งเดือนผ่านไป

       การเดินทางในดันเจี้ยนแห่งนี้นั้นเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะมอนเตอร์ส่วนมากที่เขาเจอมีแต่ระดับ 90 ขึ้นไปทั้งนั้นแต่ยังดีที่เขาได้ต่อสู้กับมอนเตอร์บ้างจึงทำให้เลเวลเขาเพิ่มขึ้นมา 1 เลเวล

    พร้อมทั้งพยายามตามหาต้นหญ้าเลือด และวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อเอามาปรุงยาเพราะในตอนนี้วัตถุดิบในนี้นั้นเป็นระดับสูงทั้งนั้นและเขาก็ต้องการยาเพื่อช่วยในการต่อสู้ด้วย

        เขาได้ออกล่าพวกมอนเตอร์ที่มีในดันเจี้ยนแห่งนี้เรื่อยๆ และเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะมอนเตอร์ข้างในนี้แม้จะมีเลเวลห่างกันเพียงเล็กน้อยแต่ความแข็งแกร่งต่างกันคนระดับเลยซึ่งไม่เหมือน ดันเจี้ยนอื่นๆ ที่ผ่านมา เขานั้นจึงได้ระมัดระวังตัวมากขึ้นเป็นพิเศษและพยายามเข้าโจมตีเฉพาะมอนเตอร์ที่เลเวลหางจากเขาไม่มาก และเน้นโจมตีที่จุดอ่อนของมันเพื่อฆ่ามันให้ได้และให้ตายเร็วที่สุดเพราะมอนเตอร์ในดันเจี้ยนแห่งนี้มีเยอะมากต้องรีบฆ่าแล้วรีบออกจากพื้นที่ที่ต่อสู้และในตอนนี้นั้นเขาก็ได้เข้ามาอยู่ในป่าที่มีต้นไม้สีเทาเข้มที่มีลักษณะเหมือนหินต้นใหญ่สามคนโอบและมันนั้นสูงน่าจะสัก 10 เมตรที่กะจากสายตาคร่าวๆ ใบของมันไม่ได้เป็นสีเขียวสดใสแต่มันกลับเป็นเหมือนกระจกใสๆ ที่มองทะลุเห็นท้องฟ้าได้ซึ่งแปลกประหลาดเป็นอย่างมากสำหรับเขา พื้นก็ไม่ได้เป็นพื้นดินมันมีแต่หินสีเทาๆ ทั้งก้อนเล็กก้อนใหญ่ดูแล้วน่าจะเดินได้ลำบาก ภูมิได้จ้องมองป่าแห่งนี้อยู่สักพักก่อนจะเดินเข้าไปข้างในหมู่ต้นไม้หินเหล่านั้น

        เขาเดินเข้าไปได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ได้พบกับมอนเตอร์ที่มีเลเวลสูงถึง 95 มันยืนจังก้าอยู่บนกิ่งไม้ พร้อมทั้งจ้องมองมาที่เขามันมีรูปร่างเป็นลิงบาบูน ขนาดตัวของมันนั้นเท่าๆ กับวัวตัวโตเต็มวัย ขนทั่วร่างของมันนั้นถูกแทนที่ด้วยเกล็ดที่มันวาวราวกับถูกขัดด้วยน้ำมันซึ่งมีสี แดง เขียว และดำ สลับไปทาทั่วทั้งตัว หางของมันสายไปมาของมันนั้นก็มีปลายเป็นหัวงูที่กำลังแลบลิ้นหันมาจ้องมองเขาเช่นกัน และอีกอย่างที่เด่นสะดุดตาคือเขาที่เหมือนเขาแรดอยู่ตรงหว่างคิ้วของมัน

        ภูมิได้ใช่เวลาอยู่ในดันเจี้ยนนี้อีกหลายวันจนตอนนี้เลเวลของเขาได้มาถึงเลเวล 95 แล้ว เขาที่มีเลเวลมากขึ้นก็อยากจะลองเข้าไปสำรวจดูข้างในและอยากจะลองต่อสู้กับลิงพวกนั้น และมันก็ได้ออกต้อนรับเขาในทันทีเมื่อเขาได้ก้าวเหยียบเข้าไปในเขตของป่าหิน















    คล้ายกับเรื่องธรณีคลั่ง(ใหม่) ที่คุณอ่าน