“ถ้านายไม่ได้ไปไหนต่อ งั้นก็เล่นที่ร้านฉันอีกชั่วโมงสิ” อีฟเผยรอยยิ้มหวาน ซึ่งนานครั้งจะเห็นสักที
“จริงเหรอพี่!” ดิวรู้สึกดีใจ ถ้าหากคืนนี้ได้เล่นอีกชั่วโมง ก็เท่ากับว่าเขาได้เงินสองพันบาท
มันเป็นเงินที่น้อยก็จริงสำหรับนักร้อง ความจริงควรได้มากกว่านี้ แต่อย่าลืมไปว่าดิวยังใหม่อยู่ ถึงแม้เสียงร้องเเละการเล่นกีตาร์จะดี แต่ยังไม่ถึงระดับมืออาชีพ แต่ใช่ว่าดิวจะยึดอาชีพนักร้องนักดนตรีเป็นหลัก เพราะนี่มันแค่ก้าวแรกเท่านั้น
หลังจากนั้นดิวก็ขึ้นไปเล่นอีกครั้ง เขากลับมาถึงห้องก็ประมาณเที่ยงคืน ได้ยำกับกับแกล้มมาเล็กน้อยจากอีฟ ทำให้คืนนี้ดิวไม่ต้องไปซื้อข้าวกิน ประหยัดเงินไปได้เยอะเลย
หลังจากที่ดิวร้องเพลงในร้านบุษบาวันนั้น ก็มีคนถ่ายคลิปของเขาลงยูทูป แน่นอนว่ามีคนดูไม่เยอะเท่าไหร่ แต่เป็นเพราะมียูทูปเบอร์คนหนึ่งมากินที่ร้านแล้วถ่ายติดพอดี เผอิญกับที่ว่า แจ็ค แป๊ก แป๊ก เป็นช่องที่มีคนติดตามหนึ่งล้านด้วยนี่สิคลิปนี้จึงได้รับความนิยมเป็นพิเศษ และยังมีคอมเมนต์ถามเข้ามาอีกจำนวนมาก โดยสรุปไม่ได้ถามถึงเรื่องอาหาร แต่จะถามเกี่ยวกับนักร้องที่ใช้กีตาร์เพียงตัวเดียวมากกว่า
ดอกไม้ริมทาง “ร้านนี้อยู่ที่ไหนอะ บรรยากาศดีจัง ฉันอยากไปมากเลย”คนขายหมาก “เสียงกีตาร์ของเขาทำให้ฉันนึกถึงทะเล แจ็ค แป๊ก แป๊ก เธอช่วยส่งที่อยู่ของเขามาหน่อยได้มั้ยอะ”ไอ้หน้าเหลี่ยม “ฉันชอบเสียงของเขามากเลย มันมีสเน่ห์ ทำเอาฉันเคลิ้มเลยละ”หนูน้อยกู้อีจู้ “ดูท่ายืนของเขาสิ เท่ชะมัด เห็นแล้ว...อ๊าา”คนผ่านทางมางั้นๆ “ถึงเมนต์บน ถ้าหากคันมากผมช่วยได้นะ รบกวนโทรมาที่เบอร์ 06-892****”
นี่คือคอมเมนต์ส่วนหนึ่งของช่อง สำหรับแจ็คที่เห็นคลิปนี้พุ่งขึ้นไปถึงแสนวิวในเวลาเพียงสี่ชั่วโมง ก็ตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ซึ่งแน่นอนว่าเขาจะกลับไปถ่ายร้านบุษบาอีก
หลายวันผ่านไป ห้องเช่าของฝ้าย วันนี้เธอก็ไปทำงานเหมือนเดิม หลังจากที่เลิกกับดิวเธอดูหงอยไปเลย ไม่คิดเลยว่าเขาจะกล้าถึงขนาดทิ้งเธอไป
“ไอ้สัสดิว มึงคิดว่าทิ้งกูไปแล้วจะจบเหรอ? มึงว่าเป็นนักร้องดังแล้วเหรอไงวะ!” ฝ้ายกดติดตามช่องแจ็ค แป๊ก แป๊ก และคลิปของร้านบุษบาที่ว่าก็มีดิวติดมาด้วย ถึงตอนนี้เธอรู้แล้วว่าเขาหายไปไหน ที่แท้ก็หายไปอยู่ร้านเหล้านี่เอง แถวยังมีคนติดตามในชั่วข้ามคืน ทำให้ฝ้ายรู้สึกโกรธเป็นอย่างมาก
“อีดอกพวกนี้ก็คันเอาคันเอากันซะจริๆ! พวกมึงไม่รู้เหรอ ว่ากูเคยเห็นของมันหมดแล้ว แล้วพวกมึงเป็นใครวะ!” ฝ้ายตอบคอมเมนต์เหล่านั้นด้วยความโกรธ ไม่ใช่ความหึงหรืออะไร เพราะตลอดเวลาที่อยู่กับดิวเธอไม่ได้รักเขาด้วยซ้ำ ที่อยู่ด้วยเพราะเห็นเป็นช่างในโรงงาน เงินเดือนเยอะเลยคบเท่านั้นเอง
และแน่นอนว่าหลังจากนั้นไม่นาน เธอถูกถล่มเละ จนต้องลบคอมเมนต์ไป
ดิวไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลังจากวันนั้นเขาก็มาร้องเพลงที่ร้านบุษบาเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าวันนี้มีคนมาทาบทาม ให้ไปเล่นที่ร้านให้ด้วย
“น้องดิว พี่รู้สึกชอบน้องมากเลย น้องว่างมั้ย ช่วงห้าทุ่มถึงเที่ยงคืนไปเล่นให้ร้านพี่ได้มั้ย”“ดิว ไปร้านพี่มั้ย พี่มีวงดนตรีด้วยนะ รับรองเลยว่าน้องต้องชอบ”“น้องครับ พี่ให้ชั่วโมงละห้าพัน เอาไม่เอา”“ดิว ไปที่ร้านพี่เถอะ เสียงของน้องเพราะๆ แบบนี้ เข้ากับบรรยากาศของร้านพี่มากเลยล่ะ”
ไม่ใช่แค่คนเดียวที่มาชวนดิว แต่มีถึงหลายร้าน
“เอ่อ...” ดิวพูดไม่ออก ตอนนี้เขาแค่ซื้อคู่มือเสริมร้องเพลงระดับต่ำเท่านั้น แต่ดูผลที่ได้สิ ร้านเหล้าและร้านอาหารต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ต่างเข้ามารุมเร้าเขาไม่ขาด
ไม่ต้องออกไปหางานเอง มีคนมาเสนองานให้เองถึงที่ แบบนี้สินะที่เขาเรียกว่าคนมีฝีมืออยู่ไหนก็ไม่อดตาย แถมยังเปล่งประกายมากอีกด้วย
ดิวไม่รับร้านที่อยู่ใกล้ร้านบุษบา เขาไม่ใช่คนเห็นแก่เงินจนทำให้อีฟเดือดร้อน อย่างน้อยร้านที่รับก็อยู่คนละซอยกัน แต่หากว่ากันบางระดับก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่นัก สาเหตุที่เป็นอย่างนั้นเพราะว่า ค่าน้ำมันและยังต้องทำเวลาให้ทันต่อการร้องเพลง
ดิวรับงานห้าร้านในหนึ่งคืน กว่าจะกลับมาถึงห้องก็ปาไปเกือบหกโมงเช้า มีผู้หญิงเข้ามาหาดิวหลายคน แน่นอนว่าสำหรับผู้หญิงที่เที่ยวกลางคืนแล้ว พวกเธอมักจะมีความสัมพันธ์ที่ฉาบฉวย วันไนต์สแตนด์ประมาณนี้
ดิวรู้สึกหลงไปกับแสงสี ต้องบอกก่อนเลยว่าก่อนที่เขาจะย้อนเวลากลับมา นอนเป็นผักอยู่บนเตียง จะขี้จะเยี่ยวเองก็ไม่ได้ พอถูกกระตุ้นเข้าหน่อยน้องชายก็ผงาด แต่ดิวยังไม่ใจร้อน เพราะตอนนี้สิ่งที่สำคัญเลยคือเงิน!
ใช่เงิน ดิวต้องการเงินมาซื้อคู่มือเสริมสำหรับเริ่มธุรกิจ ส่วนงานร้องเพลงมันเป็นแค่เรื่องชั่วคราวเท่านั้น
“สนใจมาค่ายเพลงพี่มั้ย นี่ๆ รู้มั้ยว่าค่ายเพลงพี่ดังแค่ไหนในประเทศ ใครๆ ต่างก็รู้จักกันทั้งนั้น รับรองเลยว่าพี่จะทำให้น้องเป็นดาวค้างฟ้า แม้จะผ่านไปหลายปีก็ยังค้างเติ่งอยู่แบบนั้น”
วันนี้ก็อีกเช่นเคย หลังจากที่ดิวลงมาจากเวทีพร้อมกีตาร์ก็ถูกต้อนรับโดยชายหัวทองคนหนึ่ง เขาคนนี้เห็นว่าทำงานอยู่ค่ายเพลงดัง รู้สึกชอบเสียงของดิวมากจึงอยากดึงมาร่วมงานด้วย
“เห้ยเจ๋งว่ะดิว มึงจะเอาไงวะ!” มอสที่อยู่ข้างๆ รู้สึกดีใจแทนเพื่อน นี่ยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเลยตั้งแต่ที่ดิวมาร้องเพลงที่ร้านบุษบา แต่ความดังของเขากับดังไปถึงหูของแมวมองในค่ายใหญ่ ทำเอามอสรู้สึกดีใจที่จะได้เป็นเพื่อนกับซุปตาร์ แต่อย่างใดก็ตาม คำตอบของดิวกับทำให้พวกเขาผิดหวัง
“ขอโทษนะครับ ผมอยากเป็นนักร้องอิสระมากกว่า”
การเป็นนักร้องในสังกัดมีอะไรดี? ถูกจำกัดโดยบริษัท ไหนจะเรื่องอื่นๆ จู้จี้จุกจิกอีก หากเป็นก่อนที่ดิวจะมีคู่มือเสริม เขาคงตอบรับข้อเสนอนี้โดยไม่ต้องคิด แต่น่าเสียดาย ตอนนี้บริษัทที่ว่าไม่ได้อยู่ในสายตาของดิวเลย
“น้องคิดดีแล้วเหรอ โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆนะ หรือว่าน้องจะเปิดช่องเองแล้วเอาเพลงไปลง...มันก็ได้อยู่หรอกนะ แต่น้องอย่าลืมไปสิ ว่าเดี๋ยวนี้มีนักร้องใหม่ๆ เกิดขึ้นทุกวัน บางคนก็ดังแค่เพลงเดียวแล้วดับ ส่วนบางคนดีหน่อยที่ยังมีกระแส แต่ว่านะ หากน้องมาอยู่ที่ค่ายใหญ่ล่ะก็ รับรองว่าจะมีงานให้ทำตลอด อยู่ในกระแสตลอดเวลาแน่นอนจ้า พี่เอาหัวเป็นประกันเลยนะ” ชายหัวทองยังไม่ยอมแพ้ เขารู้ว่าดิวคือเพชรเม็ดงาม หากเกาะดิวได้หลังจากนี้จะสุขสบายไปหลายปี
ดิวเข้าใจในสิ่งที่ชายหัวทองพูด สำหรับยุคนี้นักร้องไม่ได้ทำอัลบั้มอย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว พวกเขาจะออกมาแค่ซิงเกิ้ลเดียว อย่างที่รู้ถ้าหากดังก็รับไปหลายล้านบาท แต่ถ้าหากร่วงก็หายไป ตามกลไกตลาด
“มึงจะลังเลอะไรวะ หรือว่ามึงอยากเป็นนักร้องอิสระจริงๆ...” เห็นเพื่อนยังยืนบื้ออยู่ มอสก็กระซิบถามด้วยความอยากรู้
“ก็อย่างที่บอกไป แต่ยังไงผมก็ขอบคุณนะครับสำหรับความหวังดี” ดิวไม่สนใจมอสที่เข้ามากระซิบ เขายังยืนยันคำเดิมกับชายผมทอง
“งั้นก็ได้ ถึงแม้น้องดิวจะปฏิเสธพี่ แต่ถ้าหากเปลี่ยนใจเมื่อไหร่โทรมาหาพี่นะ นี่นามบัตรของพี่” ชายผมทองยื่นนามบัตรให้ดิว ดิวรับมาตามมารยาท ส่วนหลังจากนี้จะโทรไปหรือเปล่ามันเป็นเรื่องของเขา
เห็นว่าชายผมทองไปแล้ว มอสจึงพูดอย่างเสียดายว่า “วันนี้หัวมึงไปปกระแทกอะไรมาวะดิว มึงรู้มั้ยว่าการเป็นนักร้องของค่ายใหญ่น่ะ มีโอกาสที่มึงจะได้กระทบไหล่ของนักร้องคนดังเลยนะเว้ย รวมถึงดาราสาวสวยๆด้วย มึงรู้มั้ยว่าถ้ากูเป็นมึง กูจะรีบเซ็นสัญญาทันที!”
“ฮ่าฮ่า ทำไมกูจะไม่รู้วะว่ามึงคิดอะไรอยู่” ดิวเผยรอยยิ้ม “ความจริงมึงก็แค่อยากมีอะไรกับพวกหล่อน ที่เห็นทางทีวีละสิ”“เห้ยๆ พูดแบบนี้ได้ไงวะ” มอสทำหน้าขึงขัง คล้ายอยากมีเรื่อง“หรือว่าไม่จริง?”“อาราย...มึงก็พูดไปเรื่อย แค่นิดหน่อยๆ เองน่า แหะๆ” มอสเกาหัวอย่างอายๆ
เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ดิวจะไม่รู้จักมอสได้ยังไง สุดท้ายหมอนี่ก็แค่ผู้ชายหน้าหม้อคนหนึ่งเท่านั้น
“นี่ดิว มึงรู้มั้ยว่าพักนี้มีคนมาหามึงถี่ขึ้น”“เออ แล้วไง?” ดิวมองมอสแปลกๆ ก็ใช่ช่วงนี้มีคนมาหาเขาเยอะมาก แล้วมันแปลกยังไงก็ในเมื่อเสียงร้องของเขาเพราะ“ไม่ใช่อย่างนั้น ในระหว่างที่มึงร้องเพลงอยู่น่ะ กูเห็นฝัายมาดูด้วยว่ะ ตกลงนี่มึงเลิกกันแล้วใช่ปะ คงไม่ใช่มาตามผัวกลับบ้านหรอกนะ”“กูเลิกกับเธอตั้งนานแล้ว ไม่ได้ติดต่อแล้วด้วย บางทีเธออาจจะมากินเหล้ากับเพื่อนก็ได้นี่นา”“ก็จริงของมึง ว่าแต่มีไลน์สาวๆบ้างปะ ขอคนที่นมใหญ่นะ กูชอบ”
ดิวรู้สึกขำกับท่าทางของมอส เมื่อก่อนเป็นเขาที่ต้องอิจฉามอสเพราะมีผู้หญิงมาตามต้อยๆ แต่ดูเดี๋ยวนี้สิ ด้วยการเป็นนักร้องกลางคืน ไม่ว่าจะเล่นวันไหนก็จะมีผู้หญิงเข้ามาขอไลน์ไม่ขาด นับเป็นสีสันของนักร้องกลางคืนเลยทีเดียว ที่ได้มีอะไรกับผู้หญิงจำนวนมากแต่ดิวไม่ใช่คนแบบนั้น เขาแค่ให้ไลน์ไปตามมารยาท บางคนแชทมาถามว่าว่างมั้ย จะชวนไปกินข้าวดูหนัง ซึ่งดิวอาจจะว่างไปได้กับคนที่หน้าตาสวยๆ แต่ยังมีผู้หญิงจำพวกหนึ่ง ผู้หญิงประเภทนี้อันตรายมาก เธอวีดีโอคอลมาเล่นเสียว แถมยังส่งเสียงครางแปลกๆ ดิวไม่มีสมาธิทำอะไร เขาจึงต้องบล็อกพวกเธอไปซะก่อนที่ธาตุไฟจะเข้าแทรก