การโจมตีนั้นทั้งรวดเร็วรุนแรงและมีประสิทธิภาพ หลายคนที่โดนดาบแสงนั้นปักร่างกายได้แต่ทรุดลงกับพื้น มีคนไม่น้อยที่แม้แต่เก็บชีวิตมาได้แต่กลับมีบางส่วนของร่างกายที่ถูกตัดขาดไป และก็มีบางคนที่ถึงกับต้องจบชีวิต เหตุการณ์ที่อยู่ๆ ก็เกิดขึ้นทำเอาผู้ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นถึงกับต้องมองด้วยความตกตะลึงรีบเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าพบเห็นว่าท่ามกลางท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวนั้น มีร่างของสตรีร่างหนึ่งที่กำลังตกลงมาช้าๆ
“ผู้ใช้เวทย์ธาตุแสง?” ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นพูดขึ้น นกที่เกาะแขนเขาอยู่ก็อ้าปากแล้วพุ่งเข้าหาสตรีดังนั้น ลูกไฟหลายลูกออกมาจากปากของนกตัวนั้น
การที่เธออยู่ในสภาพกำลังตกลงสู่พื้นทำให้ดูเหมือนว่าเธอไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ ทว่าสตรีนางนั้นเธอกลับไม่แตกตื่นลนลาน เธอแค่เพียงสร้างดาบแสงขนาดใหญ่ขึ้นมาเป็นโล่กันลูกไฟเหล่านั้น นกตัวนั้นก็ไม่ยอมแพ้มันกางปีกค้างไว้ วงแหวนเวทย์มนต์ขนาดใหญ่สีแดงก็ปรากฏขึ้นตรงหน้านก พร้อมกับมีกระสุนสีแดงเพลิงหลายรูปพุ่งออกจากวงแหวนเวทมนต์เข้าปะทะกับดาบแสงขนาดใหญ่ แม้ว่ามันจะดูอลังการแต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกับการเอาใครกระทบหิน กระสุนสีแดงเพลิงหลายนัดไม่สามารถสร้างริ้วรอยให้ดาบแสงขนาดใหญ่ได้เลยแม้แต่น้อย
ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นเห็นดังนั้นก็ต้องขมวดคิ้วด้วยความตึงเครียด แสงและมืดคือปฐมธาตุในทวีปอาร์เคนัส เมื่อเทียบกับธาตุดินน้ำไฟและลมมันทั้งทรงพลังและยากแก่การรับมือ ผู้ใช้เวทย์แสงและมือเดินหาไม่ยากเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าการจะหาคนที่ใช้เวทย์ถ้าทั้งสองนี้ได้อย่างชำนาญเป็นอะไรที่หายากมาก และส่วนใหญ่มักจะเข้าเป็น 1 ใน 12 อัศวินศักดิ์สิทธิ์ของศาสนจักรมานาแห่งนิรันดร์ทั้งสิ้น
จากผลลัพธ์ที่เขาเห็นในตอนนี้ก็บ่งบอกได้คำว่าตอนนี้เขาเจอตอเขาให้แล้ว ก่อนจะทำการเรียกนกให้กลับมาอยู่ข้างกายเขาในขณะที่สายตาของเขาจ้องมองอีกฝ่ายไม่วางตา พร้อมกับสตรีนางนั้นที่ลงมาถึงพื้นหรืออย่างปลอดภัย
ทันทีที่เขารับรู้ได้ถึงมานาของเธอก็เป็นถึงกับต้องตกตะลึงในทันที ปริมาณมานาระดับนี้เขาไม่เคยเห็นมาก่อนทำให้ยิ่งสงสัยในความเป็นมาของอีกฝ่าย ความจริงบรรยากาศรอบด้านที่ควรจะมืดมิด แต่ดาบแสงที่ส่องสว่างกับเผยให้เห็นความงดงามของเธอที่ยากจะหาใครเทียบได้ เพียงแต่ว่าสายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นเขาไม่มีกะใจจะสนใจในความงามของเธอเลยแม้แต่น้อย เพราะเขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายเลยว่ามีความเป็นมายังไงหรือมีความแค้นอะไรกับเขา
“ท่านผู้มีเกียรติพอบอกได้หรือไม่ว่าท่านเป็นใครและมีความแค้นอะไรกับข้า ถึงได้มาเล่นงานพวกข้าเช่นนี้”
คาทาริน่ามองเขาด้วยดวงตาที่ไร้ความรู้สึกก่อนจะพูดว่า
“ที่ข้ามาในคืนนี้ต้องการให้พวกท่านละเว้นวานเชสโก้”
ทันทีที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดออกมาเขาถึงกับต้องตะลึง
‘พวกของไอ้พ่อค้านั่นนี่พวกนั้นมีผู้คุ้มกันระดับนี้ได้เชียวไม่เห็นได้ยินเรื่องนี้มาก่อน’
ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นรู้สึกตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง เขาเป็นหนึ่งในคนที่ได้รับความไว้วางใจจากเคานต์วาคีนไม่ใช่แค่เพราะว่าเขามีความสามารถแต่เพราะเขาเป็นคนให้ความสำคัญกับคำสั่งที่ได้รับ และปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเต็มที่แม้คนตรงหน้าจะมีพลังเวทย์และความสามารถที่สูงกว่า แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมท้อถอยหรือล้มเลิกภารกิจตอนนี้ ที่ผ่านมาก็ไม่ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเผชิญหน้ากับคนที่เหนือกว่าเพียงแต่ว่าครั้งนี้คนที่อยู่ตรงหน้าเขาเรียกได้ว่าเหมือนเป็นคนที่อยู่กันคนละโลก ตั้งใจว่าเมื่อกลับไปจะไปเค้นข้อมูลเอากับลอร์ดอาร์เทมิสที่ไม่ยอมแจ้งเขาเรื่องคนคุ้มกันระดับนี้ทีหลังแต่ก่อนอื่นเขาต้องจัดการผู้หญิงตรงหน้านี้ก่อน
ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นไม่ได้พูดอะไรแต่นกตัวใหญ่ที่อยู่ข้างๆ เขา กับผู้เข้าหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตามันก็เข้าถึงตัวคาทาริน่าแต่แทนที่เธอจะหลบกลับเพียงแค่ยืนอยู่นิ่งๆ แต่นกตัวนั้นจะเป็นฝ่ายเบี่ยงตัวหลบออกด้านข้างแทนพร้อมกับดาบแสงเล่มหนึ่งที่ปักอยู่บนพื้นตรงตำแหน่งที่นกอยู่เมื่อครู่
เมื่อเบี่ยงตัวหลบได้แล้วนกตัวนั้นก็อ้าปากหมายจะพ่นรูปไฟโจมตี คาทาริน่าเพียงแค่ยืนอยู่กับนิ่งๆ ไม่ขยับ ก็ปรากฏดาบแสงอีกเล่มฟันใส่นกตัวนั้น ทำให้มันต้องรีบหุบปากบอกเลิกการโจมตีแล้วบินขึ้นฟ้าเพื่อหลบดาบแสงที่ฟันมาได้อย่างฉิวเฉียด แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้ทำอะไรก็ปรากฏดาบแสงอีกเล่มหนึ่งปักลงที่กลางหลังนกตัวนั้นแล้วตึงมันไว้กับพื้น
แกว๊ก!!! เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของมันดังลั่นไปทั่วบริเวณ ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นมองด้วยความตกตะลึง การโจมตีของผู้หญิงตรงหน้าเขาเรียกได้ว่าน่าตกตะลึง และที่สำคัญก็คือเธอยังไม่ได้ขยับเลยแม้แต่นิดเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบเธอเพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ เท่านั้น
‘ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน’ นี่คือคำถามที่เขาถามในหัวซ้ำไปซ้ำมา ตอนแรกเขาก็แค่แปลกใจที่พ่อค้าระดับอย่างวานเชสโก้มีผู้คุ้มกันระดับนี้ แต่มาตอนนี้เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่น่าจะเป็นแบบนั้นได้ เพราะผู้ใช้เวทย์ธาตุแสงระดับนี้ลำพังแค่เงินไม่เพียงพอที่จะจ้างวานเด็ดขาด
“ถ้าข้าไม่ยอมปล่อยวานเชสโก้ท่านก็จะไม่ยอมรามือสินะ”
คาทาริน่าพยักหน้าช้าๆ ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นก็ได้แต่เข่นเขี้ยวเขี้ยวฟัน รู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจอยู่บ้างแต่ก็ทำได้แค่ก้มหน้า
“ตกลงพวกข้าจะ…” ทว่าเขาพูดเพียงเท่านี้อยู่ๆ ร่างของนกตัวใหญ่ที่ถูกดาบแรงตึงไว้ก็เริ่มสูญสลายไป พร้อมกับมีวงแหวนเวทย์มนต์วงหนึ่งปรากฏขึ้นข้างๆ คาทาริน่า
คาทาริน่าเลือกมองวงแหวนเวทย์อันนั้นคล้ายกับไม่เห็นค่ามันมากนัก สายฟ้าจำนวนมากมายพุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์นั้นปะทะเอากับดาบแสงขนาดใหญ่ที่อยู่ๆ ก็โผล่มาขวางหน้าคาทาริน่าทำหน้าที่เป็นโล่ ก่อนจะมีอะไรบางอย่างพุ่งกระโจนออกมาจากวงแหวนเวทย์เขาใส่คาทาริน่าอย่างรวดเร็ว มันปะทะเข้ากับดาบแสงทีทำหน้าที่เป็นโล่ก่อนจะไปดาบแสงขึ้นด้านบน แล้วก็พุ่งเข้าใส่คาทาริน่าอย่างรวดเร็ว
ทว่าเสี้ยววินาทีนั้นก็มีดาบแต่เล่มหนึ่งปักเข้าทีลำตัวของมันจากด้านบนพร้อมกับพุ่งลงพื้นแล้วก็ตึงมันไว้ จนตอนนี้ทำให้พอมองออกว่าสิ่งที่พุ่งออกมาจากวงแหวนเวทย์นั้นมีลักษณะคล้ายเสือเพียงแต่ว่ามีกระแสไฟฟ้าหมุนวนรอบตัวไม่หยุด
โฮกกก!!! มันร้องออกมาพร้อมกับมองคาทาริน่าด้วยสายตาที่ดุร้าย
คาทาริน่าไม่เหลือบมองมันแม้แต่นิดเดียวเธอเพียงแค่มองมายังชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นแล้วก็พูดว่า
“ทำสัญญากับสัตว์อัญเชิญถึง 2 ตัวไม่นึกเลยว่าที่ไกลๆ แบบนี้จะมีผู้อัญเชิญระดับนี้ด้วย”
น้ำเสียงของเธอนั้นเนิบนาบไม่แสดงความรู้สึกคล้ายกับมองไม่เห็นการโจมตีของสัตว์อสูรตัวนี้ในสายตา
ชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นยืนนิ่งไม่ไหวติง คืนนี้เขามั่นใจแล้วว่าภารกิจต้องล้มเหลวแน่นอน เพียงแต่ที่เขาไม่เข้าใจก็คือผู้หญิงคนนี้มีความเป็นมายังไงกันแน่ แม้ว่าภารกิจที่ได้รับมอบหมายมาจะสำคัญ แต่ชีวิตของเขาก็สำคัญไม่แพ้กันการโจมตีเมื่อครู่นั้นจัดเป็นการโจมตีปลิดชีพที่เขามั่นใจว่าต่อให้พลังอีกฝ่ายจะสูงแค่ไหนก็ไม่มีทางรอดพ้นการโจมตีนี้ไปได้เด็ดขาด แต่กลับไม่นึกเลยว่าทุกอย่างที่จบลงอย่างรวดเร็ว
เขาทำสัญญากับสัตว์อสูรสองตัวโดยนกตัวใหญ่นั้นมีคุณสมบัติในการสอดแนม และโจมตีระยะกลายเป็นหลัก ขณะที่เสือสายฟ้าตัวนี้จะมีพลังทำลายที่สูงกว่าและเหมาะกับการโจมตีระยะประชิด ตลอดชีวิตของเขานั้นแทบจะไม่เคยฆ่าใครด้วยมือตัวเองแต่คนที่จบชีวิตด้วยสัตว์อสูร 2 ตัวนี้ไม่รู้ว่ามีเท่าไหร่ แต่มาวันนี้เมื่อเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เพียงแค่ยืนอยู่เฉยๆ ไม่ขยับ สัตว์อสูรทั้ง 2 ของเขาก็ไร้ความหมายทันที
เขากำหมัดแน่นจนเห็นเส้นเลือดแม้ใจจะรู้สึกรับไม่ได้แต่คราวนี้เขาก็ต้องยอมรับแล้วว่า ภารกิจล้มเหลวแล้วหากสิ่งที่เขาบอกเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแค่การหลอกล่อให้อีกฝ่ายหายใจ แต่สิ่งที่เขาจะพูดต่อไปนี้ก็เป็นการยอมรับความพ่ายแพ้จริงๆ
“ตกลงข้าจะ…” เขาพูดได้เพียงเท่านี้ก็มีเสียงดัง ฟิ้ว!!! ตามด้วยเสียงฉึก พร้อมกับลูกดอกหน้าไม้ 1 ดอกปักเข้าที่คอของชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงกับพื้น
คาทาริน่าหันไปมองทิศทางที่ลูกธนูพุ่งมาแล้วก็รีบพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ว่าเธอจะพุ่งไปยังไงกลับไม่พบร่องรอยของใครเลยแม้แต่คนเดียว เธอขมวดคิ้วกวาดสายตามองไปมาพยายามจับสัมผัสของมานาแต่ก็ไม่พบอะไร จากนั้นเธอก็พุ่งไปพุ่งมาแต่ก็ไม่พบใครเลยแม้แต่เงา ทันใดนั้นเธอกลับเอะใจอะไรบางอย่าง จึงพุ่งกลับไปยังจุดที่เธอปะทะเข้ากับชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นเมื่อครู่แล้วกลับต้องขมวดคิ้วทันที เพราะตอนนี้เหล่าบริวารบางส่วนที่แค่บาดเจ็บจากการโจมตีด้วยดาบแสงของเธอ ตอนนี้ล้วนจบชีวิตลงทั้งสิ้นและทุกร่างล้วนมีร่องรอยของลูกดอกหน้าไม้ปักเข้าที่คอ ตอนนี้ทุกคนล้วนทอดร่างเป็นซากศพ
‘ฝีมือใคร?’ คาทาริน่าถามคำถามนี้ในใจก่อนที่เธอจะนึกถึงใบหน้าของเด็กผู้ชายคนหนึ่ง นัยน์ตาสีแดงเพลิงผมสีดำขลับและใบหน้าที่งดงามราวงานงานประติมากรรมที่เป็นศิลปะชั้นเลิศ ‘หรือว่าจะเป็นเขา?’ เธอคิดในใจแต่ก็รีบส่ายหน้าเพราะเธอคิดไม่ออกว่าถ้าเป็นเด็กคนนั้นจริงแล้วเขาหายไปไหนกัน แต่เธอก็นึกถึงเหตุการณ์ในคืนนั้นที่คนแคระนักล่าค่าหัวที่อยู่ๆก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ในตอนนั้นเธอเองก็ไม่เห็นกับตาว่าอีกฝ่ายหายไปได้ยังไงเพราะว่ามีมือยักษ์ขนาดใหญ่จากเวทย์จำแลงร่างครึ่งเงาของมาร์ควิสราฟาเอลมาบดบังการมองเห็น แต่ว่าเธอก็ไม่อยากจะด่วนตัดสินใจว่าเจ้าชายเออร์วินเป็นคนเดียวกับที่เธอตามหา หรือคนที่ยิงหน้าไม้ใส่คนพวกนี้จะใช่คนเดียวกับทั้งสองคนหรือไม่ เธอไม่อยากรีบด่วนสรุปเพราะอาจจะทำให้ไปผิดทาง ตอนนี้สิ่งที่เธอทำได้คือการรอสัญญาณจากแมลงเกาะชะตาเท่านั้น
คาทาริน่ามองซากศพเหล่านั้นความจริงแล้วเธอไม่ต้องการฆ่าพวกเขาทั้งหมด จริงอยู่ว่าที่มีคนมากมายเสียชีวิตจากการโจมตีของเธอแต่นั่นก็เป็นเพื่อแสดงให้พวกเขาเห็นว่าเธอเอาจริงและไม่ได้แค่ขู่ ดังนั้นการที่พวกเขาต้องจบชีวิตลงนั้นไม่ได้อยู่ในความคิดของเธอเลยแม้แต่น้อย
เธอถอนหายใจก่อนจะพุ่งทะยานไปยังเมืองไพร์ล็อก
ย้อนกลับไปสักเล็กน้อย
ตรงบริเวณจุดที่คาทาริน่าเผชิญหน้ากับชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่น หลังจากที่ลูกหน้าไม้ดอกแรกปักที่คอหอยของชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่นคนนั้น จนสิ้นใจและล้มลง คาทาคาริน่าก็รีบพุ่งไปยังทิศทางที่หน้าไม้พุ่งมา หลังจากนั้นไม่ทำไรก็มีอะไรบางอย่างโผล่ออกมาจากเงาบนพื้น เหล่าบริวารของลอร์ดอาเทมิสที่ยังมีชีวิตอยู่ต่างพากันตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง แสงจันทร์บนฟ้าพอทำให้มองเห็นว่าเป็นเงาร่างของผู้ใหญ่กับเด็กซึ่งแต่งตัวสีดำมิดชิดทั้งคู่ โดยที่ผู้ใหญ่นั้นกอดร่างของเด็กจากทางด้านหลัง เมื่อออกมาจากเงาได้แล้วเด็กคนนั้นก็มีท่าทีรีบออกจากการถูกก่อน จากนั้นพวกเขาก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ในมือของเด็กคนนั้น มันคือหน้าไม้รูปร่างประหลาดแม้ว่าในยามค่ำคืนที่มืดมิดกลางป่าเช่นนี้จะมองลักษณะทั้งหมดของหน้าไม้ไม่ได้ แต่จากแสงจันทร์ที่ส่องลงมากลับเผยให้เห็นถึงกลไกของหน้าไม้ที่ซับซ้อนจนผิดปกติ
แต่ถึงแม้พวกเขาจะไม่รู้ว่าสองคนนี้คือใคร แต่จากหน้าไม้ที่เห็นในมือของเด็กพ่อมึงบอกได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาดี และสิ่งที่ยืนยันนั้นก็คือร่างไร้วิญญาณของชายที่มีดวงตาสีขาวขุ่น และก็เป็นไปตามที่คาดเมื่อเด็กคนนั้นทำการเล็งหน้าไม้แต่ยังชายคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด ซึ่งชายคนนี้ยังคงบาดเจ็บสาหัสจัดการถูกดาบแสงเล่นงาน ในทำที่จะได้ร้องขอชีวิตก็มีเสียงดังขึ้น
ฉึก!
ลูกดอกหน้าไม้ปักเข้าที่คอของชายคนนั้นก่อนที่ร่างของเขาจะล้มลงแน่นิ่งกับพื้น เด็กชายก็หันหน้าไม้ไปยังอีกคน
ฉึก! แล้วก็ตามด้วย ฉึก! และก็ ฉึก! จากนั้นก็มีเสียงยิงหน้าไม้ติดต่อกันอีกหลายนัด ฉึกๆๆๆๆๆ ไม่หยุด มีหลายคนที่พยายามจะคลานหนีเพื่อเอาชีวิตรอด แต่สุดท้ายก็ถูกหน้าไม้ยิงทะลุหลังหรือไม่ก็แขนขาเพื่อให้คลานต่อไม่ได้แล้วก็ยิงซ้ำที่คอ หน้าไม้ในโลกนี้ไม่ใช่อาวุธที่แปลกใหม่แต่ที่แปลกก็คือมันสามารถยิงต่อเนื่องได้โดยที่ไม่ต้องทำการบรรจุลูกดอกใหม่ ซึ่งไม่แทบจะทำลายสามัญสำนึกของทุกคนที่ได้เห็นมัน ไม่เว้นแม้แต่ผู้ใหญ่คนที่โผล่มาจากเงาซึ่งเอาแต่ยืนอยู่เงียบๆ มาโดยตลอด
ในตอนนี้นอกจากที่บางคนพยายามจะคลานหนีก็มีบางคนที่ไม่สามารถคลานไปไหนได้ถึงได้แต่ร้องขอชีวิต ในขณะที่บางคนซึ่งยังพอใช้แขนจับดาบได้ก็พยายามตอบโต้ ซึ่งมันล้วนแต่ไร้ผล เพราะลูกดอกหน้าไม้ยังคงถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื่อง ใช้เวลาเพียงช่วงอึดใจก็เหลือเพียงแค่ 2 คนที่โผล่ออกมาจากเงาเท่านั้นที่มีชีวิตอยู่นอกนั้นล้วนกลายเป็นร่างไร้วิญญาณทั้งสิ้น
เด็กที่ถือหน้าไม้มองไปทางที่คาทาริน่าพุ่งไปก่อนจะหันไปพูดกับผู้ใหญ่คนนั้นว่า
“งานเสร็จแล้วพวกเราก็กลับกันเถอะครับพี่สาว” ซึ่งถ้าคาทาริน่าได้ยินเสียงมันจะต้องเดาออกได้ทันทีว่ามันคือเสียงของเจ้าชายเออร์วิน
เออร์วินก็เดินไปหาคนที่เราได้ไม่ยากจากเวทย์มนต์เคลื่อนย้ายผ่านเงาที่เธอใช้ซึ่งก็คือเรเวน
ทันทีที่เขาเข้าไปหาเธอเรเวนก็คว้าเขาเข้ามากอด เออวินพยายามขัดขืนแต่ไม่เป็นผล
“ดะเดี๋ยวสิครับพี่สาวไม่เห็นต้องกอดกันได้นี่ครับ”
เรเวนที่เห็นท่าทางขัดขืนก็หัวเราะคิกออกมา
“อะไรกันล่ะเธอนี่ฆ่าคนมากมายไม่รู้สึกอะไร แต่กลับมากลัวกับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ”
พูดจบทั้งสองคนก็จมหายลงไปในเงาซึ่งหลังจากนั้นไม่นานคาทาริน่าก็พุ่งกลับมาพอดี